- หน้าแรก
- เล่ห์เหลี่ยมพ่อมดในตำนาน
- บทที่ 8 ความไว้วางใจ
บทที่ 8 ความไว้วางใจ
บทที่ 8 ความไว้วางใจ
บทที่ 8 ความไว้วางใจ
"ซี๊ด~ ในที่สุดก็เสร็จเสียที~"
ช่วงเที่ยงวัน ไอแซกที่วุ่นวายมาตลอดทั้งเช้าก็ลอบถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก เขายืนเท้าสะเอวมองดูขวดน้ำยาสีแดงสดทั้งสามขวดที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหม้อต้มด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จ
ราคาตลาดของยาสกัดแก่นแท้สายเลือดหนึ่งขวดอยู่ที่หนึ่งร้อยเหรียญทอง ในขณะที่ต้นทุนของมันอยู่ที่สามสิบเหรียญทอง ส่วนหญ้าจันทร์เงินที่ใส่เพิ่มลงไปนั้นแทบจะไม่ต้องนำมาคำนวณเลย หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เขาสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึงเจ็ดสิบเหรียญทองต่อยาสกัดแก่นแท้สายเลือดหนึ่งขวด!
ความมั่งคั่งและรุ่งโรจน์อยู่แค่เอื้อมแล้ว!
"โครก~"
"จิ๊~" เมื่อได้ยินเสียงประท้วงจากกระเพาะอาหาร ไอแซกก็ส่ายหัวพลางหยิบขวดน้ำยาขึ้นมาหนึ่งขวดแล้วเดินออกไป ถึงเวลาต้องหาอะไรลงท้องเสียก่อนแล้ว
"มื้อเที่ยงพร้อมหรือยัง" เมื่อเดินพ้นประตูห้องออกมา ไอแซกก็เอ่ยถามสมิธที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก
"พร้อมแล้วขอรับ นายน้อย มื้อเที่ยงวันนี้กระผมได้เตรียมไก่อบของโปรดของท่าน พร้อมด้วยเค้กชั้นเลิศจากฟาลอนเอาไว้ให้ขอรับ"
"นายเข้าไปในเมืองมางั้นหรือ อ้อ จริงสิ ไปจ้างนักล่าก็อบลินนี่เอง" ไอแซกนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามต่อ "แล้วการว่าจ้างราบรื่นดีไหม"
สมิธถอนหายใจออกมาเบาๆ "ราบรื่นมากขอรับ หลังจากที่กระผมมอบเงินให้เขาไป วิลเลียมก็บอกให้กระผมกลับมารอ โดยบอกว่านักล่าก็อบลินจะเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไอแซกก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน วิลเลียมคือผู้ดูแลเมืองเฟสรี ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ของเขามากที่สุด ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสองเมืองเพาะปลูกพืชสมุนไพรปรุงยาแห่งอาณาเขตโซโลมอน เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะขัดสนเงินทอง อย่าว่าแต่เงินเพียงห้าเหรียญทองเลย ต่อให้ต้องใช้สักห้าสิบเหรียญทองเพื่อจ้างทีมนักล่าก็อบลินสักทีม เขาก็สามารถจ่ายได้อย่างสบายๆ
ตามปกติแล้วเรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเสียเงินด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่ไอแซกต้องลงมือจัดการด้วยตนเองเลย
"วิลเลียม... ฉันจำได้ว่าเขาสนิทกับพี่รองของฉันไม่ใช่หรือไง" ไอแซกหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองสมิธด้วยความสงสัย
สมิธถอนหายใจและกล่าวด้วยสีหน้าจนปัญญา "ใช่ขอรับ วิลเลียมเคยเป็นอัศวินของนายน้อยรองมาก่อน"
ไอแซกส่ายหัว ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง แม้เขาจะยังไม่รู้ว่าพี่รองของเขากำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่มันก็คงไม่พ้นเรื่องแย่งชิงอำนาจพวกนั้นหรอก ในฐานะบุตรชายคนรอง เขาย่อมมีโอกาสที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการสืบทอดตำแหน่ง
ทว่าในมุมมองของไอแซก มันก็เป็นเพียงแค่โอกาสเท่านั้น เพราะพี่ชายคนโตของพวกเขานั้นโดดเด่นมาก โดดเด่นอย่างแท้จริง!
ด้วยวัยเพียงสามสิบสามปี เขาก็ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับอัศวินชั้นยอดแล้ว ห่างจากการเป็นอัศวินระดับสูงเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น!
ต้องรู้ไว้ว่าในอาณาเขตโซโลมอนทั้งหมด มีเพียงท่านไวส์เคานต์โซโลมอนเท่านั้นที่เป็นอัศวินระดับสูง!
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้มีดีแค่พละกำลังในการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการบริหารจัดการอาณาเขตได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับคนแบบนั้นได้ จะเอาอะไรไปแข่งขันด้วย
แต่เห็นได้ชัดว่าพี่รองของเขายังไม่ยอมถอดใจและกำลังเตรียมที่จะดิ้นรนอีกสักตั้ง แล้วเขาก็เลยโดนลูกหลงไปด้วย...
แน่นอนว่ามันก็เป็นไปได้ที่เขาจะตกเป็นเป้าหมายอย่างจงใจ
ใครจะไปรู้ล่ะ
"ช่างเถอะ ก็แค่พวกก็อบลิน มีนักล่าก็อบลินมาช่วยค้นหา พวกมันคงจะสร้างปัญหาอะไรไม่ได้มากหรอก พี่รองอยากจะทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน ลุงสมิธ ไปเรียกพี่บาร์ตันมาที ฉันมีของจะให้เขา"
"ขอรับ" สมิธพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้ไอแซกเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารเพียงลำพัง
"เฮ้อ~ วุ่นวายชะมัด~" ไอแซกถอนหายใจอีกครั้งและส่ายหัว เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าขนาดหนีมาหลบอยู่ที่นี่แล้ว ก็ยังไม่พ้นเรื่องวุ่นวายพวกนี้อีก...
แต่ก็โชคดีที่มันส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อย เพราะนี่คือโลกที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ความแข็งแกร่งส่วนบุคคลคือปัจจัยพื้นฐานที่ตัดสินทุกสิ่งทุกอย่าง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเข้าข้างพี่ชายคนโต และมันก็ใช้ได้กับตัวเขาเองเช่นกัน
เมื่อได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของพ่อมดแล้ว อนาคตของเขาก็สว่างไสว เขาไม่ใช่คุณชายแห่งตระกูลโซโลมอนที่อ่อนแอขี้โรคและไร้พลังอีกต่อไปแล้ว!
ไอแซกโยนขวดน้ำยาในมือเล่นเบาๆ พลางเดินก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร
เมื่อไอแซกมาถึงห้องรับประทานอาหาร สมิธกับบาร์ตันก็มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว ไอแซกไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย คนหนึ่งเป็นอัศวินอย่างเป็นทางการส่วนอีกคนก็เป็นกึ่งอัศวิน ทั้งสองคนไม่ใช่คนธรรมดา จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะมาถึงเร็วกว่า
หลังจากที่ไอแซกนั่งลง เขาก็ดันขวดยาสกัดแก่นแท้สายเลือดไปข้างหน้าอย่างลวกๆ ให้ไปหยุดอยู่ตรงหน้าบาร์ตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พี่บาร์ตัน พี่ติดอยู่ระดับกึ่งอัศวินมาหลายปีแล้วใช่ไหม นี่ยาสกัดแก่นแท้สายเลือด ลองดื่มดูสิว่ามันจะพอให้ทะลวงระดับได้หรือเปล่า ถ้าไม่พอก็เดี๋ยวฉันจะเอามาให้อีก ตอนนี้กำลังเป็นช่วงเวลาที่เราต้องการความแข็งแกร่งพอดี"
กล่าวจบ ไอแซกก็ลงมือสวาปามไก่อบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆ ปกติแล้วไก่อบตัวหนึ่งมีราคามากกว่าสิบเหรียญเงินเสียด้วยซ้ำ ด้วยทรัพย์สินของเขาในตอนนี้ คงไม่มีปัญญาจะกินมันบ่อยๆ แน่
ทว่าอีกสองคนที่เหลือกลับไม่ได้สงบนิ่งเหมือนอย่างเขาเลย สมิธและบาร์ตันเบิกตากว้างจ้องมองน้ำยาสีแดงสดบนโต๊ะอย่างไม่คลาดสายตาและนิ่งค้างไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาร์ตัน ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงวัยสามสิบปลายๆ ใกล้จะสี่สิบแล้ว และสมรรถภาพร่างกายของเขาก็กำลังถดถอยลงอย่างหนัก เขาสูญเสียความเป็นไปได้ที่จะก้าวหน้าต่อไปมานานแล้ว ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เขามาติดตามรับใช้ไอแซก
แต่ถ้าหากเขามียาสกัดแก่นแท้สายเลือดสักขวด...
ถ้าเช่นนั้นการลองสู้สุดตัวอีกสักตั้งก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวใจของบาร์ตันก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น!
เมื่อเทียบกับบาร์ตันลูกชายของเขาแล้ว สมิธกลับรู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่า ในฐานะหัวหน้าพ่อบ้านของไอแซก เขารู้ดีว่านายน้อยไม่ได้ซื้อน้ำยาใดๆ มาเลยก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ นายน้อยเพียงแค่ซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงยาสกัดแก่นแท้สายเลือดมาสามชุดเท่านั้น ดังนั้นน้ำยานี้จึงเป็นของที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ อย่างแน่นอน แต่นั่นมันจะเป็นไปได้อย่างไรกันล่ะ!
เขาเพิ่งจะก้าวขึ้นเป็นพ่อมดเมื่อวานนี้เองนะ!
"นายน้อย สิ่งนี้... ท่านเป็นคนทำเองหรือขอรับ" สมิธเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"ใช่แล้ว เพราะงั้นก็ดื่มซะเถอะ ในคฤหาสน์หลังนี้มีแค่ลุงกับพี่บาร์ตันเท่านั้นที่สนิทกับฉัน แน่นอนว่าฉันย่อมต้องมอบของดีๆ ให้พวกนายก่อนอยู่แล้ว" กล่าวจบ ไอแซกก็ก้มหน้าก้มตาสวาปามไก่อบต่อไป
กินเสร็จแล้ว เขาต้องแวะไปที่กระท่อมในป่าเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นบ้าง เดิมทีเขาวางแผนไว้ว่าจะไปหลังจากเรียนรู้สามเวทลี้ลับพื้นฐานแล้ว แต่น่าเสียดายที่แผนการมักตามความเปลี่ยนแปลงไม่ทัน จู่ๆ ก็ดันมีพวกก็อบลินโผล่มาเสียได้...
แม้ว่าการป้องกันของคฤหาสน์จะเพียงพอ แต่ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาล่ะ
แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้เป็นพ่อมดอย่างเป็นทางการและปลุกพลังเวทมนตร์ติดตัวได้แล้ว แต่ทักษะการต่อสู้จริงของเขาก็ถือว่าอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไป เขาหวังว่ากระท่อมในป่าจะนำข่าวดีบางอย่างมาให้เขาบ้าง
"นายน้อยไอแซก ของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป กระผมรับไว้ไม่ได้หรอกขอรับ!" อีกด้านหนึ่ง บาร์ตันดันขวดยาสกัดแก่นแท้สายเลือดออกไปด้วยสีหน้าขัดแย้ง พลางเอ่ยปฏิเสธน้ำใจของไอแซกอย่างสุภาพ
แม้ว่าใจจริงเขาอยากจะได้มันมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้สถานการณ์ปัจจุบันของนายน้อยไอแซกดี แทนที่จะเอามันมาทิ้งให้กับตาแก่ไร้อนาคตอย่างเขา สู้เอามันไปให้คนที่มีอายุน้อยกว่าและมีพรสวรรค์มากกว่ายังจะดีเสียกว่า แบบนั้นถึงจะคุ้มค่ามากที่สุด
"เอาเถอะน่า เรารู้จักกันมาตั้งหลายปี ทำไมต้องมาทำตัวห่างเหินกับฉันด้วย รับไปเถอะ มันก็แค่น้ำยาขวดเดียวเอง" ไอแซกมองบาร์ตันอย่างอ่อนใจ
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าการมอบมันให้บาร์ตันนั้นไม่ค่อยคุ้มค่า
ปัญหาคือเขาสามารถให้มันได้แค่กับบาร์ตันเท่านั้น เขาพาคนมาจากบ้านเกิดทั้งหมดสิบสองคน และคนเพียงกลุ่มเดียวที่เขาสามารถไว้วางใจได้ก็คือสองพ่อลูกตระกูลสมิธ สมิธนั้นอายุมากแล้วและยังเป็นอัศวินอีกด้วย ดังนั้นผลลัพธ์ของน้ำยาจึงคงจะธรรมดามาก ส่วนจะให้คนอื่นเขาก็ไม่ค่อยจะวางใจเท่าไรนัก
เรื่องของความจงรักภักดีไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นมาได้ภายในวันสองวัน
ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สองพ่อลูกสมิธผู้ซื่อสัตย์ย่อมควรค่าแก่การบ่มเพาะมากกว่า ยังไงเสียมันก็เป็นเพียงแค่น้ำยาไม่กี่ขวด สำหรับเขาแล้ว มันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย
"นี่... ขอบพระคุณมากขอรับ นายน้อยไอแซก!" บาร์ตันมองไอแซกด้วยความซาบซึ้งใจ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าชายหนุ่มด้วยความตื่นเต้น มือขวาทาบลงบนหน้าอก ตื้นตันใจจนไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้อีก
นี่คือพิธีการแสดงความจงรักภักดีของอัศวิน
ไอแซกส่ายหัว เขากลืนเค้กคำสุดท้ายลงคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องรับประทานอาหารไปโดยไม่หันกลับมามอง
"สมิธ ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย ลุงช่วยดูแลพี่บาร์ตันด้วย ไม่ต้องตามฉันมาหรอกนะ"