- หน้าแรก
- ราชาแห่งโลกสองมิติ
- บทที่ 4: เด็กหนุ่มผู้ส่งต้นฉบับนิยายรักตาหวาน
บทที่ 4: เด็กหนุ่มผู้ส่งต้นฉบับนิยายรักตาหวาน
บทที่ 4: เด็กหนุ่มผู้ส่งต้นฉบับนิยายรักตาหวาน
เมื่อเซี่ยเหยียนก้าวเข้าไปในห้อง เขาก็พบกับหญิงสาววัยยี่สิบเศษสวมแว่นตากรอบดำ
เธอมีใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่งดั่งใบหลิว สันจมูกโด่งรั้น เครื่องหน้าหมดจดงดงาม และมีเรือนผมยาวสยายประบ่า... จัดว่าเป็นหญิงงามอย่างแท้จริง
เธอคือ ถังอิน บรรณาธิการแห่งสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง ผู้รับหน้าที่พิจารณาต้นฉบับใหม่ในวันนี้ บนใบหน้าของเธอฉายแววเหนื่อยล้าให้เห็นจางๆ
ก็นะ สำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดงมีคนมาส่งต้นฉบับด้วยตัวเองถึงที่วันละสามสี่สิบเรื่อง บางวันอาจทะลุหลักร้อย การต้องนั่งอ่านต้นฉบับใหม่ติดต่อกันย่อมทำให้เหนื่อยล้าเป็นธรรมดา
เซี่ยเหยียนเดินเข้ามาในห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาพินิจพิเคราะห์ถังอิน ในขณะที่เธอก็กำลังประเมินเขาอยู่เช่นกัน
เด็กนักเรียน
ถังอินลอบถอนหายใจในใจ
ก็แหงล่ะ เซี่ยเหยียนหน้าตาอ่อนเยาว์ขนาดนั้น ด้วยวัยเพียงสิบหกปี ต่อให้ตาบอดแค่ไหนก็ไม่มีทางมองว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ไปได้
ไม่ใช่ว่าวงการไลต์โนเวลของอาณาจักรมังกรจะไม่มีนักเขียนวัยเรียน ทว่าพวกนักเรียนมักต้องแบ่งเวลาไปให้การเรียน แถมประสบการณ์ชีวิตก็ยังมีจำกัด ทำให้นิยายร้อยละเก้าสิบเก้าของพวกเขา ถ้าพูดให้ดูดีหน่อยก็คือขาดคุณภาพ แต่ถ้าพูดกันตามตรงก็คือ...
เขียนสนองความต้องการตัวเองล้วนๆ ไม่สนทิศทางตลาด การดำเนินเรื่องและการวางโครงเรื่องไม่มีชิ้นดี นึกอยากเขียนอะไรก็เขียน ผลงานของเด็กนักเรียนที่ได้รับเลือกให้ตีพิมพ์เป็นตอนๆ จึงมีน้อยจนแทบนับชิ้นได้
นักเขียนส่วนใหญ่ที่ผลงานได้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารนิยายของสำนักพิมพ์ต่างๆ มักจะเป็นคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มาหลายปีและยึดเป็นอาชีพหลัก ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่ เพราะพวกเขามีเวลาในการคิดโครงเรื่องและหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ
แน่นอนว่าย่อมมีข้อยกเว้นสำหรับเหล่าอัจฉริยะในวงการที่เก่งกาจจนไร้เหตุผล
"สวัสดี เธอคือเซี่ยเหยียนใช่ไหม? ฉันชื่อถังอิน เป็นบรรณาธิการผู้ดูแลของสำนักพิมพ์วรรณกรรมเมเปิ้ลแดง" ถังอินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ขณะกวาดสายตามองใบข้อมูลที่เซี่ยเหยียนกรอกไว้ก่อนหน้านี้
"สวัสดีครับ คุณถัง" เซี่ยเหยียนเอ่ยทักทายพลางทรุดตัวลงนั่ง
แม้เขาจะเป็นแค่เด็กนักเรียน แต่ก่อนที่พ่อจะจากไป พ่อเคยพาเขาไปร่วมงานสังสรรค์กับบรรดาลุงป้าน้าอาและเพื่อนฝูงอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงไม่มีอาการประหม่าเวลาต้องรับมือกับผู้ใหญ่เหมือนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
"เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสอง โรงเรียนมัธยมหนานเฉิงแห่งที่สามสินะ?" ถังอินเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยเหยียนแล้วถาม
"ใช่ครับ"
ถังอินนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เมื่อยืนยันชื่อและตัวตนได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องซักไซ้ให้มากความ หากต้นฉบับนิยายของเซี่ยเหยียนไม่เข้าตา รู้ไปก็เสียเวลาเปล่า
"ในใบข้อมูลระบุว่านิยายที่เธอต้องการส่งชื่อเรื่อง ยูธทริป อืม... ส่วนหมวดหมู่ก็คือ... นิยายรักตาหวาน?" น้ำเสียงของถังอินแฝงความประหลาดใจ
ตามปกติแล้ว นิยายที่เด็กหนุ่มมัธยมปลายแต่งมักจะเป็นแนวต่อสู้ พลังพิเศษ หรือไม่ก็แนวรักๆ ใคร่ๆ ที่มีตัวเอกเป็นผู้ชาย
นิยายรักตาหวานงั้นหรือ? แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าตัวเอกต้องเป็นผู้หญิง
เด็กผู้ชายมัธยมปลายจะสามารถถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และโลกภายในอันละเอียดอ่อนของเด็กสาวออกมาได้อย่างสมจริงอย่างนั้นหรือ?
ต้องเข้าใจก่อนว่าโลกภายในจิตใจของผู้ชายกับผู้หญิงนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ตลอดระยะเวลาสองปีที่ทำหน้าที่บรรณาธิการ ถังอินเคยเห็นนักเขียนหญิงประสบความสำเร็จจากการแต่งนิยายแนวโชเน็นมาแล้ว แต่เธอยังไม่เคยเห็นนักเขียนชายคนไหนประสบความสำเร็จกับการแต่งนิยายรักตาหวานเลยสักคน
"ใช่ครับ เป็นนิยายรักตาหวาน ผมมั่นใจในเรื่อง ยูธทริป มากเลยล่ะครับ!"
เซี่ยเหยียนจงใจเผยรอยยิ้มมั่นใจ แล้วยื่นแฟ้มต้นฉบับนิยาย ยูธทริป ข้ามโต๊ะไป ท่าทางของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น
ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ประหม่าเลย เขาก็แอบกังวลอยู่เหมือนกัน เพราะผลงานที่โด่งดังในโลกคู่ขนาน อาจจะไม่ได้ได้รับความนิยมในอาณาจักรมังกรเสมอไป
แต่ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงาน เขาจะมาแสดงความขลาดกลัวให้เห็นในเวลานี้ไม่ได้ หากแม้แต่ตัวนักเขียนเองยังไม่มั่นใจในผลงานของตน แล้วคนอื่นจะเชื่อมั่นได้อย่างไร
ถังอินไม่รอช้า เธอเปิดแฟ้ม หยิบต้นฉบับออกมา และเริ่มพิจารณาทันที
【ฉันเคยมีช่วงเวลาที่ไม่อาจลืมเลือน!】
จุดเริ่มต้นเรื่องราวของ ยูธทริป นั้นเรียบง่ายมาก ฟุตาบะ นางเอกของเรื่อง และ โคว พระเอกของเรื่อง พบกันสมัยมัธยมต้นตอนที่ทั้งคู่ไปหลบฝนที่ตกลงมาอย่างกะทันหันอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ทั้งสองก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน
ทว่าด้วยเหตุผลบางประการ โควจำต้องย้ายออกจากโรงเรียน ก่อนจากไป โควต้องการพบฟุตาบะที่งานเทศกาลศาลเจ้าเพื่ออำลาเป็นครั้งสุดท้าย
แต่เป็นเพราะนางเอกอย่างฟุตาบะและพระเอกอย่างโควสนิทสนมกันเกินไป เพื่อนร่วมชั้นจึงพากันล้อเลียน หาว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีบางอย่างซ่อนเร้น
ในยามที่ทำอะไรไม่ถูก ฟุตาบะจึงโพล่งออกไปต่อหน้าทุกคนว่า "ฉันเกลียดผู้ชายทุกคน!"
และประโยคนั้นก็กรีดแทงใจโควที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าอย่างจัง ดังนั้น ในเวลาหนึ่งทุ่มตรง ณ สถานที่นัดหมายในงานเทศกาลศาลเจ้า โควซึ่งเป็นฝ่ายชวนกลับไม่ปรากฏตัว และเขาก็ย้ายโรงเรียนไปในวันรุ่งขึ้น
นิสัยปากไม่ตรงกับใจนี่มันทำลายชีวิตคนมานักต่อนักแล้ว
นี่คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวระหว่างฟุตาบะ นางเอกของ ยูธทริป กับ โคว พระเอกของเรื่อง
ใน ยูธทริป ฉบับนิยายที่เซี่ยเหยียนนำมาดัดแปลง บทนำใช้คำบรรยายค่อนข้างเยอะเพื่อบอกเล่าภาพลักษณ์อันซุ่มซ่าม ปากแข็ง และไม่ซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองของฟุตาบะในช่วงมัธยมต้น
เนื้อเรื่องดึงดูดให้ถังอินอ่านต่อได้อย่างง่ายดาย
ตอนแรกเธอคิดว่ามันคงเป็นแค่นิยายรักตาหวานดาดๆ ทั่วไปที่เด็กหนุ่มมัธยมปลายเขียนขึ้นมา แต่หลังจากได้อ่านเนื้อเรื่องตอนต้น...
【ความสัมพันธ์ครั้งนี้ช่างซุ่มซ่ามและคลุมเครืออย่างน่าประหลาด แม้จะดูเหมือนว่าฉันเอาแต่งุ่มง่าม ทว่าในตอนนั้น... ฉันชอบเขาจริงๆ】
【จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคงอยู่ในซอกมุมหนึ่งของหัวใจฉัน... ฉันปรารถนาเหลือเกินที่จะได้ย้อนเวลากลับไปในตอนนั้น...】
เสียงสะท้อนในใจของนางเอกถ่ายทอดสภาวะอารมณ์ที่เธอมีต่อความรู้สึกอันไม่ซื่อตรงของตนเองออกมาได้เป็นอย่างดี
ในฐานะนิยายรักตาหวานวัยรุ่น บทนำนี้ก็สามารถดึงดูดความสนใจของถังอินได้สำเร็จแล้ว
จากนั้น เนื้อเรื่องหลักก็ตัดภาพมาที่ฟุตาบะ นางเอกของเรื่อง ในช่วงชีวิตมัธยมปลายในอีกสามปีต่อมา
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเด็กผู้หญิงคนอื่นกีดกันเหมือนตอนมัธยมต้น เพราะหน้าตาที่น่ารักจิ้มลิ้มจนเป็นที่หมายปองของพวกเด็กผู้ชาย เมื่อเข้าเรียนมัธยมปลาย ฟุตาบะจึงจงใจทำตัวโผงผางต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น ซ่อนความน่ารักของตัวเองเอาไว้
เธอตั้งใจกินข้าวเสียงดัง พูดจาเสียงดัง ทำตัวกระโดกกระเดกไม่เกรงใจใคร เพื่อให้พวกผู้ชายมองว่าเธอไม่เป็นกุลสตรี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อซื้อใจเพื่อนผู้หญิงในห้อง
เนื้อหากว่าสามถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ในตอนต้น ล้วนทุ่มเทให้กับการบรรยายโลกภายในใจของฟุตาบะ นางเอกของเรื่อง
นี่แหละคือความแตกต่างอันใหญ่หลวงระหว่างผลงานแนวโชโจกับโชเน็น
นิยายรักแนวโชเน็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะแนวฮาเร็ม มักจะเบนความสนใจของผู้อ่านไปที่ตัวละครหญิงหลากหลายแบบ ส่วนพระเอกน่ะหรือ? ก็เป็นแค่เครื่องมือให้ผู้อ่านได้สวมบทบาทเท่านั้นแหละ บ่อยครั้งที่คุณจะพบว่า หากเปลี่ยนนิสัยพระเอก หรือเปลี่ยนตัวไปเลย หรือแม้กระทั่งให้คนอ่านเข้าไปเป็นพระเอกแทน เนื้อเรื่องก็ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างไม่ขัดเขินและยังคงสมเหตุสมผล
แต่ผลงานแนวรักตาหวานนั้นต่างออกไป ตัวเอกของเรื่องคือนางเอก และเธอคือตัวตนที่ยากจะหาใครมาแทนที่ได้ในเรื่อง
เสน่ห์ของผลงานแนวนี้อยู่ที่พัฒนาการทางอารมณ์ของนางเอก จากความไร้เดียงสาสู่ความรัก จากความผูกพันลึกซึ้ง นำไปสู่บทสรุปที่หลากหลาย ไม่ว่าจะดราม่าเรียกน้ำตา หวานแหวว หรือจะดราม่าก่อนแล้วค่อยหวานแหวว
การบรรยายความรู้สึกภายในของลูกผู้หญิงเป็นสิ่งที่นักเขียนชายเขียนได้ยากมาก ก็เหมือนกับซีรีส์ชิงดีชิงเด่นในวังหลังนั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็มีแต่นักเขียนหญิงเท่านั้นที่แต่งได้ มันก็หลักการเดียวกันนั่นแหละ นักเขียนชายจะไปแต่งพล็อตที่ผู้หญิงเป็นฝูงมาแย่งความโปรดปรานจากผู้ชายคนเดียวได้ยังไงล่ะ?
แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอคนนี้...
ถังอินเงยหน้าขึ้นมองเขา
"การบรรยายความคิดของเด็กสาวตอนที่กำลังแอบรักใครสักคนในนิยายของเขาช่างละเอียดอ่อนจริงๆ! มันกินใจยิ่งกว่าที่นักเขียนหญิงหลายคนเขียนเสียอีก" ถังอินคิดในใจ
ฟุตาบะ นางเอกของเรื่อง มีการออกแบบคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจมาก
เธอกับโคว เด็กหนุ่มที่เธอแอบชอบเมื่อสามปีก่อน จะมีเรื่องราวให้สานต่อกันไหมนะ?
ไม่นานนัก เนื้อเรื่องหลักของนิยายก็เริ่มต้นขึ้นในวันที่เธอได้บังเอิญพบกับโควอีกครั้งที่โรงเรียนมัธยมปลาย
ราวกับมีแรงดึงดูด เธอเผลอมองหาเขาไปทั่วโรงเรียนโดยไม่รู้ตัว เดินเข้าไปหาเขา และได้พูดคุยกันอีกครั้งใต้ชายคาที่ทั้งคู่เคยติดฝนด้วยกันเมื่อสามปีก่อน
【ต่อให้ส่วนสูงและน้ำเสียงของเขาจะเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ก็คือเด็กหนุ่มที่ฉันตกหลุมรักเป็นคนแรก】
หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
ถังอินอ่านเนื้อหาต่อไป:
"เธอดูเหมือนจะไม่ชอบพวกผู้ชายมาตลอดเลยนะ ว่าไหม?" หลังจากผ่านไปสามปี ณ สถานที่ที่ทั้งคู่เคยหลบฝนด้วยกัน โควเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ท่าทางสบายๆ
"ใช่ ฉันไม่ชอบมาตลอดนั่นแหละ" ฟุตาบะตอบ สองมือกำสายกระเป๋านักเรียนไว้แน่น นิ้วเกร็งจนขาวซีด พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเพื่อข่มความสั่นเครือเอาไว้
"แต่... นายคือข้อยกเว้นนะ!"
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดตา ซ่อนสีหน้าของตนเอาไว้
"อะไรนะ? อ้อ เข้าใจล่ะ"
"อืม ฉันก็เหมือนกัน เมื่อก่อนฉันเคยชอบเธอมากๆ เลยล่ะ" โควกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและราบเรียบ
【ขอให้เวลาหมุนย้อนกลับไป เหมือนกับช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดนั้นทีเถอะ!】
ฟุตาบะเฝ้าภาวนาอยู่ในใจ
"แต่มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมล่ะ? ทั้งสำหรับฉัน และสำหรับเธอด้วย" โควส่งยิ้มให้ น้ำเสียงของเขาช่างเฉยชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
น้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตาของฟุตาบะขณะที่เธอมองแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป
【เขากำลังบอกให้ฉันลืม แต่ถึงจะพูดคำเย็นชาแบบนั้นออกมา บนใบหน้าเขากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอ้างว้าง คืนเทศกาลศาลเจ้าเมื่อสามปีก่อน ฉันรอเขาทั้งคืนแต่เขาก็ไม่มา ตอนนั้นฉันคิดไว้ว่าพอเปิดเทอม ฉันจะอธิบายเรื่องเข้าใจผิดให้เขาฟังให้กระจ่าง...】
【ฉันคิดว่ามันยังมีโอกาสอีกตั้งมากมาย】
【...พวกเรากลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นไม่ได้อีกแล้ว】
บทแรกของนิยายจบลงเพียงเท่านี้
มือของถังอินสั่นระริกน้อยๆ เอาเข้าจริง ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงฉากที่พระเอกนางเอกกลับมาเจอกัน เนื้อหาความยาวกว่าหนึ่งหมื่นคำนี้ ปกติแล้วเธอใช้เวลาอ่านแบบผ่านๆ แค่สองสามนาทีเท่านั้น
อย่าดูถูกความสามารถในการอ่านข้ามของบรรณาธิการเชียว ประสิทธิภาพระดับสูงและความเร็วในการอ่าน ไม่ได้ส่งผลต่อคุณภาพในการพิจารณาต้นฉบับหรอกนะ
แต่ครั้งนี้...
ถังอินเงยหน้ามองนาฬิกาบนกำแพง
สิบเอ็ดนาที
เธอตั้งใจอ่านมาสิบเอ็ดนาทีเต็ม ดำดิ่งลงไปในโลกอันโดดเดี่ยวของฟุตาบะ ความชื่นชมที่เธอมีต่อโคว เรื่องราวความรักของพวกเขา และความเสียใจที่เผลอพูดจาไม่ตรงกับใจออกไปเมื่อสามปีก่อน
จนกระทั่งอ่านจบตอนแรก ความคิดที่ดังก้องในหัวว่า "ยังมีโอกาสอีกตั้งมากมาย!" กลับทำให้เธอรู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาอย่างจับใจโดยไม่รู้ตัว
บนโลกใบนี้ มันจะมีโอกาสสักกี่ครั้งกันเชียว? พลาดแล้วก็คือพลาดเลย
ต้นฉบับนิยายเรื่อง ยูธทริป ที่เซี่ยเหยียนมอบให้เธอนั้น มีทั้งหมดสามบทแรก เซี่ยเหยียนไปสืบมาแล้วว่า สำนักพิมพ์ใหญ่ทั้งห้าในมณฑลหนาน และไลต์โนเวลที่ตีพิมพ์กับพวกเขา แต่ละเรื่องจะตีพิมพ์เนื้อหาเพียงฉบับละหนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นคำเท่านั้น
ดังนั้น เขาจึงพยายามจัดวางโครงเรื่องและความยาวของแต่ละบทให้อยู่ในเกณฑ์นี้เช่นกัน
เซี่ยเหยียนนั่งรอถังอินอยู่ในห้องอันเงียบกริบมาสิบนาทีแล้ว ตลอดเวลานี้เธอไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาเลย และเอาเข้าจริง ตอนนี้เซี่ยเหยียนก็ชักจะนั่งไม่ติดแล้วเหมือนกัน
ตกลงมันผ่าน หรือไม่ผ่านกันแน่?