- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นสาวชาวนา พกมิติทำสวนให้รวยปังทะลุฟ้า
- บทที่ 31 อิจฉาจนตาแดง
บทที่ 31 อิจฉาจนตาแดง
บทที่ 31 อิจฉาจนตาแดง
จ้าวเหลาเหยียจื่อโกรธจนควันออกหู "ความหมายของเจ้าก็คือ เจ้าไม่เต็มใจจะรวมบ้านสินะ"
"หากท่านจะคิดเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีวิธีอื่นจะอธิบายเจ้าค่ะ"
จ้าวต้าต้ามองดูน้องชายที่ทำตัวเป็นหินดินดานไม่รับรู้อะไร "น้องสาม ยามข้าไม่อยู่บ้าน เจ้าแยกบ้านออกไป แล้วใครจะดูแลท่านพ่อท่านแม่ จะหวังพึ่งแต่น้องรองงั้นหรือ คนเราจะเห็นแก่ตัวเกินไปไม่ได้นะ"
"พี่ใหญ่ วันที่แยกบ้านท่านพ่อท่านแม่ก็พูดเองว่าเรื่องเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าต้องพึ่งพาท่าน หรือว่าท่านไม่อยากเลี้ยงดูพวกท่านแล้ว?"
ตาเฒ่าจ้าวหันขวับไปมองบุตรชายคนโตทันที
ในใจของจ้าวต้าต้ากรีดร้องว่า มารดามันเถอะ! "ข้าจะมีเจตนาเช่นนั้นได้อย่างไร เพียงแต่ข้าอยู่ในตัวเมือง บางครั้งก็ไกลเกินกว่าจะดูแลได้ทั่วถึง พวกเจ้าสองบ้านช่วยกันดูแล ข้าที่อยู่ข้างนอกจะได้ตั้งใจเล่าเรียนได้อย่างสบายใจ"
ตาเฒ่าจ้าวและยายเฒ่าซุนต่างพยักหน้าพร้อมกัน ลูกคนโตช่างเป็นคนกตัญญูจริงๆ
จ้าวต้าซื่อหัวเราะเยาะ การขยับริมฝีปากพูดใครก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ตัวเองเสวยสุขอยู่ในเมืองแต่บอกว่ากตัญญู ช่างน่าขันสิ้นดี
"แล้วเหตุใดท่านพี่ไม่รับท่านพ่อท่านแม่ไปอยู่ที่เมืองด้วยเล่า? ลำบากมาทั้งชีวิต แก่ตัวลงทั้งที ไม่คิดจะพาไปเสวยสุขในเมืองบ้างหรือไง?"
หวังซื่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่ได้นะ เด็ดขาดเลย แม่สามีเป็นพวกรับมือยากขนาดไหนนางย่อมรู้ดี นางไม่มีทางยอมอยู่ร่วมบ้านกับยายเฒ่านี่ให้โดนกดขี่หรอก
"ข้า..." จ้าวต้าต้าหน้าแดงก่ำ หัวใจของตาเฒ่าจ้าวเริ่มเย็นเยียบลงเล็กน้อย ลูกคนโตไม่เคยเอ่ยปากชวนพวกเขาไปพักในเมืองเลยสักครั้ง
"ข้า... ข้าไม่มีบ้านในเมือง เรือนหลังเล็กที่อยู่ตอนนี้ก็เช่าเขาเอา"
จ้าวต้าซื่อยิ้มอย่างมีความหมาย ช่างคิดจริงๆ ว่าช่วงนี้นิยายที่เขาเข้าเมืองไปส่งหน่อไม้ทุกวันน่ะไปเสียเปล่าหรือ? มีแต่พี่ใหญ่ของเขานั่นแหละที่คิดจะตรวจสอบเขาฝ่ายเดียว เมืองน่ะมันกว้างก็จริงแต่ก็แคบกว่าที่คิด เขาบังเอิญเจอพี่ชายผู้แสนดีในเมืองตั้งหลายครั้ง เพียงแต่พี่ใหญ่เป็น "คนใหญ่คนโต" งานยุ่งจนไม่ทันสังเกตเห็นเขาต่างหาก พี่ชายคนนี้เวลาอยู่ข้างนอกไม่ได้ทำตัวเหมือนตอนนี้เลยสักนิด ออกจะวางท่าผยองเสียด้วยซ้ำ
เขาสามครั้งที่เจอพี่ชาย สองครั้งคือตอนโอบกอดผู้หญิงคนอื่น และอีกครั้งคือในเหลารสเลิศ ในขณะที่เขาไปขายหน่อไม้ แต่พี่ชายไปกินดื่มสำราญ
"จริงหรือ?"
จ้าวต้าหย่งและภรรยาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ น้องสามหมายความว่าอย่างไร? หรือว่าพี่ใหญ่แอบเสวยสุขลับหลังพวกเขายูคนเดียว? หลายปีมานี้ บ้านของพี่ใหญ่ในเมืองพวกเขาก็ไม่เคยไปเหยียบ พี่ใหญ่เอาแต่บอกว่าเช่าเขาอยู่ พื้นที่คับแคบ ไม่สะดวกต้อนรับแขก
ยายเฒ่าซุนเองก็มองลูกชายคนโตอย่างสงสัย ลูกใหญ่คงไม่ได้ไม่อยากให้พวกนางเข้าเมืองหรอกนะ? ไม่หรอก... ลูกชายนางกตัญญูที่สุด ต้องเป็นเจ้าน้องสามที่พูดจาเหลวไหลแน่ๆ
ตาเฒ่าจ้าวผ่านโลกมามาก มีหรือจะไม่รู้ความนัย เขาเฉลียวใจว่าสิ่งที่เจ้าสามพูดน่ะถูกเป๊ะ แต่แล้วอย่างไรเล่า? ลูกคนโตกำลังจะสอบได้ดิบได้ดีเชิดหน้าชูตาให้ตระกูล ต่อให้ในใจจะขุ่นมัวแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันยอมให้คนอื่นมาตบหน้าลูกชายคนโตในยามนี้เด็ดขาด
"เจ้าสาม เรื่องของพี่ใหญ่เจ้าไม่ต้องมาแส่ เขาคิดอ่านรอบคอบกว่าเจ้าเยอะ ตอนนี้ข้าขอถามเจ้าแค่ว่า หากไม่แยกบ้านแล้ว เจ้าเต็มใจจะกลับมาไหม? แล้วเรื่องที่บ้านเราจะร่วมหุ้นขายหน่อไม้กับตระกูลหลิว เจ้าจะเป็นคนไปเจรจาให้ สองเรื่องนี้เจ้าจะตกลงไหม?"
จ้าวต้าต้าพยักหน้า ท่านพ่อช่างพึ่งพาได้มากกว่าท่านแม่เยอะ
จ้าวเสี่ยวอวี่มองดู "ครอบครัวสุขสันต์" ที่รักใคร่กันอย่างจอมปลอมนั่นแล้วก็ลอบเบ้ปาก เหอะ มิน่าล่ะท่านพ่อถึงไม่เหมือนคนพวกนี้ เพราะท่านพ่อไม่ได้หน้าหนาไร้ยางอายเหมือนพวกเขานี่เอง
"ข้าปฏิเสธทั้งสองเรื่อง ท่านพ่อ ข้าไปได้หรือยัง?"
"เจ้าสาม ข้าเตือนให้เจ้าคิดให้ดี อย่าได้กำแหงนับแต่เนิ่นๆ จะว่าไปตอนนี้เจ้าก็เหมือนคนไม่มีรากฐาน ข้างกายไม่มีลูกชายไว้พึ่งพายามแก่เฒ่า งานศพของเจ้าในภายภาคหน้ายังต้องหวังพึ่งพี่ชายทั้งสองคนของเจ้าอยู่นะ"
เชี่ย!
จ้าวเสี่ยวอวี่สบถในใจ ตาแก่นี่ชอบจี้จุดอ่อนจริงๆ เห็นลูกชายมีชีวิตดีขึ้นหน่อยจะลงแดงตายหรือไง?
"ข้าไม่สนใจ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจ้าวต้าซื่อคนนี้จะไม่มีปัญญาเกิดลูกชายสักคนในชีวิตนี้ ในเมื่อท่านพ่อท่านแม่ไม่มีธุระอื่นแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ จะได้ไม่ขัดจังหวะการรวมญาติของพวกท่าน"
ตาเฒ่าจ้าวโกรธจนตัวสั่นเทา นี่มันคำพูดของคนหรือไง? เขาไม่ใช่คนในบ้านนี้หรือ? เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมลูกคนนี้ถึงต้องคอยต้านเขาไปเสียทุกเรื่อง!
หวังซื่อผิดหวังอย่างยิ่ง บ้านนางขาดเงิน ขาดเงินอย่างหนัก ในฐานะคนที่นอนร่วมเตียงกันมานาน มีหรือนางจะไม่รู้ว่าจ้าวต้าเหวินมีกึ๋นแค่ไหน? การสอบครั้งนี้ก็แค่ไปเป็นตัวประกอบเท่านั้นแหละ สอบไม่ติดหรอก
หลายปีมานี้ ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่การสอบขุนนางนานแล้ว เมื่อก่อนยังพอทำตัวดี เป็นอาจารย์สอนในสถานศึกษา มีรายได้มั่นคงจนซื้อบ้านได้ ชีวิตพออยู่พอกินไปวันๆ แต่มันแค่ "พออยู่พอกิน" เท่านั้น หากอยากได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ยังห่างไกลนัก
ลูกๆ ก็เริ่มโตขึ้น ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงขึ้น แต่ทางบ้านเดิมก็ช่วยได้จำกัด เฮ้อ... นางจะกลุ้มตายอยู่แล้ว พอได้ยินว่าเจ้าสามช่วยรวบรวมหน่อไม้ขาย พวกนางจึงรีบแจ้นกลับมาทันที
แน่นอนว่ากลับมาเพื่อขอค่าเดินทางไปเมืองหลวงด้วย คำนวณสารพัดแต่ดันคำนวณพลาดที่ตาแก่ดันแยกบ้านโดยไม่บอกกล่าว แถมพอแยกบ้านปุ๊บ เพื่อนบ้านที่เคยยากจนข้นแค้นดันมารวยเอาตอนนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าบ้านหลิวกับเจ้าสามสนิทกันอย่างกับพี่น้องคลานตามกันมา หากยังไม่แยกบ้าน เจ้าสามต้องยอมส่งสูตรวิธีทำหน่อไม้และเงินค่าจ้างที่หามาได้ทั้งหมดมาให้กงสีอย่างแน่นอน
ตอนนี้เป็นไงล่ะ ไม่เหลืออะไรสักอย่าง ตาแก่ยายแก่สองคนนี้ทำเรื่องดีๆ เสียหมด ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
จ้าวต้าซื่อเห็นคนพวกนั้นโกรธจนหน้าเขียวหน้าเหลือง ความอัดอั้นในใจก็สลายไปจนสิ้น จริงด้วย การได้เห็นคนที่เราไม่ชอบหน้าไม่มีความสุขเนี่ย มันช่างเป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ
"เป็นไงบ้าง?"
เมื่อมองไปที่สายตาหลายคู่ในลานบ้านที่มองมาด้วยความห่วงใย จ้าวต้าซื่อก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
"จะทำยังไงได้ล่ะ ข้าบอกแล้วว่าอย่ากังวลไปเลย ผัวเจ้าคนนี้เก่งจะตาย!"
จ้าวเสี่ยวอวี่กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างไม่เกรงใจ ขี้โม้เข้าไปเถอะ ระวังเถอะว่าสักวันจะโม้จนหนังควายถลอก
"ท่านปู่เรียกท่านไปทำไมหรือเจ้าคะ?" คงไม่ได้เรียกไปเพราะคิดถึงหรอกนะ
"ไม่มีอะไรหรอก แค่บอกว่าเสียใจที่แยกบ้าน อยากจะกลับมารวมบ้านกันใหม่"
"ฮะ!"
ทุกคนอึ้งกิมกี่ แยกบ้านแล้วยังมีการเสียใจทีหลังด้วยหรือ? ตาเฒ่านั่นจะถือดีว่าตัวเองอายุมากแล้วจะทำตัวหน้าด้านยังไงก็ได้งั้นหรือ
"ท่านตกลงไหม?"
"ตกลงกับผีเจ้าน่ะสิ เจ้าเห็นข้าหน้าตาเหมือนคนโง่หรือไง?"
ก็เหมือนอยู่นะ ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่เลย จ้าวเสี่ยวอวี่คิดในใจ
"ท่านพ่อ แล้วทำไมท่านปู่ถึงไม่อยากแยกบ้านแล้วล่ะเจ้าคะ?"
จ้าวต้าซื่อไม่มีทางเชื่อคำโกหกพรรค์นั้นหรอก ที่บอกว่าอยากให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าครึกครื้นน่ะโกหกทั้งเพ ก็แค่เรื่องเงินทั้งนั้นแหละ
"เห็นซุ่นจื่อขายหน่อไม้ได้ดีขนาดนั้นก็เลยอิจฉาจนตาแดง แม้แต่พี่ใหญ่ยังอยากจะขอส่วนแบ่งด้วย ที่เรียกข้าไปก็เพื่อจะหลอกถามวิธีจัดการกับหน่อไม้ ใครจะไปรู้ว่าท่านแม่จะอดทนไม่ไหว อยากได้ของแต่ดันไม่มีความอดทน ป่านนี้คงโดนท่านพ่อด่าเละไปแล้วล่ะ"
"พวกเขาทำตัวหน้าไม่อายได้ขนาดนี้เชียวหรือ!" ซ่งซื่อโกรธจนสั่น พลางพ่นคำด่าที่ร้ายกาจที่สุดที่นางจะนึกออก
"เพื่อเงินน่ะ ใครจะเอาหน้าไว้ หากให้เงินข้า ข้าก็ยอมเอาหน้าให้คนเหยียบเหมือนกันนั่นแหละ"
จ้าวเสี่ยวอวี่มองท่านพ่อของนางอย่างเอือมระอา จะพูดความจริงที่มันเจ็บปวดไปทำไมกันล่ะเนี่ย บางเรื่องน่ะเก็บไว้ในใจไม่ได้หรือไง?
หลิวซุ่นจื่อทอดถอนใจ "ต้าซื่อเอ๋ย ถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้าจะซื้อที่สร้างบ้าน ข้าเกรงว่าจะยิ่งวุ่นวายกว่านี้แน่"
จ้าวต้าซื่อไม่กลัวพวกเขาสร้างเรื่องหรอก ที่เขากลัวจริงๆ คือการไม่มีเงินกินข้าวแล้วต้องอดตายต่างหาก "อยากวุ่นวายก็ปล่อยให้วุ่นไปสิ อย่างไรเสียข้าก็ทำตามเอกสารแยกบ้านทุกประการ ทำไมกัน แยกบ้านแล้วข้าต้องยากจนไปตลอดชีวิตหรือไง? ไม่มีเหตุผลสักนิด ลูกสาว... เจ้าว่าจริงไหม?"
(จบบท)