- หน้าแรก
- วิวาห์ลวงสามปี หวนคืนครานี้ขอหย่าขาดสามีไร้ใจ
- บทที่ 3 ไสหัวไป! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันรังเกียจ!
บทที่ 3 ไสหัวไป! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันรังเกียจ!
บทที่ 3 ไสหัวไป! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันรังเกียจ!
บทที่ 3 ไสหัวไป! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันรังเกียจ!
ไม่รัก... แล้วทำไมถึงยอมให้ลูกของตัวเองเรียกหูหลี่หลี่ว่าแม่?
ไม่รัก... แล้วทำไมถึงอยู่ดูแลผู้หญิงคนนั้นไปทั้งชีวิต?
เมื่อคิดถึงความอัปยศอดสูในชาติก่อน ขอบตาของมู่เสี่ยวเฉ่าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่หย่า แล้วจะให้ฉันทนอยู่เป็นม่ายทั้งที่ยังมีผัวไปตลอดชีวิตหรือไง?"
หลิวเกว๋อเฉียงยกยิ้มเยาะที่มุมปาก
"วันๆ คิดแต่อเรื่องพรรค์นั้น ที่แท้เธอก็อยากให้ฉันแตะต้องตัวเธอนักใช่ไหมล่ะ? ได้... เดี๋ยวค่ำนี้พอกลับมา ฉันจะสนองให้"
หากไม่ใช่เพราะหลี่หลี่ตั้งท้องไม่ได้ ชาตินี้เขาก็คงไม่มีวันคิดจะแตะต้องตัวมู่เสี่ยวเฉ่าเลยสักนิด
"ตอนนี้... ฉันจะให้รางวัลเธอก่อนนิดหน่อยแล้วกัน"
พูดจบ ร่างสูงใหญ่ของเขาก็ขยับเข้าหาจนแทบจะโอบล้อมร่างของมู่เสี่ยวเฉ่าไว้ทั้งหมด วงแขนอันทรงพลังรัดเอวเธอไว้แน่น พร้อมกับริมฝีปากบางที่กดโน้มลงมา
มู่เสี่ยวเฉ่าไม่มีความรู้สึกโหยหาหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เธอรู้สึกเพียงความสะอิดสะเอียนอย่างรุนแรง
ในจังหวะที่ริมฝีปากของชายหนุ่มเกือบจะสัมผัสใบหน้า เธอก็รวบแรงผลักเขาออกสุดกำลัง แล้วฟาดฝ่ามือใส่หน้าเขาฉาดใหญ่
"ไสหัวไป! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันรังเกียจ!"
หลิวเกว๋อเฉียงถูกตบจนหน้าหัน ใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายสะบัดไปอีกทางด้วยความมึนงง
เนิ่นนานกว่าที่เขาจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
"ยัยผู้หญิงโง่! นี่เธอกล้าตบฉันอีกแล้วเหรอ!"
เมื่อคืนหนหนึ่ง เมื่อกี้อีกหนหนึ่ง... เธอเห็นเขาเป็นดินเหนียวที่คิดจะบีบจะนวดอย่างไรก็ได้งั้นหรือ!
มู่เสี่ยวเฉ่าถอยหลังไปสองก้าว จ้องมองเขาด้วยแววตาโกรธจัด
"หลิวเกว๋อเฉียง อย่าให้มันมากเกินไปนักนะ!"
หลิวเกว๋อเฉียงรู้สึกถึงโทสะที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ดวงตาของเขาเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ
เขาพุ่งเข้าหาอีกครั้ง หมายจะจัดการยัยตัวดีให้เข็ดหลาบ
ทว่ามู่เสี่ยวเฉ่ากลับคว้ามีดทำครัวขึ้นมาทันควัน แล้วฟันใส่เขาอย่างไม่ลังเล!
หลิวเกว๋อเฉียงใจหายวาบ เขารีบเบี่ยงตัวหลบแล้วคว้าข้อมือของเธอเอาไว้
"เธอมันบ้าไปแล้ว!"
มู่เสี่ยวเฉ่าฉายแววตาโหดเหี้ยม
"อย่าบีบคั้นฉัน! ถ้ายังขืนบีบคั้นกันอีก ฉันก็ไม่เกี่ยงที่จะตายตกไปตามกัน!"
ดวงตาดำขลับที่เย็นเยียบและไร้ซึ่งเยื่อใยนั้น ทิ่มแทงเข้าไปในใจของหลิวเกว๋อเฉียงอย่างแรง
เขาแย่งมีดทำครัวมาได้ แล้วมองเธอด้วยสายตาไม่เห็นด้วย
ในกองทัพ เพื่อนร่วมรบมักจะล้อเขาเสมอว่า "ไอ้หนู แกนี่โชคดีจริงๆ ต่อให้คนทั้งโลกทิ้งแกไป แต่มู่เสี่ยวเฉ่าจะไม่มีวันทิ้งแกแน่นอน เพราะแกคือโลกทั้งใบของเธอ"
ไม่ว่าจะเป็นคนในหมู่บ้านหรือในกองทัพ ใครบ้างไม่รู้ว่ามู่เสี่ยวเฉ่ารักเขาจนแทบบ้า?
แต่ตอนนี้ เธอกลับกล้าถือมีดไล่ฟันเขา!
ดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนโกรธจัด
เขาสกปรกงั้นเหรอ? ก็แค่เมื่อคืนไม่ได้อาบน้ำ... เธอถึงกับกล้ารังเกียจว่าเขาสกปรกเชียวเหรอ!
มู่เสี่ยวเฉ่าคว้าตะเกียบมาถือไว้ในมืออีกอัน
ถ้าผู้ชายคนนี้กล้าบ้ากามใส่เธออีก เธอจะยอมตายไปพร้อมกับเขาจริงๆ!
หลิวเกว๋อเฉียงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เขาจดจำทุกการกระทำและสีหน้าของเธอไว้ในใจ ก่อนจะวางมีดทำครัวลงแล้วเดินออกจากบ้านไป
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนิสัยที่ถูกตามใจจนเสียคนนั่นแหละ
ไม่มีเขา... เขาอยากจะรู้นักว่านังผู้หญิงชาวบ้านอย่างเธอจะเอาตัวรอดไปได้ยังไง!
เมื่อเห็นเขาจากไป มู่เสี่ยวเฉ่าก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เธอไม่รอช้า รีบเข้าไปในห้องเพื่อหยิบกระดาษและปากกามาเขียน "คำร้องขอหย่า"
เธอรู้สึกแค้นใจนัก... การหย่าขาดจากชีวิตสมรสในคราบทหารมันช่างยากเย็น
แต่ต่อให้ลำบากแค่ไหน เธอก็ต้องหย่ากับหลิวเกว๋อเฉียงให้ได้
หลังจากเขียนคำร้องเสร็จเธอก็มุ่งหน้าไปยังสำนักงานของประธานกรรมการการเมือง (คอมมิสซาร์)
ประธานหวังมองดูคำร้องขอหย่าแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ "เธอจะหย่าเหรอ?"
การหย่าในครอบครัวทหารไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดและต้องส่งคนไปสืบสวนหน้างาน
แค่ขั้นตอนการอนุมัติก็อาจต้องใช้เวลานานถึงครึ่งปี
สหายมู่คนนี้กว่าจะได้แต่งงานกับหลิวเกว๋อเฉียงก็แสนลำบาก ตอนนี้กลับมาขอหย่าเองเสียอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ?
ในยุคสมัยนี้ ผู้หญิงที่หย่าร้างน่ะ แค่เสียงครหาของคนรอบข้างก็แทบจะจมน้ำลายตายอยู่แล้ว
มู่เสี่ยวเฉ่าพยักหน้ายืนยัน
"ฉันต้องการหย่าค่ะ"
"การหย่าน่ะเรื่องใหญ่ ทำไมเกว๋อเฉียงไม่มาด้วยตัวเองล่ะ?"
"เขาไม่ว่างค่ะ เขาไปโรงพยาบาลเพื่อดูแลหูหลี่หลี่แล้ว"
ประธานหวัง: "........"
เกว๋อเฉียงเป็นคนมีความสามารถ ฉลาดหัวดี แถมยังเรียนจบมัธยมปลาย
แต่เรื่องระหว่างเขากับหูหลี่หลี่น่ะ...
เมื่อคืนที่หลิวเกว๋อเฉียงอุ้มหูหลี่หลี่ออกไป พวกลูกเมียทหารในบ้านพักเห็นกันตั้งกี่คนต่อกี่คน
"เธอจะหย่ากับเกว๋อเฉียงแบบนี้ ตัดใจได้ลงคอจริงเหรอ?" ประธานหวังยังไม่ละความพยายาม
ลูกผู้ชายออกไปปกป้องชาติบ้านเมือง ถ้าที่บ้านไม่มีเมียที่ดีคอยดูแลหลังบ้านมันจะไปรอดได้อย่างไร
ถึงมู่เสี่ยวเฉ่าคนนี้จะผิวคล้ำไปหน่อย ดูบ้านนอกไปนิด แต่เธอก็เป็นคนช่วยหลิวเกว๋อเฉียงดูแลงานในบ้านนอกบ้าน ปรนนิบัติคนแก่คนชรา ทำไร่ไถนาเลี้ยงดูครอบครัว ถือเป็น "เมียทหาร" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่ง
มู่เสี่ยวเฉ่านั่งหลังตรงแน่วแน่ ไม่มีอาการตระหนกแม้แต่น้อย
"ท่านประธานหวังคะ ถ้าจะบอกว่าตัดใจได้ลงคอมันก็คงโกหก ฉันรักเขามาสิบกว่าปีแล้ว
คนในหมู่บ้านพูดกันว่า หลิวเกว๋อเฉียงเรียนดี หน้าตาหล่อเหลา ฉันที่เป็นแค่หญิงชาวบ้านได้แต่งกับเขาถือว่าได้วาสนาสูงส่ง
ฉันเองก็เคยคิดแบบนั้น... หลังแต่งงาน เพื่อไม่ให้เขามีกังวล ฉันทำงานงกๆ ทั้งในบ้านนอกบ้าน ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
แม่ของเขาด่าฉันว่าเป็นแม่ไก่ที่ไม่ยอมตลกลูก... ฉันก็ทน
น้องสาวเขาด่าฉันว่าเป็นกาฝากที่มาเกาะพี่ชายเขา... ฉันก็ทน
ทุกปีช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่งานล้นมือ พ่อแม่และน้องสาวเขานอนเล่นอยู่ที่บ้านไม่ยอมแม้แต่จะหุงหาอาหาร... ฉันก็ทน
แต่นี่ผ่านมาสามปีแล้ว เขาไม่เคยยอมร่วมหอกับฉันเลย เงินเดือนที่หามาได้เขาก็แบ่งให้หูหลี่หลี่ครึ่งหนึ่ง ตกมาถึงมือฉันน่ะ... แม้แต่เงินจะซื้อจอบสักอันยังไม่พอเลยค่ะ
ท่านประธานหวังคะ ฉันก็เป็นคนเหมือนกัน
ปีนี้ฉันอายุแค่ยี่สิบเอ็ดปี ท่านจะนิ่งดูดายปล่อยให้ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของฉันต้องสูญเปล่าไปกับผู้ชายคนหนึ่งเหรอคะ?
ฉันรู้ว่าหูหลี่หลี่น่ะไม่ง่าย สามีสละชีพเพื่อชาติ ตัวเองก็เสียสิทธิ์ในการเป็นแม่ไปตลอดกาล
แต่นางมีเงินสวัสดิการจากรัฐ นางมีงานทำ... แล้วมีเหตุผลอะไรที่หลิวเกว๋อเฉียงจะต้องทำเป็นคนดีด้วยการยกเงินเดือนครึ่งหนึ่งของตัวเองให้นางด้วยล่ะคะ?"
ประธานหวังหลุบตามองต่ำ ในใจก็นึกด่าหลิวเกว๋อเฉียงไปหลายคำ
จริงอยู่ที่หลิวเกว๋อเฉียงทำเรื่องนี้เกินไปจริงๆ
"สหายมู่น้อย... หูหลี่หลี่น่ะไม่ง่ายเลย สหายเกว๋อเฉียงเขาเป็นคนมีน้ำใจ แค่อยากจะช่วยเหลือนางสักนิด"
"เขาอยากจะช่วยใคร ฉันไม่คัดค้านค่ะ แต่ถ้าฉันหย่ากับเขาแล้ว เขาจะได้แต่งงานกับหูหลี่หลี่ไปเลย จะได้ไปช่วยเหลือกันได้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมยังไงล่ะคะ?"
"แล้วเธอล่ะ? ถ้าหย่าแล้วเธอจะใช้ชีวิตยังไง?"
ประธานหวังรู้สึกสงสารมู่เสี่ยวเฉ่าขึ้นมาจับใจ
ผู้หญิงที่ดีขนาดนี้ ทำไมหลิวเกว๋อเฉียงถึงไม่รัก?
จริงๆ ถ้ามองให้ดี เครื่องหน้าของผู้หญิงคนนี้จัดว่าประณีตมากเชียวล่ะ เพียงแต่เพราะทำงานหนักผิวพรรณเลยดูหยาบกร้านไปบ้างเท่านั้น
มู่เสี่ยวเฉ่าตอบกลับอย่างทะนงตนและสง่าผ่าเผย
"ท่านประธานคะ ตอนนี้ปี 81 แล้ว ลมพัดแห่งการปฏิรูปขยายไปทั่วทุกมุมของประเทศ
โลกนี้... ใครขาดใครไปก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ทั้งนั้นค่ะ"
ในวินาทีนั้น ดวงตาของมู่เสี่ยวเฉ่าส่องประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นประกายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง จนทำให้ประธานหวังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใส
เขารู้สึกว่า ถ้าหลิวเกว๋อเฉียงหย่ากับมู่เสี่ยวเฉ่าจริงๆ เขาจะต้องเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอน
"เธอกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนบ่ายฉันจะไปคุยกับสหายเกว๋อเฉียงให้"
มู่เสี่ยวเฉ่าเดินออกจากสำนักงานแล้วไปเดินเล่นรอบๆ เขตทหารสักพัก
ที่นี่คือภาคเหนือ ช่างดูรุ่งเรืองกว่าอำเภอที่เธอจากมามากนัก
ในชาติก่อนปีนี้แหละที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง เพราะอยากอยู่ใกล้ชิดหลิวเกว๋อเฉียง
แต่สุดท้าย โควตาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นกลับถูกหลิวเกว๋อเฉียงบังคับให้มอบแก่น้องสาวของเขา... หลิวเกว๋อเซียง
ตอนนั้นเขาบอกว่า "ถ้าเธอไปแล้วพ่อแม่จะทำยังไง? เกว๋อเซียงน่ะตั้งแต่เด็กไม่เคยทำงานหนัก เธอทนดูน้องสาวทำไร่ไถนาไปชั่วชีวิตได้ลงคอเหรอ?"
หึ... เธอไม่ทนงั้นเหรอ? เธอจะไม่ทนได้ยังไงล่ะ?
ในชาติก่อนน่ะ หลิวเกว๋อเฉียงตดออกมาก็ยังว่าหอม แล้วเธอจะกล้าขัดความประสงค์ของเขาได้อย่างไร!
(จบบท)