- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 3 โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน
บทที่ 3 โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน
บทที่ 3 โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน
ประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์สัตว์ในยุคดวงดาวนั้นไร้ข้อกังขาจริง ๆ
เพียงแค่สองวันสั้น ๆ โรงเรียนอนุบาลของเธอก็ถูกรื้อถอนและสร้างใหม่จนเสร็จสมบูรณ์
ที่ดินถูกพลิกหน้าดินเตรียมไว้เรียบร้อย งบประมาณช่วยเหลือจากจักรวรรดิก็โอนเข้าบัญชีแบบเรียลไทม์ และสนามฝึกจำลองสำหรับลูกสัตว์ก็ถูกติดตั้งไว้ในห้องเรียนที่จัดเตรียมไว้แล้ว
ตอนนี้ก็เหลือแค่รอของที่เธอสั่งซื้อผ่านเครือข่ายดวงดาวมาส่งเท่านั้น
ใช่แล้วล่ะ... เงินเดือนล่วงหน้า 1 ล้าน งบช่วยเหลือจากจักรวรรดิ 5 ล้าน บวกกับเงินอุดหนุนจากดาวแอสเตอร์อีก 1 ล้าน และเงินเก็บของเจ้าของร่างเดิมอีก 2 แสน รวมเบ็ดเสร็จ 7.2 ล้านเหรียญดาว... ถูกเธอผลาญเกลี้ยงไปหมดแล้ว! แถมยังเป็นหนี้ธนาคารดวงดาวเพิ่มอีกตั้ง 1.5 ล้านเหรียญดาวด้วยซ้ำ!
นี่ยังถือว่าทางธนาคาร เห็นแก่หน้าฐานะขุนนางชั้นผู้น้อยเพศเมียและตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลของเธอ ถึงได้ยอมปล่อยกู้มาให้หรอกนะ
แต่เอาเถอะ อีกไม่นานโรงเรียนอนุบาลก็พร้อมจะเปิดเทอมแล้ว!
ถ้าเกิดว่าสามารถหานักเรียนมาสมัครได้น่ะนะ...
ถึงแม้ตามกฎหมายของยุคดวงดาวจะระบุให้ลูกสัตว์มีสิทธิและหน้าที่ในการเข้าเรียนระดับอนุบาล แต่เอาเข้าจริงก็ต้องดูความสมัครใจของลูกสัตว์รวมถึงสถานะทางการเงินของครอบครัวด้วย
ในเมื่อบนดาวดวงนี้มีลูกสัตว์ที่อายุเข้าเกณฑ์รับสมัครแค่ 12 ราย เจียงอวี่ซีจึงไม่ได้สร้างโรงเรียนอนุบาลขนาดใหญ่โตอลังการตามมาตรฐานยุคดวงดาว เธออ้างอิงรูปแบบจากโรงเรียนอนุบาลบนดาวโลก โดยแบ่งพื้นที่แค่ไม่กี่หมู่มาทำเป็นลานกิจกรรมหลัก ส่วนที่ดินที่เหลือก็ปล่อยทิ้งไว้สำหรับถางทำเป็นพื้นที่เพาะปลูก
เธอตั้งชื่อที่นี่ว่า "โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน" ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ แค่ตอนเด็ก ๆ เธอเคยเรียนโรงเรียนอนุบาลชื่อนี้แค่นั้นเอง
โรงเรียนอนุบาลแสงตะวันเมื่อเทียบกับโรงเรียนอนุบาลยุคดวงดาวในปัจจุบันแล้ว แม้จะเล็กจิ๋วเป็นนกกระจอก แต่ก็มีองค์ประกอบครบถ้วนบริบูรณ์
พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนส่วนรวมหลัก ๆ ได้แก่ โซนการเรียนการสอน โซนฝึกซ้อม โซนเครื่องเล่น โรงอาหาร และโซนเพาะปลูก นอกจากนี้ยังมีโซนส่วนตัวของเธอแยกไว้ต่างหาก
โซนการเรียนการสอน คือพื้นที่เรียนในร่มของลูกสัตว์ ซึ่งรวมถึงคอร์สเรียนในลานฝึกซ้อมจำลองระดับ B ด้วย
โซนฝึกซ้อม ก็เทียบได้กับสนามหญ้าลานกว้าง
โซนเครื่องเล่น เตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงสารพัดอย่างที่เหมาะกับพวกลูกสัตว์ที่กำลังจะเข้าเรียน และตรงนี้นี่แหละคือตัวดูดเงินกู้ก้อนใหญ่ของเธอ เพราะทุกชิ้นต้องสั่งทำแบบพิเศษ!
โซนเพาะปลูกด้านหน้า เน้นปลูกพืชผลทางการเกษตรและสมุนไพรบางชนิดเพื่อใช้เป็นสื่อการสอน ส่วนโซนเพาะปลูกในพื้นที่ส่วนตัวด้านหลังต่างหากล่ะ ถึงจะเป็นแหล่งวัตถุดิบทำอาหารหลักของโรงเรียน
ตามความทรงจำของเธอ น้ำยาอาหารเหลวในยุคดวงดาวตั้งแต่ระดับ F ไปจนถึงระดับ B ล้วนมีสิ่งเจือปนหลงเหลืออยู่เยอะมาก ส่วนน้ำยาอาหารเหลวระดับ A และ S นั้น เจ้าของร่างเดิมไม่เคยเห็นและไม่เคยกินมาก่อน จึงไม่อาจฟันธงได้
ถึงแม้ว่าเธอจะมีปัญญาสกัดความบริสุทธิ์ของน้ำยาอาหารเหลวได้ แต่ถ้าพูดถึงการตอบสนองความอยากอาหารแล้วล่ะก็ ไอ้น้ำยาพวกนี้มันไม่ได้เรื่องเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับลูกสัตว์วิเศษ... เอ้ย ไม่ใช่สิ สำหรับลูกสัตว์ของมนุษย์สัตว์แล้ว การกินอาหารปกติมันสะดวกต่อการที่เธอจะใช้โอสถอาหารเพื่อบำรุงและปรับสมดุลร่างกายของพวกมันมากกว่าด้วย
เธอไม่ได้เอามาเป็นข้ออ้างหรอกนะ ลองคิดดูสิว่าเป้าหมายคือการบำรุงร่างกายเหมือนกัน ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบของอร่อย ๆ แล้วหันไปพิศวาสยาเม็ดขม ๆ แทน
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข้าวของบางส่วนที่สั่งซื้อไว้ก็ถูกส่งมาถึงผ่านเส้นทางขนส่งระหว่างดวงดาว
ตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เธอแบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปบำเพ็ญเพียร ควบคู่ไปกับการฝากเจ้าผู้ครองดาวช่วยปล่อยโฆษณา หรือจะเรียกว่าเป็นประกาศแจ้งเตือนก็ได้ เพื่อดึงดูดให้หลาย ๆ ครอบครัวตกลงพาลูกสัตว์มาเยี่ยมชมโรงเรียน
(ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ตอนนี้เธอยังไม่มีค่าพลังการต่อสู้มากพอที่จะออกไปเดินสำรวจข้างนอกได้เลย!)
แต่เอาเข้าจริง เหตุผลหลักที่พวกเขามา ก็เพราะในประกาศระบุไว้ว่า ลูกสัตว์ที่มาเยี่ยมชมจะได้รับน้ำยาเสริมการเจริญเติบโตระดับ D คนละหนึ่งหลอดต่างหากล่ะ!
เวลาผ่านไปอีกห้าวัน ในช่วงห้าวันนี้ ถ้าเธอไม่ได้กำลังสลักค่ายกล ก็กำลังฟื้นฟูพลังปราณ พอฟื้นฟูเสร็จก็กลับไปสลักค่ายกลต่อ พอพลังปราณเหือดแห้งก็หยุดพักเพื่อบำเพ็ญเพียร วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นลูป
ในที่สุดเธอก็สามารถสลักค่ายกลที่ต้องการออกมาได้ครบถ้วนเสียที
เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับพลังปราณอันมหาศาลของยุคดวงดาวที่ไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงอย่างไม่ขาดสาย
หลังจากนำศิลาวิญญาณที่สลักค่ายกลไว้ไปฝังตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น เธอก็รีดเร้นพลังปราณเฮือกสุดท้าย จัดการหว่านเมล็ดพันธุ์ที่ช้อปปิ้งมาจากเครือข่ายดวงดาวลงดินจนครบ
วันนี้ก็คือวันเปิดให้เข้าชมโรงเรียน ซึ่งเป็นวันที่สิบพอดีนับตั้งแต่เธอเดินทางมาถึงดาวแอสเตอร์ และประจวบเหมาะกับที่วิญญาณของเธอทะลุมิติมาอยู่ในโลกใบนี้ครบหนึ่งเดือนเต็ม
ช่างเป็นฤกษ์งามยามดีจริง ๆ
ตั้งแต่เช้าตรู่ เจียงอวี่ซีก็แต่งตัวจัดการตัวเองจนดูดี แล้วไปยืนรอต้อนรับครอบครัวที่จะมาเยี่ยมชมอยู่ตรงหน้าประตู
เจียงอวี่ซีที่กำลังอาบไล้ไปด้วยแสงตะวันยามเช้าพร้อมรอยยิ้มประดับใบหน้า ในสายตาของมนุษย์สัตว์เพศเมียที่ได้รับเชิญมา เธอดูทั้งสูงศักดิ์และน่าคบหา
สูงศักดิ์... เพราะได้ยินมาว่าเป็นเพศเมียสุดแกร่งที่มาจากดาวดวงใหญ่ภายนอก
น่าคบหา... เพราะรอยยิ้มของเธอมันช่างงดงามเหลือเกิน ทำเอาหัวใจของเหล่ามนุษย์สัตว์อบอุ่นไปหมด!
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ ผู้ปกครองทุกท่าน แล้วก็เด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคนด้วยนะคะ”
วันนี้มีครอบครัวที่มาเยี่ยมชมทั้งหมด 7 ครอบครัว และมีลูกสัตว์ 8 ราย
เจียงอวี่ซีลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขอแค่ดึงตัวมนุษย์สัตว์ตัวน้อยพวกนี้ให้อยู่เรียนที่โรงเรียนอนุบาลได้ล่ะก็ เงินรางวัลจากการแข่งขันรายการต่าง ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังก็ถือว่านอนมาเห็น ๆ!
ลูกสัตว์พวกนี้ เมื่อประเมินด้วยสายตาของเธอแล้ว ล้วนแต่มีหน่วยก้านและพรสวรรค์ชั้นเลิศทั้งนั้น
ทว่าเจียงอวี่ซีที่เพิ่งจะกวาดตามองความทรงจำของร่างเดิมแบบผ่าน ๆ กลับไม่รู้เลยว่า เกณฑ์การประเมินระดับลูกสัตว์ในยุคดวงดาว กับเกณฑ์ประเมินในโลกบำเพ็ญเพียรของเธอนั้น... มันคนละเรื่องกันเลย!
อีกอย่าง เจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้เรียนจบสายปฐมวัยมาซะหน่อย
“สะ... สวัสดีค่ะ” ผู้ปกครองที่มาล้วนเป็นเพศเมีย พวกเธอตอบรับด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูก เพราะก่อนจะมาที่นี่ ทุกคนต่างได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเจ้าผู้ครองดาวว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่เป็นถึงเพศเมียระดับขุนนาง
พวกลูกสัตว์ต่างพากันหลบอยู่หลังผู้ปกครอง พลางชะโงกหน้ามองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“สะ... สวัสดีฮะ คุณครูใหญ่” ลูกสัตว์ตัวน้อยคนหนึ่งใช้อุ้งมือน้อยอวบอ้วนจับชายเสื้อผู้ปกครองไว้แน่น น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทั้งนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู แถมยังสั่นเครือนิด ๆ ด้วยความตื่นเต้น
เจียงอวี่ซีตาเป็นประกายวาววับ เธอรีบนั่งย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับลูกสัตว์ตัวน้อยที่เพิ่งทักทาย “สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อเจียงอวี่ซี จะเรียกฉันว่า ‘ครูใหญ่ซีซี’ ก็ได้นะ แล้วหนูล่ะชื่ออะไรเอ่ย?” น้ำเสียงหวานใสถูกดัดให้ฟังดูนุ่มนวลและอ่อนโยนเป็นพิเศษ แฝงไปด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูแบบเด็ก ๆ
ลูกสัตว์ตัวน้อยตกใจจนใบหูสีน้ำตาลทองอ่อนตั้งชัน นัยน์ตากลมโตฉ่ำวาวเบิกกว้าง “ผะ... ผมชื่อเซี่ยเซี่ยฮะ เป็นมนุษย์สัตว์เผ่าหมี...” ประโยคหลังที่บอกว่าเป็นมนุษย์สัตว์เผ่าหมีนั้น เสียงแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน
“เก่งมากเลยจ้ะ วันนี้ให้ครูใหญ่ซีซีพาพวกหนูเดินชมโรงเรียนอนุบาล แล้วลองมาสัมผัสชีวิตในโรงเรียนกันดูนะ ดีไหมเอ่ย?” เพื่อดึงดูดความสนใจจากพวกลูกสัตว์ เธอแอบใช้สูตรโกงด้วยการปล่อยพลังปราณออกมาบางเบา ลูกสัตว์วิเศษในโลกบำเพ็ญเพียรชอบพลังปราณของเธอมากแค่ไหน พวกลูกสัตว์ที่นี่ก็คงไม่ต่างกันหรอกมั้ง
“ดีฮะ~” ลูกสัตว์ตัวน้อยเซี่ยเซี่ยสัมผัสได้ถึงพลังปราณ ท่าทีของเขาก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
เจียงอวี่ซีต้องข่มความอยากพุ่งเข้าไปฟัดให้หนำใจเอาไว้ เธอหยัดตัวลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มให้ผู้ปกครองและลูกสัตว์ทุกคน พลางผายมือเชิญให้เดินตามเข้ามา “ฉันชื่อเจียงอวี่ซีค่ะ จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก เป็นหนึ่งในบัณฑิตดีเด่นประจำปีนี้ ได้รับการทาบทามจากจักรวรรดิให้มารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งดาวแอสเตอร์ และนี่ก็คือ ‘โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน’ ของพวกเราค่ะ
“ทุกท่านลองเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนสิคะ ตัวอักษรใหญ่ทั้งห้าตัวนั้นเขียนด้วยภาษาดวงดาวสากลว่า ‘โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน’
“การเรียนภาษาดวงดาวสากลถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรพิเศษของโรงเรียนเราด้วยนะคะ
“เราเดินเข้าไปข้างในกันต่อเลยดีกว่าค่ะ ทางซ้ายมือของถนนคือโซนเครื่องเล่นและสนามหญ้าของโรงเรียน ในอนาคตเวลาพักเบรก พวกลูกสัตว์สามารถมาวิ่งเล่นตรงนี้ได้นะคะ ตรงนั้นคือชิงช้า นี่คือสไลเดอร์ ส่วนฝั่งโน้นคือม้ากระดก แล้วต่อไปเราก็จะสั่งหุ่นเกราะจิ๋วมาเพิ่มด้วย...
“ส่วนทางขวามือคือโซนเพาะปลูก เราจะใช้พื้นที่นี้ปลูกพืชพรรณที่พบเห็นได้ทั่วไป เพื่อสอนทักษะการเอาชีวิตรอดที่จำเป็นให้กับเด็ก ๆ ค่ะ
“เดินตรงไปอีกนิด บ้านไม้สามชั้นที่ตั้งอยู่ตรงหน้าพวกเราก็คืออาคารเรียนที่หนึ่ง เป็นพื้นที่หลักสำหรับการเรียนการสอนในร่มค่ะ
“บ้านไม้สองชั้นทางด้านซ้ายของอาคารเรียนที่หนึ่งคืออาคารเรียนที่สองและโรงอาหารนะคะ ในอนาคตวิชาเกี่ยวกับงานฝีมือบางส่วนจะย้ายไปเรียนที่อาคารเรียนที่สองนี้ค่ะ
“ส่วนบ้านไม้สองชั้นทางด้านขวา ชั้นล่างจะเป็นห้องพยาบาล ชั้นสองจะเป็นพื้นที่พักผ่อนของเด็ก ๆ เด็กทุกคนที่สมัครเรียนกับโรงเรียนของเรา จะได้รับเตียงนอนอัจฉริยะปรับตามการเจริญเติบโตที่กำลังฮิตที่สุดในยุคดวงดาวคนละหนึ่งเตียงไปเลยค่ะ...”
เจียงอวี่ซีพูดแนะนำไปพลาง เดินนำเหล่าผู้ปกครองและลูกสัตว์เยี่ยมชมโรงเรียนอนุบาลจนทั่วบริเวณ
(จบบท)