- หน้าแรก
- ระบบฟังเสียงในใจ พลิกวิกฤตสยองขวัญสู่เส้นทางมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 35 ผีถ้วยแก้วจงบอกข้ามาเถิด
ตอนที่ 35 ผีถ้วยแก้วจงบอกข้ามาเถิด
ตอนที่ 35 ผีถ้วยแก้วจงบอกข้ามาเถิด
ตอนที่ 35 ผีถ้วยแก้วจงบอกข้ามาเถิด
อวี๋หวั่นมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นอาคารเรียนหลังหนึ่งที่มืดสนิทไร้แสงไฟอย่างที่เด็กคนนั้นบอกจริงๆ
อาคารเรียนหลังนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันดำทะมึน ดูลึกลับและน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
อวี๋หวั่นนึกถึงเรื่องหลิวเสี่ยวเสี่ยวที่ได้ยินมาเมื่อตอนกลางวัน เธอจึงผุดลุกขึ้นยืน
ฉู่เว่ยหรานที่นั่งอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมอง "มีอะไรเหรอ"
อวี๋หวั่นกระซิบตอบ "ฉันอยากลองไปดูที่ตึกนั้นหน่อย หลิวเสี่ยวเสี่ยวตายที่นั่นน่ะ"
เพื่อความปลอดภัย อวี๋หวั่นจึงยังคงเรียกหล่อนว่าหลิวเสี่ยวเสี่ยว แทนที่จะเป็นหลิวเจาหนาน
ฉู่เว่ยหรานมองตามสายตาของอวี๋หวั่นไป
หล่อนขมวดคิ้วมุ่น "สถานที่แบบนั้นมักจะมีสิ่งลี้ลับระดับสูงรวมตัวกันอยู่นะ ตอนนี้เบาะแสที่เรามียังน้อยเกินไป เธอแน่ใจเหรอว่าจะไปจริงๆ"
อวี๋หวั่นพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่เว่ยหรานก็ลุกขึ้นยืนบ้าง "งั้นฉันไปเป็นเพื่อนเธอเอง"
ทว่าอวี๋หวั่นกลับส่ายหน้าเบาๆ แล้วกดไหล่หล่อนให้นั่งลงตามเดิม
"แถวนี้มีสิ่งลี้ลับคอยเดินตรวจตราอยู่ ถ้าเกิดพวกมันมาถามหา เธอจะได้ช่วยโกหกให้ว่าฉันไปเข้าห้องน้ำ อีกอย่าง ฉันจะแอบเข้าไปเงียบๆ ขืนไปกันหลายคนจะเป้าสายตาและโดนจับได้ง่ายกว่านะ"
เมื่อได้ยินเหตุผลของอวี๋หวั่น แววตาของฉู่เว่ยหรานก็ฉายความลังเลออกมา
แต่สุดท้ายหล่อนก็พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
ขณะที่อวี๋หวั่นกำลังเตรียมตัวจะแอบย่องออกไป กู้เหยียนที่นั่งเงียบอยู่ตรงมุมห้องก็ลุกขึ้นพรวด
เขาเอ่ยเสียงขรึม "ฉันจะไปกับเธอด้วย"
อวี๋หวั่นกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่กู้เหยียนก็ชิงพูดดักคอขึ้นมาก่อน
"ถ้าเธอไปคนเดียว แล้วเกิดพลาดท่าติดอยู่ในนั้น ต่อให้เจอเบาะแสอะไร เธอก็เอากลับมาบอกพวกเราไม่ได้หรอกนะ"
คำพูดของหมอนี่ช่างไม่เข้าหูเอาเสียเลย
ในสายตาของอวี๋หวั่น กู้เหยียนก็แค่ผู้ชายหน้านิ่งที่ไม่ค่อยเข้าสังคมเท่านั้นแหละ
แต่อวี๋หวั่นก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดมามันก็มีเหตุผล
เกิดเธอเข้าไปเจอเบาะแสสำคัญจริงๆ แต่กลับพลาดท่าโดนสิ่งลี้ลับฆ่าตาย อย่างน้อยก็ไม่ตายฟรี
เพราะมีอีกคนคอยเอาเบาะแสกลับมาบอกพวกที่เหลือ
อวี๋หวั่นจึงพยักหน้ารับ พลางเอ่ย "ถ้าเกิดไปเจอสิ่งลี้ลับเข้าล่ะก็ ฉันไม่สนใจนายนะบอกไว้ก่อน"
กู้เหยียนยกยิ้มมุมปาก ใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายของเขาดูผ่อนคลายลง
"คำพูดนั้น ฉันควรจะเป็นคนพูดกับเธอมากกว่านะ"
กู้เหยียนหันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับฉู่หยินเฉิง ก่อนจะเดินตามอวี๋หวั่นออกไป
บรรยากาศภายนอกอาคารเรียนมืดมิดและเงียบสงัดวังเวง
อวี๋หวั่นสังเกตเห็นสิ่งลี้ลับตนหนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่ที่ระเบียงทางเดินชั้นล่าง
มันสวมชุดสูททับด้วยเสื้อกั๊ก แผ่นหลังค่อมงุ้ม บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้าง
ที่แปลกที่สุดคือ ตรงกระเป๋าเสื้อสูทของมันมีดอกไม้สีขาวติดอยู่ดอกหนึ่ง
ยังไม่ทันที่อวี๋หวั่นจะได้เพ่งมองให้ชัดเจน สิ่งลี้ลับตนนั้นก็พลันเงยหน้าขึ้นมา
อวี๋หวั่นรีบทิ้งตัวลงหมอบกับพื้นทันที พร้อมกับคว้าแขนกู้เหยียนให้หมอบลงตามไปด้วย
กู้เหยียนเกือบจะล้มหน้าคะมำ เขาหันไปมองอวี๋หวั่นด้วยความสงสัย "ทำอะไรของเธอเนี่ย"
"ข้างล่างมีสิ่งลี้ลับเดินตรวจตราอยู่ พวกเราค่อยๆ อ้อมไปอีกทางเถอะ"
อวี๋หวั่นค่อยๆ คลานต่ำไปอีกทางอย่างเงียบเชียบ
เมื่อเห็นดังนั้น กู้เหยียนจึงคลานตามเธอไป
ทั้งสองคนลอบลงมาถึงชั้นล่างได้อย่างปลอดภัย แล้วมุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนที่ไร้ซึ่งแสงไฟหลังนั้น
อวี๋หวั่นเดินขึ้นไปจนถึงชั้นสาม
ทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบระเบียงทางเดินชั้นสาม อวี๋หวั่นก็ได้ยินเสียงดังกุกกักแว่วมา
เธอขมวดคิ้ว หันไปสบตากับกู้เหยียน
เสียงนั้นดังมาจากห้องเรียนริมสุดทางซ้ายมืออย่างไม่ต้องสงสัย
อวี๋หวั่นย่องฝีเท้าเบากริบไปจนถึงหน้าประตูห้องเรียน
ภาพที่เห็นคือมีคนสองคนนั่งอยู่ข้างใน
พวกเขานั่งประจันหน้ากันอยู่ที่โต๊ะเรียนตัวหนึ่ง
ตรงกลางโต๊ะมีเทียนไขจุดไฟสว่างไสวอยู่หนึ่งเล่ม
มือของทั้งสองกุมกันแน่น ปากพึมพำอะไรบางอย่างไม่หยุด
อวี๋หวั่นขยับเข้าไปใกล้เพื่อเงี่ยหูฟัง ถึงได้รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นผีถ้วยแก้วกันอยู่
"ผีถ้วยแก้ว ผีถ้วยแก้ว ท่านมาแล้วหรือยัง ถ้ามาแล้วโปรดขยับด้วยเถิด"
ถ้วยแก้วใบเล็กที่คว่ำอยู่บนโต๊ะเริ่มขยับไปมาอย่างช้าๆ ภายใต้ปลายนิ้วของคนทั้งสอง
หนึ่งในนั้นเริ่มรู้สึกหวาดกลัว น้ำเสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
"ผีถ้วยแก้ว ผีถ้วยแก้ว ช่วยถามหล่อนทีว่าหล่อนยังอยู่ที่นี่ไหม"
จู่ๆ ถ้วยแก้วก็สั่นรุนแรง
"เพล้ง!" ถ้วยแก้วแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
เศษแก้วแหลมคมชิ้นหนึ่งกระเด็นไปปักเข้าที่ดวงตาของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างจัง
เขายกมือกุมตา แผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
อวี๋หวั่นขมวดคิ้วมุ่น
จากการที่ได้คลุกคลีกันมาพักใหญ่ นักเรียนพวกนี้น่าจะเป็นเหมือน NPC มากกว่า
พวกมันไม่ใช่สิ่งลี้ลับ แต่ก็คุ้นชินกับการมีอยู่ของครูและผู้คุมที่เป็นสิ่งลี้ลับ
การที่พวกเขายอมฝ่าฝืนกฎที่บังคับให้อยู่เรียนด้วยตัวเองในห้องเรียน เพื่อแอบมาทำเรื่องแบบนี้ที่นี่ คงต้องเกี่ยวข้องกับหลิวเสี่ยวเสี่ยวอย่างแน่นอน
อวี๋หวั่นผลักประตูเข้าไปทันที
กู้เหยียนก็เดินตามเข้าไปอย่างรู้หน้าที่ แล้วยืนปิดประตูทางออกทางด้านหลังไว้
คนที่กำลังยกมือกุมตาอ้าปากค้างด้วยความเจ็บปวด และเพื่อนที่มาด้วยกัน พอได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็หันขวับไปด้วยความหวาดผวา แต่พอเห็นว่าเป็นนักเรียนเหมือนกันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อวี๋หวั่นเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าพวกเขา ปรายตามองอุปกรณ์เล่นผีถ้วยแก้วบนโต๊ะ แล้วเอ่ยเสียงเย็น "พวกนายมาทำอะไรที่นี่"
คนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหลบสายตาอย่างมีพิรุธ "ก็แค่เล่นเกมเรียกผีน่ะ เรื่องปกติของวัยรุ่นไม่ใช่เหรอ"
สายตาของอวี๋หวั่นเลื่อนไปหยุดที่ป้ายชื่อบนหน้าอกของเขา 'ลู่เสี่ยวเหวย'
อวี๋หวั่นยกยิ้มมุมปาก ยิงคำถามใส่ตรงๆ "พวกนายกำลังถามเรื่องของหลิวเสี่ยวเสี่ยวอยู่ใช่ไหม"
สิ้นคำพูดของอวี๋หวั่น ลู่เสี่ยวเหวยก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง ยกมือขึ้นกุมหัวราวกับคนเสียสติ
"ฉันไม่ได้เป็นคนเรียกหาหล่อนนะ มันต่างหากที่เป็นคนเรียกชื่อหล่อน อย่ามาหลอกหลอนฉัน อย่ามาหลอกหลอนฉัน"
ปฏิกิริยาของลู่เสี่ยวเหวยทำให้อวี๋หวั่นปะติดปะต่อเรื่องราวได้กระจ่างขึ้น
ดูเหมือนชื่อของหล่อนจะเป็นคำต้องห้ามจริงๆ ด้วย
แต่ทำไมลู่เสี่ยวเหวยถึงได้หวาดกลัวชื่อหลิวเสี่ยวเสี่ยวขนาดนี้ล่ะ
เธอหรี่ตาลง จ้องมองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์
รูปร่างหน้าตาของลู่เสี่ยวเหวยดูเป็นผู้ใหญ่กว่านักเรียนคนอื่นๆ
ในโรงเรียนแห่งนี้ นอกจากพวกผู้ถูกเลือกแล้ว อายุกับหน้าตาของนักเรียนคนอื่นๆ ก็ดูสมวัยกันดี
แต่ลู่เสี่ยวเหวยกลับดูเหมือนผู้ใหญ่เต็มตัวเสียมากกว่า
"เป้าหมายที่นายแฝงตัวเข้ามาในโรงเรียนนี้คืออะไร แล้วนายมีความสัมพันธ์ยังไงกับหลิวเสี่ยวเสี่ยว"
สิ้นคำถามของอวี๋หวั่น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากหน้าประตูห้องเรียน
อวี๋หวั่นเบิกตากว้าง รีบคว้าแขนกู้เหยียนหาที่ซ่อนตัวทันที
แต่ลู่เสี่ยวเหวยกลับสติแตก กรีดร้องลั่นแล้ววิ่งพรวดพราดออกไปนอกห้อง
เสียงไล่ล่าดังขึ้นจากด้านนอกทันที
แต่อวี๋หวั่นกลับลืมใครบางคนไปเสียสนิท
คนที่ดวงตาได้รับบาดเจ็บคนนั้นนั่นเอง
เพราะมัวแต่เจ็บปวดกับบาดแผลที่ดวงตา เขาจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีสิ่งลี้ลับเดินตรวจตรามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
เสียงเย็นเยียบดังกังวานขึ้นที่หน้าประตู "แกมาทำอะไรที่นี่"
คนที่กุมตาอยู่ตกใจกลัวจนลนลานจะวิ่งหนี
ทว่าวินาทีที่เขาลุกขึ้นยืน หนวดเส้นยาวก็พุ่งมารัดคอของเขาเอาไว้แน่น
สิ่งลี้ลับที่ยืนอยู่หน้าประตูมีใบหน้าดุร้ายน่าสะพรึงกลัว ลิ้นยาวเหยียดห้อยร่องแร่งลงมาเกือบจรดพื้น
อวี๋หวั่นกำหมัดแน่น
ไม่ได้การ ปล่อยให้คนคนนี้ตายไม่ได้
เขาต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับหลิวเสี่ยวเสี่ยวแน่ๆ
อวี๋หวั่นผุดลุกขึ้นยืนทันที แม้แต่กู้เหยียนก็ยังคว้าตัวเธอไว้ไม่ทัน
อวี๋หวั่นจ้องมองสิ่งลี้ลับ พลางยิ้มยียวนท้าทาย "มีตั้งสองคนแน่ะ แกจะจับฉันยังไงล่ะ"
สิ่งลี้ลับเห็นอวี๋หวั่นกล้าโผล่หัวออกมาท้าทาย ก็แผดเสียงคำรามลั่น
"รนหาที่ตาย!"
[จบตอน]