- หน้าแรก
- โฉมงามจอมเกียจคร้านอันดับหนึ่งแห่งหมู่บ้าน วิวาห์หนุ่มเถื่อนหมู่บ้านเคียง
- บทที่ 8 งั้นเรารีบเข้าหอกันเถอะ
บทที่ 8 งั้นเรารีบเข้าหอกันเถอะ
บทที่ 8 งั้นเรารีบเข้าหอกันเถอะ
บทที่ 8 งั้นเรารีบเข้าหอกันเถอะ
ในที่สุดก็เกลี้ยกล่อมให้ภรรยาตัวน้อยผู้บอบบางกินข้าวจนอิ่มได้ ทว่าอาหารในชามกลับเหลืออยู่เกินครึ่ง สวี่อันขมวดคิ้ว "ไม่กินแล้วเหรอ"
ลู่เถียนส่ายหน้า "ฉันอิ่มแล้วค่ะ"
กินน้อยอย่างกับแมวดม มิน่าล่ะตอนที่เขาอุ้มเธอถึงได้รู้สึกว่าตัวเบาหวิวเหมือนไม่มีเนื้อมีหนังเลย สวี่อันรับชามมา หยิบตะเกียบ แล้วเริ่มพุ้ยข้าวเข้าปาก ทว่าจังหวะที่กำลังจะเคี้ยว เขาก็สังเกตเห็นสีหน้าของลู่เถียนที่มองมา
สวี่อันชะงักไป เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป เขาก็ตัดสินใจโอนอ่อนตามเธอเล็กน้อย ชายหนุ่มเคี้ยวและกลืนให้เบาลง จัดการข้าวครึ่งชามที่เหลือด้วยท่วงท่าที่สุภาพเรียบร้อยที่สุดในชีวิต
"แบบนี้ใช้ได้ไหม"
ลู่เถียนพยักหน้า แม้เขาจะยังกินเร็วอยู่ แต่อย่างน้อยก็ไม่มีเสียงดังน่าเกลียดแบบเมื่อครู่แล้ว
สวี่อันถือชามกับตะเกียบออกไป ทว่าคราวนี้เขาหายไปพักใหญ่ก็ยังไม่กลับมา
หลังจากรออยู่นานก็ยังไม่เห็นวี่แววของเขา ลู่เถียนก็หาวหวอด วันนี้เธอตื่นแต่เช้า แถมยังต้องรับมือกับเรื่องวุ่นวายมาทั้งวัน ร่างกายจึงเหนื่อยล้ามาตั้งนานแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกเรี่ยวแรงหดหาย อยากจะล้มตัวลงนอนเต็มแก่
สมัยก่อนตอนอยู่บ้านตระกูลลู่ หลังกินข้าวเย็นเสร็จเธอจะล้างหน้าล้างตาแล้วกลับเข้าห้องทันที แต่ตอนนี้สวี่อันยังไม่กลับมา ในฐานะเจ้าสาวหมาดๆ จะให้ออกไปเพ่นพ่านข้างนอกก็คงไม่เหมาะ เธอจึงทำได้เพียงรอให้สวี่อันกลับมาแล้วยกน้ำมาให้เท่านั้น
ลู่เถียนขมวดคิ้ว ตั้งใจจะงีบหลับสักพักระหว่างรอเขา ชุดแต่งงานตัวนอกทั้งหนักและใส่ไม่สบายนัก เธอจึงลุกขึ้นถอดมันออก แล้วซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มโดยสวมเพียงชุดซับใน
ขณะกำลังสะลึมสะลือ เธอก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นบนใบหน้า ลู่เถียนตกใจจนสะดุ้งสุดตัว ภายในห้องที่มีเพียงตะเกียงน้ำมันดวงเดียวดูสลัวราง เงาของชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ข้างเตียงทอดทับลงมาบนเตียงราวกับภูเขาลูกโต
ลู่เถียน "คุณทำฉันตกใจแทบแย่!"
"กลัวผมเหรอ" ดวงตาของสวี่อันแดงก่ำเล็กน้อย
ทันทีที่เขาขยับปาก กลิ่นเหล้าก็ลอยคลุ้งออกมา ลู่เถียนไม่ชอบผู้ชายที่มีกลิ่นเหล้าติดตัว เธอจมูกบานเล็กน้อยและกลั้นหายใจไปชั่วขณะ "ไปบ้วนปากก่อนเลยค่ะ"
"ดึกป่านนี้แล้วจะให้บ้วนปากทำไม"
"ปากคุณมีแต่กลิ่นเหล้า ถ้าไม่ไปบ้วนปาก ฉันคงเมากลิ่นเหล้าตายแน่ๆ!" ลู่เถียนขมวดคิ้วเรียวดั่งจันทร์เสี้ยวเข้าหากัน
"เรื่องมากจริง"
"คุณว่าไงนะ!"
"ทำไมถึงเสียใจล่ะ" เมื่อนึกถึงเสียงฆ้องและกลองที่ดังกึกก้องก่อนหน้านี้ ในตอนที่เขาเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ได้แต่งงานกับเธอ แต่จู่ๆ กลับได้ยินเสียงเธอสะอื้นไห้ สวี่อันก็เอ่ยถามด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
ลู่เถียน "ฉันไม่ได้เสียใจสักหน่อย"
สวี่อัน "แล้วคุณร้องไห้ทำไม"
ลู่เถียนตอบอย่างเหลืออด "ฉันจะอาลัยอาวรณ์พ่อกับแม่บ้างไม่ได้หรือไงคะ! ถึงจะอยู่ไม่ไกล แต่ผู้หญิงพอแต่งงานออกไปแล้วก็ทำอะไรตามใจชอบไม่ได้อีก พี่สาวฉันก็แต่งออกไปอยู่แค่หมู่บ้านข้างๆ แต่ปีนึงยังกลับบ้านเกิดได้ไม่ถึงสามครั้งเลย"
"แค่อาลัยอาวรณ์เหรอ"
"อืม"
"ไม่ได้เสียใจแน่นะ"
"อืม"
เมื่อสวี่อันเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาก็ไม่หนักอึ้งเท่าเมื่อครู่ "งั้นคุณก็เป็นภรรยาของผมแล้วใช่ไหม"
"จะให้เป็นของใครอีกล่ะคะ" ทำอย่างกับว่าคนที่เธอกราบไหว้ฟ้าดินด้วยในวันนี้เป็นคนอื่นไปได้อย่างนั้นแหละ
"...งั้นเรารีบเข้าหอกันเถอะ"
ลู่เถียนปาหมอนใส่เขา "คุณเมาเหล้าแล้วแน่ๆ!"
"ยังไงคืนนี้ก็เป็นคืนเข้าหอของเรานี่นา" ชายหนุ่มกอดหมอนเอาไว้ แววตาที่กำลังเมามายของเขากลับดูน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้าง
"..."
ริ้วรอยแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มของลู่เถียน เธอถลึงตาใส่เขา "ฉันอยากเช็ดตัวค่ะ"
แม้สวี่อันจะไม่ได้เมาหัวราน้ำ แต่เมื่อครู่เขาก็ถูกลากไปบังคับดื่มมาไม่น้อย ชั่วขณะนั้นเขาจึงตอบสนองไม่ทัน เมื่อได้ยินคำพูดของลู่เถียน เขาก็มองเธอด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่า 'งั้นก็ไปสิ'
แขกเหรื่อที่กำลังดื่มกินอยู่ข้างนอกยังไม่ทันแยกย้าย จะให้เจ้าสาวหมาดๆ อย่างเธอเดินออกไปเป็นเป้าสายตาให้คนอื่นล้อเลียนหรือไง!
เมื่อไม่สามารถสื่อสารกับคนเมาให้รู้เรื่องได้ ลู่เถียนจึงกลับไปนั่งแหมะลงบนเตียงอย่างหงุดหงิด
เข้าหออะไรกันล่ะ! เธออยากจะถีบเขากระเด็นออกไปเสียด้วยซ้ำ! ถ้าพี่ชายมีท่าทีแบบนี้กับเธอ พ่อคงเอาไม้กวาดไล่ตีไปนานแล้ว!
เมื่อเห็นเธอกลับไปนั่งที่เดิม ดวงตาของสวี่อันก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย ไม่ล้างหน้าล้างตาก็ไม่เป็นไร จะได้เข้าหอกันเลย
ลู่เถียนเพิ่งจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคง จู่ๆ เธอก็ถูกโถมทับลงบนเตียง ฝ่ามือใหญ่ที่บีบเค้นเอวของเธอช่างรุนแรงเสียจนรู้สึกเหมือนเอวจะหัก ลู่เถียนดิ้นรนขัดขืน "คุณจะทำอะไรน่ะ!"
สวี่อันปล่อยให้เธอดิ้น มือใหญ่ข้างหนึ่งโอบรัดเอวของเธอไว้ ส่วนอีกข้างเอื้อมขึ้นไปสัมผัสใบหน้าที่วนเวียนอยู่ในความฝัน ผิวพรรณที่เนียนนุ่มของเธอทำให้เขาเผลอลดแรงกดลงโดยไม่รู้ตัว "นุ่มจัง"
เรี่ยวแรงของลู่เถียนเทียบกับเขาไม่ได้เลยสักนิด แม้เธอจะออกแรงดิ้นสุดกำลัง แต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ภายใต้การพันธนาการของสวี่อัน
เมื่อฝ่ามือใหญ่ของเขานาบทับลงบนใบหน้า เธอจึงหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ หยาดน้ำตาเกาะพราวอยู่บนแพขนตาเส้นยาว
ลมหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่มเป่ารดใบหน้าของเธอ คิ้วเข้มดั่งกระบี่ของสวี่อันขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "ร้องไห้ทำไม"
ขนตาของลู่เถียนสั่นระริกขณะที่ยังคงหลับตาปี๋ เมื่อได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าและทุ้มต่ำของชายคนนั้น เธอก็หวาดกลัวจนร้องไห้โฮออกมา "ฉันกลัวค่ะ"
ความนุ่มละมุนภายใต้ฝ่ามือทำให้สวี่อันไม่อยากละมือไปไหน แต่ดวงตาที่แดงก่ำและหยาดน้ำตาที่ไหลรินของลู่เถียนกลับช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเขากลับมาได้บ้าง ดวงตาคมเข้มของเขาจึงเริ่มแจ่มใสขึ้น
เพิ่งแต่งงานกันวันแรก เขากลับทำให้เธอร้องไห้ถึงสองครั้งสองคราเสียแล้ว
สวี่อันคลายอ้อมกอดจากเอวคอดกิ่วของเธอ มือที่คอยลูบไล้ใบหน้าถูกนำมายันลงบนเตียงเพื่อพยุงตัวขึ้น ขณะที่เขาก้มมองลู่เถียน
"กลัวอะไร"
ในที่สุดฝ่ามือใหญ่ราวกับพัดใบไผ่ก็ผละออกไป ความรู้สึกกดดันจึงลดลง ลู่เถียนลืมตาขึ้นในที่สุด เมื่อเห็นว่าเขาสร่างเมาขึ้นมาบ้างแล้ว นัยน์ตาจิ้งจอกของเธอก็มองเขาอย่างตัดพ้อ "ทำท่าแบบนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่กลัวคุณ"
หลังจากถอดชุดแต่งงานที่แสนหนักอึ้งออก บนเรือนร่างของเธอจึงเหลือเพียงชุดซับในบางๆ เท่านั้น และเพราะการดิ้นรนขัดขืน สาบเสื้อด้านหน้าจึงหลุดลุ่ยไม่เป็นระเบียบ จากมุมมองด้านบน สวี่อันสามารถมองเห็นสีของเอี้ยมบังทรง ไปจนถึงผิวพรรณที่ขาวผ่องดุจหิมะรำไร
และเพราะการร้องไห้ ปลายจมูกมนของเธอจึงแดงก่ำ คราบน้ำตาประปรายยังคงเกาะอยู่บนใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ทำให้เธอดูตื่นตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด
ความร้อนขุมหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาจากช่องท้องน้อย ดวงตาของสวี่อันมืดครึ้มลงขณะจ้องมองเธอ ราวกับว่าภายในนั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่
แม้ลู่เถียนจะไม่มีประสบการณ์ แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงอันตรายในแววตานั้น เธอหดตัวแล้วมุดหนีออกมาจากใต้ท่อนแขนที่ยันพยุงตัวของเขา ถอยร่นไปจนถึงมุมในสุดของเตียงแล้วมองเขาด้วยความหวาดหวั่น
สวี่อันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้"
เมื่อความเมามายเริ่มเจือจางลง เขาก็นึกถึงคำขอร้องของเธอที่อยากจะล้างหน้าล้างตาขึ้นมาได้
ลู่เถียนนั่งห่มผ้าขดตัวอยู่บนเตียง มองดูเขาเดินออกไป
แรงเขาเยอะชะมัด!
โชคดีที่ถึงเขาจะเมา แต่ก็ไม่ได้ขืนใจเธอ... ไม่อย่างนั้น... เธอไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
ถึงหน้าตาจะดุดันมาก แต่เขาก็ดูไม่ได้คุยยากขนาดนั้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายแบบเขาทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจได้ด้วย ลู่เถียนก็ก้มหน้าอมยิ้ม
คราวนี้เธอได้ยินเสียงสวี่อันเดินกลับมาในเวลาไม่นาน เสียงอึกทึกครึกโครมข้างนอกเงียบลงแล้ว ดูเหมือนว่าแขกเหรื่อจะดื่มกินเสร็จและแยกย้ายกันกลับบ้านไปหมดแล้ว
ลู่เถียนได้ยินเสียงสวี่อันคุยกับสวี่เฉิงไฉแว่วๆ แต่ก็ฟังไม่ออกว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
ประตูเปิดออก สวี่อันเดินถืออ่างน้ำเข้ามา ข้างเตียงมีชั้นวางของอยู่ หลังจากวางอ่างน้ำลง เขาก็หันมาบอกลู่เถียน "มาเช็ดตัวสิ"
ลู่เถียนลุกขึ้นยืน ทันทีที่ผ้าห่มเลื่อนหลุด เธอก็สั่นสะท้าน เธอใช้สองมือกอดอกลูบแขนตัวเองเบาๆ แล้วขมวดคิ้วมองชุดแต่งงานที่หนักอึ้งซึ่งถูกถอดทิ้งไว้ข้างๆ เธอไม่อยากใส่มันกลับเข้าไปอีกแล้ว
เสื้อผ้าชุดอื่นของเธออยู่ในตู้ตรงหน้าประตู และลู่เถียนก็ขี้เกียจเกินกว่าจะเดินไปหยิบ เธอแค่กะจะทนหนาว เช็ดตัวให้เสร็จ แล้วค่อยมุดกลับเข้าไปในผ้าห่ม
ทว่าพอเธอก้าวลงจากเตียง เสื้อคลุมตัวนอกก็ถูกนำมาคลุมทับลงบนบ่า สวี่อันบิดผ้าขนหนูแล้วยื่นมาให้เธอ
ผ้าขนหนูยังมีควันกรุ่น ลู่เถียนเช็ดหน้าอย่างเชื่องช้า เมื่อเห็นว่าไอร้อนเริ่มจางลง สวี่อันก็ดึงผ้ากลับไป จุ่มลงในอ่างน้ำเพื่อบิดหมาดๆ อีกครั้ง แล้วยื่นส่งให้ลู่เถียนใหม่
หลังจากทำซ้ำแบบนี้อยู่หลายรอบ ในที่สุดลู่เถียนก็เช็ดตัวเสร็จ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอซับสีเลือดฝาดอมชมพูจากความร้อนของน้ำ