เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ดวงตาแห่งเซียน

บทที่ 4 ดวงตาแห่งเซียน

บทที่ 4 ดวงตาแห่งเซียน


บทที่ 4 ดวงตาแห่งเซียน

“พี่ชิกะ พี่เป็นเทวดาเหรอ?”

“ไม่ใช่”

“พี่ชิกะ พี่จะจับหนูกินไหม?”

“นั่นมันอาชญากรรมนะ”

“พี่ชิกะ สอนท่านั้นให้หนูหน่อยสิ! ถ้าหนูทำได้นะ เบลเมียร์ก็ไม่กล้าดุหนูอีกแล้ว!”

ตลอดทางกลับบ้าน นามิเกาะติดหนึบพลางเจื้อยแจ้วไม่หยุด ในขณะที่โนจิโกะได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พยายามดึงตัวนามิที่เอาแต่เบียดเสียดกับขาของชิกะออกมา

“ไว้โตกว่านี้หน่อย แล้วก็ทำตัวให้เป็นกุลสตรีเหมือนโนจิโกะก่อน... แล้วพี่จะพิจารณาอีกที”

แปะ!

ชิกะดีดหน้าผากนามิเบา ๆ จนเกิดเสียงดังฟังชัด เขาถูนิ้วไปมาอย่างพึงพอใจกับสัมผัสนั้น

นามิยกมือขึ้นกุมหน้าผาก ทำปากยื่นบ่นอุบอิบ “ขี้งก! พี่ชอบแค่โนจิโกะคนเดียวสินะ! ฮือออ หนูมันตกกระป๋องแล้วนี่??”

ท่าทางแก่นแก้วของนามิทำให้โนจิโกะหน้าแดงระเรื่อ เธอตบหัวนามิเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะแอบชำเลืองมองชิกะด้วยความขัดเขิน

ทว่าอากัปกิริยาเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น ย่อมไม่อาจหลุดรอดสายตาของชิกะไปได้

ด้วยยีนอันยอดเยี่ยมของตระกูลอุจิวะ บวกกับบุคลิกที่ดูเย็นชาเล็กน้อย ทำให้เขามีแรงดึงดูดอย่างมหาศาลต่อเด็กสาววัยอยากรู้อยากเห็นพวกนี้... ยิ่งรวมกับดวงตาลึกลับที่ดูอันตรายแต่ก็น่าหลงใหลนั่นอีก

‘หึ! ยีนบ้านี่... แล้วก็ความสมบูรณ์แบบบ้านี่!’

ภายนอกชิกะยังคงนิ่งสงบราวกับสุนัขแก่เจนโลก แต่ภายในใจกลับกำลังหลงตัวเองอย่างหน้าไม่อาย!

เบลเมียร์เดินตามหลังพวกเขามาเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของชิกะ

‘พลังเมื่อกี้มันอะไรกัน? พลังของผลปีศาจงั้นเหรอ? แต่เราก็เห็นชิกะกระโดดลงน้ำไปจับปลาได้นี่นา... ผู้มีพลังผลปีศาจต้องว่ายน้ำไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?’

คำถามมากมายทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าดูเป็นปริศนาที่เธอกระหายอยากจะไขให้กระจ่าง

เมื่อเข้าสู่ตัวหมู่บ้านและถึงทางแยกที่จะต้องแยกย้ายกัน เบลเมียร์ดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว เธอบอกให้โนจิโกะกับนามิกลับบ้านไปก่อน โดยอ้างว่ามีธุระต้องจัดการ แม้เด็กทั้งสองจะงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ยอมกลับไปแต่โดยดี

เมื่อเด็ก ๆ ลับสายตาไปแล้ว เหลือเพียงเบลเมียร์และชิกะยืนอยู่ที่ทางแยก... ชิกะหันมามองเบลเมียร์ เขารู้ว่าเธอมีเรื่องอยากจะถาม จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

“คุณเบลเมียร์ มีธุระอะไรรึเปล่าครับ?”

เบลเมียร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดด้วยความระมัดระวัง

“ชิกะ อาจจะดูเสียมารยาทไปหน่อยนะ แต่ชั้นไม่ได้มีเจตนาร้าย... ชั้นขอถามได้ไหมว่าจริง ๆ แล้วเธอเป็นใครกันแน่? มันยากที่จะเข้าใจนะว่าคนที่มีความสามารถระดับเธอ ทำไมถึงมาขลุกอยู่ในที่เล็ก ๆ อย่างอีสต์บลูตั้งสิบปี? แล้วก็ดวงตาคู่นั้น... มันคงไม่ใช่แค่ของประดับแปลก ๆ ใช่ไหม? แน่นอน ถ้าคำถามนี้ทำให้ลำบากใจ ไม่ต้องตอบก็ได้นะ อย่าเก็บไปใส่ใจล่ะ!”

เบลเมียร์รัวคำถามออกมาเป็นชุด สองมือประสานกันแน่น รอคอยคำตอบจากชิกะอย่างใจจดใจจ่อ

ชิกะมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะระบายยิ้มออกมา... เขาชื่นชมเบลเมียร์มากจากการดูอนิเมะ

แม้ฝีมือของเธอจะไม่ได้สูงส่ง แต่ฉากที่เธอยิ้มรับความตายเพื่อปกป้องนามิยังคงประทับใจเขาไม่รู้ลืม เขารู้ว่าเธอเป็นคนดี จึงไม่ได้รู้สึกแย่กับคำถามซักไซ้นี้

หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง ชิกะก็ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ไม่เป็นไรครับ คุณแค่รู้ว่าผมไม่ใช่คนเลวก็พอ... ส่วนดวงตานี้ ให้เข้าใจว่าเป็นพรสวรรค์ติดตัวของตระกูลผมก็ได้ มันเรียกว่า ‘เนตรสังสาระ’ ดวงตาแห่งเซียน... ท่าโจมตีเมื่อกี้ก็ถูกปล่อยผ่านดวงตานี้ มันเป็นหนึ่งในความสามารถของผม ส่วนตระกูลของผม... คุณจะเรียกว่าผมมาจากสายเลือดแห่งเซียน ‘ตระกูลอุจิวะ’ ก็ได้”

เซียน... อุจิวะ... เนตรสังสาระ...

เบลเมียร์ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน แม้เธอจะไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลอุจิวะมาก่อน แต่จากสิ่งที่ชิกะแสดงให้เห็น มันต้องเป็นตระกูลที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อแน่นอน

ชิกะเห็นเบลเมียร์ยืนอึ้งไป จึงพูดต่อ

“เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นทำให้ความทรงจำผมหายไปบ้าง แต่ผมยังจำได้ว่าผมคือคนสุดท้ายของตระกูลที่เหลือรอดในโลกใบนี้... ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงอยู่ที่นี่นานนัก คุณลองคิดดูสิครับ ตอนผมมาถึงหมู่บ้าน ผมเพิ่งจะหกขวบเองนะ เด็กขนาดนั้นจะให้ไปไหนได้ล่ะครับ?”

“เอ่อ... นั่นก็จริงนะ” เบลเมียร์เกาหัวแก้เก้อ “งั้น... แล้วเธอวางแผนจะเอายังไงต่อ? ด้วยความสามารถขนาดนี้ คงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตใช่ไหม?”

“อืม... ผมกะว่าจะไปสมัครเป็น ‘ทหารเรือ’ ครับ”

“ห้ะ??”

จบบทที่ บทที่ 4 ดวงตาแห่งเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว