- หน้าแรก
- ราชาแห่งโลกสองมิติ
- บทที่ 23 บ้านของถังอิน
บทที่ 23 บ้านของถังอิน
บทที่ 23 บ้านของถังอิน
วันพุธเป็นอีกวันที่นิตยสาร "ประกายจรัส" วางจำหน่าย
เนื้อเรื่องของนิยายในฉบับนี้ดำเนินเข้าสู่โครงเรื่องหลักในที่สุด แม้ว่าโควจะบอกฟุตาบะไปแล้วว่าเรื่องราวสมัยมัธยมต้นของพวกเขามันจบลงไปแล้ว และโควคนเดิมที่เคยชอบฟุตาบะก็เลือนหายไปตามกาลเวลา
แต่ในความเป็นจริง เขาก็ยังทนมองข้ามฟุตาบะที่โรงเรียนไม่ได้อยู่ดี เขาเป็นห่วงเธอ สายตาของเขาคอยเฝ้ามองเธอ และเขาก็จะคอยปลอบโยนเวลาที่เธอเศร้า
และแล้ว... คำขอโทษในรอบสามปี
เขาขอโทษที่ผิดนัดในคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากถามว่าคืนนั้นฟุตาบะได้รอเขาหรือเปล่า
"ฉันรอ ฉันรออยู่ตลอดเลยนะ!" เมื่อได้ยินคำถามของโคว ความอัดอั้นตันใจตลอดสามปีก็พรั่งพรูออกมา ฟุตาบะไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป
"ฉันขอโทษ ตอนนั้นฉันคิดว่าเธอเกลียดพวกผู้ชาย ฉันเลยไปตามนัดไม่ได้ ฉันขอโทษจริงๆ นะ"
ฟุตาบะช้อนดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาขึ้นมอง และพบเพียงรอยยิ้มอันอ่อนโยนของโควที่จ้องมองมาที่เธอ
ปมในใจที่ผูกแน่นมาตลอดสามปี ในที่สุดก็ถูกคลายออก
และนี่ก็คือการพบกันครั้งสุดท้ายระหว่างฟุตาบะและโควช่วงก่อนปิดเทอมฤดูร้อน
หลังช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ในชั้นมัธยมปลายปีที่สอง โคว ฟุตาบะ และยูริ เพื่อนสนิทของฟุตาบะ ต่างก็ถูกจัดให้อยู่ห้องเดียวกัน
โควที่หล่นจากห้องเด็กเรียนมาอยู่ห้องธรรมดา ตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมชั้น แต่คนอ่านกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า
เขาจงใจ เขาตั้งใจทำคะแนนสอบปลายภาคให้สูสีกับฟุตาบะ เป้าหมายก็คือจะได้อยู่ห้องเดียวกับเธอนั่นเอง
ตอนจบของบทที่สามทิ้งท้ายให้ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยบทสรุปที่ทุกคนตั้งตารอคอย
ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ข้อมูลของ ยูธทริป ในส่วนของสถิตินิยายของนิตยสาร "ประกายจรัส" บนระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ทางการสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง ก็ทะยานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และบนเว็บบอร์ดทางการของบริษัทสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง
"ฉันรู้สึกว่านักเขียนคนนี้เข้าใจโลกจริงๆ! ฉันรักการพัฒนาตัวละครของโควมากๆ"
"ขนาดผมเป็นผู้ชาย ผมยังหลงเสน่ห์เขาเลย เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจว่าผู้ชายแบบไหนกันนะที่จะสามารถสัมผัสส่วนที่อ่อนโยนของผู้หญิงได้ในทุกคำพูดและการกระทำ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว โควคนนี้ ทุกคำพูดและการกระทำของเขา มันสัมผัสส่วนที่อ่อนโยนที่สุดในใจผมจริงๆ"
"นักเขียนวางเรื่องได้ยอดเยี่ยมมาก นางเอกหนีพ้นสภาพแวดล้อมอันมืดมนในห้องเรียนตอนปีหนึ่งมาได้ แล้วพอขึ้นปีสอง ตัวละครหลักทุกคนก็ได้มาอยู่ห้องเดียวกัน มุกนี้ถือว่าเด็ดดวงและเรียกความลุ้นระทึกได้สุดๆ ไปเลย"
"นี่ มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์หยวนชิงบ้างไหม? หรือเขามีบัญชีโซเชียลมีเดียอะไรหรือเปล่า ฉันอยากจะไปกดติดตามเขาจัง!"
"ฉันไม่มีหรอก แต่ก่อนหน้านี้ฉันเคยเข้ากลุ่มแฟนคลับ แล้วมีคนบอกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทกับหยวนชิงในชีวิตจริงมาหลายปีแล้ว เธอบอกว่าชีวิตจริงหยวนชิงเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยมากๆ เลยนะ!"
"จริงดิ? เรื่องจริงเหรอเนี่ย? เรื่องที่เป็นผู้หญิงน่ะชัวร์อยู่แล้ว แต่สวยมากด้วยเหรอ? ชักอยากเห็นหน้าแล้วสิ"
"อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน"
"พวกนายควรโฟกัสที่เนื้อหานิยายมากกว่านักเขียนนะ! ต่อให้อาจารย์หยวนชิงจะไม่ใช่สาวน้อยน่ารัก หรือต่อให้เขาจะเป็นผู้ชาย พวกนายจะเลิกอ่านนิยายเรื่องนี้งั้นเหรอ? อย่าหลงประเด็นสิ!"
"ก็จริงนะ แต่คราวหน้าอย่าตั้งสมมติฐานแบบนั้นสิ หยวนชิงเป็นผู้ชายเนี่ยนะ มันจะไร้สาระเกินไปแล้ว? นายจะบอกว่าฉันอาจจะร้องไห้ขี้มูกโป่งให้กับนิยายรักตาหวานที่ผู้ชายแต่งงั้นเหรอ?"
"เป็นหัวข้อที่น่าสนใจดีนะ"
"น่าสนใจบ้าบออะไรล่ะ? พวกนายมันพวกประหลาด อย่ามาทำตัวเป็นมลพิษในเว็บบอร์ดแถวนี้เลย พวกนายคิดจริงๆ เหรอว่าอาจารย์หยวนชิงจะไม่เข้ามาส่องเว็บบอร์ดน่ะ? เด็กผู้หญิงอย่างเธอคงเสียใจแย่ถ้าพวกนายเอาเธอมาพูดเล่นแบบนี้"
"เอาล่ะๆ เลิกป่วนเว็บบอร์ดได้แล้ว โหวตกันหรือยัง? ถ้ายังก็รีบไปโหวตซะ ฉันได้ผลโหวตของนิตยสาร 'ประกายจรัส' สัปดาห์ที่แล้วมาจากวงใน ยอดโหวตของ ยูธทริป อยู่อันดับสามเองนะ พวกนายทนได้เหรอ?"
"แล้วอันดับหนึ่งกับสองเป็นใครล่ะ?"
"ดอกไม้ไฟฤดูร้อน กับ วันอำลา"
"อันนี้ก็ทำใจยอมรับยากอยู่นะ"
"อืม สองเรื่องนั้นน่ะเหรอ! ฉันก็รู้สึกเหมือนกันว่าการที่ ยูธทริป แพ้สองเรื่องนั้นมันเป็นอะไรที่รับไม่ได้จริงๆ"
"ทุกคน มาพยายามให้มากกว่านี้เถอะ ไปตามเว็บบอร์ดต่างๆ นิตยสาร 'ประกายจรัส' หรือกลุ่มแฟนนิยายเรื่องอื่นๆ เพื่อโปรโมท ยูธทริป แล้วหาแฟนคลับให้นิยายเรื่องนี้เพิ่มกันเถอะ ลุยเลย!"
"ใครที่รัก ยูธทริป อย่างสุดหัวใจ มาร่วมกลุ่มคิวคิว: xxxxxxx ได้เลยนะ มาจัดระเบียบกัน แล้วขยายอิทธิพลรวมถึงความนิยมของผลงานเรื่อง ยูธทริป ให้ได้มากที่สุด"
ในอาณาจักรมังกร การติดตามนิยายก็เหมือนการตามติ่งดารา วัฒนธรรมแฟนคลับนั้นเติบโตเต็มที่แล้ว
หลังจากปรับตัวและจัดระเบียบกันมากว่าหนึ่งสัปดาห์ แฟนๆ ของ ยูธทริป ที่ลงตีพิมพ์ติดต่อกันมาสามฉบับ ก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มแฟนคลับที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในที่สุด
ในขณะที่เซี่ยเหยียนผู้เป็นคนสร้างสรรค์ผลงานกลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย พวกเขากลับรวมตัวกันเองและกำลังวางแผนหาทางช่วย ยูธทริป ขยับอันดับในนิตยสาร "ประกายจรัส" ให้สูงขึ้น
หลังเลิกเรียนในช่วงบ่าย
วันนี้แสงแดดเจิดจ้า แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มอมแดง
หลังเลิกเรียน เซี่ยเหยียนไม่ได้เลือกที่จะกลับบ้านทันที แต่เขานั่งรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ที่ถังอินให้ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน
แน่นอนว่า
เซี่ยเหยียนพกต้นฉบับนิยาย ยูธทริป บทที่เจ็ดและแปดติดตัวมาด้วย
"ไม่รู้ว่านิมอวิ๋นคนนั้นจะคุยง่ายหรือเปล่า ฉันเคยเจอเธอแค่ครั้งเดียวในลิฟต์ของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง... เอาจริงๆ ก็แค่ครึ่งหน้า เพราะเธอใส่หน้ากากอนามัย ฉันเลยไม่รู้ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง" เซี่ยเหยียนพึมพำกับตัวเองขณะเดินเข้าไปในเขตที่พักอาศัย
"แล้วก็หวังว่าถังอินจะไม่ให้คำแนะนำอะไรมั่วซั่วหรอกนะ ฉันไม่อยากจะมานั่งแก้โครงเรื่องหลักของนิยายตามใจชอบหรอก"
ตึกสิบสาม
เจอแล้ว
เซี่ยเหยียนพบเป้าหมาย เขาเดินเข้าไปในตึกที่พักอาศัยสูงระฟ้า แล้วกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นเก้า
เวลานัดกับถังอินคือหนึ่งทุ่มครึ่ง ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งสิบนาที เซี่ยเหยียนจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมในลิฟต์ ลูบรอยยับบนชุดนักเรียนที่เกิดจากการเดิน โดยอาศัยเงาสะท้อนจากผนังลิฟต์
ก็แหงล่ะ การแต่งตัวให้เรียบร้อยดูดีก็ถือเป็นการให้เกียรติผู้อื่นอย่างหนึ่งนี่นา
เมื่อถึงชั้นที่หมาย เซี่ยเหยียนก็กดกริ่งหน้าห้อง 903
ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือถังอินในชุดเดรสสีแดง รูปร่างสูงโปร่งและเรือนผมสลวยงดงาม
เมื่ออยู่ในชุดลำลอง เธอดูปราศจากความเคร่งขรึมและจริงจังอย่างที่เคยเห็นที่บริษัท เธอกลับดูเหมือนพี่สาวแสนอ่อนโยนและเป็นกันเอง เซี่ยเหยียนถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
ทว่า ใบหน้างดงามขาวเนียนของเธอกลับฉายแววผิดหวังเมื่อเห็นว่าคนที่มาคือเซี่ยเหยียน
"นึกว่าคนส่งอาหารซะอีก! เธอมาถึงเร็วเหมือนกันนะเนี่ย? เข้ามาก่อนสิ คงยังไม่ได้กินอะไรมาใช่มั้ย! ถ้าหิวก็ทนเอาหน่อยนะ เดี๋ยวรออาหารมาส่งพร้อมกันเลย"
เหมือนกัน?
เซี่ยเหยียนตระหนักได้ทันทีว่า นักเขียนนิยายเวทมนตร์สาวผู้ลึกลับที่ชื่อนิมอวิ๋น ก็คงจะมาถึงแล้วเหมือนกัน
เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์แบบสามห้องนอน ตกแต่งอย่างหรูหราและประณีต แม้ว่าผนังตั้งแต่ทางเข้าจะเต็มไปด้วยโปสเตอร์อนิเมะ เกม และนิยาย ซึ่งดูขัดกับสไตล์การตกแต่งบ้านไปสักหน่อย
และเมื่อก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น...
เซี่ยเหยียนถึงกับสูดหายใจเฮือก
ในตู้โชว์กระจกขนาดใหญ่สามใบใกล้ระเบียงในห้องนั่งเล่น เต็มไปด้วยสินค้าและฟิกเกอร์จากเกม อนิเมะ และนิยายชื่อดังของอาณาจักรมังกรสารพัดรูปแบบ รวมถึงเครื่องเกมคอนโซลและตลับเกมหายากอีกเพียบ
ตู้แต่ละใบสูงถึงสองเมตร พื้นที่กว้างขวาง และบัดนี้ก็อัดแน่นไปด้วยไอเทมสองมิติมากมายนับไม่ถ้วน
"พระเจ้าช่วย... อุปกรณ์แปลงร่างรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นของอัศวินตะวันเดือด คุณมีของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?!"
"แล้วก็นี่ ฟิกเกอร์รุ่นนักสะสมของสาวน้อยเวทมนตร์ลูลู่ ตัวนั้นราคาตั้งหมื่นสาม แถมโดนพวกพ่อค้าคนกลางปั่นราคาไปถึงสามหมื่นเลยนะตอนนั้น!"
"นี่ก็ด้วย ฟิกเกอร์โมเดลฉากดวลกันระหว่าง 'เซี่ยเหล่ย' พระเอกเรื่องอัศวินทะลุจักรวาล กับ 'งูอุจจาระ' ที่เขาว่ากันว่ามีแค่พันตัวบนโลก... โอ้มายก๊อด..."
ดวงตาของเซี่ยเหยียนเป็นประกาย
ของในบ้านหลังนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว
ถังอินคนนี้ไม่ใช่แค่บรรณาธิการนิยายธรรมดาๆ แน่ๆ เธอเป็นบรรณาธิการมหาเศรษฐีชัดๆ!
"ฮี่ๆ เซี่ยเหยียน ตาถึงไม่เบานี่ ไม่เหมือนคนนั้นหรอก... ยัยนั่นดันเมินของสะสมสุดหวงของฉันซะได้?" ถังอินพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นสีหน้าของเซี่ยเหยียน
คนนั้น?
คำพูดนั้นทำให้เซี่ยเหยียนชะงักไป
จากนั้นเขาก็ละสายตาจากข้าวของในตู้โชว์ฟิกเกอร์และสินค้าสุดหรู หันไปมองเด็กสาวผู้เงียบขรึมที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เธอมีสีหน้าเรียบเฉยและมีเครื่องหน้าที่งดงามจนน่าทึ่ง
มองแวบแรกก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา
มองแวบที่สอง...
เซี่ยเหยียนก็นึกออกทันทีว่าเธอคือใคร
จากห้องเจ็ด...
ซ่งหลิงอวิ๋น?
ห๊า? อะไรวะเนี่ย?
สีหน้าของเซี่ยเหยียนแข็งค้างไปทันที