- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 19 บททดสอบความอดทน
บทที่ 19 บททดสอบความอดทน
บทที่ 19 บททดสอบความอดทน
บทที่ 19 บททดสอบความอดทน
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนตื่นแต่เช้าตรู่เหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้เมื่อมาถึงสนามฝึก พวกเขากลับพบว่าเซเฟอร์มายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ไม่เลว... ไม่ปล่อยให้ชั้นต้องรอนาน”
เซเฟอร์ยืนกอดอก มองดูเหล่านักเรียนเบื้องล่างราวกับมองฝูงลูกแกะที่ว่าง่าย
“งั้นวันนี้ชั้นจะไม่พูดพล่ามทำเพลง เริ่มฝึกกันเลยแล้วกัน... เข้าแถว! แล้ววิ่งรอบสนามฝึกห้าสิบรอบ! ทั้งชายและหญิง!”
เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่ว ลานฝึกของศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือนั้นแทบจะเป็นจัตุรัสยักษ์ รอบหนึ่งระยะทางปาเข้าไปกว่าพันเมตร... แต่ในเมื่อเซเฟอร์ออกคำสั่ง ก็ไม่มีใครกล้าบ่น ทุกคนก้มหน้าก้มตาเริ่มออกวิ่งทันที
ชิกะพุ่งตัวออกไปเป็นคนแรก เขารู้ซึ้งถึงความสำคัญของสมรรถภาพทางกายดี การต่อสู้ส่วนใหญ่ในโลกรวมนารูโตะล้วนมีรากฐานมาจากกระบวนท่า และต่อให้ในภายหลังทุกคนจะขับหุ่นยักษ์สู้กัน แต่ผลแพ้ชนะสุดท้ายก็มักจะวัดกันที่การดวลระยะประชิดอยู่ดี
หนึ่งรอบ... สิบรอบ... ยี่สิบรอบ...
แม้คนในโลกวันพีซจะมีร่างกายที่เหนือมนุษย์ แต่พวกเขาก็ยังเป็นคน ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกิน ทีละคนเริ่มร่วงหล่น ทิ้งระยะห่างจากกลุ่มนำมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อถึงรอบที่สามสิบ บางคนถึงกับหน้ามืดล้มฟุบลงกลางทาง หน่วยแพทย์ที่สแตนด์บายอยู่ข้างสนามรีบวิ่งเข้ามาหามผู้หมดสติขึ้นเปลแล้วลำเลียงออกไปทันที
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
ไอน์กัดฟันสู้ต่อ ในฐานะนักเรียนหญิงเพียงคนเดียวที่ยังวิ่งอยู่บนลานฝึก เธอเสียเปรียบเรื่องสรีระร่างกายเมื่อเทียบกับนักเรียนชายส่วนใหญ่อยู่แล้ว การที่เธอยืนหยัดมาได้ถึงรอบที่สามสิบก็นับว่าน่าทึ่งมาก จนแม้แต่เซเฟอร์ยังสังเกตเห็นเด็กสาวใจสู้คนนี้
‘เด็กผู้หญิงคนนั้นชื่อไอน์สินะ? ไม่พูดเรื่องอื่น แค่ดูจากความมุ่งมั่น ยัยหนูนี่ต้องเป็นทหารเรือที่ยอดเยี่ยมได้แน่ในอนาคต’
เซเฟอร์เอ่ยชมในใจ และกำชับให้หน่วยแพทย์จับตาดูเธอเป็นพิเศษ หากไอน์ไม่ไหวเมื่อไหร่ให้รีบเข้าไปปฐมพยาบาลทันที
‘ไม่ได้... เหลืออีกไม่ถึงครึ่งทาง ต้องวิ่งต่อให้จบ!’
ไอน์เป็นเด็กสาวที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า เธอไม่ต้องการอภิสิทธิ์วิ่งน้อยกว่าคนอื่นเพียงเพราะเป็นผู้หญิง
แต่ในที่สุด ร่างกายของเธอก็ถึงขีดจำกัด ขาของเธอสะดุด และในจังหวะที่กำลังจะล้มหน้าคว่ำ ก็มีมือหนึ่งยื่นเข้ามาประคองไว้
เธอหันมองอย่างยากลำบากเพื่อจะขอบคุณ แล้วก็พบว่าเธอรู้จักคนที่ช่วยเธอ... แม้เขาอาจจะไม่รู้จักเธอก็ตาม
คนที่ช่วยเธอคือ อุจิวะ ชิกะ เขาเหลืออีกเพียงสองรอบก็จะครบห้าสิบรอบตามเป้าหมาย เมื่อเห็นเด็กสาวที่ก้าวเท้าแทบไม่ออกแต่ยังฝืนวิ่งต่อ เขาก็อดชื่นชมไม่ได้
ไม่มีใครดูถูกคนที่พยายามหรอก... เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะฝืนจนล้ม เขาจึงรีบเข้ามาประคอง
“ไหวไหม? อย่าฝืนอีกเลย ทุกคนเห็นความพยายามของเธอแล้ว ในเมื่อถึงขีดจำกัดก็ไปพักเถอะ ฝืนจนร่างกายพังมันจะได้ไม่คุ้มเสียนะ”
คำพูดที่แสดงความห่วงใยของชิกะทำให้กระแสความอบอุ่นไหลวาบเข้ามาในใจของไอน์
“ขอบคุณค่ะ... เข้าใจแล้ว นายคืออุจิวะ ชิกะสินะ? นายนี่เก่งจัง วิ่งมาตั้งนานขนาดนี้แต่ดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด”
“ฮ่า ๆ ไม่หรอก ชั้นก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แต่แบกศักดิ์ศรีที่หนึ่งตอนสอบเข้าไว้น่ะสิ เลยต้องฝืนทำเท่ไปงั้น... จริง ๆ อยากแกล้งเป็นลมไปนอนห้องพยาบาล ให้พยาบาลสาวสวยดูแลจะแย่อยู่แล้ว”
ชิกะแกล้งเอามือป้องปากกระซิบ ทำท่าทางเหมือนขโมยเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งทำความผิดมา
ไอน์หลุดขำออกมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความเหนื่อยล้าดูเหมือนจะจางหายไปบางส่วน เธอรู้ว่าชิกะแกล้งพูดเล่นเพื่อปลอบใจเธอ แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจ... อันที่จริง เธอชอบมันด้วยซ้ำ
“ขอบคุณนะ ชิกะ”
ไอน์กล่าวขอบคุณจากใจจริง ก่อนจะยอมหยุดฝืนสังขารและเดินแยกไปพัก
ชิกะโบกมือให้ แล้วออกวิ่งต่ออีกสองรอบที่เหลือ
ที่ข้างสนาม ไอน์นั่งพักเหนื่อยพลางมองเหม่อไปที่ร่างของชิกะที่กำลังวิ่งอยู่บนลาน ทันใดนั้นก็มีมือมาตบไหล่เธอ... เพื่อนร่วมห้องของเธอเดินมาหานั่นเอง
“อย่ามองตาละห้อยแบบนั้นน่าไอน์ พ่อหนุ่มนั่นเขาเนื้อหอมจะตาย... เธอรับมือเขาไม่ไหวหรอกนะจะบอกให้”
เพื่อนสาวแซวพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
ใบหน้าของไอน์แดงซ่าน เธอตีแขนเพื่อนแก้เขิน ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ ขณะเดินออกไป เธอหันกลับไปมองชิกะในสนามอีกครั้ง ชิกะสังเกตเห็นจึงโบกมือทักทายขณะวิ่งผ่าน เธอรีบหันขวับกลับมาทันทีแล้วรีบเดินหนีไปพร้อมกับเพื่อน
ระหว่างทางกลับ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ริมฝีปากของไอน์ก็โค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอพึมพำเบา ๆ
“อุจิวะ ชิกะ งั้นเหรอ?”
“เขาเป็นคนดีจริง ๆ นะเนี่ย...”
เพื่อนร่วมห้องที่เดินอยู่ข้าง ๆ เห็นเธอบ่นพึมพำกับตัวเองแต่จับใจความไม่ได้ จึงเอ่ยถาม
“ไอน์ เป็นอะไรรึเปล่า? หรือเมื่อกี้วิ่งจนเบลอไปแล้ว?”
ไอน์โบกมือบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะยิ้มร่าอย่างขี้เล่น แล้วคว้ามือเพื่อนดึงให้เดินเร็วขึ้น
เพื่อนสาวถูกลากถูไปอย่างงุนงง ร้องโวยวายไล่หลัง
“เฮ้ ๆ เป็นอะไรของเธอเนี่ยแม่คุณ? สงสัยจะวิ่งจนเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ ด้วย!”