- หน้าแรก
- ราชาแห่งโลกสองมิติ
- บทที่ 9: ผลการประชุม
บทที่ 9: ผลการประชุม
บทที่ 9: ผลการประชุม
ในที่ประชุม บรรณาธิการทุกคนหยุดพูดแล้วหันไปหยิบนิยายเรื่องที่สองขึ้นมาอ่านโดยไม่ปล่อยให้เสียเวลาไปเปล่าๆ
การพิจารณานิยายหนึ่งเรื่องใช้เวลาไม่กี่นาที และการทบทวนนิยายหลายสิบเรื่องก็ต้องใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงกว่าการประชุมจะสิ้นสุดลง
สำหรับสถานะ 'รอพิจารณา' นั้น หมายความว่าเนื้อเรื่องในบทแรกของนิยายเรื่องนี้ผ่านการอนุมัติจากบรรณาธิการบริหารหานอวิ๋นแล้ว และคุณภาพของมันก็เพียงพอที่จะตีพิมพ์ในนิตยสาร "เมเปิ้ลสีชาด" แต่ถ้าหากมันไม่ใช่นิยายที่โดดเด่นที่สุดในการประชุมครั้งนี้ ก็เท่ากับหมดสิทธิ์ เพราะนิตยสารฉบับนี้เหลือพื้นที่ว่างให้ลงเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ที่โรงเรียนมัธยมหนานเฉิงแห่งที่สาม พิธีเปิดภาคเรียนที่สองของชั้นมัธยมปลายปีสองกำลังดำเนินอยู่
ท่ามกลางนักเรียนห้องสาม
ใต้ตาของเซี่ยเหยียนดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาโหมงานหนักเพื่อดัดแปลงเนื้อหาอนิเมะ ยูธทริป ที่เขาเคยดูให้กลายเป็นตัวอักษรความยาวเจ็ดตอน
จากนั้น ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ความทรงจำที่เด็กสาวดูอนิเมะแบบมาราธอนก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผลงานรักโรแมนติกอย่าง ซูซูกะ หรืออนิเมะแฟนตาซีอย่าง ผมน่ะหรือคือราชาปีศาจ! และ การล้างแค้นของผู้กล้าสายฮีล
เรื่อง ซูซูกะ น่ะไม่เท่าไหร่ เซี่ยเหยียนดูผ่านความทรงจำของวิญญาณได้อย่างเพลิดเพลินอินไปกับเรื่องราว แต่ไอ้เรื่อง ผมน่ะหรือคือราชาปีศาจ! นี่สิ ถึงเขาจะดูไปแค่ไม่กี่ตอนผ่านความทรงจำ แต่ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด มันน่าจะเป็นอนิเมะแนวบอยส์เลิฟ ซึ่งทำเอาเซี่ยเหยียนรู้สึกอึดอัดใจสุดๆ หลังจากดูจบ
เซี่ยเหยียนถึงกับหน้าเหวอตอนที่ดูอนิเมะพวกนี้ ทำได้เพียงเลื่อมใสในความหลากหลายของเหล่านักสร้างสรรค์อนิเมะในโลกคู่ขนาน รสนิยมของพวกเขาช่างหนักหน่วงเสียจริง และที่สำคัญที่สุดคือ สาวน้อยผู้ร่าเริงคนนั้นก็เปิดรับทุกอย่าง นั่งดูไปกินไปอย่างเอร็ดอร่อยทุกเรื่อง
ให้ตายสิ ไม่ใช่ผลงานทุกเรื่องจากต่างโลกจะเหมาะเอามาดัดแปลงในอาณาจักรมังกรหรอกนะ ผลงานที่เซี่ยเหยียนฝันเห็นในช่วงสองวันที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องไหนเหมาะที่จะนำมาตีพิมพ์ในอาณาจักรมังกรเลยสักเรื่อง
แต่ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้การแน่!
สาวน้อยผู้ร่าเริง เธอต้องรีบหน่อยแล้ว! ตอนที่ความทรงจำกำลังเล่นอยู่ ช่วยกดข้ามไปดูตอนของ ยูธทริป เร็วๆ หน่อยสิ!
ถ้าเกิดวันนี้ที่ประชุมอนุมัติ ยูธทริป ขึ้นมา ฉันไม่อยากให้ถังอินบุกมาที่บ้านพร้อมมีดอีโต้เพื่อมาทวงต้นฉบับในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านะเว้ย!
เซี่ยเหยียนคิดในใจ รอยคล้ำใต้ตายิ่งดูชัดเจนขึ้นไปอีก
พิธีเปิดภาคเรียนจบลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพียงพิธีการลวกๆ เท่านั้น พรุ่งนี้นักเรียนถึงจะเริ่มเรียนภาคเรียนที่สองอย่างเป็นทางการ
เหล่าหวง ครูประจำชั้น เริ่มพล่ามอย่างเมามันหน้าชั้นเรียนว่าเหลือเวลาอีกแค่สี่ร้อยวันก็จะถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว กระตุ้นให้ทุกคนขยันหมั่นเพียร มุ่งมั่นตั้งใจ ละทิ้งสื่อบันเทิงทั้งหลายแหล่อย่างนิยาย อนิเมะ และเกม แล้วหันมาโฟกัสเรื่องเรียนซึ่งเป็นทางสว่างที่แท้จริง
ก็นะ แทบจะไม่มีใครฟังแกเลยด้วยซ้ำ
ทว่า สิ่งที่สะดุดตาเซี่ยเหยียนนิดหน่อยก็คือ แฟนสาว... อ๊ะ ไม่สิ แฟนเก่าของเขา ซูหลิง ตัวแทนฝ่ายวิชาการของห้อง นั่งอยู่แถวถัดจากเขาไป ห่างกันแค่เมตรเดียว
เธออยู่ในชุดนักเรียนสีขาว ดูสดใสและงดงาม ดึงดูดสายตาเด็กหนุ่มในห้องไปหลายคน
ช่วงปิดเทอมฤดูหนาว เพราะความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวของเซี่ยเหยียน ซูหลิงก็บอกเลิกเขาทันทีที่รู้ข่าว แต่ในเมื่อยังต้องเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน การหลบหน้ากันก็คงเป็นไปไม่ได้ พวกเขาเลยได้แต่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นกันเพื่อเลี่ยงความอึดอัด
เมื่อเห็นท่าทีของเธอ เซี่ยเหยียนก็ตัดใจจากเยื่อใยเส้นสุดท้ายที่มีต่อเธอได้อย่างหมดจด
"เอ้อ ซูหลิง ก่อนหน้านี้เธอกับเซี่ยเหยียนสนิทกันดีไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้ถึงไม่คุยกับเขาสักคำเลยล่ะ?"
"สนิทอะไรกัน? ฉันกับเขาก็แค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาๆ อย่าคิดมากไปเองเลย" ซูหลิงปรายตามองเซี่ยเหยียนแวบหนึ่ง
แม่เขาด่วนจากไป พ่อก็ชิงฆ่าตัวตายตอนปิดเทอม แถมครอบครัวยังล้มละลายอีก แต่เซี่ยเหยียนยังไม่ลาออกจากโรงเรียน ซึ่งนั่นทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย
อาจจะมีญาติบางคนช่วยส่งเสียให้เรียนต่อล่ะมั้ง
ช่างเถอะ ไม่ว่ายังไง ตอนนี้เขาก็คงเป็นหนึ่งในคนที่น่าสมเพชที่สุดในโรงเรียน การคบกับเขาต่อไปมีแต่จะทำให้เพื่อนฝูงหัวเราะเยาะว่าเธอตาต่ำ แถมไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยสักนิด ดีไม่ดีอาจจะบากหน้ามาขอยืมเงินฉันด้วยซ้ำ...
สารพัดฉากจำลองวิ่งวุ่นอยู่ในหัวของซูหลิง น่าเสียดายจริงๆ ที่เธอไม่ได้ไปเป็นนักเขียนนิยาย
ทั้งคู่เพิ่งตกลงคบกันตอนปลายเทอมที่แล้ว คบกันได้ไม่ถึงเดือนก็เลิกรากันไปช่วงปิดเทอม เวลาสั้นเกินไปจนไม่มีใครในห้องรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาเลย
สายลมอ่อนๆ พัดโชยเข้ามาในห้องเรียน ทำให้เส้นผมของเหล่านักเรียนปลิวไสว
เซี่ยเหยียนมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องการตีพิมพ์นิยาย จนเผลอใจลอยไป
ซูหลิงขมวดคิ้ว ยิ่งเธอพยายามทำเป็นเมินเซี่ยเหยียนมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งรู้สึกว่าเมินเขาได้ยากขึ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทีเฉยเมยที่เขามีต่อเธอ ต่อโรงเรียน และต่อทุกสิ่งทุกอย่าง กลับทำให้เธอรู้สึกขัดใจนิดๆ เธอรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าคนที่ถูกเธอทิ้งดูจะสงบเยือกเย็นยิ่งกว่าเธอเสียอีก
พรุ่งนี้ โรงเรียนก็จะเปิดแล้ว
"ลำดับต่อไป นิยายเรื่องที่ยี่สิบสองของการประชุมครั้งนี้ ยูธทริป เสนอลงตีพิมพ์ในนิตยสาร ประกายจรัส และ ซวินอิน"
ถังอินลุกขึ้นยืนและแนะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ยูธทริป ให้เหล่าบรรณาธิการในที่ประชุมฟัง
บรรณาธิการคนอื่นๆ ต่างส่งเสียงพลิกหน้ากระดาษต้นฉบับกันเกรียวกราว
ในการประชุมครั้งนี้ มีนิยายทั้งหมดห้าเรื่องที่ต้องห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงโควตาตีพิมพ์สองที่ของนิตยสาร ประกายจรัส
การแข่งขันดุเดือดเลือดพล่านไม่เบาทีเดียว
ครึ่งนาทีต่อมา
สีหน้าของบรรณาธิการในที่ประชุมก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาล้วนเป็นพวกหูไวตาไวและมีสายตาเฉียบแหลม สำหรับนิยายส่วนใหญ่ โครงเรื่องในบทแรกมักจะยังไม่ทันได้ขยายความมากนักเพราะพื้นที่จำกัด ประสบการณ์ในการอ่านจึงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก
แต่โครงเรื่องในบทแรกของ ยูธทริป กลับน่าสนใจมาก
ประการแรก บทนำได้ปูพื้นฐานความรักเขาข้างเดียวที่ทั้งพระเอกและนางเอกต่างมีให้กันในอดีต
ในช่วงกลางเรื่อง ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้งในสามปีต่อมา ในตอนที่ทุกคนคิดว่าถ่านไฟเก่าจะคุ ประโยคของโควที่ว่า "พวกเรากลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นไม่ได้อีกแล้ว!" กลับเป็นการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้อย่างชะงัด
ส่วนในตอนท้าย เสียงสะท้อนในใจของนางเอกที่แสดงออกถึงความไม่ยอมแพ้และไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเธอกับโควต้องจบลงเพียงแค่นี้ ได้สร้างความคาดหวังอย่างแรงกล้าต่อการพัฒนาโครงเรื่องในบทที่สอง
และการบรรยายถึงความสัมพันธ์ อารมณ์ และสภาพจิตใจของฟุตาบะนางเอกของเรื่อง... หลังจากอ่านบทแรกจบ ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าสร้อยและความปวดร้าวลึกๆ
พวกเขาอ่านนิยายมานักต่อนัก นิยายคุณภาพดาดๆ ทั่วไปไม่สามารถสั่นคลอนอารมณ์ของบรรณาธิการเหล่านี้ได้หรอก
"อืม ค่อนข้างดีทีเดียว"
"คุณภาพใช้ได้เลยล่ะ"
"ฉันไม่คิดงั้นนะ บทแรกสร้างความสัมพันธ์ของตัวละครได้แข็งทื่อมาก แถมพระเอกยังบอกนางเอกหน้าตาเฉยว่า 'อดีตของพวกเรามันจบลงแล้ว' แล้วเนื้อเรื่องจะดำเนินต่อไปยังไงล่ะ? นางเอกตามตื๊อพระเอกงั้นเหรอ? นักอ่านหญิงหลายคนเกลียดพล็อตแบบนี้นะ ไม่มีใครอยากอ่านเรื่องผู้หญิงคลั่งรักหรอก"
"ก็จริงนะ"
"เดี๋ยวก่อน นักเขียนคนนี้เป็นหน้าใหม่เหรอ? แล้วข้อมูลนักเขียนนี่ ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย? ผู้ชาย? แถมยังเป็นนักเรียนด้วย?"
"จริงดิ? เรื่องจริงเหรอเนี่ย?"
"เด็กผู้ชายมัธยมปลายแต่งนิยายรักตาหวาน?"
"ข้อความเมื่อกี้ใช่สิ่งที่ผู้ชายแต่งได้จริงๆ เหรอ? จริงดิ? เด็กมัธยมสมัยนี้เข้าใจโลกภายในจิตใจของผู้หญิงได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียว?"
"บอกตามตรงนะ การที่ผู้ชายอยากจะเขียนนิยายรักตาหวานมันออกจะพิลึกไปหน่อย ถึงบทแรกจะเขียนดี แต่เนื้อเรื่องหลังจากนี้มีโอกาสพังพาบสูงมาก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเด็กมัธยมที่ยังไม่เคยมีแฟนจะสามารถแต่งนิยายรักที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงจนถูกใจนักอ่านหญิงตามท้องตลาดได้จริงๆ"
เหล่าบรรณาธิการต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ ห้องประชุมกลายเป็นความวุ่นวาย
เมื่อเทียบกับการถกเถียงเรื่องก่อนๆ การวิจารณ์ ยูธทริป ดูจะเผ็ดร้อนกว่าอย่างเห็นได้ชัด
บรรณาธิการที่ต้องขับเคี่ยวกันในที่ประชุมย่อมไม่มีทางเกรงใจ พวกเขาพร้อมจะจับผิดและโจมตีคู่แข่งอย่างไม่ลดละ
"ต้นฉบับนิยายเรื่องนี้ส่งมาสามบทแรก ฉันได้ศึกษามาอย่างละเอียดแล้ว และสถานการณ์ของมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนกำลังวิจารณ์กัน อันที่จริง สำหรับนิยายเรื่อง ยูธทริป ความสนุกของเนื้อเรื่องจะยิ่งเพิ่มขึ้นในแต่ละบท ไล่ตั้งแต่บทแรกไปจนถึงบทที่สาม" ถังอินกล่าวอย่างเยือกเย็น
"ฉันเชื่อเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำว่า ยูธทริป ถึงแม้จะไปลงใน เมเปิ้ลสีชาด ก็สามารถคว้าอันดับความนิยมติดหนึ่งในสามได้สบายๆ เป็นเพราะผู้แต่ง เซี่ยเหยียน เป็นนักเขียนหน้าใหม่ ฉันถึงได้เสนอให้นำนิยายเรื่องนี้ไปลงใน ประกายจรัส ฉันหวังว่าเวลาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ ทุกคนควรพุ่งเป้าไปที่การถกเถียงเรื่องพล็อต มากกว่าจะมานั่งจับผิดเรื่องคุณสมบัติของนักเขียน อาณาจักรมังกรกว้างใหญ่ไพศาล มีนักเขียนไลต์โนเวลหน้าใหม่ตั้งมากมายที่ดังเปรี้ยงปร้างได้ตั้งแต่เล่มแรก"
"แต่นั่นมันก็แค่ความเห็นส่วนตัวของเธอนี่ ฉันว่าไอ้คำว่า 'อาจจะ' 'น่าจะ' 'ถ้า' พวกนี้ มันบ่งบอกถึงผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนทั้งนั้นแหละ และสำนักพิมพ์ของเราก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งแบกรับความเสี่ยงขนาดนั้น อย่าลืมนะว่า ประกายจรัส เป็นนิตยสารยอดขายอันดับสามของสำนักพิมพ์เรา ฉันเสนอให้นำนิยาย ยูธทริป ไปลงตีพิมพ์ใน ซวินอิน ดีกว่า" บรรณาธิการหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่แข่งของถังอินในการประชุมครั้งนี้ โพล่งขึ้นมาทันที
เธอรู้ตัวดีว่าความโดดเด่นและความน่าสนใจของนิยายที่ตนนำเสนอนั้น ด้อยกว่า ยูธทริป อย่างเทียบไม่ติด ในแง่ของคุณภาพผลงาน นิยายที่เธอเสนอให้ลงใน ประกายจรัส นั้นพ่ายแพ้หลุดลุ่ย แน่นอนว่าตอนนี้เธอต้องพยายามชักจูงประเด็นเพื่อเขี่ยคู่แข่งตัวฉกาจให้พ้นทาง
ในเวลาแบบนี้ บทบาทของบรรณาธิการบริหารหานอวิ๋นก็ฉายแววขึ้นมาทันที การถกเถียงอย่างวุ่นวายย่อมไม่นำไปสู่ข้อสรุปใดๆ แต่การมีคนมานั่งฟันธงย่อมสร้างความแตกต่าง
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสั่งให้ผู้ช่วยนำต้นฉบับอีกสองบทถัดไปของ ยูธทริป มาแจกจ่ายให้เหล่าบรรณาธิการ
แน่นอนว่าการประชุมพิจารณาตีพิมพ์นั้นเน้นความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หากนิยายทุกเรื่องต้องมานั่งอ่านกันสองสามบท หรือเนื้อหาความยาวห้าหกหมื่นคำ มันจะเยิ่นเย้อเกินไป
ทว่า หากทุกคนยังลังเลกับนิยายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และการถกเถียงดำเนินไปอย่างดุเดือด หากผู้เสนอมีต้นฉบับตอนต่อไป ก็คุ้มค่าที่จะสละเวลาเพิ่มเติมให้กับนิยายคุณภาพสูงสักเรื่องสองเรื่อง
ห้านาทีต่อมา
บรรณาธิการหลายสิบชีวิตทั่วทั้งห้องประชุมต่างเงียบกริบ
จริงอย่างที่ว่า เนื้อเรื่องสามบทแรกของนิยายเรื่อง ยูธทริป นั้นยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้น
คาแรคเตอร์ของฟุตาบะนางเอกของเรื่องยิ่งดูน่าเอาใจช่วยมากขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโควพระเอกของเรื่อง รวมถึงปฏิสัมพันธ์ในแต่ละวันกับเพื่อนสนิทผู้หญิงที่โรงเรียน ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้ง
มันช่างสมกับชื่อเรื่อง ยูธทริป เสียจริงๆ
กลิ่นอายของวัยหนุ่มสาวอบอวลไปทั่ว ชวนให้นึกถึงความงดงามในวัยเยาว์และความรู้สึกหวั่นไหวของรักแรกที่บรรณาธิการหญิงหลายคนเคยสัมผัสในอดีต
นี่คือนิยายตาหวานที่แต่งโดยเด็กหนุ่มวัยสิบหกจริงๆ เหรอเนี่ย?
น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"อนุมัติ" หานอวิ๋นวางต้นฉบับในมือลง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
แม้เธอจะเป็นหญิงวัยสี่สิบเศษ แต่ท่าทางและน้ำเสียงของเธอนั้นสง่างามยิ่งนัก
และในวินาทีนี้ ไม่มีบรรณาธิการคนไหนคัดค้านการตัดสินใจของเธอเลยแม้แต่คนเดียว
หากใครสักคนสามารถเขียนนิยายสามตอนรวดได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ การไปงัดเอาข้ออ้างเดิมๆ มาโจมตีเขาก็คงไร้ความหมาย
และคำพูดของหานอวิ๋นก็ไม่ใช่ 'รอพิจารณา' แต่เป็น 'อนุมัติ' ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพของนิยายเรื่อง ยูธทริป อย่างสิ้นเชิง
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังอินก็พรูลมหายใจออกมายาวเหยียด