- หน้าแรก
- วิถีใจนิรันดร์สะท้านภพ
- บทที่ 217: ศึกใต้พิภพ
บทที่ 217: ศึกใต้พิภพ
บทที่ 217: ศึกใต้พิภพ
ในบรรดาสิ่งเหล่านั้น
วังวนโลหิตสีดำที่เป็นตัวแทนของ “สายเลือดจักรพรรดิดำ” บัดนี้ส่องประกายแสงสีเหล็กดำออกมาเป็นระลอก และหลงเหลือขนาดเพียงไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น
ทว่า
ที่ข้างๆ กันนั้น กลับมีมังกรโลหิตลวดลายเกล็ดที่ดูมีชีวิตชีวาราวกับมีตัวตนอยู่จริงๆ เพิ่มขึ้นมาสายหนึ่ง มันกำลังแหวกว่ายอย่างช้าๆ และแผ่ซ่านกลิ่นอายอำนาจมังกรของอสูรโบราณออกมาอย่างชัดเจน
เฉินอวี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอัศจรรใจ
รูปลักษณ์ของมังกรโลหิตลวดลายเกล็ดสายนี้ มีความคล้ายคลึงกับอสูรมังกรโลหิตอยู่หลายส่วน และยังดูคล้ายกับมังกรแท้ในตำนานอีกด้วย
มังกรโลหิตสายนี้มีความยาวประมาณหนึ่งจั้ง และมีขนาดใหญ่กว่าวังวนของสายเลือดจักรพรรดิดำถึงร้อยเท่า
“นี่น่าจะเป็นต้นกำเนิดสายเลือดของอสูรมังกรโลหิต”
เฉินอวี่รู้สึกยินดียิ่ง
ฟึ่บ!
ยังไม่ทันที่เฉินอวี่จะได้ลองทดสอบอานุภาพของสายเลือดที่ทรงพลังนี้ เสียงฝีเท้าจากระยะไกลก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เฉินอวี่รีบถอนสมาธิกลับคืนมาในทันที
ในตอนนี้
หลัวห้าวเฉินผู้นั้น ได้เข้าใกล้มาในระยะร้อยจั้งแล้ว
เฉินอวี่รีบย่อตัวลงทันที มือข้างหนึ่งกุมกระบี่ในมือ และควักเอาแกนอสูรสีโลหิตออกมาจากซากศพของอสูรมังกรโลหิตที่เหี่ยวเฉาลงไปมากแล้ว
แกนอสูรลูกนี้ มีขนาดใหญ่กว่าแกนอสูรของสัตว์ประหลาดน้ำก่อนหน้านี้หลายเท่าตัวนัก
ทั้งในด้านของคุณภาพและความหนาแน่นของพลัง ก็สูงกว่าหลายเท่าเช่นกัน
เฉินอวี่สัมผัสได้ถึงอานุภาพที่มหาศาลที่แฝงอยู่ภายในแกนอสูรลูกนี้ ในช่วงเวลาที่มันรุ่งโรจน์ที่สุด เกรงว่ามันน่าจะอยู่ในระดับขอบเขตกลับสู่ต้นกำเนิด
“หรือว่า อสูรมังกรโลหิตตัวนี้ ด้วยสาเหตุบางอย่าง จึงทำให้มันต้องหลับใหลอยู่ที่นี่มานานหลายปี และระดับการฝึกตนของมันก็ถดถอยลงเป็นการชั่วคราว?”
เฉินอวี่ครุ่นคิดอยู่ในใจ
ในเวลานี้ สมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับหลัวห้าวเฉินที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เฉินอวี่ไม่ได้สังเกตเลยว่า
ผนังหินที่แตกร้าวที่อยู่ด้านหลังซากศพของอสูรมังกรโลหิตนั้น รอยแยกได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และปรากฏลวดลายโลหิตที่ดูประหลาดและหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
ในขณะเดียวกัน
แมลงประหลาดจันทราเหล็กก็ยังคงกัดกินอยู่ภายในร่างกายของอสูรมังกรโลหิตอย่างเอร็ดอร่อย และกลิ่นอายพลังของมันก็ยิ่งทวีความบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ทว่า
หลังจากที่แมลงตัวนี้ได้กัดกินอาหารอันโอชะภายในร่างกายของสัตว์โบราณชั้นยอดอย่างอสูรมังกรโลหิตไปแล้ว มันก็ส่งเสียงเรอออกมาครั้งหนึ่ง และเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียขึ้นมาอีกครั้ง
งานเทศกาลล่าสัตว์ในครั้งนี้ สำหรับแมลงประหลาดจันทราเหล็กแล้ว ถือว่าเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
ซากศพที่เต็มไปด้วยพิษร้ายของอสูรมังกรโลหิต นำพาผลประโยชน์มาให้มันมากกว่าสัตว์ประหลาดน้ำตัวนั้นถึงสิบเท่า
เฉินอวี่รู้ดีว่า อาหารอันโอชะมื้อนี้ของแมลงประหลาดจันทราเหล็ก ได้บรรลุถึงขีดจำกัดในการย่อยสลายของมันแล้ว
ฟึ่บ!
เขารีบเก็บแมลงประหลาดจันทราเหล็กกลับคืนมาในทันที
“ทิ้งแกนอสูรมังกรโลหิตเอาไว้เสีย!”
ในตอนนั้นเอง เสียงที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและทรงอำนาจก็ดังแว่วมา
วูบ!
บนร่างกายของหลัวห้าวเฉินปรากฏกระแสลมสีขาวนวลที่ร้อนแรงพวยพุ่งออกมา และรอบๆ ตัวก็มีพายุที่ร้อนระอุหมุนวนอยู่ กลิ่นอายความกดดันนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
พลังโลหิตในร่างกายของเฉินอวี่ถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ และรู้สึกถึงความร้อนแผดเผาและแห้งผากอย่างบอกไม่ถูก
“แกนอสูรลูกนี้ เฉินผู้นี้ได้รับมาแล้ว หรือว่าท่านคิดจะเข้ามาพัวพันแย่งชิงไปจนถึงที่สุดกัน? นี่ถือเป็นการละเมิดกฎของการล่าสัตว์นะ”
เฉินอวี่เก็บแกนอสูรลงไป และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ
“เจ้าเพิ่งจะได้รับแกนอสูรมา หลัวผู้นี้ก็สามารถชิงมันกลับคืนมาได้ในทันที แล้วจะเรียกว่าเป็นการพัวพันแย่งชิงได้อย่างไร?”
หลัวห้าวเฉินแสยะยิ้มออกมาด้วยความดูแคลน ในร่างกายของเขามีความมั่นใจอย่างประหลาดแฝงอยู่
“ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือใต้ผืนดิน เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ย่อมจะไม่มีคนภายนอกล่วงรู้ได้”
บนใบหน้าของหลัวห้าวเฉินปรากฏรอยยิ้มที่สดใสของผู้ชนะออกมา
ตูม!
ร่างของเขาพุ่งเข้าหาเฉินอวี่อย่างรวดเร็ว หมัดที่เปี่ยมไปด้วยลำแสงสีขาวนวลที่เจิดจ้าพุ่งออกมาเป็นวงกว้าง และกลืนกินร่างของเฉินอวี่เข้าไปในทันที
“เจ้านี่!”
เฉินอวี่คาดไม่ถึงเลยว่า ความเร็วในการลงมือของอีกฝ่ายจะรวดเร็วถึงเพียงนี้
หลัวห้าวเฉินที่มีระดับการฝึกตนถึงขั้นหลังกำเนิดจุดสูงสุด และยังมีพลังจากสายเลือดตระกูลโบราณคอยเสริมพลังอีก ในด้านของความเร็วนั้น เขาจึงเหนือกว่าเฉินอวี่ที่สะสมพลังของหัวใจอยู่เล็กน้อย
“ฟัน!”
เฉินอวี่กุมกระบี่งูอสรพิษนิลในมือ ดวงตาของเขาฉายประกายแสงที่เฉียบคมดุจสายฟ้า และเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อย่างเต็มกำลัง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนี้ เขาจึงไม่อาจจะเก็บงำพละกำลังเอาไว้ได้แม้แต่น้อย
วูบ!
ลวดลายปราณเหล็กดำหมุนวนอยู่รอบๆ “กายวิภาครูปหล่อทองแดง” และหลอมรวมเข้ากับปราณแท้สีดำขลับ พุ่งเข้าสู่กระบี่ในมือในเวลาไล่เลี่ยกัน
ในพริบตาเดียว
รัศมีกระบี่ที่บางเฉียบและคมกริบสายหนึ่ง ที่ลึกล้ำและมืดมิด มีความยาวประมาณหนึ่งจั้ง พุ่งออกไปราวกับขนนกที่ปลิวไสว
ตูม!
ทว่า เมื่อกระบี่นั้นฟันเข้าที่หมัดของหลัวห้าวเฉิน กลับมีเสียงระเบิดที่ดังสนั่นราวกับภูเขาพังทลายลงมา
“อะไรกัน!”
ใบหน้าของหลัวห้าวเฉินเต็มไปด้วยความตกตะลึง ร่างของเขาถูกแรงกระแทกจนถอยห่างออกมาถึงหนึ่งถึงสองจั้ง เขามองเห็นการโจมตีที่หลอมรวมเอาพลังจากสายเลือดของตัวเองเอาไว้ กลับถูกอีกฝ่ายฟันจนขาดออกเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
กระบี่ที่ดูเบาบางราวกับขนนกของอีกฝ่าย กลับแฝงไปด้วยพละกำลังที่มหาศาลราวกับขุนเขาขนาดยักษ์
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่เฉินอวี่ฟันกระบี่ออกไปแล้ว เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ร้อนระอุยิ่งนักที่แทรกซึมผ่านม่านพลังป้องกันของเขาเข้ามา
กลิ่นอายที่ร้อนแรงจนแสบผิวหนังแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายใน
“พละกำลังหมัดที่น่ากลัวจริงๆ”
เฉินอวี่มีสีหน้าที่เคร่งขรึม หากไม่ใช่เพราะเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ และเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกตนในระดับเซียนทั่วไปล่ะก็ เกรงว่าในตอนนี้คงจะได้รับบาดเจ็บไปแล้ว
“ฮ่าๆๆ... ยอดเยี่ยมมาก!”
หลังจากที่หลัวห้าวเฉินโจมตีออกไปหนึ่งครั้ง เขากลับไม่ได้โกรธเคืองแต่กลับแสดงท่าทางที่ยินดีออกมาแทน
“คาดไม่ถึงเลยว่าในงานเทศกาลล่าสัตว์ครั้งนี้ จะยังได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่คู่ควรกับการต่อสู้ถึงเพียงนี้”
จุดด่างสีขาวนวลที่ปรากฏอยู่บนผิวหนังของหลัวห้าวเฉิน รวมถึงกลิ่นอายเพลิงที่ร้อนแรงรอบๆ ตัว ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ในความเงียบงันและอึดอัด ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นของพายุใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ตูม!
ในวินาทีต่อมา หลัวห้าวเฉินก็กลายเป็นเงานิพพานสีขาวที่ดุร้าย พละกำลังหมัดกลายเป็นมังกรคะนองน้ำสีขาวนวลหลายสาย พุ่งเข้าหาเฉินอวี่พร้อมกับพายุที่ร้อนระอุ
“เจ้านี่ ถึงกับเก็บงำพละกำลังเอาไว้ด้วยอย่างนั้นหรือ”
หัวใจของเฉินอวี่หนักอึ้งขึ้นมาในทันที
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!
เขาสะสมพลังของหัวใจจนถึงขีดสุด และเข้าสู่สภาวะระเบิดพลังในทันที พละกำลังและความเร็วพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อเป็นการชดเชยระยะห่างของระดับการฝึกตนระหว่างคนทั้งสอง
ตูม ตูม ตูม!
เงาร่างสีดำและสีขาวสองสายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดที่บริเวณริมแม่น้ำใต้ดิน
ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกัน จะตามมาด้วยเสียงระเบิดที่ดังกึกก้อง และกระแสลมที่ร้อนแรงพัดกระหน่ำไปทั่วทุกทิศทุกทาง
ผู้ฝึกตนในระดับเซียนทั่วไป ย่อมไม่อาจจะเข้าใกล้ร่างของคนทั้งสองได้เลยแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกัน เฉินอวี่ที่อาสัยความได้เปรียบในด้านของพละกำลัง ก็สามารถกระแทกหลัวห้าวเฉินให้ถอยห่างออกมาได้อยู่หลายส่วน
หลัวห้าวเฉินเริ่มรู้สึกว่ามันยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ แขนของเขาเริ่มมีอาการชาหนึบขึ้นมาอยู่หลายครั้ง ยังดีที่ร่างกายที่ได้รับพลังจากสายเลือดของเขานั้น เหนือกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอยู่มาก
แต่ทว่าความได้เปรียบในด้านระดับการฝึกตนของหลัวห้าวเฉินนั้น กลับมีมากเกินไปจริงๆ
ระดับหลังกำเนิดจุดสูงสุด เมื่อเทียบกับระดับหลังกำเนิดระยะเริ่มต้นของเฉินอวี่แล้ว ทั้งในด้านของคุณภาพและความหนาแน่นของปราณแท้ ย่อมจะแข็งแกร่งกว่ามาก
ตูม!
ปราณแท้ที่ร้อนระอุและพลังจากสายเลือด ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกัน มันจะสามารถแทรกซึมผ่านม่านพลังป้องกันของเฉินอวี่เข้ามา และสร้างบาดแผลจากการถูกความร้อนแผดเผาให้เขาทีละน้อย
บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านี้ สำหรับร่างกายที่แข็งแกร่งของเฉินอวี่แล้ว ย่อมสามารถมองข้ามไปได้เลย
ทว่า
เฉินอวี่ยังมีจุดอ่อนในด้านอื่นๆ อีก
“ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ดีแน่ สายเลือดจักรพรรดิดำของข้าเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว”
เฉินอวี่เริ่มรู้สึกกังวลในใจ
ไม่ว่าจะเป็นปราณแท้สีดำขลับหรือสายเลือดจักรพรรดิดำ ต่างก็ไม่สามารถคงอยู่ได้นานนัก
โดยเฉพาะ “สายเลือดจักรพรรดิดำ” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องต่อสู้ในศึกที่ยืดเยื้อเช่นนี้
วูบ!
เขามองเห็นวังวนโลหิตสีดำภายในพื้นที่หัวใจ กำลังลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว และใกล้ที่จะเหือดแห้งไปในอีกไม่ช้าแล้ว
นอกจากนี้
การที่เฉินอวี่อยู่ใต้ผืนดินเช่นนี้ เขาจึงไม่ได้รับการเสริมพลังจากแสงจันทร์ในยามค่ำคืนอีกถึงสี่ส่วนด้วย
“ฮ่าๆๆ... เฉินอวี่ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก รีบส่งแกนอสูรมาให้ข้าเสียดีๆ”
การโจมตีของหลัวห้าวเฉินยิ่งทวีความดุดันและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
วูบ!
ภายในพละกำลังหมัดของเขา เริ่มปรากฏเปลวเพลิงจางๆ ขึ้นมา และอานุภาพที่ดุร้ายของมันก็พุ่งสูงขึ้นอีกหลายส่วน
สายตาของหลัวห้าวเฉินนั้นเฉียบคมยิ่งนัก
เขารู้ดีว่า ด้วยระดับการฝึกตนของเฉินอวี่ การที่เขาสามารถสำแดงพละกำลังออกมาได้ถึงเพียงนี้ ย่อมจะต้องใช้ท่าไม้ตายหรือวิชาลับบาง และมันย่อมจะไม่สามารถคงอยู่ได้นานนัก
หลังจากนั้นไม่นาน สายเลือดจักรพรรดิดำของเฉินอวี่ก็เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้...”
ในขณะที่เฉินอวี่สะสมพลังของหัวใจ เขาก็ได้เริ่มเรียกใช้ต้นกำเนิดสายเลือดขนาดมหึมาที่เหลืออยู่อีกสายหนึ่งภายในพื้นที่หัวใจออกมา
โฮก!
ในตอนนั้นเอง เสียงมังกรคำรามจางๆ ก็ดังแว่วออกมาจากร่างกายของเฉินอวี่ และแผ่ซ่านกลิ่นอายอำนาจมังกรในยุคบรรพกาลออกมา
เอ๊ะ?
สายเลือดในร่างกายของหลัวห้าวเฉินสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ในเวลาเดียวกัน
ภายในพื้นที่ที่มืดมิด มังกรโลหิตลวดลายเกล็ดที่ดูมีชีวิตชีวาสายนั้น ก็ได้ปลดปล่อยกระแสโลหิตลวดลายเกล็ดออกมาสายแล้วสายเล่า
“ตูม!”
เฉินอวี่รู้สึกถึงอาการปวดแปลบอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งร่างกาย และมีความรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังขยายตัวขึ้น
ดวงตาของเขามีเส้นเลือดแดงปูดโปนออกมา
พละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวจากสายเลือดมังกรแท้ในยุคบรรพกาล ภายใต้การนำพาของหัวใจ ได้ไหลเวียนพุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย
ในชั่วพริบตาเดียว
ที่บริเวณหน้าผากและแขนของเฉินอวี่ ก็ปรากฏเกล็ดสีโลหิตที่โปร่งแสงสลักแน่นขึ้นมา ซึ่งดูคล้ายกับการจำแลงรูปเกล็ดของมังกรแท้ และแผ่ซ่านกลิ่นอายอำนาจมังกรในยุคบรรพกาลที่สามารถสยบได้ทั่วทั้งฟ้าดินออกมา
“เปิด!”
เฉินอวี่ตวาดออกมาคำหนึ่ง หมัดที่ปกคลุมไปด้วยลวดลายเกล็ดสีโลหิตพุ่งเข้าปะทะกับหลัวห้าวเฉินด้วยมือเปล่า
ตูม!
เงาร่างมังกรเกล็ดโลหิตสีดำมืดสายหนึ่ง พุ่งออกมาพร้อมกับไอสังหารสีดำขลับที่คำรามกึกก้อง เสียงมังกรคำรามดังสะท้อนไปทั่ว และกลืนกินลำแสงหมัดและพายุที่เจิดจ้าของหลัวห้าวเฉินไปจนหมดสิ้น
“...สายเลือดมังกรแท้! เป็นไปได้อย่างไรกัน!”
หลัวห้าวเฉินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างของเขากระเด็นลอยออกไปอย่างรวดเร็ว
จุดด่างสีขาวนวลบนผิวหนังของเขาก็พลันหม่นหมองลง และสายเลือดตระกูลโบราณก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
อั่ก!
ที่มุมปากของเขามีรอยเลือดไหลออกมา และใบหน้าก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เฉินอวี่ที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขานั้น ทั่วทั้งร่างถูกห่อหุ้มไปด้วยลวดลายเกล็ดสีโลหิต ที่บริเวณหน้าผากและหมัดปรากฏผลึกเกล็ดมังกรสีโลหิตที่โปร่งแสงสลักแน่นอยู่ พร้อมกับเสียงมังกรคำรามจางๆ ที่ดังออกมา ราวกับมนุษย์มังกรในตำนานก็ไม่ปาน
การปะทะกันเมื่อครู่ สายเลือดตระกูลโบราณของเขาถูกอำนาจมังกรจากสายเลือดที่อยู่ในระดับสูงกว่าข่มเอาไว้ จนทำให้เขาสามารถสำแดงอานุภาพออกมาได้เพียงห้าถึงหกส่วนเท่านั้น
“พละกำลังนี้มัน...”
เฉินอวี่สัมผัสได้ถึงพลังมังกรจากสายเลือดที่มหาศาลและดุร้ายภายในร่างกาย ซึ่งมีความรู้สึกที่ทรงพลังและน่าตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
จงพ่ายแพ้ไปเสียเถิด!
เฉินอวี่แผดเสียงคำรามออกมาครั้งหนึ่ง และเหวี่ยงหมัดออกไปอีกครั้ง กลายเป็นเงาร่างมังกรเกล็ดโลหิตสีดำมืดสายหนึ่ง ที่ห่อหุ้มไปด้วยไอสังหารสีดำขลับ และขยายขนาดขึ้นเป็นห้าถึงหกจั้ง
“เพลิงแท้ไป๋ซั่ว!”
ใบหน้าของหลัวห้าวเฉินเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บนฝ่ามือปรากฏกลุ่มเปลวเพลิงสีขาววาววับขึ้นมา และแผ่ซ่านกลิ่นอายความกดดันและความร้อนที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
ในขณะเดียวกัน
จุดด่างสีขาวนวลบนผิวหนังของเขาก็กลับมาส่องประกายแสงอีกครั้ง ลำแสงหมัดสีขาวที่เจิดจ้าและร้อนแรงได้หลอมรวมเข้ากับเพลิงแท้ไป๋ซั่วจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ตูม! ครืน!
มังกรคะนองน้ำที่ห่อหุ้มไปด้วยเพลิงที่ร้อนแรงกำลังแยกเขี้ยวเล็บและพุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง เข้าปะทะกับเงาร่างมังกรเกล็ดโลหิตสีดำมืดอย่างรุนแรง
ผนังหินโดยรอบสั่นสะเทือนไปมา ผงฝุ่นและพายุเพลิงพัดกระหน่ำไปทั่วทั้งบริเวณ
ปัง!
หลัวห้าวเฉินถอยห่างออกมาหลายจั้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือก
ในขณะที่ร่างของเฉินอวี่สั่นไหวไปมา และสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุขึ้นมาในทันที
“เปลวเพลิงวิญญาณแท้?”
เขามองเห็นเปลวเพลิงสีขาวสายหนึ่งกำลังลามเลียอยู่ที่แขนของเขา และแผดเผาเข้ากับเกล็ดสีโลหิตที่โปร่งแสงเหล่านั้น