- หน้าแรก
- ราชาแห่งโลกสองมิติ
- บทที่ 5: การเริ่มต้นที่ดีและศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน
บทที่ 5: การเริ่มต้นที่ดีและศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน
บทที่ 5: การเริ่มต้นที่ดีและศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน
ในที่สุดเซี่ยเหยียนก็รอจนเธออ่านบทแรกจบ เขาอยากรู้ใจแทบขาดว่าเธอจะพูดอะไรออกมา?
แต่ผิดคาด ถังอินคว้าต้นฉบับบทที่สองมาอ่านต่อหน้าตาเฉยโดยไม่พูดอะไรสักคำ
มาถึงตรงนี้ เซี่ยเหยียนก็พอจะเดาทางออก ความตึงเครียดในใจจึงค่อยๆ มลายหายไป
ถ้าเธอคิดว่ามันไม่สนุก เธอคงไม่ยอมเสียเวลาตั้งขนาดนี้หรอก จริงไหม?
อีกด้านหนึ่ง
อีกคนที่กำลังรออยู่หน้าห้องรับรอง เด็กสาวในชุดวอร์มสีแดงที่ขึ้นลิฟต์มาในตึกสำนักงานของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดงพร้อมกับเซี่ยเหยียน ได้แต่มองเงาบนกระจกฝ้าของห้องรับรองเป็นรอบที่ร้อยแล้ว
แสงและเงาที่ทอดผ่านกระจกฝ้า เผยให้เห็นเงาของเด็กหนุ่มและหญิงสาวที่เข้าไปในห้องก่อนหน้านี้กำลังคุยกันอยู่ เป็นแบบนี้มาสิบนาทีแล้ว และดูท่าว่าจะยังคงพูดคุยกันต่อไปอย่างออกรสออกชาติ
เขาเข้าไปข้างในครึ่งชั่วโมงแล้ว
เด็กสาวในชุดวอร์มสีแดงถอดหน้ากากอนามัยออกเพื่อสูดอากาศ เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามและจิ้มลิ้ม
จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากสีเชอร์รี่ นัยน์ตาสุกสกาวดั่งน้ำพุใส และผิวพรรณขาวเนียนละเอียดที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยเพราะสวมหน้ากากอนามัยนานเกินไป
"เขาเอาผลงานอะไรมาส่งกันนะ?" แววตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เธอก็พอจะเข้าใจแหละว่า ถ้าผลงานของเด็กหนุ่มคนนั้นไม่เข้าตา บรรณาธิการข้างในคงไม่ยอมเสียเวลากับเขาตั้งขนาดนี้หรอก
แต่แล้ว หัวใจของเธอก็เริ่มกระวนกระวาย
ยิ่งรอนาน เธอก็ยิ่งคิดฟุ้งซ่าน ในหัวของเธอจินตนาการภาพผลงานของตัวเองถูกบรรณาธิการข้างในสับแหลกไม่เหลือชิ้นดีไปแล้วเป็นสิบๆ รอบ
"ปัญหาของเธอคือ เธอเทบทบรรยายไปที่ฟุตาบะเยอะเกินไป เห็นได้ชัดว่าตัวละครหลักของเรื่อง ยูธทริป คือฟุตาบะกับโคว แต่การบรรยายรายละเอียดของโควอยู่ตรงไหนล่ะ? ฉันอ่านนิยายรวดเดียวจบทั้งสามตอน ภาพลักษณ์ของฟุตาบะในฐานะเด็กสาวน่ารัก อ่อนไหว กลัวความเจ็บปวด ชอบโคว และปรารถนาที่จะย้อนเวลากลับไปเมื่อสามปีก่อนเพื่อประสานรอยร้าวในอดีตกับโคว มันชัดเจนมากในหัวฉัน"
"แล้วโควล่ะ? เด็กหนุ่มผู้ลึกลับงั้นหรือ? ภาพจำของเขาในหัวฉันยังเลือนรางมาก รูปร่างหน้าตา ส่วนสูง ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นก็ไม่ชัดเจน เขาปฏิบัติกับฟุตาบะที่เป็นนางเอกแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นไหม... รายละเอียดพวกนี้สำคัญมากนะ ตัวเอกของนิยายรักตาหวานคือนางเอกก็จริง แต่ถ้าการนำเสนอตัวพระเอกยังไม่ชัดเจนพอ ก็อย่าหวังเลยว่าคนอ่านนิตยสารจะอินไปกับเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง"
ถังอินวิจารณ์ต้นฉบับของเซี่ยเหยียนอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเซี่ยเหยียนก็หดคอรับฟังคำแนะนำและคำติชมอย่างนอบน้อม
"ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้... แล้วก็ตรงนี้ เพิ่มบทบาทให้โควอีกนิด แล้วก็ขยายโครงเรื่องส่วนของเพื่อนกินของฟุตาบะให้เหมาะสมด้วย บอกตามตรง เพื่อนพวกนี้นี่ตัวสร้างปัญหาชั้นดีเลยล่ะ"
"หลังจากเธอแก้ตรงนี้เสร็จ พรุ่งนี้... อย่างช้าที่สุดก็มะรืนนี้ เอาต้นฉบับมาให้ฉันโดยตรงเลยนะ นี่นามบัตรฉัน ถึงตอนนั้นโทรหาฉันได้เลย" ถังอินล้วงนามบัตรออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เซี่ยเหยียน
"ฉันขอรับพิจารณาต้นฉบับของเธอไว้ก่อนก็แล้วกัน อย่าลืมติดต่อฉันโดยตรงหลังจากแก้งานเสร็จล่ะ อย่ามัวไปเสี่ยงดวงกับสำนักพิมพ์อื่นเลย นิยายรักตาหวานเป็นแนวถนัดของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดงของเราอยู่แล้ว เธอคงสืบมาดีแล้วถึงได้เลือกส่งต้นฉบับให้เราเป็นที่แรก" ถังอินกล่าวตบท้าย น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย
"หมายความว่า...?" เซี่ยเหยียนถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"อย่างน้อยผลงานเรื่องนี้ก็ผ่านการประเมินจากฉันแล้ว" ถังอินทัดปอยผมไว้หลังใบหู
"อีกสามวัน บริษัทของเราจะจัดการประชุมประจำเดือนเพื่อหารือเรื่องโควตาว่างของนิยายที่เพิ่งจบไปในนิตยสารนิยายของบริษัทเรา ดังนั้น ต้นฉบับนิยายฉบับแก้ไขของเธอต้องส่งถึงมือฉันภายในมะรืนนี้"
คำพูดของถังอินชัดเจนมาก
เธอคิดว่าต้นฉบับนิยายเรื่อง ยูธทริป มีแวว แต่เธอก็ให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ว่ามันจะได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารนิยายของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดงไหม หรือจะได้ลิขสิทธิ์ตีพิมพ์ลงในนิตยสารเล่มไหน เรื่องแบบนี้กองบรรณาธิการต้องนำไปปรึกษาหารือกันในที่ประชุมก่อน
ไม่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลว สำหรับเซี่ยเหยียน มันก็แค่ส่งผลว่าเขาจะได้ค่าลิขสิทธิ์หรือไม่ แต่สำหรับสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง การตีพิมพ์ผลงานแต่ละเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของบริษัทในหมู่นักอ่านนิยาย ต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด เป็นไปไม่ได้เลยที่บรรณาธิการระดับล่างแค่คนสองคนจะฟันธงได้
"เข้าใจแล้วครับ"
หัวใจของเซี่ยเหยียนพองโตด้วยความดีใจ การผ่านการประเมินจากบรรณาธิการหมายความว่าผลงานเรื่องนี้จะได้เข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาการตีพิมพ์เป็นตอนๆ สถานการณ์ราบรื่นกว่าที่คิดไว้มาก
อย่างไรก็ตาม ถังอินบอกเขาว่าห้ามส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์อื่น แต่ให้ไปแก้ไขต้นฉบับแล้วรีบส่งกลับมาให้เธอทันที
เซี่ยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้ารับ หลังจากพูดคุยตามมารยาทกับถังอินอีกสองสามประโยค เขาก็เดินออกจากห้องรับรอง
ในเวลานั้นเอง
เด็กสาวในชุดสีแดงที่ยืนรอเซี่ยเหยียนอยู่ข้างนอกมาสี่สิบนาที ซึ่งตอนนี้สวมหน้ากากอนามัยเรียบร้อยแล้ว เดินสวนกับเซี่ยเหยียนที่กำลังก้าวออกจากห้องรับรองและเตรียมตัวจะกลับ
ขณะที่เดินสวนกัน สายตาของเด็กสาวก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของเซี่ยเหยียนอย่างพินิจพิเคราะห์
เธอเดินเข้าไปในห้องรับรอง และแน่นอนว่าเพื่อเป็นมารยาท เธอจึงถอดหน้ากากอนามัยออก
ก็นะ ที่เธอใส่หน้ากากอนามัยก็เพราะกลัวว่าคนรู้จักจะมาเห็นตอนเธอมาส่งต้นฉบับ แล้วเอาไปนินทากันให้แซดที่โรงเรียน
"ซ่งหลิงอวิ๋น ใช่ไหม? ฉันคือบรรณาธิการถังอิน" ถังอินก้มมองประวัติที่ซ่งหลิงอวิ๋นกรอกไว้ก่อนหน้านี้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ
นักเขียนนิยายสาวสวย... หายากเลยนะเนี่ย!
"สองคนติดๆ กันเลยแฮะ แถมยังเป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหนานเฉิงแห่งที่สามเหมือนกันอีก" สีหน้าของถังอินดูประหลาดใจเล็กน้อย
"เธอรู้จักเซี่ยเหยียนไหม? มาด้วยกันหรือเปล่า?"
"เซี่ยเหยียน? ใครเหรอคะ?" ซ่งหลิงอวิ๋นกะพริบตาปริบๆ น้ำเสียงตอนที่ถามติดจะเย็นชาไปสักนิด
"อืม ไม่รู้จักสินะ! งั้นก็ลืมเรื่องที่ฉันเพิ่งพูดไปซะเถอะ" ถังอินกระแอมไอ
ทว่า คนพูดไม่ได้ตั้งใจ แต่คนฟังกลับเก็บเอาไปคิด
แววตาของซ่งหลิงอวิ๋นฉายแววครุ่นคิด
เด็กนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหนานเฉิงแห่งที่สามอีกคนงั้นเหรอ
เซี่ยเหยียน?...
ซ่งหลิงอวิ๋นเหลือบมองข้อมูลที่เป็นตัวอักษรบนหน้าแรกของปึกต้นฉบับนิยายที่วางอยู่บนโต๊ะของถังอินอีกครั้ง
【ยูธทริป โดย เซี่ยเหยียน】
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซ่งหลิงอวิ๋นก็พอจะเข้าใจความหมายในคำพูดของถังอินเมื่อครู่นี้
ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกันงั้นเหรอ?
ริมฝีปากของซ่งหลิงอวิ๋นโค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลอยู่เลยว่า แค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ ไม่ยอมตั้งใจเรียน แต่กลับมาส่งต้นฉบับไลต์โนเวล จะโดนหาว่าทำตัวไม่สมวัยหรือเปล่า นี่แหละคือเหตุผลที่เธอต้องใส่หน้ากากอนามัยมาส่งงาน เพราะกลัวคนรู้จักมาเห็นเข้า
แต่อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้แล้ว
ว่ายังมีคนในโรงเรียนที่ทำตัวไม่สมวัยอยู่อีกคนเหมือนกัน
บังเอิญอะไรขนาดนี้
อืม... ยูธทริป นิยายที่เขาส่งชื่อนี้งั้นเหรอ? ชื่อเรื่องไม่ได้เรื่องเลย
"แสงดาวเมื่อวันวาน"
ถังอินรับต้นฉบับนิยายที่ซ่งหลิงอวิ๋นยื่นให้ พอเห็นชื่อเรื่องนิยาย ไม่ว่ายังไงเธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ดี
แต่เธอไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะถังอินรู้ดีว่ารสนิยมของเธอไม่ได้เป็นตัวแทนของคนทั้งหมด ถึงเธอจะไม่ชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าชื่อเรื่องนี้มีปัญหาเสียหน่อย
และหลังจากพิจารณาต้นฉบับอย่างถี่ถ้วน...
สีหน้าของถังอินก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
หลังจากพิจารณาไปอีกเจ็ดนาที เธอก็เงยหน้าขึ้น ทั้งสีหน้าและท่าทีที่เธอมีต่อซ่งหลิงอวิ๋นก็ดูจริงจังขึ้นกว่าเดิมมาก
นิยายเรื่องนี้ก็น่าสนใจไม่เบาเลยแฮะ
โรงเรียนมัธยมหนานเฉิงแห่งที่สาม? ปกติแล้วเธอไม่ค่อยได้ให้ความสนใจโรงเรียนนี้เท่าไหร่เลยนี่นา? ทำไมเด็กนักเรียนจากโรงเรียนนี้ถึงได้เป็นว่าที่นักเขียนนิยายดาวรุ่งที่ผลิตผลงานออกมามากมายกันทั้งนั้นเลยล่ะ?
เซี่ยเหยียนเดินออกจากตึกสำนักงานของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง มองไปยังตึกสำนักงานของสำนักพิมพ์อีกสี่แห่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน เขาทอดถอนใจ แต่แล้วก็ล้มเลิกความคิดที่จะส่งต้นฉบับไปหลายๆ ที่พร้อมกัน
ก็ถังอินออกปากแล้วนี่นาว่าจะเอาเรื่อง ยูธทริป เข้าที่ประชุมเพื่อตัดสินใจว่าจะตีพิมพ์เป็นตอนๆ ดีไหม แถมยังบอกไม่ให้เขาส่งต้นฉบับไปให้บริษัทอื่นอีก และเซี่ยเหยียนเองก็รับปากกับถังอินไปแล้วตรงนั้นเลยด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ ระหว่างที่คุยกันก่อนหน้านี้ ถังอินพยายามอย่างเต็มที่ที่จะชี้ให้เห็นจุดบกพร่องในงานเขียนของเซี่ยเหยียน แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะร่วมงานด้วย เซี่ยเหยียนเองก็ยังไม่ได้หน้าหนาพอที่จะไปทำเรื่องเล่นแง่อะไรทีหลังหรอก
ยิ่งไปกว่านั้น พอลองมาคิดดูดีๆ แล้ว สำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดงก็เป็นบริษัทที่เหมาะสมที่สุดในบรรดาห้าสำนักพิมพ์ใหญ่นิยายในเมืองหนานเฉิงสำหรับนิยายรักตาหวานอย่าง ยูธทริป จริงๆ นั่นแหละ ถ้าได้ลงตีพิมพ์ที่สำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดงจริงๆ นั่นก็ถือว่าเป็นฉากจบที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
ดังนั้น... ไม่ขอเสี่ยงดีกว่า! อย่างแย่ที่สุด ถ้าข้อเสนอเรื่องตีพิมพ์ของถังอินไม่ผ่านที่ประชุม เซี่ยเหยียนค่อยเอาไปส่งให้บริษัทอื่นก็ยังได้ เสียเวลาไปแค่ไม่กี่วันเอง
นี่ก็เที่ยงแล้ว เซี่ยเหยียนเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วขึ้นรถบัสกลับบ้าน
ช่วงเปิดตัวหนังสือใหม่นี้ ทุกคนครับ ถ้ามีตั๋วก็ช่วยโหวตให้ผมด้วยนะครับ ถ้าเนื้อเรื่องมีปัญหาตรงไหน ติชมกันเข้ามาได้เลย นักเขียนพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกคนครับ ถ้าใครมีผลงานเรื่องโปรดก็แนะนำกันเข้ามาได้ ถ้าเห็นว่าเหมาะสม นักเขียนก็สามารถหยิบยกมาใส่ในเนื้อเรื่องได้เหมือนกัน
อ้อ แล้วก็พยายามอย่าดองตอนกันไว้นะครับ ถ้ายอดอ่านนิยายตอนล่าสุดไม่กระเตื้องขึ้นมา ฉีเตี่ยน ก็จะไม่ดันนิยายให้ ซึ่งมันน่าเศร้ามากเลยล่ะครับ