- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 27 ลูกผู้ชาย
บทที่ 27 ลูกผู้ชาย
บทที่ 27 ลูกผู้ชาย
บทที่ 27 ลูกผู้ชาย
กิออนกลับไปแล้ว
การมาครั้งนี้เธอไม่ได้แวะทักทายฮินะด้วยซ้ำ พอลงจากเรือก็รีบตรงดิ่งมาหาชิกะทันที... แน่นอนว่าเรื่องพรรค์นี้เธอไม่มีทางบอกชิกะหรอก
ชิกะกลับมาถึงหอพัก ทันทีที่เปิดประตู เขาก็เจอสายตาสามคู่จ้องเขม็งมาที่เขาเป็นตาเดียว
“กลับมาแล้วเหรอ ชิกะ!”
“นายทหารหญิงคนสวยเมื่อกี้ใครกันน่ะ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ?”
“ใช่ ๆ เป็นบุญตาจริง ๆ ทหารหญิงคนอื่นเทียบไม่ติดเลย!”
“...”
ชิกะอธิบายสถานะของกิออนไปคร่าว ๆ พอรู้ความจริง เจ้าตัวแสบทั้งสามก็โวยวายกันใหญ่
“หา? พลเรือโทเนี่ยนะ? พระเจ้านั่นมันหน้าเด็กเกินไปแล้ว!”
“ซี้ด... ลูกพี่ชิกะรู้จักกับพลเรือโทสวยระดับนางฟ้าขนาดนี้เชียว สมแล้วที่เป็นลูกพี่!”
“ลูกพี่ชิกะ ตกลงเป็นอะไรกับเขากันแน่? คราวหน้าพวกเราต้องเรียกเขาว่า ‘พี่สะใภ้’ ไหม??”
“ลูกพี่ชิกะ เอาซิการ์หน่อยไหม? คือเพื่อนผมฝากถามมาน่ะว่า... ‘พี่สะใภ้’ คนเมื่อกี้ พอจะมีพี่สาวน้องสาวบ้างไหมครับ?”
ชิกะมองเกรฟส์ที่เข้ามาประจบประแจงอย่างพูดไม่ออก จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องสนุก ๆ ขึ้นมาได้ จึงพยักหน้าทำท่าจริงจัง
“อืม... เธอมียอมพี่สาวอยู่คนหนึ่งจริง ๆ นะ แถมเป็นนายทหารระดับสูงเหมือนกัน ที่สำคัญ... ยังโสดด้วย!”
“จริงดิ?!”
น้ำลายเกรฟส์แทบจะหกออกมา เขาหันขวับไปลากกล่องซิการ์ใบยักษ์ออกมาจากใต้เตียง เล่นเอาบริดจ์ตาถลนด้วยความตกใจ
เกรฟส์ยัดกล่องซิการ์ใบโตใส่มือชิกะ แล้วถูมือไปมา ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเสียงอ่อนเสียงหวาน
“เอ่อ... ชิกะ คือชั้น... เอ้ย เพื่อนชั้นคนนั้นน่ะ มันโสดมานานหลายปีแล้ว อยากจะหาคู่ชีวิตสักคน นายพอจะช่วยแนะนำให้หน่อยได้ไหม? ไม่ต้องห่วง! ถ้างานนี้สำเร็จ ชั้นจะยกซิการ์รุ่นสะสมให้ลูกพี่ชิกะอีกกล่องเลย!”
ชิกะตบไหล่เกรฟส์ดังปุบ แล้วพูดด้วยสีหน้าขึงขัง
“วางใจได้! เดี๋ยวชั้นจัดการให้!”
“ชิกะ!”
เกรฟส์ซาบซึ้งใจจนแทบจะก้มลงกราบชิกะเป็นพ่อบังเกิดเกล้าอยู่รอมร่อ
บริดจ์เห็นท่าไม่ดีก็รีบแทรกเข้ามาบ้าง
“เกรฟส์ จริง ๆ แล้วชั้นก็มีพี่สาวนะ นายดูสิ...”
“ไสหัวไป! ไปส่องกระจกดูตัวเองก่อนไป๊!” เกรฟส์มองส่วนสูงอันน้อยนิดกับมือที่ใหญ่เท่ากะละมังของบริดจ์ด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ถุย! รสนิยมต่ำชะมัด!” บริดจ์คอตก กระโดดขึ้นเตียง เอามือล้วงกระเป๋านอนเงียบกริบ ช่วยไม่ได้ เถียงยังไงก็ไม่ชนะนี่หว่า!
ส่วนบินซ์ไม่ได้มีความคิดฟุ้งซ่านอะไร ตอนนี้เขากำลังยืนส่ายเอวบิดตัวไปมาอยู่หน้ากระถางต้นกระบองเพชร... เป็นภาพที่ชวนปวดตับพิลึก
ต้นกระบองเพชรในกระถางค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามจังหวะการบิดตัวของเขา หนามแหลมคมเริ่มงอกเงยออกมา... นี่คือพลังของ ‘ผลโมซะ โมซะ’ (ผลเจริญเติบโต) ที่ช่วยเร่งการเติบโตของพืช
แต่ดูเหมือนเงื่อนไขการใช้พลังคือต้อง ‘บิดตัว’ ยิ่งบิดเร็ว พลังยิ่งแรง... ชิกะไม่รู้ว่าผู้ใช้ผลโมซะ โมซะ ทุกคนต้องทำแบบนี้ไหม แต่เขาแอบคิดอย่างชั่วร้ายว่า ถ้าคนขี้อายหรือคนเป็นโรคกลัวสังคมมากินผลนี้เข้าไป ต่อให้โดนตีจนตายกลางตลาด ก็คงไม่กล้าใช้พลังแน่ ๆ
บินซ์บิดตัวจนเหงื่อท่วมตัว เขาหยุดพักแล้วนั่งลงหอบหายใจ
ชิกะเดินเข้าไปหาแล้วถามว่า
“บินซ์ คราวนี้มั่นใจไหม? ช่วงนี้ชั้นเห็นนายขยันที่สุดเลยนะ ถ้าติดอันดับขึ้นมา นายอยากได้รางวัลอะไร?”
บินซ์ทำหน้าเหม่อลอยครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ
“พูดตามตรงนะ ชั้นไม่ค่อยมั่นใจหรอก ยิ่งมีชิกะอยู่ด้วย ที่ว่างจริง ๆ ก็เหลือแค่สองที่... แต่ถ้าโชคดีติดอันดับ ชั้นอยากได้ดาบดี ๆ สักเล่ม!”
ดาบดี ๆ งั้นเหรอ? ชิกะจำได้ว่าในเดอะมูฟวี่ บินซ์พกดาบด้ามสีเขียวไว้ที่หลัง หรือว่าเขาจะได้มันมาจากการสอบครั้งนี้นะ?
บางทีบินซ์อาจจะทำผลงานได้ดีในการสอบครั้งนี้ก็ได้ ชิกะตบไหล่บินซ์เบา ๆ
“นายต้องมั่นใจในตัวเองหน่อย ชั้นว่าคราวนี้อันดับนายต้องออกมาดีแน่”
บินซ์ลุกขึ้นยืนด้วยความตื้นตัน เขาไม่คิดว่าชิกะจะเชื่อมั่นในตัวเขาขนาดนี้ เขาได้แต่พยักหน้าและขอบคุณชิกะซ้ำ ๆ
ชิกะบอกให้เขาผ่อนคลายหน่อย ในบรรดารูมเมตทั้งสาม บินซ์ซื่อสัตย์ที่สุด โชคดีที่อีกสองคนนิสัยดีและไม่เคยรังแกเขา แม้แต่เกรฟส์ที่ดูเป็นนักเลงโต ก็แค่แกล้งบริดจ์เป็นครั้งคราว (ซึ่งบริดจ์ก็หาเรื่องใส่ตัวตลอด)
หลังจากปลอบใจบินซ์แล้ว ชิกะก็หันไปพูดกับอีกสองคน
“พวกนายสองคนก็ต้องพยายามหน่อยนะช่วงนี้ ไม่แน่ว่าเรียนจบแล้ว เราอาจจะได้ไปอยู่เรือลำเดียวกันก็ได้”
บริดจ์และเกรฟส์ชี้ที่ตัวเองด้วยสีหน้างง ๆ ตั้งแต่เข้าค่ายฝึกมา คนหนึ่งเอาแต่สูบซิการ์ อีกคนก็เอาแต่แอบขโมยสูบซิการ์ ไม่ได้ทุ่มเทฝึกฝนเหมือนชิกะกับบินซ์เลยสักนิด
ชิกะสงสัยว่านอกจากตัวเขาเอง คนที่เก่งที่สุดในห้องนี้น่าจะเป็นพ่อหนุ่มพูดน้อยอย่างบินซ์นี่แหละ
“ทะเลข้างนอกนั่นไม่ได้ปลอดภัยอีกแล้วนะ จำนวนโจรสลัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยอดความสูญเสียของทหารเรือก็พุ่งสูงขึ้นทุกปี... ถ้าเรียนจบแล้วเราได้ไปอยู่เรือลำเดียวกัน ก็จะได้ช่วยกันระวังหลังได้ ชั้นไม่อยากเห็นชื่อใครในห้องนี้ไปโผล่บนบัญชีรายชื่อผู้เสียชีวิตในอนาคตหรอกนะ!”
คำพูดนี้ฟังดูหนักอึ้ง บริดจ์และเกรฟส์เงียบกริบ แม้แต่บินซ์ก็คิดตามอย่างจริงจัง
ผ่านไปพักใหญ่ บริดจ์ที่ปกติพึ่งพาไม่ค่อยได้ เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก
“เข้าใจแล้วชิกะ ขอบใจนะ... ต่อจากนี้ชั้นจะตั้งใจฝึก และจะสูบซิการ์ให้น้อยลง!”
เกรฟส์ถลึงตาใส่บริดจ์ทันที ‘แกไปเอาซิการ์มาจากไหนฟะ? นั่นมันของชั้นหมดเลยไม่ใช่เรอะ??’
หลังจากขู่ทางสายตาใส่บริดจ์เสร็จ เกรฟส์ก็ประกาศบ้าง
“ลูกพี่ชิกะ ไม่ต้องห่วง ถึงชั้นจะรู้ตัวว่าคงตามความแข็งแกร่งของนายไม่ทัน แต่เรื่องอาวุธปืนชั้นก็มั่นใจพอตัว... ถ้าในอนาคตได้ไปเป็นพลปืนประจำเรือนายก็คงจะดีไม่น้อย!”
ในใจของเกรฟส์เชื่อมั่นไปแล้วว่า อนาคตชิกะต้องมียศสูงกว่าพลเรือโทแน่ ๆ และการมีเรือรบส่วนตัวก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
บินซ์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
ชิกะพอใจกับปฏิกิริยาของทุกคนมาก ถ้าเตือนขนาดนี้แล้วยังไม่ฟัง ก็โทษใครไม่ได้แล้วถ้าวันหน้าจะถูกทะเลกลืนกิน
ชิกะเองก็เชื่อว่าในอนาคตเขาต้องมีเรือรบของตัวเอง และลูกเรือชุดแรกที่จะขึ้นเรือลำนั้น ต้องเป็นคนของเขาจริง ๆ และฝีมือต้องไม่ไก่กา อย่างน้อยก็ต้องมีจุดเด่นของตัวเอง... รูมเมตกลุ่มนี้นับเป็นตัวเลือกที่ดี ทั้งในแง่ความสัมพันธ์และศักยภาพ
ชิกะยื่นมือออกมาตรงกลาง มองหน้าทุกคนแล้วกล่าว
“เยี่ยมมาก ต่อจากนี้ไป... เรามาพยายามไปด้วยกัน อย่าให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
บริดจ์และอีกสองคนวางมือทับลงมา ตะโกนประสานเสียงพร้อมกัน
“พยายามไปด้วยกัน! อย่าให้ชิกะทิ้งพวกเราไว้ข้างหลัง!”
ชิกะมองหน้าเพื่อนทั้งสามอย่างแปลกใจ อีกสามคนหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า
“ก็แหม... ชิกะนายน่ะเก่งเกินไปนี่นา แค่พวกเราเกาะติดนายไม่ให้โดนทิ้งได้ แค่นี้ก็เดินกร่างในค่ายฝึกได้แล้ว!”
ชิกะขำกับตรรกะของเพื่อน ๆ แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา อีกสามคนก็หัวเราะตาม เสียงหัวเราะดังลั่นห้องจนลอดออกไปข้างนอก
เวลานี้ดึกมากแล้ว หอพักบางห้องเตรียมตัวเข้านอน เสียงตะโกนด่าจึงลอยสวนกลับมาทันควัน
“ไอ้เวรเอ๊ย! พวกแกติดสัดกันกลางดึกหรือไงฟะ? จะหลับจะนอนโว้ย!”