- หน้าแรก
- วันพีซ เนตรสังสาระ พลิกชะตาโลกโจรสลัด
- บทที่ 3 ของขวัญจากท้องทะเล
บทที่ 3 ของขวัญจากท้องทะเล
บทที่ 3 ของขวัญจากท้องทะเล
บทที่ 3 ของขวัญจากท้องทะเล
เมื่อชิกะขับเรือลำน้อยตามทิศทางที่เขาส่งร่างจ้าวทะเลไปจนถึงฝั่ง เขาก็พบว่าซากจ้าวทะเลตาเหลือกขาวโพลงนอนเกยตื้นอยู่บนชายหาด กลุ่มชาวบ้านยืนล้อมมุงดูซากสัตว์ยักษ์ พลางจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของมัน
“นี่... นี่มันจ้าวทะเลไม่ใช่เหรอ? มันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?”
“ไม่รู้สิ หรือจะเป็นของขวัญจากธรรมชาติ??”
“ของขวัญจากธรรมชาติกะผีน่ะสิ! ตัวมหึมาขนาดนี้ ต่อให้คลื่นซัดมาก็ไม่น่าจะถูกพัดมาไกลขนาดนี้ได้หรอกมั้ง??”
“แล้วชิกะล่ะ? รีบออกไปตามหาเขาเร็ว ตอนนี้อันตรายมากนะ”
“ใช่ ๆ พวกหนุ่ม ๆ แข็งแรง ๆ มากับข้า เราต้องไปหาเขา อย่าให้เกิดอะไรขึ้นเด็ดขาด”
...
ท่ามกลางฝูงชน เบลเมียร์ สาวผมสีชมพู ยืนกอดอกเงียบ ๆ เคียงข้าง นามิ วัยสิบขวบ และ โนจิโกะ วัยสิบสองปี สายตาของเธอจับจ้องไปที่ซากจ้าวทะเลตรงหน้า
นามิผู้ร่าเริงชี้ไปที่ซากจ้าวทะเลแล้วพูดกับเบลเมียร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เบลเมียร์ ดูสิ! ปลาตัวเบ้อเริ่มเลย! หนูเพิ่งเคยเห็นปลาตัวใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย!”
“พี่ชิกะจะเป็นยังไงบ้างนะ... วันนี้พี่เขาออกไปตกปลาไม่ใช่เหรอคะ?”
โนจิโกะซึ่งปกติจะเป็นเด็กเงียบขรึมกว่า เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงชิกะ เบลเมียร์ลูบหัวเด็กทั้งสองเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร แต่แววตาของเธอก็ฉายความกังวลออกมาวูบหนึ่ง
ในฐานะอดีตทหารเรือ เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าการตายของจ้าวทะเลตัวนี้... เป็นฝีมือมนุษย์
‘มียอดฝีมือระดับนี้โผล่มาที่อีสต์บลูตั้งแต่เมื่อไหร่? ทหารเรือเหรอ? ถ้าเป็นโจรสลัดล่ะก็เรื่องใหญ่แน่... ชั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่พวกนามิกับโนจิโกะ...’
เบลเมียร์กำหมัดแน่น
‘ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ถ้าคิดจะทำร้ายเด็กพวกนี้ ชั้นจะปกป้องพวกแกด้วยชีวิต!’
ในขณะนั้นเอง ชิกะที่เพิ่งขึ้นฝั่งก็เดินมาถึงซากสัตว์ยักษ์ ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ รีบกรูเข้ามาหาเขาทันที
“ชิกะ! เธอกลับมาแล้ว! มีจ้าวทะเลโผล่มา ยายริซ่าเป็นห่วงแทบแย่!”
“ใช่ ๆ ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกทะเลเลย จ้าวทะเลโผล่มาแบบนี้ เรือลำน้อยของเธอโดนชนทีเดียวคว่ำแน่!”
“พี่ชิกะ!” x 2
เจ้าตัวเล็กสองคนพุ่งตัวออกมาจากฝูงชน แล้วกอดหมับเข้าที่... น่องของชิกะอย่างแน่นหนา พวกเธอคือนามิกับโนจิโกะนั่นเอง
“ปลอดภัยดีใช่ไหม ชิกะ? ยัยตัวแสบสองคนนี้เป็นห่วงนายแทบตายแน่ะ” เบลเมียร์แทรกตัวเข้ามาถามไถ่บ้าง
โนจิโกะหน้าแดงระเรื่อ กอดขาชิกะไว้โดยไม่พูดอะไร ส่วนนามินั้นเหมือนประทัดที่ถูกจุดไฟ เธอกระเด้งตัวออกจากขาของชิกะแล้วตะโกนลั่นว่า “ไม่ได้เป็นห่วงซะหน่อย! แค่กลัวว่าจะไม่มีใครหาปลามาให้กินต่างหาก!”
ชิกะรู้สึกอบอุ่นในหัวใจจากความห่วงใยของคนรอบข้าง ความใส่ใจเช่นนี้ช่างล้ำค่าสำหรับเขาผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังมาตลอดหลายปีในโลกนารูโตะ
เขาส่ายหัวยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยกับทุกคน
“ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ส่วนเรื่องอันตรายไม่ต้องกังวลหรอกครับ... จ้าวทะเลตัวนี้คือเหยื่อของผมเอง”
สิ้นเสียงของชิกะ บรรยากาศรอบข้างก็เงียบกริบลงทันที ผู้คนต่างจ้องมองเขาตาค้าง
ผ่านไปครู่หนึ่ง โนจิโกะยื่นมือออกมาแล้วเขย่งตัวกระโดดเหยง ๆ สองสามที ชิกะมองเธออย่างงุนงง พลันรู้สึกตัวว่าทำท่าทางเปิ่น ๆ ออกไป โนจิโกะก็หน้าแดงแปร๊ดแล้วพูดตะกุกตะกัก
“พี่... พี่ชิกะตกใจจนเพี้ยนไปแล้ว หรือว่าเป็นไข้กันแน่คะ?”
นามิที่อยู่ข้าง ๆ ก็ทำหน้าแบบเดียวกัน ราวกับจะบอกว่า: “นั่นสิ!”
ทันทีที่เธอพูดจบ ชาวบ้านรอบ ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่า ชิกะ ดูสิ ขนาดเด็ก ๆ ยังคิดว่านายเพี้ยนไปแล้วเลย!”
“เห็นปกตินิ่ง ๆ ไม่คิดว่านายจะมีพรสวรรค์ด้านเล่นมุกฝืดนะเนี่ย!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” เสียงหัวเราะดังระลอกแล้วระลอกเล่า
แต่เบลเมียร์ไม่ได้หัวเราะ เธอมองชายหนุ่มตรงหน้า สัญชาตญาณบอกเธอว่านี่ไม่ใช่เรื่องตลก... เธอรู้อยู่แล้วว่าชิกะไม่ใช่คนธรรมดา แรงกดดันจากดวงตาคู่นั้นมันรุนแรงเกินไป มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อว่ามันเป็นแค่รูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด
ชาวบ้านรอบข้างเพียงแค่หลีกเลี่ยงการสบตาเขาโดยไม่รู้ตัวในชีวิตประจำวัน หรือไม่ก็ชินชากับความแปลกนี้ไปเองหลังจากอยู่ร่วมกันมานานและรู้ว่าชิกะเป็นคนดี
ชิกะไม่ได้รู้สึกรำคาญ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ยกมือขึ้นหันไปทางซากจ้าวทะเล แล้วเอ่ยเบา ๆ สองคำ
“ข่ายเทพพิชิตฟ้า”
ตึง!!!
สิ้นคำนั้น ซากศพจ้าวทะเลก็ถูกแรงที่มองไม่เห็นกระแทกพุ่งไถลออกไปอีกหลายร้อยเมตร ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงจนอ้าปากค้างของทุกคน