เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 การยอมรับ

บทที่ 11 การยอมรับ

บทที่ 11 การยอมรับ


บทที่ 11 การยอมรับ

โค้ชบาโน่ตัดสินใจแบ่งผู้เล่นตัวจริงและตัวสำรองออกเป็นสองทีม ทีมละ 11 คน เนื่องจากอิซานเข้ามาใหม่ ทำให้จำนวนนักเตะรวมเพิ่มเป็น 26 คน เขาจึงจัดให้แต่ละทีมมีตัวสำรองได้ทีมละ 3 คน

“เอาล่ะ มารวมกันตรงนี้ ดูรายชื่อตัวจริงและตัวสำรองของแต่ละทีมซะ”

อิซานเดินไปที่บอร์ดรายชื่อเพื่อเช็กตำแหน่ง

{ทีมเสื้อเอี๊ยมสีน้ำเงิน - ทีมชุดหลัก}

ระบบการเล่น : 4-3-3

หลังจากดูรายชื่อทีมชุดหลัก อิซานก็กวาดสายตาไปดูรายชื่อทีมชุดสำรอง เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะมีชื่อเป็นตัวสำรองในทีมนี้

{ทีมเสื้อเอี๊ยมสีแดง - ทีมชุดสำรอง}

ระบบการเล่น : 4-2-1-3

อิซานแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นชื่อตัวเองเป็นตัวจริงในทีมสำรอง เขาคิดว่าต้องเริ่มจากม้านั่งสำรองเสียอีก

“โอเค ตอนนี้น่าจะรู้ทีมตัวเองกันหมดแล้ว ตัวจริงลงสนาม ตัวสำรองไปนั่งที่ม้านั่งข้างสนาม”

โค้ชบาโน่สั่งพร้อมหยิบนกหวีดเตรียมทำหน้าที่กรรมการ

โดยที่ผู้เล่นไม่ทันสังเกต... โค้ชปาตริซิโอ โมเรโน่ (ผู้ช่วยโค้ชทีมชุดใหญ่) ได้มายืนดูอยู่ข้างสนามเงียบ ๆ โค้ชบาโน่สบตากับโค้ชโมเรโน่เล็กน้อยเป็นการทักทาย ก่อนจะเป่านกหวีดเริ่มเกม โดยให้ทีมสำรองเป็นฝ่ายเขี่ยบอล

กองหน้าทีมสำรองเขี่ยบอลส่งให้อิซาน เขาจับบอลจังหวะแรกด้วยความประหม่าเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติแล้วจ่ายคืนหลังให้กองกลาง ซึ่งถ่ายบอลต่อไปยังแบ็กซ้าย

ทีมสำรองเน้นการต่อบอลจังหวะเดียวหรือสองจังหวะ เพื่อแกะการเพรสซิ่งของทีมตัวจริงที่บีบพื้นที่ขึ้นมาสูง บอลถูกถ่ายไปทางขวาถึง ‘นิโก้ ปาซ’ แบ็กขวา ซึ่งจ่ายต่อไปให้ ‘เปโดร ฟอนติน’

เปโดรได้บอลแล้วมองหาทางเลือก แต่หาช่องจ่ายไม่ได้เพราะโดนทีมตัวจริงบีบหนัก อิซานเห็นเพื่อนตกที่นั่งลำบากจึงสลัดตัวประกบวิ่งมารับบอล

เปโดรเห็นอิซานว่างอยู่... แต่ด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว เขาตัดสินใจไม่ส่ง

‘ดูไอ้เวรนี่สิ คิดว่าฉันจะส่งให้แกเหรอ... ฝันไปเถอะ’

เปโดรคิดแล้วตัดสินใจเลี้ยงลุยไปเอง

ผลคือเขาโดนแบ็กขวาทีมตัวจริงเสียบแย่งบอลไปอย่างขาวสะอาด แบ็กขวาคนนั้นเงยหน้ามองแล้ววางบอลยาวทแยงมุมไปที่ปีกซ้ายทันที

ปีกซ้ายจับบอลลงอย่างนิ่มนวลแล้วกระชากเข้าหาประตู เมื่อเห็นว่ากองหน้าของทีมตัวเองมีความได้เปรียบเรื่องลูกกลางอากาศเหนือกว่ากองหลังคู่แข่ง เขาจึงเปิดบอลโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ

‘ฮูโก้ เด มาร์ค’ กองหน้าตัวเป้า เทคตัวขึ้นโขกเต็มศีรษะ ส่งบอลตุงตาข่าย ก่อนจะวิ่งไปทำท่าดีใจกวนประสาทเย้ยหยันทีมสำรอง

แม้จะเป็นแค่แมตช์ซ้อม แต่การเสียประตูก็ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์ ผู้เล่นทีมสำรองทุกคนหันขวับไปมองเปโดรด้วยสายตาตำหนิ

เปโดรทนสายตากดดันไม่ไหว ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความผิดพลาด

“เปโดร! ถ้าเล่นแบบนี้อีก นัดหน้าแกหลุดจากทีมแน่!”

เสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากข้างสนาม โค้ชโมเรโน่ที่ยืนเงียบมาตลอดตัดสินใจเอ่ยปากตักเตือน

เขารู้ดีว่าเปโดรเป็นพวกบ้าเลี้ยงและมีอีโก้สูง แต่ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยยุ่งเพราะเกรงใจที่เปโดรมีเส้นสายกับผู้อำนวยการกีฬา แต่วันนี้แม้แต่เขาก็เริ่มทนไม่ไหว

‘จะขุดหลุมฝังตัวเองทำไมวะ’

อิซานคิดในใจขณะจ้องมองเปโดร

เกมเริ่มใหม่อีกครั้ง กองหน้าเขี่ยบอลให้อิซาน เขามองหาเปโดรแล้วจ่ายบอลไปให้ เปโดรคราวนี้รู้ตัวว่ากำลังโดนจับตามอง จึงเล่นเพลย์เซฟด้วยการจับบอลแล้วจ่ายคืนให้อิซานทันที

อิซานรับบอล พลิกตัวมองหาช่อง ด้วยวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยม เขาเห็นเพื่อนร่วมทีมทางฝั่งขวากำลังว่าง จึงวางบอลยาวข้ามฟากไปให้อย่างแม่นยำ

ปีกขวาคนนั้นคือ ‘วิสซาม’ จอมสปีดที่มีดีแค่ความเร็ว วิสซามรับบอลแล้วกระชากขึ้นหน้า ก่อนจะชะลอความเร็วลงเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองโดนรุมล้อมด้วยผู้เล่นทีมตรงข้ามถึง 3 คน

วิสซามเห็นอิซานวิ่งเติมขึ้นมา ด้วยความตื่นตระหนกกลัวโดนแย่งบอล เขาจึงรีบจ่ายยัดไปให้อิซานด้วยน้ำหนักและทิศทางที่ดูไม่จืด

อิซานเห็นบอลพุ่งมาแบบทุลักทุเล เขาขยับตัวจัดระเบียบร่างกาย ใช้ข้างเท้าด้านนอกสะกิดบอลลอยข้ามหัวผู้เล่นที่พุ่งเข้ามาสกัด แล้วใช้หน้าขาพักบอลลงอย่างนิ่มนวล

เขาเลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษ เห็นเปโดรกำลังวิ่งทำทางสอดขึ้นมา อิซานไม่รอช้า ใช้เท้าซ้ายปาดบอลไซด์ก้อย  โค้งอ้อมแนวรับไปเข้าทางเปโดรอย่างพอดิบพอดี

เปโดรแทบไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ยื่นเท้ามาสะกิดบอลเปลี่ยนทาง

ปั่ก!

บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เปโดรลุกขึ้นมาแล้วเห็นเพื่อนร่วมทีมสำรองวิ่งกรูเข้ามาหา... รวมถึงอิซานด้วย

เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงเคยเกลียดหมอนี่นัก

เพื่อน ๆ กระโดดทับเปโดรจนล้มกลิ้งไปกับพื้น กลายเป็นกองภูเขามนุษย์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

โค้ชบาโน่เป่านกหวีดพักครึ่งแรกของการซ้อมแมตช์ หลังผ่านไป 22 นาที

เมื่อเกมกลับมาเริ่มอีกครั้ง โค้ชโมเรโน่เดินเข้าไปสั่งการให้ อิซานสลับไปอยู่ทีมตัวจริง และปรับแผนการเล่นทีมตัวจริงเป็น 4-2-1-3 เพื่อรองรับอิซานในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์

แต่ละทีมเปลี่ยนตัวสำรองลงมาฝั่งละ 3 คน

“โอเค... ยอมรับก็ได้ว่าหมอนั่นเก่งจริง”

ผู้เล่นที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวออกมาพึมพำ

“เออ ตอนแข่ง ฉันพยายามแย่งบอลจากหมอนั่นตั้งหลายรอบ แต่ไม่สำเร็จเลย... จังหวะกระดกบอลข้ามหัวกับลูกจ่ายไซด์ก้อยนั่นแม่งโคตรบ้า”

อีกคนเสริม

“พวกอัจฉริยะนี่มันน่าอิจฉาชะมัด”

เปโดรที่นั่งอยู่ข้างสนามคิดในใจ

‘เล่นได้ขนาดนี้ อีกไม่นานคงได้เดบิวต์ชุดใหญ่แน่’

โค้ชบาโน่เป่านกหวีดเริ่มครึ่งหลัง ทีมตัวจริงเป็นฝ่ายเขี่ยบอล

ทีมตัวจริงต่อบอลทำเกมรุกหลากหลายรูปแบบ อิซานยืนบัญชาการเกมอยู่หลังกองหน้า คอยเชื่อมเกมระหว่างกองกลางกับแนวรุก และควบคุมจังหวะของเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

เขาดึงจังหวะช้าเมื่อทีมเริ่มบุกเพลินจนเสียสมดุล และเร่งจังหวะเร็วเมื่อสบโอกาสโจมตี อิซานเปรียบเสมือนวาทยกรกลางสนามที่คอยกำกับวงดนตรี

ผู้เล่นทีมตัวจริงที่ตอนแรกยังเฉย ๆ กับเด็กใหม่ เริ่มหันมาตั้งใจฟังคำสั่งของอิซานมากขึ้น เมื่อเห็นว่าทำตามแล้วเกมรุกของพวกเขาลื่นไหลและอันตรายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อิซานเห็นว่าเกมเริ่มยืดเยื้อ เขาจึงลงไปล้วงบอลต่ำจากแนวรับ แล้วพาบอลตะลุยขึ้นหน้าเอง

เขาเลี้ยงฝ่าเข้ากลางสนาม ดึงตัวประกบไว้ แล้วฝากบอลให้ ‘ไกอา’ ก่อนจะวิ่งทำทาง ไกอาเห็นช่องจึงชิ่งบอลคืนมาให้อิซาน

อิซานแตะบอลเร่งสปีดหนีตัวประกบ กองกลางทีมสำรองพยายามเข้ามารุมกินโต๊ะ แต่อิซานแตะบอลลอดหว่างขาแล้วใช้ความเร็ววิ่งอ้อมไปเก็บบอลต่อหน้าตาเฉย

เขาเห็นกองหน้าถูกประกบติด จึงตัดสินใจลุยเดี่ยว เซ็นเตอร์แบ็กตัวใหญ่พุ่งเข้ามาขวางและเบียดให้อิซานต้องหนีออกไปทางซ้ายของกรอบเขตโทษ

อิซานทำท่าง้างเท้าวาดวงสวิงเหมือนจะเปิดบอลเข้ากลาง กองหลังหลงกลพุ่งบล็อกเต็มตัว แต่อิซานล็อกบอลกลับหลังด้วยท่า ‘ครัฟฟ์ เทิร์น’  จนกองหลังเสียหลักหัวทิ่ม

ตอนนี้อิซานเลี้ยงตัดเข้าในมาที่หน้ากรอบเขตโทษ ผู้เล่นทีมสำรองที่เหลือพยายามวิ่งเข้ามาสกัด อิซานง้างเท้าทำท่าจะยิงเต็มแรง หลอกให้คู่แข่งทิ้งตัวบล็อกจนลงไปนอนกองกับพื้น

แต่อิซานแค่โยกหลอก... เมื่อเห็นช่องเปิดกว้าง เขาจึงง้างเท้าขวาแล้วปั่นโค้งเน้น ๆ

ปั่นโค้ง!

ลูกบอลลอยละลิ่วเสียบสามเหลี่ยมมุมบนขวาอย่างงดงาม ผู้รักษาประตูได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ

ตุงตาข่าย!

อิซานวิ่งไปที่มุมธงแล้วโค้งคำนับให้แฟนบอลในจินตนาการ เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้ามากอดคอแสดงความยินดี

“ไอ้บ้าเอ๊ย!”

“แกไปเอาความเก่งแบบนี้มาจากไหนวะ!”

หลังจากนั้น ทีมตัวจริงก็ยิงเพิ่มได้อีกประตู โดยอิซานตามซ้ำลูกกระดอนเข้าประตูไป เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ จบเกมทีมตัวจริงชนะไป 3-1

“เด็กนั่นของจริง...”

เฟร์รานที่มายืนอยู่ข้าง ๆ โค้ชโมเรโน่เอ่ยขึ้น

“เฮ้ย! มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงอีกแล้วนะ!”

โค้ชโมเรโน่สะดุ้ง

เฟร์รานหัวเราะชอบใจ

“แต่ก็จริงของนาย... เขาเก่งมาก”

โค้ชโมเรโน่ยอมรับ

เฟร์รานสังเกตเห็นรอยยิ้มบาง ๆ บนหน้าโค้ชจอมเฮี้ยบ

“เมื่อกี้คุณยิ้มเหรอ?”

“เปล่า! ไม่ได้ยิ้ม!”

โค้ชโมเรโน่รีบปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วเดินตรงเข้าไปหานักเตะที่กำลังจับกลุ่มคุยกัน

“เล่นได้ดีมากทั้งสองทีม! แต่ทีมสำรองต้องยกระดับตัวเองให้ทันทีมตัวจริงด้วย อย่าปล่อยให้พวกเขาเล่นง่ายเกินไป”

“ก็พวกนั้นมี ‘ไอ้ปีศาจน้อย’ อยู่นี่ครับโค้ช”

ผู้เล่นคนหนึ่งบ่นอุบ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ ที่ตอนนี้ยอมรับในฝีเท้าของอิซานกันหมดแล้ว

“อย่าเอามาเป็นข้ออ้าง!”

โค้ชโมเรโน่ดุ แต่ก็แอบกระแอมแก้เขิน

“แล้วก็... ฟอร์มเยี่ยมมากอิซาน ว่าแต่เจ้าตัวหายไปไหนแล้ว?”

เฟร์รานมองหา

“อ๋อ เขาบอกขอไปเข้าห้องน้ำครับ”

ไกอาตอบ

“อ๋อ โอเค”

เฟร์รานพยักหน้า

ในห้องน้ำ อิซานยืนพิงผนังห้องส้วม จ้องมองรางวัลที่ได้รับจากระบบด้วยดวงตาเป็นประกาย

ติ๊ง!

[โฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ]

รางวัล :

• +20 แต้มค่าพลัง
• +5,000 แต้มตำนาน
• +1 น้ำยาเติบโต

“เอาล่ะ... ได้เวลาอัปเกรดครั้งใหญ่แล้ว”

อิซานพูดพร้อมถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น

โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน

จบบทที่ บทที่ 11 การยอมรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว