- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นสาวชาวนา พกมิติทำสวนให้รวยปังทะลุฟ้า
- บทที่ 40 ล่าไก่ป่า
บทที่ 40 ล่าไก่ป่า
บทที่ 40 ล่าไก่ป่า
"ท่านพ่อ ข้าจะขึ้นเขาแล้วนะ"
"ไปเถอะ แต่อย่าเข้าไปในป่าลึกนะลูก!"
ลูกสาวจะขึ้นเขาไปหาของมีค่า มีหรือที่เขาจะไม่สนับสนุน
เขาเป็นบิดาที่เมตตา ความปลอดภัยของลูกสาวเขาย่อมเป็นห่วงเช่นกัน
"หรือว่าจะไปสายหน่อย เดี๋ยวพ่อไปเป็นเพื่อนดีไหม?"
"ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ บนเขาน่ะข้าคุ้นเคยเหมือนบ้านตัวเอง หลับตาเดินยังไม่หลงเลย"
จ้าวต้าซู่: ลูกสาวข้าเป็นเชื้อไขแท้ๆ ไม่ผิดตัวแน่ ท่าทางพูดจาโผงผางไม่กลัวใครแบบนี้ เหมือนเขาสมัยหนุ่มๆ ไม่มีผิด
"รีบกลับมานะลูกนะ แม่เจ้าทำกับข้าวไม่อร่อยเท่าเจ้าทำหรอก"
จ้าวเสี่ยวอวี่: "..." ที่แท้นางก็คือแม่ครัวดีๆ นี่เอง แถมเป็นแม่ครัวฟรีด้วย ไหนล่ะความรักความผูกพันที่ว่า?
"มื้อเที่ยงข้าไม่กลับนะเจ้าคะ เดี๋ยวจะเอาแผ่นแป้งติดตัวไปสองแผ่น ก่อนค่ำถึงจะลงจากเขา"
"ไปนานขนาดนั้นเชียว?"
"สมุนไพรหายากเจ้าค่ะ เดินไปกลับครึ่งวัน เวลาหมดไปกับเรื่องเดินทางเสียเปล่าๆ"
จ้าวต้าซู่ลองคิดดูแล้วก็จริง "ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ อย่าเข้าไปในป่าลึกเด็ดขาด"
"ทราบแล้วเจ้าค่ะ"
นางสะพายตะกร้าพลางโบกมือให้สองสามีภรรยา แล้วก้าวเดินออกไปด้วยฝีเท้าที่เบาสบาย
เมื่อถึงบนเขา นางหลบเลี่ยงผู้คนแล้วมุ่งหน้าเดินลึกเข้าไปข้างใน
วันนี้อาจจะเดินมาผิดทางจึงไม่ค่อยเห็นสมุนไพรเท่าไหร่นัก แต่กลับเก็บเห็ดได้ไม่น้อย โดยเฉพาะใต้กองใบไม้ผุที่ชื้นๆ มีเห็ดมอเรลขึ้นอยู่กลุ่มเล็กๆ ฮี่ฮี่ วันนี้มีลาภปากแล้ว
ของสิ่งนี้เอาไปตุ๋นซุปหรือผัดก็มีรสชาติเป็นเลิศ แถมยังเป็นของป่าแท้ๆ คุณค่าทางโภชนาการไม่ต้องพูดถึง
เดี๋ยวตอนลงเขาค่อยเอาไก่ของบ้านตระกูลจ้าวออกมาจากมิติ แล้วทำแกงจิ๋วเห็ดตุ๋นไก่ บำรุงร่างกายให้ทุกคนในบ้านเสียหน่อย
จ้าวเสี่ยวอวี่ก้มลงเก็บเห็ดอย่างตั้งใจ นางตั้งใจมากเสียจนไม่ได้สังเกตว่าไม่ไกลจากนางนัก มีงูตัวหนึ่งกำลังแลบลิ้นและแยกเขี้ยวใส่ขู่ฟ่อ
"ฟิ้ว..."
หัวงูถูกธนูลูกหนึ่งยิงทะลุ
จ้าวเสี่ยวอวี่ตกใจจนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางเอามือลูบอก คุณพระช่วย... อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวนางจะโดนงูกัดแล้ว พอมองดูสีสันที่สดใสของมันก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง
นางประมาทเกินไปจริงๆ พรุ่งนี้ต้องไปซื้อผงไล่งูในตัวอำเภอ วันหน้าขึ้นเขาต้องพกติดตัวไว้ตลอด
ว่าแต่... ใครเป็นคนช่วยนางไว้? จอมยุทธ์ที่ไหนกัน?
เซียวเหลยเดินเข้ามาหยิบงูขึ้นมา ตัวใหญ่ขนาดนี้คงขายได้เงินอยู่บ้าง เขามองดูเด็กสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น "เป็นอะไรไหม?"
จ้าวเสี่ยวอวี่ได้สติ ในเวลาแบบนี้ยังมีแก่ใจเหม่อลอย "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยชีวิตข้าไว้" พูดจบก็นางลุกขึ้นยืนแล้วเงยหน้ามอง ชายคนนี้สูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรขึ้นไปแน่ๆ นางเงยหน้าจนคอเคล็ดเลยทีเดียว
พอเห็นหน้าตาอีกฝ่ายชัดเจน นางก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่เพื่อนบ้านท้ายหมู่บ้านหรอกหรือ? ลูกชายของพรานป่าแห่งหมู่บ้านเหลามู่จู ได้ยินว่าเขาอยู่กับท่านปู่ แต่ท่านปู่ออกไปล่าสัตว์แล้วเจอฝูงหมาป่าจนโดนรุมกัดตาย ศพยังหาไม่ครบเลย สุดท้ายในหลุมศพจึงมีเพียงเสื้อผ้าที่เขาเคยใส่ ส่วนแม่เขาก็ตายตอนคลอดเขาออกมา
พอแม่ตายได้ไม่นาน พ่อเขาก็แต่งเมียใหม่ ทั้งแม่เลี้ยงและพ่อต่างก็รังเกียจว่าเขาเป็นตัวซวยข่มญาติ จึงโยนเขาให้ปู่พรานป่าเลี้ยง ต่อมาปู่ตายอย่างอนาถ ชื่อเสียงเรื่องดวงแข็งข่มญาติของเขาก็ยิ่งโด่งดัง ในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าเล่นกับเขาหรือแม้แต่จะพูดด้วย
เด็กคนนี้อายุเท่าไหร่นะ ดูเหมือนจะเพิ่งสิบกว่าขวบเองมั้ง จุ๊จุ๊... ดูส่วนสูงที่นำหน้าข้าไปตั้งหลายหัวนั่นสิ จ้าวเสี่ยวอวี่มองด้วยความอิจฉา ปกติคงจะได้กินเนื้อไม่น้อยเลยสินะ?
ในความทรงจำ ท่านพ่อราคาถูกเคยพูดตอนอยู่ที่บ้านเดิมว่า คนคนนี้สูญเสียปู่ไปตอนอายุได้ประมาณเจ็ดแปดขวบ หลังจากนั้นเขาก็สืบทอดวิชาของท่านปู่ เลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์มาตลอดหลายปี เขาใช้ชีวิตเพียงลำพัง พ่อใจดำของเขาไม่เคยเหลียวแลเลยสักนิด มัวแต่อยู่กับเมียใหม่ที่มีลูกชายสองหญิงหนึ่ง จนจำไม่ได้แล้วว่ายังมีลูกชายคนแรกอยู่อีกคน ยิ่งเป็นเด็กดวงซวยข่มญาติยิ่งแล้วใหญ่
เรื่องดวงแข็งข่มญาติอะไรนั่น ก็แค่ข้ออ้างของคนที่ไม่ยากเลี้ยงลูกเท่านั้นแหละ เฮ้อ เด็กที่ไม่ได้รับความรักนี่ก็น่าสงสารจริงๆ
พอมองดูรูปร่างที่ผอมเพรียวและเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง ก็รู้ได้ว่าเด็กคนนี้ใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก
"เซียวเหลย?"
เซียวเหลยเลิกคิ้วประหลาดใจ นางรู้จักชื่อเขาด้วยหรือ?
"อืม ช่วงนี้บนเขางูเยอะ เจ้าควรพกไม้มาด้วยคอยตีทางหน่อย บางตัวเป็นงูพิษ โดนกัดตายแน่นอน"
"ขอบคุณเจ้าค่ะ"
เขาดึงลูกธนูออกมาแล้วโยนงูตายลงในตะกร้า "ข้าล่าได้"
จ้าวเสี่ยวอวี่พยักหน้า ก็ท่านล่าได้นี่นา ข้าไม่แย่งท่านหรอก!
เมื่อเซียวเหลยเห็นว่านางไม่มีท่าทีจะอยากได้งูพิษตัวนั้น เขาก็ไม่หยุดรอ เดินมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึกต่อทันที
คราวนี้จ้าวเสี่ยวอวี่ไม่กล้าเก็บเห็ดอย่างเพลินๆ อีกต่อไป นางใช้ไม้เขี่ยไปรอบๆ จนแน่ใจว่าปลอดภัยถึงจะกล้าลงมือ
แม่เจ้าเอ๊ย...
เกือบจะเสียชีวิตอีกรอบแล้วจริงๆ โชคดีที่เซียวเหลยช่วยนางไว้
หลังจากเก็บเห็ดมอเรลเสร็จ นางก็รีบออกจากบริเวณนั้นทันที ที่นี่ทั้งมืดและชื้น เป็นที่โปรดปรานของพวกสัตว์เลื้อยคลานลื่นๆ จริงๆ
ตอนเที่ยงนางพบลำธารเล็กๆ จึงเอาไก่ของบ้านตระกูลจ้าวออกมาต้มน้ำถอนขน ย่างกินไปตัวหนึ่ง แล้วก็ถอนขนไก่อีกตัวรอไว้เพื่อเอากลับไปตุ๋นเห็ดกินที่บ้านตอนเย็น นอกจากนี้ยังจัดการแล่หมูริมลำธารด้วย กะว่าวันหลังไปตัวอำเภอแล้วค่อยทยอยเอาออกมาอ้างว่าเป็นเนื้อที่ซื้อมา
ช่วงบ่ายนางเดินลัดเลาะในป่า นอกจากสมุนไพรราคาถูกไม่กี่อย่างแล้ว นางก็ไม่เจอของชิ้นใหญ่เลย แถมปริมาณก็มีไม่มากนัก
"ท่านแม่!"
"กลับมาแล้วหรือลูก?"
พอนางเดินมาถึงตีนเขา ก็เห็นซ่งซื่อยันยืนชะเง้อรออยู่
"ท่านแม่มายืนทำอะไรตรงนี้เจ้าคะ?"
"มารอเจ้าน่ะสิ เห็นพระอาทิตย์จะตกดินแล้วแม่ก็เป็นห่วง วันหลังอย่าขึ้นเขาคนเดียวอีกเลยนะ มันอันตราย"
พอนึกถึงงูพิษที่เจอเมื่อกลางวัน จ้าวเสี่ยวอวี่ก็ยังรู้สึกกลัวไม่หาย แต่นางไม่ได้บอกซ่งซื่อ เพราะถ้าบอกไป วันหน้าคงไม่มีทางได้รับอนุญาตให้ขึ้นเขาคนเดียวแน่ๆ
"ท่านแม่ วันนี้ข้าหาพรรณไม้สมุนไพรได้ไม่เท่าไหร่เจ้าค่ะ"
"หาไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย จะให้หาเงินได้ทุกครั้งที่ขึ้นเขาได้ยังไงล่ะ จริงไหม?"
"แต่ข้าเก็บเห็ดมาได้เจ้าค่ะ เป็นเห็ดที่ล้ำค่ามากๆ แล้วยัง 'ล่า' ไก่ป่าได้ตัวนึงด้วย เย็นนี้เรามาทำไก่ป่าตุ๋นเห็ดกินกันนะเจ้าคะ"
ซ่งซื่อรับตะกร้าจากหลังลูกสาวมาสะพายเอง "โอ้โห เสี่ยวอวี่ของแม่ล่าไก่ป่าเป็นแล้วหรือนี่? ล่ายังไงล่ะลูก?"
(จบบท)