- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาว สตรีมไลฟ์สอนลูกสัตว์บำเพ็ญเพียร
- บทที่ 1 ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาวมนุษย์สัตว์
บทที่ 1 ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาวมนุษย์สัตว์
บทที่ 1 ทะลุมิติสู่ยุคดวงดาวมนุษย์สัตว์
เจียงอวี่ซีไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากที่เธอทะลุมิติมาครั้งหนึ่งแล้ว จะต้องมาทะลุมิติซ้ำสองแบบติดจรวดเช่นนี้
เดิมทีเธอเป็นเพียงศิษย์สายนอกที่มีพรสวรรค์แสนธรรมดาของ 'สำนักควบคุมสัตว์อสูร' ซึ่งเป็นสำนักเซียนอันดับหนึ่งในโลกบำเพ็ญเพียร ทว่าในการออกไปฝึกฝนครั้งหนึ่ง เธอได้รับวาสนาโดยบังเอิญ จนได้ผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก จากนั้นจึงเริ่มสร้างรากฐานและก่อกำเนิดแก่นปราณตามลำดับ
เพื่อให้ได้เข้าสู่สำนักสายในของยอดเขาหลัก นับตั้งแต่เข้าสำนักตอนอายุ 10 ขวบ เธอก็ใช้ชีวิตอย่างขยันขันแข็ง รับจ้างทำงานจิปาถะไปตามยอดเขาต่าง ๆ ของสายนอกมานานเกือบ 500 ปี ตั้งแต่ระดับรวบรวมปราณ สร้างรากฐาน ก่อกำเนิดแก่นปราณ จนถึงขอบเขตแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์สูงสุด
ที่ยอดเขาหลักของสำนักควบคุมสัตว์อสูร ความแข็งแกร่งในการบำเพ็ญเพียรของตนเองนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการ 'ควบคุมสัตว์อสูร'
การจะควบคุมสัตว์อสูรได้ อันดับแรกต้องมีสัตว์วิเศษที่ทำพันธสัญญาด้วยเสียก่อนถึงจะควบคุมได้ และเธอก็คือ "ผู้โชคดี" ที่เข้าสำนักมา 500 ปีแต่กลับไม่สามารถทำพันธสัญญากับสัตว์วิเศษได้เลยแม้แต่ตัวเดียว ทั้งที่ค่าความใกล้ชิดกับสัตว์วิเศษของเธอนั้นสูงลิ่ว และเธอยังเป็นคนที่ได้รับความนิยมจากพวกสัตว์วิเศษมากที่สุดในสำนักด้วยซ้ำ
ผู้อาวุโสยอดเขาโอสถอาหารเคยเสนอชื่อให้เธอเข้าสู่สำนักสายในหลายครั้ง เนื่องจากเธอมีพรสวรรค์ในการปรุงอาหารที่โดดเด่น แต่สำนักนี้ไม่มีนโยบายโอนย้ายภายใน เมื่อก้าวเข้าสู่ยอดเขาโอสถอาหารแล้ว ก็ต้องอยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิต เธอที่มีเป้าหมายอยู่ที่ยอดเขาหลักจึงได้แต่บอกปัดไปอย่างนุ่มนวล
ตลอดเวลาเกือบ 500 ปีที่ทำงานจิปาถะสารพัดมา เธอพูดได้อย่างภาคภูมิใจเลยว่า ในบรรดายอดเขากว่าสิบแห่ง ไม่มีศิษย์พี่ศิษย์น้องคนไหนจะคุ้นเคยกับพื้นที่ไปมากกว่าเธออีกแล้ว เพราะแม้แต่ยอดเขาเมฆาคล้อยที่เธอแวะไปสิงสู่อยู่สั้นที่สุด เธอก็ยังหน้ามึนเกาะติดอยู่ที่นั่นมาเกือบ 30 ปี จนสุดท้ายผู้อาวุโสสายนอกทนความหน้าหนาของเธอไม่ไหว ต้องอัปเปหิเธอให้ย้ายไปอยู่ยอดเขาพฤกษาวิญญาณแทน!
กว่าเธอจะอาศัยศิลาวิญญาณและโอสถที่ไปเบิกมาจากยอดเขาต่าง ๆ มาพอกพูนตบะจนดันระดับพลังมาถึงขอบเขตแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์สูงสุดได้ก็แทบรากเลือด แต่สุดท้าย ดันมาถูกฟ้าผ่าตายอนาถตอนกำลังรับทัณฑ์อสนีบาตเพื่อเลื่อนขั้นสู่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดซะงั้น!
น่าเจ็บใจนัก! อุตส่าห์ปูทางเส้นสายไว้ดิบดีแล้วแท้ๆ แค่รอดจากทัณฑ์อสนีบาตนี้ไปได้ บวกกับแต้มผลงานสายนอกที่สะสมมาหลายร้อยปี เธอก็จะได้กราบเป็นศิษย์ในสังกัดของผู้อาวุโสอู๋แห่งยอดเขาหลักอยู่แล้วเชียว!
ถึงจะไม่มีพรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรแบบคนอื่น แต่เธอก็มีค่าความใกล้ชิดสูงมากนะ! โดยเฉพาะกับพวกลูกสัตว์วิเศษตัวน้อยๆ ต่อให้ต้องใช้แผนผูกสัมพันธ์ หรือถึงขั้นข่มขู่หลอกล่อ เธอก็ทำให้พวกมันยอมทำตามคำสั่งได้เหมือนกัน นี่แหละวิถี "ควบคุมสัตว์อสูร" ในแบบฉบับของเธอ! ไม่เห็นหรือไงว่าช่วงร้อยปีที่เธอไปคลุกคลีอยู่ที่ยอดเขาเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร ชีวิตของเธอสุขสบายขนาดไหน!
ความรู้ที่อุตส่าห์ครูพักลักจำมาจากยอดเขาต่าง ๆ ไม่เสียเปล่าจริง ๆ ก่อนที่จะทะลุมิติมา เธอยังได้รับการโหวตให้เป็นศิษย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากเหล่าลูกสัตว์วิเศษในสำนัก ด้วยคะแนนโหวตที่สูงถึงเก้าส่วนของทั้งหมดเลยนะ!
หลังจากโดนฟ้าผ่าตาย วิญญาณของเธอก็มาเกิดใหม่แบบติดจรวดในยุคศตวรรษที่ 21 ที่มีพลังวิญญาณเจือจางขั้นสุด โชคร้ายคือเกิดมาปุ๊บก็โดนเอามาทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าปั๊บ แต่โชคดีคือเธอยังเติบโตมาได้อย่างปลอดภัย และกลายเป็น 'มนุษย์เงินเดือน (มนุษย์ออฟฟิศ) ผู้ทรงเกียรติ'
ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างยิ่งก็คือ ในปีที่เจ็ดของการทำงาน หลังจากที่เธอเก็บเงินจนพอจ่ายค่าดาวน์บ้านได้แล้ว เธอกลับถูกสายฟ้าฟาดตายอีกรอบ! ไม่ฟาดก่อนหน้านี้ ไม่ฟาดหลังจากนี้ แต่ดันมาฟาดเอาตอนที่เธอเพิ่งจ่ายเงินดาวน์เสร็จเนี่ยนะ!
ตามที่เจตจำนงแห่งวิถีสวรรค์ของดาวโลกได้ชี้แจงเอาไว้ สาเหตุที่เธอโดนฟ้าผ่าก็เพราะเธอบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นสร้างรากฐานระดับสมบูรณ์สูงสุด พลังตบะที่ใกล้จะทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อกำเนิดแก่นปราณของเธอ รุนแรงจนทำลายสมดุลพลังงานของโลกใบนั้นอย่างร้ายแรง
และในครั้งนี้ เธอก็ได้ทะลุมิติมายัง 'ยุคดวงดาวมนุษย์สัตว์' (Star Era Beast World)
โลกที่มีประชากรเพศผู้ล้นหลาม และเพศเมียขาดแคลนขั้นวิกฤต
ยุคอนาคตระหว่างดวงดาวที่สัดส่วนของเพศผู้ต่อเพศเมียปาเข้าไป 100 : 1
ในอดีตกาล เพื่อรับมือกับวิกฤตเผ่าพันธุ์เซิร์กและรังสีอันตรายในอวกาศ บรรพบุรุษของมนุษย์ได้ตัดสินใจผสานยีนของตนเข้ากับเผ่าพันธุ์สัตว์ แต่นั่นก็นำมาซึ่งมหันตภัยแอบแฝงอันใหญ่หลวงเช่นกัน โดยขั้วอำนาจถูกแบ่งออกเป็น:
'จักรวรรดิมนุษย์สัตว์' ที่เกิดจากการผสานยีนของสัตว์ป่าพื้นเมืองบนดาวโลกเป็นหลัก
'สหพันธ์ดวงดาว' ที่เกิดจากการผสานยีนของสัตว์อวกาศเป็นหลัก
และ 'เผ่าสมุทร' ที่เกิดจากการผสานยีนของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร
ตลอดเกือบหมื่นปีนับตั้งแต่มีการดัดแปลงยีน จำนวนเด็กทารกเพศเมียที่เกิดใหม่ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี จากที่เคยมีสัดส่วน 1 : 1 ปัจจุบันกลับตกต่ำลงมาเหลือเพียง 100 : 1
หนักหนาถึงขั้นที่ว่า เพศเมียบางส่วนเกิดมาพร้อมข้อบกพร่องทางยีนแต่กำเนิด ทำให้ไม่สามารถแปลงกายเป็นร่างสัตว์ได้ โดยปัญหาที่ว่านี้พบได้บ่อยที่สุดในเผ่าสมุทร เพศเมียกลุ่มนี้มักจะมีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิด และไม่สามารถปลุกพลังจิตให้ตื่นขึ้นมาได้
ในทางกลับกัน แม้อัตราการเกิดของเพศผู้จะไม่ได้ลดลง แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับภาวะความไม่เสถียรของยีน
มนุษย์สัตว์เพศผู้ของ 'จักรวรรดิ' มีพลังจิตที่กล้าแกร่งมาก แต่ก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะคลุ้มคลั่งได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งความเสี่ยงนี้แปรผันตรงกับความแข็งแกร่งของพลัง มนุษย์สัตว์เพศผู้ระดับ S เพียงคนเดียว หากเกิดภาวะพลังจิตคลุ้มคลั่งขึ้นมา ก็สามารถทำลายล้างดาวเคราะห์ได้ทั้งดวง
ส่วนมนุษย์สัตว์เพศผู้ของฝั่ง 'สหพันธ์' นั้น แม้จะมีพลังจิตต่ำจนไม่ต้องกังวลเรื่องการคลุ้มคลั่ง แต่พวกเขากลับมีพละกำลังทางร่างกายที่มหาศาลเกินไป จนเสี่ยงต่อการที่ร่างกายจะระเบิดตายได้ทุกเมื่อ มิหนำซ้ำยังได้รับผลกระทบจากยีนของสัตว์อวกาศ ทำให้มีนิสัยกระหายเลือดและป่าเถื่อน
ทางออกเดียวที่จะช่วยเยียวยาภาวะยีนล่มสลายของมนุษย์สัตว์เพศผู้ได้ ก็คือการใช้พลังจิตของเพศเมียเข้าไปช่วยชำระล้างและปลอบประโลม โดยระดับพลังจิตของเพศเมียถูกแบ่งออกตั้งแต่ระดับ E ไปจนถึงระดับ S
และร่างที่วิญญาณของเธอเข้ามาสวมรอยอยู่นี้ ก็คือเพศเมียที่ครั้งหนึ่งเคยมีพลังจิตสูงถึงระดับ A ทว่าเพราะไปล่วงเกินเพศเมียจากตระกูลขุนนางเข้า จึงถูกวางแผนลอบทำร้ายจนพลังจิตพังทลาย ก่อนจะถูกคุมตัวเนรเทศไปยังดาวเคราะห์อันห่างไกล โดยใช้ข้ออ้างสวยหรูว่าส่งไปเป็น 'ครูอาสา' บนดาวชายขอบ และมีกำหนดระยะเวลาลงทัณฑ์ยาวนานถึงหนึ่งร้อยปี! ปัจจุบัน ระดับพลังจิตของร่างนี้ร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ระดับ E
ขีดจำกัดในการชำระล้างพลังจิตของเพศเมียที่มีต่อเพศผู้นั้น คือต้องมีระดับพลังไม่ต่ำกว่าเพศผู้เกิน 2 ระดับ นั่นหมายความว่าขีดจำกัดสูงสุดของเธอในตอนนี้ ช่วยเหลือได้แค่เพศผู้ระดับ C เท่านั้น สำหรับเมืองหลวงหรือแม้แต่ในจักรวรรดิ การหายตัวไปของเพศเมียระดับ E ที่ดันไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนขัดใจตระกูลอักซู จึงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลยสักนิด
ในตอนที่เธอเรียบเรียงสถานการณ์เสร็จสิ้น ก็เป็นจังหวะที่ถูกไล่ลงจากยานอวกาศพอดี ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงห่อสัมภาระเล็ก ๆ หนึ่งใบ ซึ่งข้างในมีของใช้ส่วนตัวและหนังสือแจ้งการเข้ารับตำแหน่งเพียงใบเดียว
"นี่คือค่าตอบแทนตลอดหนึ่งร้อยปีข้างหน้าของเธอ ซึ่งสูงกว่าเงินเดือนของหุ่นยนต์พี่เลี้ยงตั้งเยอะ คุณหนูใหญ่ของเราบอกว่า เพศเมียขยะอย่างเธอ คู่ควรที่จะอยู่บนดาวขยะแบบนี้ที่สุดแล้ว!"
ผู้คุมเพศเมียที่รับผิดชอบการคุมตัวเธอมาทิ้งไว้ โยนอุปกรณ์มิติขนาดเพียงสิบลูกบาศก์เมตรซึ่งบรรจุเงินเดือนล่วงหน้าหนึ่งร้อยปีของเธอไว้ให้ แล้วก็ขับยานอวกาศจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองดูยานอวกาศลับสายตาไป ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดครึ่งเดือนของเจียงอวี่ซีก็ผ่อนคลายลงทันที โชคดีจริงๆ ที่การเนรเทศครั้งนี้เป็นแค่การย้ายไปเป็นครูอาสาบนดาวชายขอบ ไม่ใช่การถูกส่งไปรายงานตัวที่ตำหนักพญายม! อย่างน้อยเธอก็ยังมีงานทำ มีที่ซุกหัวนอน แถมยังได้เงินเดือนล่วงหน้ามาตั้งร้อยปีอีกต่างหาก
ถึงที่ซุกหัวนอนที่ว่านี้มันจะดูซอมซ่อผุพังไปหน่อย และเงินเดือนที่ได้ก็สูงกว่าหุ่นยนต์กระป๋องแค่จิ๊ดเดียวก็เถอะ โดยทั่วไป บุคลากรในโรงเรียนอนุบาลของยุคดวงดาว นอกเหนือจากตำแหน่งผู้อำนวยการแล้ว ตำแหน่งครูพี่เลี้ยงและครูผู้สอนมักจะใช้หุ่นยนต์เพศเมียแอนดรอยด์ทำหน้าที่แทนทั้งสิ้น มีเพียงโรงเรียนอนุบาลของพวกชนชั้นสูงจริงๆ เท่านั้น ที่จะมีปัญญาจ้างเพศเมียผู้สูงศักดิ์มาเป็นครูพี่เลี้ยงหรือครูผู้สอนได้
เธอโอบกอดห่อสัมภาระเอาไว้แนบอก เดินฝ่าแสงอาทิตย์ยามอัสดง ก้าวเท้าเข้าสู่ "บ้าน" หลังใหม่ในอนาคตของเธอ และนั่นก็ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่แห่งโลกมนุษย์สัตว์ดวงดาวเช่นกัน
ตกดึก หลังจากลงมือปัดกวาดเช็ดถูอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเธอก็จัดเตรียมพื้นที่เล็กๆ สำหรับซุกหัวนอนได้สำเร็จ โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก โดยมีเนื้อที่มากกว่าสิบหมู่ เธอนั่งอยู่ในเต็นท์ที่กางขึ้นมาชั่วคราวพลางวางแผนอย่างจริงจัง พรุ่งนี้เช้าต้องไปที่สำนักงานกิจการดวงดาวก่อน เพื่อบันทึกข้อมูลตัวตนและยืนยันการเข้ารับตำแหน่ง จากนั้นก็ลองดูว่าจะจ้างคนมาปรับปรุงอาคารเรียนใหม่ได้ไหม
อาคารเรียนเดิมสร้างขึ้นจากโลหะสังเคราะห์พิเศษของยุคดวงดาว แต่หลังจากถูกทิ้งร้างมาเกือบห้าร้อยปี พื้นผิวโลหะก็ถูกกัดกร่อนจนดูไม่จืด ดาวดวงนี้มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์กลายพันธุ์ชุกชุม และตั้งอยู่ใกล้กับสมรภูมิเผ่าพันธุ์เซิร์ก ที่สำคัญที่สุดคือมีรังสี "X" เข้มข้นมากจนน่าตกใจ สำหรับพวกชนชั้นปกครองแล้ว ดาวดวงนี้ไม่มีมูลค่าต่อการพัฒนาใด ๆ เลยแม้แต่น้อย มันจึงกลายเป็นดาวขยะในสายตาของทุกคนไปโดยปริยาย
ในยุคดวงดาวปัจจุบัน พืชกลายพันธุ์และสัตว์กลายพันธุ์ที่เติบโตในป่า บางชนิดน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์เซิร์กเสียอีก สาเหตุที่ระดับพลังจิตของเจ้าของร่างเดิมร่วงหล่นลงมาถึงระดับ E ก็เพราะเผลอไปกินพืชกลายพันธุ์ระดับ A เข้าไปนั่นแหละ
เงินเดือนล่วงหน้า 100 ปีของเธอ ประกอบไปด้วยบัตรธนาคารดวงดาวที่มีเงินอยู่ 1,000,000 เหรียญดาว และน้ำยาอาหารเหลวระดับ E ราคาหลอดละ 10 เหรียญดาว จำนวน 1,000 หลอด
เงิน 1 ล้านเหรียญดาว น่าจะพอสำหรับรื้อถอนอาคารโลหะเดิมแล้วสร้างใหม่ด้วยไม้ได้ เธอไม่ชินกับการอาศัยอยู่ในอาคารเทคโนโลยีที่เย็นชืดแบบนั้นจริง ๆ นอกจากนี้ ยังต้องถางที่ดินผืนเล็ก ๆ เพื่อปลูกพืชหลักและพืชผักด้วย
น้ำยาอาหารเหลวระดับ E ทั้งขม ทั้งคาว แถมยังฝาดเฝื่อน รสชาติมันเลวร้ายเกินจะบรรยาย ที่น่ากลัวที่สุดคือ ไอ้โรงงานที่ผลิตมันออกมา ดันไม่ได้สกัดเอาสิ่งเจือปนออกให้หมดด้วยซ้ำ!
(โรงงานผลิต : ถามจริงเหอะแก ไม่คิดบ้างเหรอว่าไอ้สิ่งเจือปนในน้ำยาน่ะ ไม่ใช่ว่าพวกฉันไม่อยากเอาออก แต่มันเอาออกไม่ได้โว้ยยย!)
การบริโภคน้ำยาอาหารเหลวห่วยๆ แบบนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็เหมือนกับการกินโอสถระดับต่ำในโลกบำเพ็ญเพียรต่อเนื่อง มันจะทำให้พิษสะสมฝังรากลึกอยู่ในร่างกาย และส่งผลเสียต่อการบำเพ็ญเพียรอย่างมหาศาล แต่เอาเถอะ ด้วยประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรจากสองชาติภพที่ผ่านมา ประกอบกับพลังปราณที่เปี่ยมล้นในยุคดวงดาวแห่งนี้ หากเสริมด้วยการแช่น้ำสมุนไพรเพื่อผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก เธอก็มั่นใจว่าจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นวิญญาณก่อกำเนิดได้ภายในหนึ่งร้อยปีนี้แน่นอน
อนาคตช่างน่ามีความหวังนัก!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงอวี่ซีก็รู้สึกเบิกบานใจ เธอหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวแล้วหลับตาลงนอนด้วยรอยยิ้ม ยุคนี้แหละดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจะโดนฟ้าผ่าแล้ว!
จะเสียดายก็แค่คอนโดหรูพื้นที่ 300 ตารางเมตรในโลกปัจจุบัน พร้อมระเบียงกว้างพิเศษอีก 180 ตารางเมตรที่แถมมานั่นแหละ นั่นคือโครงการที่เธออุตส่าห์คัดสรรมาอย่างดีแล้วว่าเป็นทำเลที่เหมาะกับการบำเพ็ญเพียรที่สุดเชียวนะ
(จบตอน)