- หน้าแรก
- สร้างตำนานมหาเศรษฐีด้วยฝีมือช่าง
- บทที่ 2: คนงานแบกหาม
บทที่ 2: คนงานแบกหาม
บทที่ 2: คนงานแบกหาม
บทที่ 2: คนงานแบกหาม
"ใช่ครับ มาหาจ๊อบทำน่ะ" โจวจื้อเฉียงเดินเข้าไปนั่งยองๆ ข้างเขา "พี่มาที่นี่บ่อยเหรอครับ?"
จ้าวเจี้ยนจวินยิ้มขื่น "ผมมาครึ่งเดือนแล้ว แต่เพิ่งได้งานทำแค่ 3 วัน ช่วงนี้คนมันเยอะแต่งานมีน้อย"
โจวจื้อเฉียงมองไปรอบๆ จริงอย่างที่เขาว่า มีคนหลายสิบคนมารวมตัวกันที่ลานกว้าง แต่ตลอดทั้งเช้ามีนายจ้างแวะมาแค่ไม่กี่คน แถมยังมองหาแต่คนงานที่รูปร่างกำยำแข็งแรงทั้งนั้น
"ดูท่าทางนี้จะไม่รุ่งแฮะ" โจวจื้อเฉียงพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่มีเวลามามัวรอกับพวกคนงานเก่าแก่เหล่านี้ เขาต้องไปหาโอกาสที่อื่น
ใกล้เที่ยง โจวจื้อเฉียงหยิบหมั่นโถวแป้งข้าวโพดสองลูกที่แม่ห่อมาให้ขึ้นมากินประทังหิว จากนั้นก็เริ่มเดินเตร่ไปทั่วตัวอำเภอเพื่อมองหาโอกาส
ขณะเดินผ่านห้างสรรพสินค้าของรัฐ เขาเห็นประกาศรับสมัครคนงานชั่วคราวติดอยู่ตรงทางเข้า ระบุว่าต้องการคนงานแบกหามในโกดัง จ่ายค่าจ้างรายวัน วันละ 1 หยวน 5 เหมา
"มีงานทำก็ยังดีกว่าไม่มี" โจวจื้อเฉียงคิดขณะเดินเข้าไปในแผนกบุคคลของห้างสรรพสินค้า
คนที่รับผิดชอบเรื่องการจ้างงานเป็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หล่อนมองประเมินเขาผ่านกรอบแว่นสายตา "อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ? เคยทำงานแบกหามมาก่อนไหม?"
"ผมอายุ 18 ครับ เรื่องเรี่ยวแรงไม่ต้องห่วง" โจวจื้อเฉียงตอบ
หญิงคนนั้นยื่นแบบฟอร์มให้ "กรอกนี่ซะ แล้วพรุ่งนี้เช้า 6 โมงมาเริ่มงาน มีช่วงทดลองงาน 3 วัน ถ้าทำงานไม่เสร็จ ก็ไม่ได้เงินนะบอกไว้ก่อน!"
โจวจื้อเฉียงเดินออกจากห้างสรรพสินค้าของรัฐพร้อมกับกำใบสมัครงานแผ่นบางๆ ไว้ในมือ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"พรุ่งนี้เช้า 6 โมง อย่ามาสายล่ะ" สายตาของหัวหน้าหวังร่างท้วมที่มองลอดแว่นมายังคงติดตาเขา "ทดลองงาน 3 วัน ค่าแรงวันละ 1 หยวน 5 เหมา"
1 หยวน 5 เหมา
โจวจื้อเฉียงทวนตัวเลขนี้ซ้ำๆ ในใจ
สำหรับคนที่ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียวอย่างเขา นี่ก็ถือเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตแล้ว
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ โจวจื้อเฉียงก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เขาต้องกลับไปให้ถึงหมู่บ้านตระกูลโจวก่อนฟ้ามืด เพื่อบอกข่าวที่ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่นี้ให้พ่อกับแม่รู้
"แต่อย่างน้อย นี่ก็คือจุดเริ่มต้นล่ะนะ" โจวจื้อเฉียงกำหมัดแน่น
เมื่อใกล้ถึงทางเข้าหมู่บ้าน โจวจื้อเฉียงก็มองเห็นต้นหวยเก่าแก่ที่คุ้นเคยมาแต่ไกล
บรรยากาศใต้ต้นไม้ดูคึกคักกว่าเมื่อเช้าเสียอีก ดูเหมือนว่า "ศูนย์กระจายข่าว" ของหมู่บ้านจะคึกคักเป็นพิเศษในวันนี้
ชายชรา 7 ถึง 8 คนนั่งยองๆ สูบไปป์อยู่ตรงโคนต้นไม้ หญิงชราหลายคนนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่บนม้านั่งตัวเล็กของตัวเอง ส่วนกลุ่มผู้หญิงก็จับกลุ่มทำงานฝีมือพร้อมกับขยับปากเมาท์มอยกันไม่หยุดหย่อน
ทันทีที่โจวจื้อเฉียงปรากฏตัว ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เขา เสียงพูดคุยของพวกคนเฒ่าคนแก่เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่บรรดาป้าๆ น้าๆ กลับไม่สนใจ ซ้ำยังพากันขึ้นเสียงดังกว่าเดิม
"อ้าว เฉียงจื่อกลับมาจากตัวอำเภอแล้วเหรอ?" ป้าหวังจากท้ายหมู่บ้านฝั่งตะวันออกเปิดบทสนทนาเป็นคนแรก แกเป็นคนปากสว่างที่เลื่องชื่อที่สุดในหมู่บ้าน "ได้ยินว่าเรื่องดูตัวกับคนหมู่บ้านตระกูลหวังล่มไปแล้วเหรอ?"
โจวจื้อเฉียงยิ้มรับแต่ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่อยากเดินฝ่าฝูงชนไปให้พ้นๆ ไวๆ
พลังรบของมนุษย์ป้าผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนนั้นไม่มีใครเทียบติด แม้โจวจื้อเฉียงจะได้กลับมาเกิดใหม่ แต่เขาก็ยังไม่ใช่คู่มือฝีปากอันคมกริบของพวกหล่อนอยู่ดี
แต่เห็นได้ชัดว่าพวกแม่หญิงทั้งหลายไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยเขาไปง่ายๆ
แม่ม่ายหลี่ตะโกนขึ้นมา "เฉียงจื่อ ไม่ต้องท้อใจไปนะ! เดี๋ยวฉันจะหาคนที่ดีกว่าให้เอง! หลานสาวฉันที่อยู่หมู่บ้านตะวันออกปีนี้อายุ 16 หน้าตาสะสวยเชียวล่ะ! ไว้วันหลังฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ!"
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังลั่นขึ้นรอบตัวเขาทันที
โจวจื้อเฉียงรู้สึกร้อนผ่าวที่สองแก้ม แม้จะได้ใช้ชีวิตเป็นครั้งที่สอง แต่หน้าเขาก็ยังหนาไม่พออยู่ดี
"ขอบคุณครับน้า แต่ตอนนี้ผมยังไม่คิดเรื่องนั้นหรอกครับ" โจวจื้อเฉียงตอบพลางเร่งจังหวะก้าวเดิน
เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาจากข้างหลัง "ดูเด็กคนนี้สิ ยังเขินอยู่อีก!" "ก็จริงนะ ตระกูลโจวบ้านนั้นยากจนเกินไป ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะอยากแต่งเข้าบ้านนั้นกันล่ะ" "ฉันได้ยินมาว่าเฉียงจื่อไม่ได้เรียนหนังสือแล้วด้วยนะ..."
เมื่อเดินมาถึงบ้านดินทรงเตี้ยของครอบครัว โจวจื้อเฉียงก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักบานประตูไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดให้เปิดออก
ที่ลานบ้าน หลี่ซิ่วหลาน ผู้เป็นแม่กำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่บนม้านั่งตัวเล็ก แสงแดดสาดส่องลงบนเส้นผมที่เริ่มมีสีดอกเลาของนาง ทำให้นางดูแก่ชราลงไปมาก
เมื่อเห็นลูกชายกลับมา นางก็รีบวางมือจากงานทันที
โจวต้าซาน ผู้เป็นพ่อกำลังจัดเก็บเครื่องมือทำนาอยู่ที่ลานบ้าน พอเห็นลูกชาย เขาก็เพียงแค่พยักหน้าให้แล้วหันไปพิงจอบและพลั่วเข้ากับกำแพงต่อ
โจวจื้อหมิง น้องชายของเขากำลังช่วยพ่อทำงานอยู่
"พี่ใหญ่!" เมื่อเห็นโจวจื้อเฉียง น้องชายก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น
โจวต้าซานเก็บเครื่องมือชิ้นสุดท้ายเสร็จแล้วก็ยืดหลังขึ้น "แกหางานทำในตัวอำเภอได้หรือเปล่า?"
"ครับ ผมหาได้แล้ว" โจวจื้อเฉียงบอก "เป็นคนงานแบกหามที่ห้างสรรพสินค้าของรัฐ เริ่มงานพรุ่งนี้เช้าครับ"
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ
หลี่ซิ่วหลานถามด้วยความเป็นห่วง "คนงานแบกหามเหรอ? งานนั้นมันเหนื่อยสาหัสเลยนะ ร่างกายลูกจะรับไหวเหรอ?"
"ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ ผมยังหนุ่มเรี่ยวแรงเหลือเฟือ" โจวจื้อเฉียงเบ่งกล้ามแขนโชว์ แม้ว่าจริงๆ แล้วมันจะไม่ได้ดูล่ำสันนักก็ตาม
โจวต้าซานถอนหายใจ "เป็นความผิดของพ่อเองที่ไม่ได้ความ ถ้าพ่อมีเงินส่งแกเรียนซ้ำชั้นก็คงจะดี..."
"พ่อครับ อย่าพูดแบบนั้นเลย" โจวจื้อเฉียงพูดแทรกขึ้นมา "ผมเลือกเองที่จะไม่เรียนต่อแล้วออกมาทำงานแต่เนิ่นๆ"
ในกระแสคลื่นเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง โอกาสมีความสำคัญยิ่งกว่าวุฒิการศึกษาเสียอีก แต่แน่นอนว่า เขาเองก็จะไม่ละทิ้งการเรียนรู้เช่นกัน
หลี่ซิ่วหลานลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางห้องครัว "เดี๋ยวแม่ไปอุ่นหมั่นโถวให้กินนะ เดินมาตั้งไกล ลูกคงจะหิวแย่แล้ว"
โจวจื้อเฉียงหิวจริงๆ และเนื่องจากพรุ่งนี้เขาต้องใช้แรงงานหนัก เขาจึงต้องเติมพลังให้ร่างกายเสียก่อน
"พี่ใหญ่ งานแบกหามนี่เขาแบกอะไรกันเหรอ? เหนื่อยไหมพี่?" น้องชายถามพลางมองหน้าโจวจื้อเฉียง
"ก็แค่แบกพวกลังสินค้าอะไรพวกนั้นแหละ ถ้าเหนื่อย พี่ก็พักได้" โจวจื้อเฉียงอธิบายให้น้องชายฟัง
โจวต้าซานนั่งลงบนธรณีประตูแล้วเติมยาเส้นลงในไปป์ "ห้างสรรพสินค้าเขาจ่ายค่าแรงให้เท่าไหร่ล่ะ?"
"ทดลองงาน 3 วัน วันละ 1 หยวน 5 เหมาครับ ถ้าได้บรรจุเป็นพนักงานประจำก็อาจจะได้มากกว่านี้อีกนิดหน่อย" โจวจื้อเฉียงตอบตามความจริง
โจวต้าซานคำนวณตัวเลขอยู่ในใจเงียบๆ
วันละ 1 หยวน 5 เหมา 1 เดือนเต็มๆ ก็จะได้ 45 หยวน ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนของพนักงานประจำเลยทีเดียว สำหรับครอบครัวในชนบท นี่ถือเป็นรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำไม่ใช่น้อย
"ตั้งใจทำงานล่ะ" ในที่สุดโจวต้าซานก็เอ่ยออกมาสั้นๆ
หลี่ซิ่วหลานยกหมั่นโถวแป้งข้าวโพดร้อนๆ โจ๊กใสแจ๋ว 1 ชาม และผักดองจานเล็กมาให้
โจวจื้อเฉียงเริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม อาหารเรียบง่ายมื้อนี้ช่างมีรสชาติอร่อยล้ำเหลือเกินในยามนี้
"ค่อยๆ กินสิ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก" หลี่ซิ่วหลานบอก สายตามองดูลูกชายด้วยความห่วงใย "พรุ่งนี้เริ่มงานกี่โมงล่ะลูก?"
"6 โมงเช้าครับ ผมเลยต้องรีบนอนแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางก่อนฟ้าสางเลย" โจวจื้อเฉียงบอก
"เช้าขนาดนั้นเลยเหรอ?" หลี่ซิ่วหลานอุทาน "แบบนี้ลูกก็ต้องตื่นตั้งแต่ดึกดื่นเลยน่ะสิ!"
ระยะทางจากหมู่บ้านตระกูลโจวไปยังตัวอำเภอคือ 15 ลี้ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินเท้านานกว่า 1 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าโจวจื้อเฉียงจะต้องตื่นนอนตั้งแต่ช่วงหลังตี 3
โจวจื้อเฉียงปลอบใจแม่ "ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ ตอนไปโรงเรียนผมก็เดินแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ? ผมชินแล้วล่ะครับ"
หลังจากกินอิ่ม โจวจื้อเฉียงก็ช่วยแม่เก็บล้างถ้วยชาม
คืนนั้น ขณะนอนอยู่บนเตียงเตาอิฐอันแข็งกระด้าง โจวจื้อเฉียงก็นอนไม่หลับอยู่นานทีเดียว ข้างกายเขา น้องชายหลับสนิทไปแล้ว เสียงลมหายใจเข้าออกดังสม่ำเสมอ
เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เขาจะได้เริ่มทำงานแรกหลังจากกลับมาเกิดใหม่
คนงานแบกหาม นี่คืองานใช้แรงงานที่เขาคงไม่มีวันทำเด็ดขาดในชีวิตก่อน แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการพึ่งพาตัวเอง
"ก้าวไปทีละก้าว" โจวจื้อเฉียงบอกกับตัวเอง ด้วยความรู้และประสบการณ์จากชีวิตก่อน เขาเชื่อมั่นว่าตัวเองจะไม่ได้เป็นแค่คนงานแบกหามไปตลอดชีวิตหรอก
ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง หรือแม้แต่ทำธุรกิจที่ใหญ่กว่านั้น... ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในแผนการของเขาแล้ว
แต่สำหรับตอนนี้ เขาต้องการเงิน 1 หยวน 5 เหมานั่น เขาต้องการงานนี้เพื่อเป็นสะพานให้ก้าวขึ้นไป