- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 2 สถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก กับบัณฑิตดีเด่น
บทที่ 2 สถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก กับบัณฑิตดีเด่น
บทที่ 2 สถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก กับบัณฑิตดีเด่น
ทันทีที่ท้องฟ้าสว่าง เจียงอวี่ซีก็เดินตามระบบนำทางบนกำไลส่วนตัวมายังสำนักงานกิจการดวงดาว
เจ้าหน้าที่ที่ออกมาต้อนรับเธอเป็นเพศเมียสูงวัยคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ ฉันคือผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลที่จักรวรรดิส่งตัวมายังดาวแอสเตอร์ นี่คือหนังสือแจ้งการเข้ารับตำแหน่งของฉันค่ะ”
ยามออกนอกบ้าน ฐานะทางสังคมเราต้องเป็นคนกำหนดเอง
ส่วนเรื่องที่ถูกเนรเทศอะไรนั่นน่ะ ตราบใดที่เธอไม่พูด ใครบนดาวแอสเตอร์จะไปรู้เรื่องด้วยล่ะ? เรื่องโดนเตะโด่งมาดาวชายขอบแบบนี้ รู้กันแค่คนในก็พอแล้ว
“คุณคือบัณฑิตที่จบจากสถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลักอย่างนั้นเหรอ?!” เจ้าหน้าที่เพศเมียผู้นั้นอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างยิ่งยวดเมื่อได้เห็นหนังสือแต่งตั้ง
เกณฑ์การรับสมัครของสถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลักนั้นสูงเสียจนคนบนดาวแอสเตอร์ แม้แต่ระดับเจ้าผู้ครองดาวเองก็ยังไม่มีปัญญาจะเอื้อมถึง
เจียงอวี่ซีระบายยิ้มละมุน “ใช่ค่ะ ฉันคือบัณฑิตดีเด่นของสถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลักในปีนี้”
“บัณฑิต... บัณฑิตดีเด่นเหรอคะ?! โปรดรอสักครู่ค่ะ ฉันจะไปเรียนเชิญท่านเจ้าผู้ครองดาวมาพบคุณเดี๋ยวนี้เลย” เจ้าหน้าที่เพศเมียยิ่งตกตะลึงหนักกว่าเดิม เธอไม่กล้าเสียมารยาทแม้แต่นิดเดียว
แม้แต่ชาวมนุษย์สัตว์บนดาวที่ห่างไกลอย่างดาวแอสเตอร์ ก็ยังเคยได้ยินกิตติศัพท์ของ ‘บัณฑิตดีเด่น’ แห่งสถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลักมาบ้าง
เจ้าผู้ครองดาวเคยบอกว่า ในแต่ละปี บัณฑิตดีเด่นของที่นั่นจะถูกคัดเลือกเพียงสาขาละหนึ่งคนเท่านั้น และจะคัดเลือกอย่างเข้มงวดที่สุดหากไม่มีใครเหมาะสมก็จะว่างเว้นไปเลย ผู้ที่ได้รับฉายานี้ล้วนเป็นเสาหลักของจักรวรรดิในอนาคต และยังถูกขนานนามว่าเป็น ‘ว่าที่ขุนนาง’ อีกด้วย
เจียงอวี่ซีผู้นี้ก็คือบัณฑิตดีเด่นเพียงคนเดียวจากสาขาผู้ชำระล้างพลังจิตของปีนี้
ประวัติการศึกษาที่รุ่งโรจน์อย่างการเป็นผู้ชำระล้างพลังจิตระดับ A ที่ครองอันดับหนึ่งของสาขาติดต่อกันนานถึงเจ็ดปีนั้น เพียงพอที่จะทำให้เจ้าของร่างเดิมได้รับการเลื่อนขั้นเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยได้อย่างมั่นคงหลังเรียนจบ
แต่ทว่าในช่วงระหว่างที่กำลังยื่นขอเลื่อนขั้นเป็นขุนนางหลังจากจบการศึกษา เธอกลับไปล่วงเกินเพศเมียที่มีพลังจิตระดับ A จากตระกูลใหญ่เข้า จึงถูกลอบทำร้ายจนพลังจิตพังทลายร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ระดับ E
ถึงแม้จะอาศัยประวัติผลงานในอดีตจนสุดท้ายยังได้รับตำแหน่งขุนนางชั้นผู้น้อยมาครองได้สำเร็จ
แต่ด้วยระดับพลังจิตที่ลดฮวบลง ตำแหน่งขุนนางที่ว่านี้จึงเป็นเพียงตำแหน่งลอย ๆ ที่มีแค่ชื่อเท่านั้น ส่วนสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ของขุนนางนั้นเธอไม่ได้รับเลยแม้แต่นิดเดียว
แถมยังถูกเพศเมียระดับ A คนนั้นใช้อำนาจมืดบงการเบื้องหลัง ให้เนรเทศเธอมายังดาวแอสเตอร์อันห่างไกลเพื่อรับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้
เจ้าของร่างเดิมไม่สามารถยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ได้ จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยความคับแค้นใจบนยานที่คุมตัวมา
และผู้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็คือเจียงอวี่ซีผู้ผ่านประสบการณ์มาแล้วถึงสองชาติภพ
เมื่อได้รับแจ้งว่ามีบัณฑิตดีเด่นจากสถาบันการศึกษาแบบบูรณาการอันดับหนึ่งแห่งดาวหลัก และยังเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลที่ดาวหลักส่งมาถึงที่ เจ้าผู้ครองดาวก็รีบรุดมาพบทันที
“สวัสดีค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่คุณเลือกมาที่ดาวแอสเตอร์ของเรา” เจ้าผู้ครองดาวเป็นเพศเมียระดับ B และมีฐานะเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยเช่นกัน
“ลูกสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนไว้บนดาวของเรามีทั้งหมด 237 รายค่ะ แต่ในจำนวนนั้นมีเพียง 12 รายเท่านั้นที่เข้าเกณฑ์การรับสมัครของโรงเรียนอนุบาล...”
ดาวแอสเตอร์ไม่มีโรงเรียนอนุบาลมานานถึงห้าร้อยปีแล้ว
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากมี แต่เป็นเพราะไม่มีเพศเมียที่มีคุณสมบัติเหมาะสมคนไหนยอมย้ายมาอยู่ที่ดาวดวงนี้เลยต่างหาก
เมื่อไม่มีผู้อำนวยการ โรงเรียนอนุบาลก็ไม่สามารถก่อสร้างหรือฟื้นฟูขึ้นมาได้
พวกลูกสัตว์บนดาวแอสเตอร์จึงต้องเติบโตขึ้นมาตามยถากรรมเหมือนต้นหญ้าในป่า
การผสานยีนยังช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์สัตว์ให้ยาวนานขึ้น มนุษย์สัตว์ทั่วไปมีอายุขัยเฉลี่ย 300 ปี ส่วนคนที่มีพลังแข็งแกร่งก็จะมีอายุยืนยาวกว่านั้น
ตามกฎหมายคุ้มครองลูกสัตว์แห่งดวงดาวระบุไว้ว่า มนุษย์สัตว์ที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีจะถือว่าเป็นช่วงวัยลูกสัตว์
วงจรชีวิตของมนุษย์สัตว์ถูกแบ่งออกเป็นสี่ช่วง คือ วัยลูกสัตว์, วัยเยาว์, วัยฉกรรจ์ และวัยชรา โดยหลังจากบรรลุนิติภาวะและก้าวเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ช่วงเวลานี้จะยาวนานเป็นพิเศษ กินเวลาถึงสองในสามของอายุขัยทั้งหมด
ทว่ามีมนุษย์สัตว์เพศผู้น้อยคนนักที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงวัยชรา และสาเหตุก็มาจากภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่งนั่นเอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังจิตบางส่วนในยุคดวงดาวเชื่อว่า ประสบการณ์การเติบโตในช่วงวัยลูกสัตว์มีโอกาสสูงมากที่จะส่งผลต่อค่าความคลุ้มคลั่งของพลังจิตเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ดังนั้นกฎหมายคุ้มครองลูกสัตว์แห่งดวงดาวจึงกำหนดไว้ว่า ก่อนที่ลูกสัตว์จะสามารถสลับร่างระหว่างร่างมนุษย์และร่างสัตว์ได้อย่างมั่นคง จะต้องเข้ารับการศึกษาในระดับปฐมวัยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่งความมั่นคงในการสลับร่างของลูกสัตว์แต่ละตัวจะขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์ โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ช่วงก่อนอายุ 10 ปี
“ท่านเจียงอวี่ซี ในช่วงเวลาหนึ่งร้อยปีต่อจากนี้ จักรวรรดิจะจัดสรรงบประมาณให้ตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนอนุบาลของคุณค่ะ โดยระดับของโรงเรียนอนุบาลจะแบ่งตั้งแต่ระดับ S ไปจนถึง F โรงเรียนที่สร้างใหม่จะเริ่มต้นที่ระดับ F และทางดาวหลักจะเข้ามาประเมินผลครั้งแรกในอีกครึ่งปีข้างหน้า โปรดเตรียมตัวให้พร้อมและจริงจังกับเรื่องนี้ด้วยนะคะ”
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ดาวแอสเตอร์เพิ่งได้รับหนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนจากดาวหลักเป็นครั้งที่ 21 ในรอบห้าร้อยปี และพวกเขาก็เตรียมใจรับความผิดหวังเป็นครั้งที่ 21 ไว้แล้วเช่นกัน
ใครจะไปคาดคิดว่า ครั้งนี้จะมีเพศเมียยอมมาจริง ๆ
“ต่อไปนี้คือทรัพยากรช่วยเหลือที่จักรวรรดิเตรียมไว้ให้คุณค่ะ:
อย่างแรกคืองบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 5 ล้านเหรียญดาว
อย่างที่สองคือสนามฝึกจำลองสำหรับลูกสัตว์ระดับ B จำนวน 1 แห่ง
อย่างที่สามคือทรัพยากรช่วยเหลือสำหรับลูกสัตว์เป็นระยะเวลาหนึ่งปี ประกอบไปด้วยน้ำยาเสริมการเจริญเติบโตสำหรับลูกสัตว์ระดับ D เดือนละ 100 หลอด ระดับ C 10 หลอด และน้ำยาชุบยีนสำหรับลูกสัตว์ระดับ D เดือนละ 10 หลอด ระดับ C 10 หลอดค่ะ
หากในอีกครึ่งปีข้างหน้า โรงเรียนอนุบาลสามารถเลื่อนระดับขึ้นไปได้ ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและรางวัลตามระเบียบของจักรวรรดิอย่างเป็นทางการค่ะ
นอกจากนี้ ในนามของดาวแอสเตอร์ ฉันขอมอบเงินอุดหนุนช่วยเหลือโรงเรียนอีก 1 ล้านเหรียญดาว พร้อมสิทธิพิเศษยกเว้นภาษีตลอดระยะเวลาหนึ่งร้อยปีที่คุณดำรงตำแหน่งค่ะ
ไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกไหมคะ? พวกเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้คุณเองค่ะ”
เงิน 1 ล้านเหรียญดาวคือขีดจำกัดสูงสุดที่เจ้าผู้ครองดาวจะเจียดออกมาได้แล้ว มันเท่ากับรายได้การคลังของดาวดวงนี้เกือบ 3 ปีเต็มเลยทีเดียว
อุตส่าห์มีผู้อำนวยการยอมย้ายมาดาวเราทั้งที แถมยังเป็นผู้อำนวยการที่มีทรัพยากรสนับสนุนจากจักรวรรดิติดตัวมาด้วย จะปล่อยให้ตกใจจนหนีกลับไปไม่ได้เด็ดขาด
ดาวแอสเตอร์จะสามารถเลื่อนระดับขึ้นเป็นดาวระดับ C ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโอกาสในครั้งนี้แล้ว ถ้าพลาดครั้งนี้ไป เกรงว่าอาจจะต้องรอไปอีกห้าร้อยปีเลยก็ได้
เจียงอวี่ซีฟังคำพูดของเจ้าผู้ครองดาวแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่า ทรัพยากรเหล่านี้คงเป็นเพราะอาจารย์ของเจ้าของร่างเดิมช่วยวิ่งเต้นอย่างสุดกำลัง ไม่อย่างนั้นจักรวรรดิไม่มีทางมอบงบประมาณสนับสนุนมากมายขนาดนี้ให้แน่
แต่น่าเสียดายที่เจ้าของร่างเดิมไม่อาจอดทนรอได้จนถึงตอนนี้
จากความทรงจำของร่างเดิม เธอรู้ดีว่าในบรรดางบช่วยเหลือทั้งหมด เงินเหรียญดาวกลับเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดเสียด้วยซ้ำ
“ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับแรงสนับสนุนในการทำงานของฉัน ฉันมีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจริง ๆ ค่ะ
ก่อนที่จะมาดาวแอสเตอร์ ฉันได้ศึกษาข้อมูลมาล่วงหน้าแล้วว่าดาวแอสเตอร์อุดมไปด้วยทรัพยากรไม้ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างหลักที่ส่งออกไปยังภายนอก ฉันจึงหวังว่าคุณจะช่วยเปลี่ยนงบประมาณสนับสนุนบางส่วนที่มอบให้โรงเรียนอนุบาลเป็นไม้และแรงงานตามราคาตลาดให้ทีค่ะ ฉันตั้งใจจะรื้อถอนโรงเรียนเดิมทิ้ง แล้วสร้างโรงเรียนอนุบาลขึ้นมาใหม่ด้วยไม้ทั้งหมด พร้อมกับเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เข้าไปด้วยค่ะ”
ในเมื่อได้งบอุดหนุนมาเยอะขนาดนี้ งั้นก็รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย!
จะสร้างเป็นบ้านไม้แบบเดียวกับที่เธอเคยอยู่ในโลกบำเพ็ญเพียรนั่นแหละ
“รื้อสร้างใหม่? ใช้... ใช้ไม้น่ะเหรอคะ?!” เจ้าผู้ครองดาวอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหู
ดาวแอสเตอร์มีทรัพยากรไม้ล้นเหลือจริง และไม้ก็เป็นรายได้หลักของที่นี่ แต่การใช้ไม้มาสร้างอาคารบ้านเรือน ในยุคดวงดาวนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความเชยและล้าสมัยขั้นสุด
“ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าในเมื่อการส่งออกไม้คือรายได้หลักของดาวแอสเตอร์ ถ้าอย่างนั้นโรงเรียนอนุบาลของดาวแอสเตอร์ก็ควรสร้างด้วยไม้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของดวงดาวเราไม่ใช่เหรอคะ?” น้ำเสียงของเจียงอวี่ซีดูนุ่มนวลแต่หนักแน่น “นี่คือแบบร่างการก่อสร้างโรงเรียนอนุบาลที่ฉันวาดไว้ รบกวนคุณช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ”
เมื่อเจ้าผู้ครองดาวได้เห็นภาพจำลองที่ถูกฉายออกมาจากกำไลส่วนตัวของเจียงอวี่ซี เธอถึงกับอ้าปากค้าง ตะลึงจนพูดไม่ออก
“นี่... คุณแน่ใจเหรอคะ?”
“แน่นอนค่ะ”
แบบแปลนการสร้างโรงเรียนอนุบาลบนกำไลส่วนตัวของเจียงอวี่ซีนั้น อ้างอิงมาจากอาคารในโลกบำเพ็ญเพียร โดยนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของคนยุคดวงดาวและสถานการณ์จริง เธอใช้เครือข่ายดวงดาวสร้างแบบจำลองสามมิติที่ย่อส่วนมาจากของจริงทุกประการ
“คุณดูนะคะ เมื่อเดินเข้ามาจากประตูทางหน้า สิ่งแรกที่จะเห็นคือลานกิจกรรมสำหรับลูกสัตว์ ด้านซ้ายและขวาจะเป็นเครื่องเล่นต่าง ๆ และพื้นที่สอนปลูกพืชพรรณนอกห้องเรียน เมื่อเดินผ่านลานกิจกรรมไป ด้านหน้าจะเป็นอาคารเรียนวิชาความรู้ของลูกสัตว์ ทางซ้ายของอาคารเรียนจะเป็น...”
(จบบท)