- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 31 ชิกะ ปะทะ พลเรือโท
บทที่ 31 ชิกะ ปะทะ พลเรือโท
บทที่ 31 ชิกะ ปะทะ พลเรือโท
บทที่ 31 ชิกะ ปะทะ พลเรือโท
ชิกะนั่งเบื่อหน่ายอยู่บนอัฒจันทร์ ตาปรือเหมือนคนจะหลับแหล่มิหลับแหล่... เขาไม่ต้องลงแข่งในรอบถัด ๆ ไปอีกแล้ว
อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่าเขาตกรอบ แต่เป็นเพราะกติกาการสอบถูกเปลี่ยนต่างหาก ในเมื่อความแข็งแกร่งของชิกะอยู่คนละมิติกับเพื่อนร่วมรุ่น เบื้องบนจึงตัดสินใจแยกเขาออกมา ไม่ให้ลงไปตบเด็กอีกต่อไป
ส่วนเจ้าคนดวงซวยอย่างคริส ที่เจอชิกะตั้งแต่รอบแรก ก็ได้รับสิทธิ์ให้กลับเข้าสู่การแข่งขันใหม่อีกครั้ง
การสอบของชิกะถูกเปลี่ยนจากการประลองกับนักเรียนด้วยกัน เป็นการรับการประเมินจาก ‘พลเรือโท’ ที่ศูนย์บัญชาการส่งมาโดยตรง เรื่องนี้ทางศูนย์บัญชาการได้มาหารือกับชิกะก่อนแล้ว เพราะมันดูไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์บัญชาการตัดสินแล้วว่า ไม่ว่าชิกะจะทำผลงานในการสู้กับพลเรือโทได้ดีแค่ไหน เขาก็จะได้รับรางวัลเป็น ‘ผลปีศาจ’ อย่างแน่นอน
ชิกะไม่มีปัญหาอะไรกับการจัดแจงนี้ มันช่วยลดความยุ่งยากและเลี่ยงความลำบากใจที่จะต้องมาเขี่ยคนรู้จักตกรอบด้วย
วันนี้เป็นวันที่สามของการแข่งขัน ผู้ชนะสี่คนสุดท้ายจากกลุ่ม A, B, C และ D ได้แก่ ไอน์, สโมคเกอร์, บินซ์ และเกรฟส์
สุดท้ายเกรฟส์เป็นฝ่ายตกรอบ ส่วนสโมคเกอร์, บินซ์ และไอน์ คว้าอันดับหนึ่ง สอง และสาม ตามลำดับ
สโมคเกอร์ไม่ได้เลือกผลปีศาจหรือดาบชั้นยอด แต่เขาขอรางวัลเป็นของสั่งทำพิเศษ... ‘พลองเหล็ก’ ที่ฝังหินไคโรไว้ที่ปลาย เพื่อใช้เป็นอาวุธคู่กาย
ทางศูนย์บัญชาการอนุมัติคำขอ ยังไงเสียสโมคเกอร์ก็เป็นสายโรเกียและเป็นผู้ชนะเลิศตัวจริงของการแข่งครั้งนี้ (ในเมื่อชิกะไม่ได้ลงแข่งรอบสุดท้าย)
บินซ์เลือกดาบชั้นยอดด้ามสีเขียวที่มีชื่อว่า “กรีนไวน์” (เถาวัลย์เขียว)
แต่ที่ทำให้ทุกคนงุนงงคือ ไอน์ ซึ่งเป็นผู้มีพลังผลปีศาจอยู่แล้ว กลับเลือกรางวัลเป็น ‘ผลปีศาจ’ และเนื่องจากเธอได้ที่สาม เธอจึงเลือกได้แค่ผลปีศาจปริศนาที่ไม่มีบันทึกอยู่ในสารานุกรมเท่านั้น
ไอน์เดินกลับมาที่อัฒจันทร์เงียบ ๆ ในมือประคองผลปีศาจไว้แน่น เพื่อนร่วมห้องรีบถามด้วยความสงสัยทันที
ไอน์เม้มปาก นึกย้อนไปถึงบทสนทนาที่เธอคุยกับชิกะก่อนการสอบ
“ชิกะคุงอยากได้รางวัลอะไรจากการสอบครั้งนี้เหรอ? ยังไงซะ นอกจากนายชั้นก็นึกไม่ออกว่าใครจะได้ที่หนึ่ง”
“ผลปีศาจน่ะ... มันมีความหมายพิเศษกับชั้น”
“ความหมายพิเศษ?”
“ฮะ ๆ ความลับน่ะ บอกได้แค่ว่ามันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ชั้นได้มากเลย”
“นายจะกินมันเหรอ?”
“เปล่าหรอก ถ้ากินเข้าไปก็กลายเป็นคนว่ายน้ำไม่เป็นน่ะสิ?!”
“...นายกำลังว่ากระทบใครรึเปล่า?”
“อุ๊ย... โทษที”
“ช่างเถอะ ถ้านายไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร มันเป็นความลับของนายนี่นา... แต่ชั้นรู้นะ”
“รู้อะไร?”
“คิก ๆ... ความลับย่ะ”
“...”
สลัดความคิดทิ้งไป ไอน์หันมายิ้มให้เพื่อนร่วมห้อง
“ก็มันไม่มีอะไรให้เลือกแล้วนี่นา... ผลปีศาจเก็บไว้ก็น่าจะมีราคานะ เอาไปขายวันหลังก็ได้”
เพื่อนร่วมห้องคิดตามแล้วก็เห็นด้วย จึงไม่ซักไซ้ต่อ เธอเปลี่ยนเรื่องคุย
“โอเค ๆ แม่คนงกเงิน... มาดูการแข่งกันเถอะ คู่เอกมาแล้วนะ ศึกระหว่างอุจิวะ ชิกะ กับพลเรือโทจากศูนย์บัญชาการ! จุ๊ ๆ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยนะเนี่ย อุจิวะ ชิกะ เป็นสัตว์ประหลาดจริง ๆ คนละชั้นกับพวกเราลิบลับเลย”
พอได้ยินเพื่อนเรียกชิกะว่าสัตว์ประหลาด ไอน์ก็ส่งสายตาดุใส่ เพื่อนสาวเลยนึกขึ้นได้ว่าไอน์เป็นแฟนคลับตัวยงของชิกะ และเธอก็ดันโป๊ะแตกเข้าให้แล้ว
เธอยิ้มแหย ๆ แล้วรีบแก้เก้อ
“อุ๊ยตาย ๆ ดูแข่งเถอะ ดูแข่ง! จะเริ่มแล้ว!”
ไอน์ไม่ได้โกรธจริงจัง เธอเก็บผลปีศาจในมือลง แล้วนั่งรอดูการประลองที่กำลังจะมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ
ในตอนนั้น ลานประลองได้รับการเคลียร์พื้นที่และซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว คาเคในชุดคลุม ‘ยุติธรรม’ เดินขึ้นมาบนเวที วันนี้เขาไม่ได้ใส่สูทดำข้างใน แต่ใส่ชุดลำลองสีชาสบาย ๆ
คาเคถือไมโครโฟน กระแอมไอเรียกความสนใจ แล้วประกาศก้อง
“ลำดับต่อไปจะเป็นการประลองระหว่างนักเรียนอุจิวะ ชิกะ และพลเรือโทแห่งศูนย์บัญชาการ! เนื่องด้วยความแตกต่างทางฝีมือระหว่างนักเรียนชิกะกับนักเรียนคนอื่นมีมากเกินไป จึงมีการจัดแมตช์พิเศษนี้ขึ้นโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวแล้ว!”
ทุกคนในสนามรู้เรื่องนี้อยู่แล้วจึงไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก เมื่อเห็นบรรยากาศยังนิ่ง คาเคจึงพูดต่อ
“ในแมตช์นี้ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ นักเรียนชิกะจะได้รับผลปีศาจเป็นรางวัลแน่นอน แต่ทว่า... ถ้าเขาชนะล่ะก็...”
ถึงตรงนี้ คาเคจงใจเว้นจังหวะเพื่อสร้างความตื่นเต้น แต่คนดูไม่เล่นด้วย... พริบตาเดียว เปลือกกล้วย เปลือกไข่ และขยะสารพัดก็ลอยละลิ่วมาตกเกลื่อนรอบตัวคาเค เขาปาดเหงื่อเย็น ๆ บนหน้าผาก เลิกลีลาแล้วรีบพูดรัวเร็ว
“ถ้านักเรียนชิกะชนะ... ทันทีที่จบการศึกษา เขาจะได้รับการแต่งตั้งยศอย่างต่ำเป็น ‘พลเรือตรีแห่งศูนย์บัญชาการ’ ทันที!”
สิ้นเสียงประกาศ ทั้งสนามก็ระเบิดความฮือฮาขึ้นทันที ก่อนหน้านี้ต่อให้ได้ที่หนึ่งของค่ายฝึกหัวกะทิ อย่างมากก็ได้ยศแค่ ‘นาวาเอก’
แต่ระหว่าง ‘นาวาเอก’ กับ ‘พลเรือตรี’ นั้นมีหุบเหวแห่งความแตกต่างที่ข้ามไม่ได้กั้นอยู่... ต้องรู้ไว้ว่าพลเรือตรีถือว่าก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปอยู่ในระดับสูงของกองทัพเรือแล้ว และอุจิวะ ชิกะ คนนี้เพิ่งจะอายุ 17 ไม่ใช่เหรอ? พลเรือตรีอายุ 17 เนี่ยนะ?
แต่พอลองคิดดูดี ๆ เงื่อนไขคือต้องชนะพลเรือโท ซึ่งฟังดูเพ้อเจ้อพอกัน พลเรือโทแห่งศูนย์บัญชาการคือระดับท็อปของจริง แม้ในอนิเมะบทบาทอาจจะดูง่อย ๆ ไปบ้าง แต่ฝีมือนั้นของจริงแน่นอน
คนดูส่วนใหญ่จึงคิดว่านี่คงเป็นแค่คำคุยโวโอ้อวดของเบื้องบนเพื่อสร้างกระแสมากกว่า
ไม่ใช่แค่คนดู แม้แต่นายทหารระดับสูงบนแท่นประธานหลายคนก็คิดเช่นนั้น ยกเว้นเพียงเซเฟอร์และเซ็นโงคุ
ซึรุได้ยินประกาศแล้วหันมามองเซ็นโงคุด้วยความประหลาดใจ
“เซ็นโงคุ นี่มันหมายความว่ายังไง? แค่สร้างกระแสเรียกแขกงั้นเหรอ?”
นายทหารคนอื่น ๆ ก็หันไปมองการ์ปด้วยคำถามเดียวกัน
เซ็นโงคุส่ายหน้า สายตายังคงจับจ้องไปที่ลานประลองเบื้องล่าง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ชั้นได้รับการยืนยันจากเซเฟอร์แล้วว่า... อุจิวะ ชิกะ ในตอนนี้ มีพลังการต่อสู้อย่างน้อยเทียบเท่าระดับพลเรือโท”
“หา?!”
คำพูดของเซ็นโงคุเหมือนระเบิดลงกลางวง ทุกคนต่างตกตะลึง หันขวับไปมองเซเฟอร์ ซึ่งพยักหน้ายืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง
ความเร็วในการเติบโตระดับนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ด้วยนิสัยของเซเฟอร์ เขาไม่มีทางล้อเล่นเรื่องแบบนี้แน่... งั้นแปลว่าเจ้าเด็กชิกะอายุ 17 ปี มีฝีมือระดับพลเรือโทแล้วจริง ๆ เหรอ?
กิออนที่นั่งอยู่ข้างซึรุนั่งตัวตรง สองมือประสานวางบนตัก ดวงตาดอกท้ออันงดงามจับจ้องไปที่ชิกะบนอัฒจันทร์ สีหน้าฉายแววมีความหมายลึกซึ้ง
ชิกะบนอัฒจันทร์เหมือนจะสัมผัสได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองแท่นประธาน สบตากับกิออนที่กำลังมองมาพอดี
ชิกะยิ้มมุมปาก แล้วขยับปากพูดแบบไม่ออกเสียงสองสามคำ กิออนหน้าแดงระเรื่อขึ้นทันที ด้วยระดับฝีมืออย่างเธอ ย่อมมองเห็นและอ่านปากชิกะได้อย่างชัดเจน:
‘อย่าลืมสัญญาของเรานะครับ พี่กิออน’
กิออนไม่มีทางลืม เธอจำได้แม่นยิ่งกว่าใครเสียอีก เธอขยับปากตอบกลับชิกะเช่นกัน:
‘แน่นอน ชั้นไม่ลืมหรอก... แต่นายจะเหลิงเกินไปหน่อยมั้ง? มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าจะชนะพลเรือโทได้?’
ชิกะไม่อธิบายอะไรต่อ เพียงแค่ขยับปากบอกอีกสามคำ:
‘เชื่อผมสิ’
ได้รับคำตอบนั้น กิออนก็หยุดสื่อสาร เธอได้รับคำตอบที่ต้องการที่สุดแล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าฝีมือจริง ๆ ของชิกะอยู่ระดับไหน แต่เธอมักจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยจากตัวเขาเสมอ... ความรู้สึกนี้แหละที่ทำให้เธอเผลอใจไปกับเขา เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“นายทำได้จริง ๆ สินะ... ชิกะ”