เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: เด็กคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

บทที่ 23: เด็กคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

บทที่ 23: เด็กคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว


บทที่ 23: เด็กคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

อิชิดะ โคจิเป็นนักเลง

เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนจากสายตาอันดุดัน ใบหน้าถมึงทึง และน้ำเสียงเวลาที่เขาพูด

แม้ว่าคนทั่วไปมักจะรู้สึกว่าเขาเข้าถึงยาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะนักเลงที่ใฝ่ฝันจะก้าวเข้าสู่วิถียากูซ่านั้นมักจะเป็นหมาป่าเดียวดายที่มีเพียงเงาของตัวเองเป็นเพื่อนเสมอ

เขามักจะภูมิใจเสมอที่ตัวเองเป็นคนจริง แข็งแกร่งตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกับผู้ชายใจเพชรสุดเท่และดิบเถื่อนในหนังของทาคาคุระ เคน ที่แผ่รังสีดึงดูดใจสาวๆ

ทว่าวันนี้เขาดูจะกระวนกระวายใจอยู่บ้าง

สาเหตุมาจากจดหมายลึกลับที่เขาได้รับในตู้ล็อกเกอร์หลังเลิกเรียน

ทีแรกอิชิดะ โคจิคิดว่าในที่สุดก็มีผู้หญิงค้นพบคุณสมบัติอันเปล่งประกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกความเป็นนักเลงของเขาเสียที

เขาตื่นเต้นจัดจนชกตู้ล็อกเกอร์ดังปัง ทำให้เด็กผู้หญิงขี้อายที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับทรุดเข่าลงไปร้องไห้โฮทันที

"เอาเงินค่าขนมของฉันไปให้หมดเลย ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลยนะคะ..."

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถรับข้อเสนอของเธอได้ แต่การได้รับจดหมายรักก็เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีถึงเสน่ห์ความเป็นชายของเขา

แต่มันกลับกลายเป็นจดหมายท้าประลองเสียนี่

อิชิดะ โคจิผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็นั่นแหละ วิถีของนักเลงมักจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับกำปั้นและรอยแผลเป็นเสมอ

ตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอาคิอุมาตั้งนาน ไม่เคยมีใครกล้ามาท้าทายเขาเลย ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายอยู่บ้างเหมือนกัน

ดังนั้นอิชิดะ โคจิจึงไปตามนัด

แล้วเขาก็ต้องผิดหวังมากยิ่งขึ้นไปอีก

ไอ้เด็กผู้ชายสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของการเป็นนักเลงเลยสักนิด ไม่เข้าใจว่าวิถีของนักเลงที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใด แต่กลับกล้าดีมาขอให้เขายอมสยบต่อลูกพี่ของพวกมัน

อิชิดะ โคจิทนเรื่องแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

"อย่ามาดูถูกนักเลงนะเฟ้ย!" เขาคำรามลั่น อยากจะสั่งสอนไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้ให้หลาบจำ

เขาปล่อยหมัดออกไป ราวกับจะแหวกอากาศให้ขาดสะบั้น แฝงไปด้วยความร้อนแรงอันดุดัน

ทว่ากลับมีร่างเพรียวบางร่างหนึ่งมารับหมัดของเขาเอาไว้

อิชิดะ โคจิเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาอันจนปัญญาของชิราคาวะ เซปิง

"ถึงมันอาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ แต่ฉันหวังว่านายจะหยุดแล้วฟังฉันพูดสักหน่อยนะ"

อิชิดะ โคจิสะดุ้งเฮือก สูดลมหายใจเข้าลึก... แค่กๆ...

อากาศที่เย็นยะเยือกนั้นว่าหนาวแล้ว แต่หัวใจของเขาในตอนนั้นกลับหนาวเหน็บยิ่งกว่า

การที่สามารถรับหมัดของเขาได้ตรงๆ โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด... เด็กคนนี้... น่ากลัวเกินไปแล้ว!

เอ๊ะ? ทำไมฉันถึงมีความคิดประหลาดๆ แบบนี้ขึ้นมาได้ล่ะ?

อิชิดะ โคจิรู้สึกสับสนเล็กน้อย

เป็นเพราะคู่ต่อสู้เปลี่ยนไป รูปแบบการต่อสู้ก็เลยเปลี่ยนตามงั้นเหรอ?

เขาพยายามจะชักมือกลับ แต่ก็ต้องตระหนักว่าผู้ชายตรงหน้ามีพละกำลังที่น่าเหลือเชื่อ

เขาจึงเกิดความรู้สึกเดือดดาล ออกแรงผลักชิราคาวะ เซปิงออกไป และตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว "แกคิดว่าแกเป็นใครกันวะ?!"

เขากลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

"แกยังห่างชั้นนักที่จะมาสั่งให้ฉันหยุดเว้ย!"

"ย๊าก!!! ตายซะ!!!"

อิมามูระ ริวตะ และ อาโอกิ โยสึเกะ: บ้าน่า!?!

ชิราคาวะ เซปิงเพียงแค่จับเขาทุ่มออกไป

อิชิดะ โคจิลุกขึ้นยืน สีหน้าดูงุนงงไปหมด

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะปล่อยหมัดที่แรงที่สุดออกไปไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงเสียหลักแล้วปลิวว่อนออกมาได้ล่ะ?

ความรู้สึกหน้ามืดตาลายเมื่อกี้มันคือสภาวะไร้น้ำหนักงั้นเหรอ? นี่ฉันเพิ่งจะถูกหิ้วแล้วโยนทิ้งเหมือนลูกเจี๊ยบหรือไง?

ไม่... ไม่มีทางน่า...

นี่ฉัน... กำลังสู้กับตัวอะไรที่น่ากลัวขนาดนี้กันเนี่ย...

"ลูกพี่ชิราคาวะ โคตรเท่เลย!!!"

"สมกับเป็นนักเลงที่แข็งแกร่งที่สุด! ลูกพี่ชิราคาวะ ลูกพี่คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิดนี้!"

สีหน้าของนักเลงหัวเกรียนจอมโหดอย่างอิชิดะ โคจิค่อยๆ กลายเป็นจริงจัง

การที่สามารถสยบเขาลงได้ขนาดนี้ คนคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ... จู่ๆ อิชิดะ โคจิก็นึกโชคดีขึ้นมานิดๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้วู่วามพยายามจะรวมโลกนักเลงของอาคิอุให้เป็นหนึ่งเดียว

ไม่อย่างนั้น เขาคงโดนอัดจนต้องตั้งคำถามกับการมีอยู่ของตัวเองแน่ๆ

เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน คนโบราณไม่ได้หลอกฉันจริงๆ ด้วย

เดี๋ยวก่อน หมอนี่หน้าตาคุ้นๆ แฮะ...

อิชิดะ โคจิมองไปที่ชิราคาวะ เซปิง พยายามอย่างหนักเพื่อจะนึกให้ออกว่าเคยเจอคนเก่งกาจขนาดนี้มาก่อนหรือเปล่า จังหวะนั้นเองเขาก็ได้ยินไอ้เด็กสองคนนั้นเรียกหมอนี่ว่าลูกพี่ชิราคาวะ ทำให้เขาตระหนักขึ้นมาได้ด้วยความตกใจ

ให้ตายเถอะ นี่มันชิราคาวะ เซปิงนี่หว่า!

นักเรียนหัวกะทิที่กวาดทุนการศึกษามานับไม่ถ้วนจนมือหงิก! เทพเจ้าแห่งการเรียนตัวจริง!

เขารู้สึกสิ้นหวังขึ้นมานิดๆ

เดิมทีเขาเคยดูถูกพวกที่เรียนเก่ง แต่ไม่คาดคิดเลยว่าชิราคาวะ เซปิงจะเป็นข้อยกเว้นที่ผิดปกติขนาดนี้

ไม่เพียงแต่ความสามารถทางวิชาการจะทะลุปรอท แต่พละกำลังก็ยังแข็งแกร่งจนน่าเกรงขามอีกด้วย!

นี่มันเกินไปแล้ว! สวรรค์สร้างหมอนี่ขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย?!

หลังจากยอมรับความจริงได้ อิชิดะ โคจิก็เอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าสลดและคับแค้นใจ "ชิราคาวะ!"

"วันนี้ฉันแพ้แล้ว!"

"แต่ฉันหวังว่านายจะยอมรับคำขอของฉันสักสองสามข้อ! ไม่อย่างนั้น ต่อให้ฉันต้องออกจากวงการนักเลง ฉันก็จะไม่ยอมถูกนายหยามเกียรติเด็ดขาด!"

"ข้อแรก! ถึงฉันจะกลายมาเป็นลูกน้องนายแล้ว แต่ฉันจะไม่มีวันทำเรื่องที่ขัดต่อมโนธรรมเด็ดขาด! นี่คือความภาคภูมิใจในฐานะนักเลงของฉัน! ถ้านาย..."

ในขณะที่อิชิดะ โคจิกำลังประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างเร่าร้อน ชิราคาวะ เซปิงก็โบกมือ ใบหน้าของเขาฉายแววปวดขมับ พลางเอ่ยว่า "เดี๋ยวก่อน"

"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสยบนายสักหน่อย"

ชายหนุ่มใจเพชรผู้แข็งแกร่งอย่างอิชิดะ โคจิชะงักงันเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า "ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะมาหยามเกียรติฉันด้วยวิธีแบบนี้! ฉันจะไม่ยอมจำนนต่อนายหรอก! ลงมือเลย!"

เขาคิดว่าชิราคาวะ เซปิงกำลังดูถูกฝีมือของเขา คิดว่าเขากระจอกเกินไป และในทันทีนั้นสัญชาตญาณความใจเด็ดของเขาก็พุ่งปรี๊ด หวังจะใช้เลือดของตัวเองเพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรี

ชิราคาวะ เซปิงถอนหายใจแล้วพูดว่า "ที่ฉันให้พวกนั้นไปตามนายมา ก็เพราะฉันอยากให้นายช่วยอะไรหน่อยน่ะ"

"อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยตรงกลางทางจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้... ถึงฉันจะไม่ได้เป็นต้นเหตุโดยตรง แต่มันก็เริ่มมาจากฉัน เพราะงั้นฉันต้องขอโทษก่อนแล้วกัน"

"ใจกว้างและมีเมตตา ถ่อมตนเพื่อขอความช่วยเหลือ ให้เกียรติผู้ที่มีความสามารถ! กล้ารับผิดชอบต่อความผิดพลาดของลูกน้อง ลูกพี่ชิราคาวะสมกับเป็นชายที่ถูกกำหนดมาให้เป็นนักเลงที่แข็งแกร่งที่สุดจริงๆ! โคตรเท่!"

"สติปัญญาของลูกพี่ชิราคาวะคุ้มค่าพอให้ผมศึกษาและพิจารณาไปตลอดทั้งชีวิตเลยครับ..."

นักเลงจอมประจบสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบสาดคำเยินยอใส่เขาอย่างเกินพอดีทันที

ชิราคาวะ เซปิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วพูดเข้าประเด็น "นายจะเลือกช่วยฉัน หรือจะปฏิเสธก็ได้นะ ฉันจะไม่บังคับนาย"

ในที่สุดสีหน้าของนักเลงใจเพชรจอมโหดก็อ่อนลงเล็กน้อย

เขาพยักหน้าแล้วตอบว่า "ฉันเข้าใจแล้ว"

"นายอยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไรล่ะ?! ฉันจะทำให้เต็มที่เลย!"

"นี่คือศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของฉัน! แค่บอกมา! เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง!"

อาโอกิ โยสึเกะพูดแทรกขึ้นมา "อย่าเพิ่งด่วนรับปากสิอิชิดะ เกิดเขาให้นายแต่งหญิงขึ้นมาจะทำไง?"

ใบหน้าของชิราคาวะ เซปิงและอิชิดะ โคจิมืดครึ้มลงราวกับก้นหม้อในทันที

"มะ... ไม่นะ... ฉันนึกภาพออกเลย... อาเจี๋ย นี่แกโง่ปะเนี่ย?! อิชิดะตัดผมเกรียนแถมหน้ายังเหลี่ยมเป็นบล็อกขนาดนี้ จะไปเหมาะกับการแต่งหญิงได้ยังไงกันวะ?!"

"อย่างน้อยต้องหน้าเรียวรูปไข่สิถึงจะเหมาะ!"

"เอ๊ะ? ทำไมน้ำเสียงอาหลงถึงดูเหมือนเคยไปศึกษาเรื่องนี้มาด้วยตัวเองเลยล่ะ?"

อิมามูระ ริวตะ: "..."

อิชิดะ โคจิ: "..."

ชิราคาวะ เซปิงขยับถอยออกไปก้าวหนึ่งอย่างเงียบๆ เป็นสัญญาณให้อิมามูระ ริวตะและอิชิดะ โคจิจัดการเรื่องนี้กันเอาเอง

"อ๊าก... ไม่นะ! ได้โปรดเถอะอาเจี๋ย! ยะ ยาเมเตะ! ช่วยผมด้วย! ลูกพี่ชิราคาวะ..."

หลังจากที่ทั้งสองคนลงไม้ลงมือระบายความโกรธกันเสร็จเรียบร้อย ชิราคาวะ เซปิงก็ส่งสัญญาณให้อิชิดะ โคจินั่งลงแล้วถามว่า "นายรู้เรื่องของโฮกะ มาซาโตะ ที่อยู่ห้องนายมากแค่ไหน?"

จบบทที่ บทที่ 23: เด็กคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว