- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 18 การทดสอบของเซเฟอร์
บทที่ 18 การทดสอบของเซเฟอร์
บทที่ 18 การทดสอบของเซเฟอร์
บทที่ 18 การทดสอบของเซเฟอร์
เหล่านักเรียนทหารเรือรอบข้างต่างจ้องมองเหตุการณ์ในสนามตาค้าง สมองรวนไปหมด... นี่ชั้นเป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน? แล้วอุจิวะ ชิกะนั่น เป็นนักเรียนใหม่เหมือนพวกเราจริง ๆ เหรอ?
“นี่สินะความสามารถในการควบคุมแรงดึงดูดและแรงผลักที่ลูกพี่ชิกะพูดถึง? โคตรเท่เลยโว้ย!”
บริดจ์ หนึ่งในรูมเมตของชิกะ หนุ่มเจ้าเนื้อผมทองตะโกนอย่างตื่นเต้นมาจากฝูงชน
ส่วนเกรฟส์ที่ปกติชอบเก็กขรึมก็เก็บทรงไม่อยู่ ยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก เมินเฉยต่อความหน้าไม่อายของบริดจ์ที่เนียนเรียกชิกะว่า ‘ลูกพี่’ หน้าตาเฉย
บินซ์ได้แต่นั่งทบทวนความสามารถผลปีศาจของตัวเอง พลางสงสัยว่าไอ้ที่เขากินเข้าไปน่ะ มันใช่ผลปีศาจของปลอมรึเปล่า
“เจ้าเด็กบ้า... พลังเมื่อกี้ แกเป็นผู้มีพลังผลปีศาจงั้นเรอะ?”
เซเฟอร์เดินกลับเข้ามาในสนาม แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนฝุ่นไปบ้าง แต่ร่างกายกลับไร้ริ้วรอยบาดแผล
สมแล้วที่เป็นถึงอดีตพลเรือเอก... หากเป็นโจรสลัดทั่วไป โดนคอมโบแรงดึงจาก ‘หมื่นลักษณ์เหนี่ยวสวรรค์’ ผสานกับแรงผลักของ ‘ข่ายเทพพิชิตฟ้า’ เข้าไปแบบนั้น ถ้าไม่เจ็บหนักก็คงตายคาที่ไปแล้ว
แม้ชิกะจะใช้พลังไปไม่ถึงครึ่ง แต่เมื่อเห็นสภาพของเซเฟอร์ เขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองยังห่างชั้นกับระดับพลเรือเอกอยู่พอสมควร... เพราะยังไงเสีย ระดับพลเรือเอกก็ถือเป็นขุมกำลังที่เกือบจะอยู่บนจุดสูงสุดของโลกวันพีซแล้ว
‘หนทางยังอีกยาวไกล... ต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะพลังวิเศษแค่ไหน ร่างกายที่แข็งแกร่งก็ยังเป็นรากฐานสำคัญที่สุด’
ชิกะคลายโหมดเซียน และอธิบายสั้น ๆ ว่าความสามารถนี้เป็น ‘พรสวรรค์ทางสายเลือด’ ตระกูลอุจิวะคือเชื้อสายของเซียน... ซึ่งถ้าว่ากันตามสายเลือดจริง ๆ เขาก็ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น
“พรสวรรค์ทางสายเลือด? ในทะเลนี้มีเผ่าพันธุ์แบบนั้นอยู่ด้วยรึ? คนในตระกูลแกเป็นแบบนี้กันทุกคนเลยรึเปล่า?”
เซเฟอร์ถามด้วยความกระตือรือร้นทันทีที่ได้ยิน
“เปล่าครับ เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย... ตอนนี้เหลือแค่ผมคนเดียวที่เป็นสายเลือดสุดท้ายของอุจิวะ”
“น่าเสียดายจริง...”
เซเฟอร์ผิดหวังเล็กน้อย แต่พอคิดดูอีกที ถ้ามีเผ่าพันธุ์ที่เก่งกาจขนาดนี้อยู่กันเยอะ ๆ รัฐบาลโลกคงต้องจ่ายราคาแพงมหาศาลแน่กว่าจะดึงตัวมาเป็นพวกได้
แถมไม่ใช่ทุกคนจะยอมมาเป็นทหารเรือเหมือนชิกะ ถ้ามีคนแบบชิกะหลุดไปเป็นโจรสลัดสักคน สถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
อย่างน้อยตอนนี้กองทัพเรือก็ได้เพชรเม็ดงามอย่างชิกะมาครองแล้ว... เซเฟอร์เชื่อว่าด้วยพรสวรรค์ขนาดนี้ ชิกะต้องเป็นอัจฉริยะในหมู่ราชาของตระกูลแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นป่านนี้โลกคงเป็นของตระกูลอุจิวะไปแล้ว!
‘เซ็นโงคุ งานนี้แกทำได้เยี่ยมมาก!’
เซเฟอร์แอบยกนิ้วให้เซ็นโงคุในใจ ยิ่งมองชิกะ เขาก็ยิ่งพึงพอใจ อารมณ์ดีจนตัดสินใจว่าจะไม่ทรมานเจ้าเด็กใหม่พวกนี้ในวันนี้แล้ว
“เอาล่ะ! ชั้นแสดงวิชาหกรูปแบบให้ดูรอบหนึ่งแล้ว วันนี้พวกแกกลับไปทบทวนให้ดี พรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกร่างกายกัน... จำไว้ว่าวิชาหกรูปแบบจะเป็นแค่ท่าปาหี่ถ้าไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่งรองรับ!”
สั่งจบ เขาก็สั่งเลิกแถวแล้วเดินกลับไปเตรียมตัวย่อย ‘เซอร์ไพรส์’ ที่ชิกะมอบให้ในวันนี้
เหล่านักเรียนที่เตรียมใจมาเจอการฝึกนรกแตกตั้งแต่วันแรก ต่างคาดไม่ถึงว่าวันแรกจะผ่านไปแบบ ‘ชิล ๆ’ เช่นนี้ พวกเขามองชิกะด้วยความเลื่อมใส ก่อนจะส่งเสียงเฮและจับกลุ่มแยกย้ายกลับหอพัก
ชิกะเดินออกจากสนามฝึกโดยมีรูมเมตทั้งสามรุมล้อม ระหว่างทางกลับ บริดจ์ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ
“ลูกพี่ชิกะสมคำร่ำลือจริง ๆ เล่นงานครูฝึกเซเฟอร์ซะเสียหลักได้เลย!”
ชิกะรีบแก้ความเข้าใจผิด “นั่นเพราะอาจารย์เซเฟอร์ไม่ได้ระวังตัวต่างหาก และถึงจะโดนเข้าไป แกก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด... สมฉายาอดีตพลเรือเอกจริง ๆ”
เกรฟส์ที่เดินอยู่อีกข้างพูดแทรกขึ้น
“แค่นั้นก็สุดยอดแล้ว แต่ที่ชั้นทึ่งกว่าคือความหน้าด้านของบางคน แข็งแกร่งพอ ๆ กับกำแพงป้อมปราการเลยว่ะ!”
บริดจ์รู้ทันทีว่าเกรฟส์กำลังแขวะตัวเอง จึงสวนกลับอย่างเจ็บแสบ
“แหงสิ ก็ตอนนี้มีหญ้าขึ้นรกเต็มกำแพงแล้วนี่หว่า”
เป็นการล้อเลียนเคราเฟิ้มของเกรฟส์... บริดจ์คิดเสมอว่าเกรฟส์ที่อายุเพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ แต่ไว้เคราดกแถมทำหน้าขึงขังแบบนั้น มันดูเหมือน ‘หมูเอาต้นหอมเสียบจมูก แกล้งทำเป็นช้าง’ ชัด ๆ!
ดูเหมือนสองคนนี้จะเป็นคู่กัดตามธรรมชาติ ตั้งแต่เจอกันก็เถียงกันไม่หยุดหย่อน จนชิกะกับบินซ์เริ่มจะชินชาเสียแล้ว
พูดถึงบินซ์ เจ้านี่ก็เหมือนน้ำเต้าปากปิด เงียบกริบแทบไม่พูดไม่จา ชอบใช้สายตาสื่อสารมากกว่า
บินซ์ส่งสายตาชื่นชมให้ชิกะเงียบ ๆ ชิกะพยักหน้ารับรู้ พลางคิดในใจว่ารูมเมตทั้งสามคนนี้... มีสีสันดีจริง ๆ ดูท่าชีวิตในค่ายฝึกต่อจากนี้คงไม่น่าเบื่อแน่นอน