- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 16 ค่ายฝึกระดับหัวกะทิ
บทที่ 16 ค่ายฝึกระดับหัวกะทิ
บทที่ 16 ค่ายฝึกระดับหัวกะทิ
บทที่ 16 ค่ายฝึกระดับหัวกะทิ
ณ ห้องทำงานหัวหน้าครูฝึก... เซเฟอร์เองก็ได้รับรายงานผลการทดสอบของอุจิวะ ชิกะ แล้วเช่นกัน เขาก้มมองตัวเลขบนเอกสารสลับกับเงยหน้ามองทหารสื่อสารที่นำเอกสารมาส่ง สีหน้าของเขาฟ้องชัดเจนว่า “ล้อกันเล่นหรือไง?”
ทหารสื่อสารกลืนน้ำลายเอือก ยืนยันหนักแน่นว่าเรื่องจริงครับท่าน
เมื่อนั้นเซเฟอร์ถึงยอมรับความจริงอย่างเสียไม่ได้
“เข้าใจแล้ว ออกไปได้”
เซเฟอร์โบกมือไล่ทหารออกไป พลางนวดขมับ ทบทวนข้อมูลในเอกสารอีกครั้ง
ทหารเรือฝึกหัด อายุ 16 ปี อุจิวะ ชิกะ ไม่มีพลังผลปีศาจ ค่าโดริคิ 7200... ข้อมูลทั้งหมดนี้เล่นเอาเซเฟอร์มึนงงไปชั่วขณะ
‘นี่เหรอ “เด็กมีพรสวรรค์” ที่เซ็นโงคุบอก? แบบนี้เขาไม่เรียกว่ามีพรสวรรค์แล้ว... นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ!’
เซเฟอร์รู้สึกเหมือนโดนเซ็นโงคุปั่นหัว นับตั้งแต่ลูกเมียถูกโจรสลัดสังหาร คุณภาพของทหารใหม่ในช่วงหลังมานี้ตกต่ำลงมากจนเซเฟอร์เคยคิดจะลาออกจากกองทัพเรือ เซ็นโงคุที่รู้เรื่องนี้จึงพยายามเกลี้ยกล่อมเขาไว้ และเซเฟอร์ที่รู้อยู่แก่ใจว่ากองทัพเรือกำลังอยู่ในช่วงยากลำบาก จึงยอมพักความคิดนั้นไว้ก่อน
‘เจ้าตัวแสบนั่น!’
เซเฟอร์ก่นด่าเซ็นโงคุในใจอย่างดุเดือด
แต่ความจริงแล้ว เซ็นโงคุก็ถูกใส่ร้าย... ฟ้าดินเป็นพยานได้ว่าเขาแค่ต้องการให้เซเฟอร์รับรู้เรื่องเด็กคนนี้ และช่วยขัดเกลาชิกะในค่ายฝึกอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้พรสวรรค์นั้นสูญเปล่า
เขากลัวว่าถ้าพูดตรงเกินไปจะดูเหมือนใช้เส้นสายฝากเด็ก ก็เลยพูดอ้อม ๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่าชิกะจะเป็นตัวประหลาดหลุดโลกขนาดนี้!?
“ไม่นึกเลยว่าหลังจากรุ่นซากาซึกิและอีกสองคนจบไป จะมีเด็กใหม่ที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้โผล่มาอีก... ดูท่าอนาคตของกองทัพเรือจะยังพอมีหวังสินะ”
เมื่อมองดูรูปถ่ายของชิกะบนเอกสาร เซเฟอร์ก็ตัดสินใจว่าจะทุ่มเทสอนเจ้าหนูอุจิวะ ชิกะ คนนี้ด้วยตัวเองในค่ายฝึก เขาจะไม่มีวันปล่อยให้พรสวรรค์นี้เสียของเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องนิสัยใจคอ... จะต้องไม่ให้มี โบร์ซาลิโน่ คนที่สองเกิดขึ้นเด็ดขาด!
คิดได้ดังนั้น เซเฟอร์ก็ลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังค่ายฝึกทันที เตรียมตัวไปดูหน้าเจ้าเด็กใหม่ระดับปีศาจที่ชื่ออุจิวะ ชิกะ
ในขณะเดียวกัน ชิกะได้ก้าวเข้าสู่ค่ายฝึกระดับหัวกะทิของศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือด้วยคะแนนสอบเข้าอันดับหนึ่ง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ถูกชายแก่ผมม่วงหมายหัวเข้าให้แล้ว
ตลอดทางเดิน เขาตกเป็นหัวข้อสนทนาของกลุ่มทหารฝึกหัด
“ดูนั่นสิ นั่นไงอุจิวะ ชิกะ ปีศาจที่ค่าโดริคิ 7200!”
“ดวงตาแปลกชะมัด เป็นเผ่าพันธุ์พิเศษหรือเปล่านะ?”
“หล่อจัง...”
“เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ยัยบ้า มองดูคนสวยข้าง ๆ หมอนั่นสิ แล้วหันมาดูตัวเอง คิดว่าเขาจะชายตาแลเธอเรอะ?”
“ไสหัวไปเลยไป!”
คำวิจารณ์สารพัดลอยเข้าหูชิกะ เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ไม่ว่าจะโลกนารูโตะหรือวันพีซ พวกชอบสร้างบรรยากาศกับพวกบ้าผู้ชายก็มีอยู่ทุกที่จริง ๆ
“เป็นอะไรไป? ฮอตขนาดนี้ มีแต่คนชื่นชม ทำหน้าแบบนั้นทำไมกัน... หรือว่าข้างในกำลังยืดอกภูมิใจอยู่ล่ะสิ พ่อคนปากไม่ตรงกับใจ ภายนอกทำเป็นเก็กขรึมแต่ข้างในเร่าร้อนเชียวนะ”
เสียงนั้นคือกิออน เธอเดินตามชิกะเข้ามาโดยอ้างว่าจะมาส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่จุดประสงค์จริง ๆ คือกันท่าไม่ให้พวกสาวน้อยใจแตกมางาบชิกะไปกินต่างหาก... ไม่ใช่เรื่องอื่นหรอกน่า
“พอได้แล้ว เลิกแซวชั้นสักทีเถอะน่า... พี่นั่นแหละตัวดีที่ทำให้ชั้นเด่นขนาดนี้ ทีนี้จะทำตัวสงบเสงี่ยมก็คงไม่ได้แล้ว”
“เพชรแท้ย่อมส่องประกาย พรสวรรค์มันซ่อนกันไม่ได้หรอกน่า เลิกบ่นได้แล้ว”
ระหว่างคุยกัน ทั้งสองก็มาถึงหน้าหอพักของค่ายฝึก กิออนหยุดเดิน
“ส่งแค่นี้นะ ชั้นต้องไปแล้ว เราคงไม่ได้เจอกันสักพัก อย่าคิดถึงกันมากล่ะ น้องชายชิกะ~”
“รู้แล้วน่า ไม่ใช่ว่าจะไม่เจอกันอีกตลอดชีวิตซะหน่อย ไว้ชั้นออกไปได้เมื่อไหร่ เราค่อยไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน”
ทันใดนั้น สีหน้าของกิออนก็เปลี่ยนไป เธอเอ่ยเสียงเข้ม
“นายลืมอะไรไปรึเปล่า?”
“หือ?”
ชิกะทำหน้างง
“ตอนทดสอบน่ะ... นายหยิกตรงไหนของชั้น?”
“เอ่อ...”
ชิกะเริ่มหน้าเจื่อน ตอนนั้นเขาทำไปตามสัญชาตญาณ และมันก็... เกินเลยไปหน่อยจริง ๆ นั่นแหละ
“คิก...”
เมื่อเห็นชิกะยืนทำตัวไม่ถูกเหมือนห่านโดนทุบหัว กิออนก็ยกมือป้องปากขำ
“เอาล่ะ ๆ ดูทำหน้าเข้า กลัวจนหัวหดแล้วมั้ง ชั้นไม่ทำอะไรนายหรอกน่า”
พูดจบเธอก็ยื่นมือไปหยิกแก้มชิกะคืน
ชิกะตั้งตัวไม่ทันเลยโดนกิออนหยิกเข้าเต็ม ๆ เขาได้แต่เอี้ยวตัวหลบ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากกิออนได้อีกระลอก
“ทำตัวเป็นเด็กไปได้ นึกว่านายจะไม่แคร์เรื่องพรรค์นี้ซะอีก”
กิออนหยุดหัวเราะและปรับท่าทีให้สุขุมขึ้น เหมือนตอนทดสอบ เธอเอื้อมมือมาจัดเสื้อผ้าให้ชิกะ คราวนี้ชิกะไม่ได้พูดอะไร เขารู้ดีว่ากิออนแค่ต้องการเผชิญหน้ากับการจากลาที่กำลังจะมาถึงด้วยรอยยิ้ม
“ถ้านายจบจากค่ายฝึก... และไต่เต้าจนเป็นพลเรือตรีได้เมื่อไหร่ ชั้นจะยอมทำตามคำขอนายหนึ่งข้อ เอาไหม?”
จู่ ๆ กิออนก็พูดขึ้น
ชิกะมองกิออนเงียบ ๆ ทุกอย่างสื่อสารผ่านสายตาโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
“ฮ่า ๆ... แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนี่เนอะ ชิกะ?”
กิออนพูดเหมือนรำพึงกับตัวเอง และหยุดมือที่จัดเสื้อให้ชิกะ
ชิกะก้าวเข้าไปสวมกอดกิออน และกระซิบที่ข้างหูเธอเบา ๆ
“แค่นั้นเองเหรอ? ไม่เห็นจะท้าทายตรงไหนเลย”
ใบหน้าของกิออนแดงซ่าน เธอรีบผลักชิกะออกแล้วเดินหนีไปพร้อมทิ้งท้ายไว้อย่างรวดเร็วราวกับหนีความผิด
“เลิกขี้โม้ได้แล้วย่ะ!”
ชิกะมองแผ่นหลังของกิออนที่เดินจากไป รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก
“ถ้าอย่างนั้นก็คอยดูเถอะ... พี่สาวกิออน”