- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- บทที่ 7: "ตัวซวย" ก็คือพ่อของเด็ก
บทที่ 7: "ตัวซวย" ก็คือพ่อของเด็ก
บทที่ 7: "ตัวซวย" ก็คือพ่อของเด็ก
บทที่ 7: "ตัวซวย" ก็คือพ่อของเด็ก
สองปีที่แล้วงั้นหรือ?
ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ฉายวาบเข้ามาในหัวของกงหลิงเซียว
ผู้หญิงคนนั้นเกือบจะฆ่าเขาด้วยมือของเธอเองในอุบัติเหตุครั้งนั้น
หากเย่เซี่ย น้องสาวของเย่ฮุย ไม่ได้มาบอกและทำให้เขาได้เห็นธาตุแท้ของเย่ฮุย เขาก็คงจะแต่งงานกับผู้หญิงจิตใจอำมหิตคนนั้นไปแล้วจริงๆ
"แล้วตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน?"
ตลอดสองปีที่ผ่านมา เย่ฮุยราวกับอันตรธานหายไปและไม่เคยปรากฏตัวขึ้นอีกเลย
กงหลิงเซียวเองก็ไม่ได้ออกตามหาเธอเช่นกัน
จนกระทั่งตอนนี้ เมื่อจู่ๆ ก็มีเด็กโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เขาถึงได้นึกถึงอดีตคู่หมั้นคนนี้ขึ้นมา
"ประธานกงครับ เรายังไม่พบข้อมูลใดๆ ของคุณเย่ฮุยเลย หลังจากสอบถามหลวงตาที่วัด ก็ได้ความว่าเย่ฮุยทิ้งต้ากัวไว้ที่หน้าประตูวัดตั้งแต่แกยังอายุไม่ถึงหนึ่งเดือนเต็มแล้วก็จากไป เธอไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรไว้เลย นอกจากรูปถ่ายใบนี้ครับ"
กงหลิงเซียวมองดูรูปถ่ายสีซีดเหลืองที่ผู้ช่วยหลี่ยื่นส่งให้
สภาพรูปถ่ายดูเหมือนเคยถูกแช่น้ำมาก่อน แต่ก็ยังพอมองเห็นหน้าตาได้เลือนราง และนั่นก็คือเขาไม่ผิดแน่
นี่คือรูปที่เธอถ่ายให้เขาที่ร้านอาหารฝรั่งเศส สมัยที่เขาเพิ่งเริ่มตามจีบเย่ฮุยใหม่ๆ
กงหลิงเซียวพลิกรูปถ่ายกลับด้านและเห็นข้อความเขียนไว้ด้านหลังว่า: "ตัวซวย" คนนี้คือพ่อของเด็ก!
สีหน้าของกงหลิงเซียวดำทะมึนลงในพริบตา!
กล้าดียังไงมาเรียกเขาว่า "ตัวซวย"
ผู้ช่วยหลี่พึมพำเสียงเบา "ประธานกงครับ ดูเหมือนว่าช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ คุณจะดวงตกจริงๆ นะครับ"
หากตระกูลกงไม่ได้มีรากฐานที่มั่นคงแข็งแกร่ง ด้วยระดับความสูญเสียของกงหลิงเซียวตลอดสองปีที่ผ่านมา กงกรุ๊ปก็คงจะล้มละลายไปภายในห้าปีแล้ว
กงหลิงเซียวไม่ยอมเชื่อเรื่องงมงายพรรค์นี้ เขาขยำรูปถ่ายจนเป็นก้อนกลม "ฉันไม่ใช่ตัวซวย!"
เขาเชื่อในความสามารถของตัวเอง มันไม่เกี่ยวอะไรกับความโชคร้ายทั้งนั้น ตราบใดที่เขาไม่ยอมแพ้ เขาย่อมสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างแน่นอน
อีกอย่าง เย่ฮุยมีสิทธิ์อะไรมาแช่งเขา?
ตอนนั้น เธอเหยียบคันเร่งหมายจะเอาชีวิตเขา เขายังไม่ได้เอาความเธอเลยด้วยซ้ำ มาตอนนี้ เธอกลับแอบคลอดลูกของเขาแล้วเอามาทิ้งไว้ที่นี่อย่างไม่ไยดี
ตึก ตึก ตึก~
จู่ๆ เสียงฝีเท้าของร่างเล็กที่วิ่งผ่านไปก็ดังมาจากโถงทางเดิน
เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย็นชาและมองไปทางประตู
"เย่ฮุยตั้งชื่อเด็กนั่นว่าอะไรนะ?"
ผู้ช่วยหลี่ตอบ "ต้ากัวครับ"
กงหลิงเซียวขบกรามแน่น "เธอคลอดเด็กปัญญาอ่อนออกมา แถมยังตั้งชื่อเห่ยๆ แบบนี้เพื่อจะปั่นประสาทฉันงั้นสิ?"
ผู้ช่วยหลี่เอ่ยอย่างเก้อเขิน "ชื่อต้ากัวนี้ หลวงตาที่วัดเป็นคนตั้งให้ครับ เพราะคุณหนูทานเก่งมาก แล้วก็ใช้หม้อใบโตทุกครั้งที่กินข้าว ทุกคนก็เลยเรียกเธอแบบนั้น"
กงหลิงเซียวรู้สึกหงุดหงิด "เด็กนั่นเป็นลูกฉัน ฉันไม่อนุญาตให้ใครเรียกเธอแบบนั้น!"
"แล้วประธานกงจะตั้งชื่อให้คุณหนูว่าอะไรล่ะครับ?"
คำถามนี้ทำเอาเขาสะอึกไป เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะเป็นพ่อคนเลยด้วยซ้ำ
เมื่อนึกถึงตอนที่ยัยหนูนี่เพิ่งจะทำเอาเขาโมโหจนแทบตายเมื่อครู่นี้
"ช่างเถอะ ขนาดแม่แท้ๆ ยังไม่เอา แล้วฉันจะต้องไปจริงจังทำไม?"
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ก่อนจะเดินไปอาบน้ำเข้านอน...
ในยามวิกาลอันเงียบสงัด กงหลิงเซียวเดินเข้ามาในห้องนอนและหยุดอยู่ข้างเตียง
จังหวะที่เขากำลังจะเอนตัวลงนอน เขาก็เห็นก้อนอะไรบางอย่างนูนขึ้นมาบนเตียง
ผ้าห่มสีเทาเข้มกองปูดขึ้นมาเป็นก้อนใหญ่
เขาเอื้อมมือออกไปเลิกผ้าห่มขึ้น
"ว้าว! ปะป๊าหาหนูเจอแล้ว!" ต้ากัวผุดลุกขึ้นนั่งจากใต้ผ้าห่มด้วยความตื่นเต้น
เด็กผู้หญิงตัวกลมดิกราวกับถังแก๊สจิ๋วสวมชุดนอนสีชมพูตัวน้อย หน้าม้าตัดตรงรับกับดวงตาที่กะพริบปริบๆ เป็นประกาย
กงหลิงเซียวเอ็ด "ใครอนุญาตให้เธอขึ้นมานอนบนเตียงฉัน?"
เขาเป็นคนจับเจ้าร่างเล็กนี่อาบน้ำเองกับมือ ส่วนเรื่องที่ว่าเธอสะอาดหมดจดจริงๆ หรือไม่ เขาย่อมรู้ดีกว่าใคร
"ของของปะป๊าก็คือของหนู! เตียงของปะป๊าก็คือเตียงของหนู!"
พูดจบ ต้ากัวก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง เธอห่อตัวเองด้วยผ้าห่มจนกลมดิกเป็นหนอนแก้ว แล้วกระดึ๊บพาร่างอวบอ้วนไปอยู่ข้างๆ กงหลิงเซียว "ปะป๊า ไม่มีผ้าห่มเหลือแล้ว"
เธอทำตัวกวนประสาทไม่เบา เอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมาขณะที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มของกงหลิงเซียว "ปะป๊า ปะป๊ามีผ้าห่มอีกแล้ว!"
"ปะป๊า ปะป๊าไม่มีผ้าห่มอีกแล้ว!"
ดูเหมือนว่าหลังจากกินอิ่มนอนหลับมาเต็มที่แล้ว ตอนนี้เธอจะมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือจริงๆ