- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 20 ชิกะ ปะทะ สโมคเกอร์?
บทที่ 20 ชิกะ ปะทะ สโมคเกอร์?
บทที่ 20 ชิกะ ปะทะ สโมคเกอร์?
บทที่ 20 ชิกะ ปะทะ สโมคเกอร์?
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวชิกะก็เข้ามาอยู่ในค่ายฝึกได้สองเดือนแล้ว และในช่วงเวลานี้ ชื่อของ ‘อุจิวะ ชิกะ’ ก็เลื่องลือไปทั่วทั้งค่าย
ไม่ว่าจะเป็นการฝึกรูปแบบไหน ชิกะก็สามารถผ่านฉลุย แถมยังทำลายสถิติของค่ายฝึกไปหลายรายการ โดยเฉพาะวีรกรรมแรกพบกับเซเฟอร์ ยิ่งทำให้ชื่อของอุจิวะ ชิกะ ดังก้องกังวานยิ่งขึ้นไปอีก
ไม่ใช่แค่เพื่อนรุ่นเดียวกัน แม้แต่รุ่นพี่ปีสูง ๆ ก็ยังรู้จักรุ่นน้องจอมอัจฉริยะคนนี้
วันนี้ ในโรงอาหารของค่ายฝึก โต๊ะกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มคุยเรื่องอุจิวะ ชิกะ
“ได้ยินข่าวไหม? เจ้าอุจิวะ ชิกะ นั่นทำลายสถิติอีกแล้ว เห็นว่าเรียน ‘โซล’ จากวิชาหกรูปแบบได้ในเวลาไม่ถึงวัน!”
“หา? บ้าไปแล้ว! ของฉันใช้เวลาตั้งปีกว่าจะถู ๆ ไถ ๆ ไปได้!”
“ข่าวนายมันเก่าไปแล้วโว้ย ได้ยินมาว่าเจ้านั่นดัดแปลงท่าโซลให้เร็วกว่าเดิม แถมระยะทางไกลกว่าเดิมด้วยซ้ำ!”
“เฮ้อ... พรสวรรค์ที่เห็นแล้วท้อแท้ชะมัด แบบนี้พวกเรารุ่นพี่คงสู้มันไม่ได้แล้วมั้ง”
พอได้ยินประโยคนี้ ใครบางคนก็เริ่มแสดงอาการไม่พอใจ
“นั่นมันแกต่างหากเล่า เด็กใหม่เพิ่งเข้าค่ายมาไม่ถึงครึ่งปีจะเก่งแค่ไหนกันเชียว? พูดยกยอจนเชื่อไปเองแล้วมั้ง?”
พูดจบ ชายคนนั้นก็หันไปทำหน้าประจบประแจงใส่ชายหนุ่มผมขาวที่นั่งอยู่ด้วย
“ถ้าพูดถึงพรสวรรค์ ใครจะไปเทียบ ‘สโมคเกอร์’ ได้? เขาเป็นผู้ใช้ผลปีศาจสายโรเกียคนเดียวในค่ายฝึกเชียวนะโว้ย!”
สโมคเกอร์ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานเงียบ ๆ ไม่คิดจะสนใจคำเยินยอนั้น
เมื่อเห็นว่าสโมคเกอร์เมินเฉย ชายคนนั้นก็เงียบเสียงลงอย่างเก้อเขิน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงัดลงชั่วขณะ
“ดูนั่น อุจิวะ ชิกะ มาแล้ว!”
ใครบางคนตะโกนขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกคนบนโต๊ะหันขวับไปมองที่ทางเข้า
กลุ่มของชิกะเดินเข้ามาในโรงอาหาร ตามด้วยรูมเมตทั้งสามที่คุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ขณะเดินไปตักอาหาร
ชิกะไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเพิ่งจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาของโต๊ะรุ่นพี่กลุ่มหนึ่ง ตอนนี้เขากำลังฟังบริดจ์โม้เรื่องผลงานสุดยอดของเขาในสนามฝึกเมื่อเช้าอย่างออกรส
“ชั้นจะบอกพวกนายให้นะ ท่าโซลของลูกพี่ชิกะเมื่อกี้โคตรเร็ว! ขนาดอาจารย์เซเฟอร์ยังชมเลย!”
“ลูกพี่ชิกะ จากนี้ไปนายคือคนที่ฉัน บริดจ์ นับถือที่สุด! แค่สั่งมาคำเดียว บุกน้ำลุยไฟฉันก็ไม่เกี่ยง!”
เกรฟส์มองท่าทางของบริดจ์ด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วแซะกลับ
“นั่นเพราะชิกะเขาเก่งต่างหาก ทำไมแกพูดเหมือนเมื่อกี้แกเป็นคนใช้โซลเองเลยฟะ?”
“ก็ชั้นดีใจที่ชิกะเก่งนี่หว่า เขาเป็นลูกพี่ที่ชั้นยอมรับนี่นา! จะบอกให้นะ ฝีมือระดับชิกะน่ะ ดีพอที่จะจบการศึกษาได้เลยด้วยซ้ำ”
“อยู่กับคนงี่เง่าอย่างแกนี่มันเสียเวลาชีวิตชะมัด!”
“ว่าไงนะ?!”
ประโยคหลังนี้ไม่ได้มาจากปากเกรฟส์ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร คนที่เพิ่งจะอวยสโมคเกอร์ไปเมื่อครู่ก็ทนฟังไม่ไหว
หมอนี่ชื่อ บาร์ตัน ก็เหมือนกับบริดจ์นั่นแหละ เป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่ง (ที่เขาไม่ได้เชิญ) ของสโมคเกอร์
“แค่เด็กปีหนึ่ง ทำมาเป็นปากดี? ได้ยินว่าไอ้เจ้าชิกะนั่นมาจากอีสต์บลูใช่ไหม? คนจากบ้านนอกคอกนาคงไม่เคยเห็นโลกกว้างสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
คำพูดนี้ชักจะเกินเลยไปหน่อย จนแม้แต่สโมคเกอร์ที่นั่งกินข้าวอยู่ใกล้ ๆ ยังขมวดคิ้ว
“แกพูดว่าอะไรนะ? แค่เป็นทหารมาก่อนปีสองปีทำเป็นเก่ง? อัจฉริยะอย่างลูกพี่ชิกะไม่มีทางเป็นพวกรกโลกเหมือนแกหรอกโว้ย!”
บริดจ์ไม่ยอมอ่อนข้อ ตอกกลับทันควัน
“สงสัยแกจะคันตีนสินะ เด็กใหม่ก็หัดทำตัวให้สมกับเป็นเด็กใหม่หน่อย... แล้วแกน่ะ อุจิวะ ชิกะ ไม่รู้จักคุมหมาของตัวเองหน่อยเรอะ? รีบขอโทษรุ่นพี่เดี๋ยวนี้!”
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของโรงอาหาร...
“นี่ ไอน์ นั่นใช่อุจิวะ ชิกะ ที่ช่วยเธอไว้คราวที่แล้วหรือเปล่า? เหมือนเขาจะมีเรื่องนะ”
“ใช่... รุ่นพี่คนนั้นกร่างชะมัด เป็นเด็กใหม่แล้วมันผิดตรงไหน? ตัวเองก็เคยเป็นเด็กใหม่มาก่อนแท้ ๆ”
“ชั้นรู้จักอุจิวะ ชิกะ นะ เขาเก่งที่สุดในรุ่นเราก็จริงแต่นิสัยดีจะตาย คุยง่าย แถมยังหล่อด้วย... ชั้นว่าพวกนั้นแค่อิจฉามากกว่า!”
“ยังไงก็เถอะ คราวนี้อุจิวะ ชิกะ ซวยแน่ นั่นรุ่นพี่นะ ฝีมือต้องเหนือกว่าพวกเราเด็กใหม่อยู่แล้ว”
เพื่อนร่วมโต๊ะของไอน์ส่งเสียงเซ็งแซ่ บ้างก็เตือน บ้างก็ออกตัวปกป้องชิกะ
ไอน์ไม่ได้ร่วมวงสนทนา เธอเพียงแค่มองไปทางชิกะด้วยความเป็นห่วง คิดในใจว่าถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง เธอจะเข้าไปช่วยแน่นอน ต่อให้สู้รุ่นพี่ไม่ได้ เธอก็จะช่วย...
เพื่อตอบแทนที่ชิกะช่วยพยุงเธอในสนามฝึก และคำพูดปลอบโยนเหล่านั้น!
บาร์ตันยิ่งได้ใจ ทำจมูกบานชี้หน้าด่ากราดไปทางกลุ่มชิกะเสียงดัง เรียกความสนใจจากคนทั้งโรงอาหาร
แต่พอพูดจบ เขาก็เพิ่งสังเกตว่าบรรยากาศรอบตัวมันเงียบผิดปกติ เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ต่างจ้องมองมาที่ข้างตัวเขาตาค้าง
รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เขาหันขวับกลับไป ก็พบว่าอุจิวะ ชิกะ ที่เมื่อกี้ยังยืนอยู่ตรงทางเข้า บัดนี้มายืนประจันหน้าเขาอยู่แล้ว
‘ตั้งแต่เมื่อไหร่?’ ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของทั้งบาร์ตันและสโมคเกอร์
“เมื่อกี้ปากดีจังนะ”
พูดจบ ชิกะก็ง้างมือตบฉาดเข้าที่หน้า
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วโรงอาหารที่เงียบกริบ
“แก... ไอ้สารเลว! กล้าดียังไงมาตบรุ่นพี่!?”
บาร์ตันกุมหน้ากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง จ้องมองชิกะด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
เพื่อนร่วมกลุ่มก็นั่งไม่ติด ยังไงเสียคนที่โดนตบก็พวกเดียวกัน การกระทำของชิกะถือเป็นการหยามหน้ากันชัดเจน
รูมเมตของชิกะเห็นท่าไม่ดีก็รีบวิ่งเข้ามาสมทบ เตรียมพร้อมปะทะอย่างไม่เกรงกลัว
เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น ๆ รวมถึงกลุ่มของไอน์ก็เริ่มขยับเข้ามามุงดู พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าฝ่ายรุ่นพี่เป็นคนหาเรื่องและดูถูกชิกะก่อน
ชิกะมีชื่อเสียงที่ดีในหมู่เพื่อนรุ่นเดียวกันและเข้ากับคนง่าย หลายคนเคยได้รับความช่วยเหลือจากเขาในการฝึก ดังนั้นเมื่อเห็นชิกะถูกล้อม พวกเขาจึงไม่คิดจะยืนดูเฉย ๆ
“เหรอ? อะไรกัน รุ่นพี่เป็นพวกน่ารังเกียจแบบแกทุกคนเลยหรือไง? สิ่งปฏิกูลน่ะ มันสมควรโดนกำจัดทิ้งไม่ใช่เหรอ”
ชิกะปรายตามองกลุ่มรุ่นพี่ที่ลุกฮือขึ้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไอ้เวรเอ๊ย! ชั้นจะฆ่าแก!!!”
บาร์ตันที่โดนตบหน้าสติขาดผึง ลุกพรวดพราดถอยฉากออกมา แล้วตวัดขาปล่อย ‘รันเคียคุ’ ใส่ทันที
คลื่นคมมีดอากาศสีฟ้าจางปรากฏขึ้น ผ่าโต๊ะเก้าอี้กระจุยกระจาย พุ่งตรงเข้าหาชิกะ สีหน้าของคนรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างตื่นตระหนก
“แย่แล้ว! นั่นมันรันเคียคุ!”
“บ้าเอ๊ย เป็นนักเรียนเหมือนกัน ใช้ท่านั้นมันกะเอาตายเลยนะ!”
“เรื่องใหญ่แล้ว ความรุนแรงระดับรันเคียคุ ถ้าโดนเข้าไปไม่ตายก็พิการ!”
เมื่อเผชิญหน้ากับรันเคียคุที่พุ่งเข้ามา สีหน้าของชิกะไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขายกมือซ้ายขึ้นมากันไว้ที่หน้าอก
ฟุ่บ! เปรี้ยะ!
เสียงเสียดสีแสบแก้วหูดังขึ้น คลื่นรันเคียคุถูกหยุดไว้ในฝ่ามือของชิกะ ไปต่อไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
ไม่ถึงสองวินาที รันเคียคุนั้นก็ถูกบีบจนสลายหายไปในมือของชิกะ
“เป็นไปได้ยังไง?” ตาของบาร์ตันแทบถลนออกจากเบ้า
ยังไม่ทันหายตกตะลึง จู่ ๆ ชิกะก็ตวัดขาขึ้นวาดเป็นวงโค้ง
วูบ!
คมมีดอากาศสีน้ำเงินเข้ม ที่ทั้งกว้างและยาวกว่าเมื่อครู่หลายเท่า ถูกปลดปล่อยออกมา... มันคือ ‘รันเคียคุ’ ของชิกะ
‘จบกัน... รันเคียคุระดับนี้รับไม่ได้แน่’
บาร์ตันหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อรู้ตัวว่ายังไม่ตาย เขารีบลืมตาขึ้น ก็เห็นแผ่นหลังของชายผมขาวคนหนึ่งยืนบังรันเคียคุของชิกะไว้
ชายผมขาวคนนั้นคือสโมคเกอร์... เมื่อเห็นสถานการณ์กำลังบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ เขาจึงตัดสินใจเข้ามาแทรกแซงเพื่อหยุดเรื่องบ้าบอนี้
ทว่า สโมคเกอร์ที่เข้ามารับรันเคียคุแทนก็ไม่ได้สบายตัวนัก รันเคียคุของชิกะไม่ได้สลายไปง่าย ๆ เหมือนของบาร์ตัน
ภาพประหลาดจึงปรากฏขึ้นกลางโรงอาหาร... สโมคเกอร์ผมขาวโพลน เหงื่อกาฬไหลพราก ใช้สองมือดันต้านคลื่นคมมีดสีน้ำเงินเข้มอย่างสุดกำลัง แต่เท้ากลับไถลถอยหลังไปทีละนิด
สโมคเกอร์เริ่มต้านไม่ไหว เขาหันขวับไปตะโกนใส่บาร์ตันที่ยังยืนเอ๋ออยู่ข้างหลัง
“หลบไปซะ!”
ได้ยินดังนั้น บาร์ตันที่เพิ่งได้สติก็รีบตะเกียกตะกายหนีตายออกจากจุดนั้น
ฉัวะ!
ร่างของสโมคเกอร์ถูกผ่าแยกเป็นสองซีก การโจมตีของชิกะพุ่งทะลุร่างสโมคเกอร์ไปกระแทกเข้ากับกำแพงท้ายโรงอาหาร จนกำแพงพังทลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ก่อนที่คลื่นพลังจะสลายไป
“ความแรงระดับนี้... สมคำร่ำลือจริง ๆ!”
สโมคเกอร์ที่ร่างแยกเป็นสองส่วน มองดูความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยความหวาดหวั่นลึก ๆ
ในฐานะผู้มีพลังสายโรเกีย ‘ผลโมคุ โมคุ’ เขาไม่ได้ถูกฟันขาดจริง ๆ แต่เขาเปลี่ยนร่างกายเป็นสสารควันเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีของรันเคียคุ
“โรเกียสายสสารงั้นเหรอ? คล้ายกับวิชาแปลงน้ำของโฮซึกิ ซุยเงสึเลยแฮะ”
ชิกะมองร่างสองท่อนของสโมคเกอร์ที่มีควันขาวลอยฟุ้งด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์
ควันขาวค่อย ๆ รวมตัวกัน สโมคเกอร์กลับคืนสู่ร่างสมบูรณ์ เขามองหน้าชิกะแล้วเอ่ยขึ้น
“พอแค่นี้เถอะ ครั้งนี้ฝ่ายนี้ผิดจริงและได้รับบทเรียนแล้ว เราเป็นนักเรียนเหมือนกัน อย่าทำให้เรื่องมันใหญ่โตไปกว่านี้เลย!”
ชิกะแค่นหัวเราะเบา ๆ มองสโมคเกอร์ด้วยสายตาเย้ยหยัน
“นายไม่หลงตัวเองไปหน่อยเหรอ? ถ้าอยากจะห้ามจริง ๆ เมื่อกี้มุดหัวอยู่ที่ไหนมา? พอเห็นท่าไม่ดีค่อยโผล่ออกมาเล่นบทคนดีงั้นสิ? ...นายไม่มีคุณสมบัติพอจะมาสั่งสอนชั้นหรอกนะ”
สีหน้าของสโมคเกอร์มืดครึ้มลงทันที เขารู้แล้วว่าเรื่องในวันนี้คงไม่จบลงง่าย ๆ แน่