- หน้าแรก
- มหาอำนาจเกมเมอร์
- บทที่ 12: มอนสเตอร์ระดับอิลิทผู้อ่อนหัด
บทที่ 12: มอนสเตอร์ระดับอิลิทผู้อ่อนหัด
บทที่ 12: มอนสเตอร์ระดับอิลิทผู้อ่อนหัด
มัลซาฮาร์ดีใจได้ไม่ทันไร ยามรักษาการณ์ของลัทธิแห่งความว่างเปล่าก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่ามีศัตรูบุก
มัลซาฮาร์ได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจอย่างยิ่ง "ข้าบอกพวกเจ้าไปกี่ครั้งแล้ว? ใครก็ตามที่เข้ามารบกวนพิธีบูชายัญ จงสังหารมันให้สิ้นซาก!"
ยามรักษาการณ์ทำหน้าเจื่อน "ท่านอาร์คบิชอปครับ ศัตรูคราวนี้รับมือยากเอาเรื่อง คิงพินพาคนบุกมาครับ!"
"คิงพิน?!" มัลซาฮาร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าคิงพินจะเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง มัลซาฮาร์ก็มั่นใจว่าช่วงที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับคิงพินเลย เขาไม่รู้จริงๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
"ท่านอาร์คบิชอป ให้วาฮัคกับผมจัดการคิงพินเถอะครับ ไอ้หมูตอนนั่นหลงคิดว่าตัวเองเป็นคนใหญ่คนโตมาจากไหน!"
นักบวชอามูลคือผู้มีพลังพิเศษ เดิมทีเขาเป็นเพียงคนขับรถบรรทุกธรรมดาๆ ที่ได้รับบาดเจ็บจากสารเคมีประหลาดในอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนปลุกพลังพิเศษในตัวขึ้นมา
อามูลมีผิวหนังที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ซ้ำยังสามารถสร้างชั้นเกราะห่อหุ้มร่างกายเพื่อเพิ่มพลังป้องกันได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และทักษะการยิงปืนมานานหลายปี ยังทำให้อามูลมีขีดความสามารถในการต่อสู้เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก
ส่วนนักบวชอีกคนอย่างวาฮัคนั้น เป็นนักดาบยอดฝีมือ เขาเองก็ได้รับพลังพิเศษมาจากอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน
พลังของวาฮัคนั้นอธิบายง่ายๆ คือเขาสามารถปลดปล่อยปราณดาบและสร้างกำแพงสายลมได้ คล้ายคลึงกับนักดาบสายลมผู้ร่าเริงคนหนึ่ง
ตั้งแต่ได้รับพลังมา ทั้งคู่ก็ไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว พวกเขาจึงมั่นใจมากว่าจะสามารถจัดการกับคิงพินที่มารบกวนพิธีบูชายัญได้อย่างแน่นอน
มัลซาฮาร์พยักหน้าพลางกล่าว "พิธีบูชายัญครั้งนี้จะนำพาสิ่งล้ำค่าจากเทพแห่งความว่างเปล่ามาสู่พวกเราอย่างแน่นอน พวกเจ้าต้องต้านทานศัตรูอย่างสุดความสามารถ และถ่วงเวลาไว้จนกว่าพิธีจะเสร็จสิ้น เมื่อถึงตอนนั้น หากได้รับพรจากเทพแห่งความว่างเปล่า ก็จะไม่มีใครหยุดยั้งพวกเราได้อีกต่อไป"
อามูลและวาฮัคขอตัวลากลับออกไป มัลซาฮาร์มองไปยังหลุมดำทรงกลมเบื้องหน้า เผยรอยยิ้มออกมา แล้วหลับตาลงสวดภาวนาต่อ
ในขณะเดียวกัน กองกำลังรักษาการณ์ของลัทธิแห่งความว่างเปล่ากำลังล้มตายเป็นใบไม้ร่วง พวกเขาเบิกตาโพล่งด้วยความสยดสยอง มองดูสการ์เล็ตต์ควบคุมหมอกทมิฬเข้าสังหารหมู่พวกเขาราวกับผักปลาอย่างเลือดเย็น
"นางแม่มด! นี่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรได้แล้ว รีบไปเชิญท่านอาร์คบิชอปมาเร็วเข้า!"
หัวหน้าหน่วยรักษาการณ์ตะโกนลั่น พวกเขาไม่อาจทำอันตรายใดๆ สการ์เล็ตต์ได้เลย หมอกทมิฬที่หมุนวนอยู่รอบตัวเธอนั้นเป็นดั่งเกราะคุ้มภัยชั้นดี ทว่าสการ์เล็ตต์กลับสามารถไล่เข่นฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายดาย เพียงไม่ถึงสิบนาทีหลังจากเริ่มปะทะ กองกำลังของลัทธิแห่งความว่างเปล่าก็แทบจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
คิงพินและบูลส์อายเองก็ตกตะลึงกับฝีมือของสการ์เล็ตต์ไม่น้อย แม้ว่าพวกเขาจะพอเดาความน่าสะพรึงกลัวของพลังรบของเธอได้ตั้งแต่ตอนที่เห็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเธอถล่มคฤหาสน์มอร์นิ่งสตาร์จนราบคาบได้อย่างง่ายดายแล้วก็ตาม
แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเอง พวกเขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่าพลังรบของสการ์เล็ตต์นั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรจะเข้าไปตอแยด้วยเลยจริงๆ
จู่ๆ กำแพงสายลมก็ปรากฏขึ้นบดบังทัศนวิสัยของสการ์เล็ตต์ ตามมาด้วยร่างของนักดาบที่ถือดาบยาวกระโจนออกมา พร้อมกับปลดปล่อยปราณดาบอันแหลมคมหลายสายเข้าจู่โจมเธอ
สการ์เล็ตต์กระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ พลิ้วหลบปราณดาบเหล่านั้นได้อย่างฉิวเฉียด
อันที่จริง ปราณดาบพวกนี้ทำอันตรายเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่หลินเฉินก็ยังคงบังคับให้สการ์เล็ตต์หลบมันอยู่ดี
"คิงพิน แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?! พวกเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน แกคิดจะทำอะไรกันแน่?!"
อามูลก้าวออกมาสมทบ ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นประกายโลหะสีดำทะมึน ในมือถือปืนกลมือจ้องเล็งไปที่คิงพิน
ความจริงคิงพินเองก็แอบแปลกใจเล็กน้อยที่ลัทธิแห่งความว่างเปล่ามีผู้มีพลังพิเศษอยู่ในสังกัดด้วย ดูเหมือนว่าเฮลส์คิทเช่นจะยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร สการ์เล็ตต์ก็เริ่มเปิดฉากโจมตีสวนกลับทันที
หมอกทมิฬกลายสภาพเป็นดาบแหลมคมนับไม่ถ้วน พุ่งทะลวงเข้าใส่อามูลและวาฮัคราวกับห่าฝน
อามูลไม่กล้าประมาท เขารีบเรียกใช้พลังสร้างเกราะหุ้มร่างทันที ทว่าเกราะนี้กลับไม่สามารถป้องกันการโจมตีของสการ์เล็ตต์ได้ทั้งหมด อามูลจึงรีบสลัดเกราะทิ้งแล้วพุ่งตัวไปหลบอยู่ข้างๆ วาฮัค วาฮัคตวัดดาบสร้างกำแพงสายลมขึ้นมาอีกครั้ง ช่วยสกัดกั้นคลื่นการโจมตีของสการ์เล็ตต์เอาไว้ได้
คิงพินมองปราดเดียวก็รู้ว่าพลังของอามูลและวาฮัคนั้นเทียบสู้กับสการ์เล็ตต์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย สการ์เล็ตต์สามารถจัดการสองคนนี้ได้ภายในเวลาไม่เกินสิบนาทีแน่ เขาจึงรีบหันไปสั่งบูลส์อาย
"พาคนของเราบุกเข้าไป เก็บพวกคนของลัทธิความว่างเปล่าให้หมด!"
บูลส์อายพยักหน้ารับแล้วโบกมือส่งสัญญาณ ลูกน้องของคิงพินเปิดฉากสาดกระสุนทันที อำนาจการยิงอันดุดันกดดันให้ทหารยามของลัทธิที่เหลือรอดต้องหลบซ่อนตัว บูลส์อายล้วงเอาไพ่สำรับหนึ่งออกมา กระโจนขึ้นไปบนอากาศ แล้วซัดไพ่นับสิบใบเข้าใส่อามูลและวาฮัค
อามูลหันไปมองวาฮัค "เดี๋ยวฉันจัดการพวกลูกน้องของคิงพินเอง นายรับมือกับนังเด็กนั่นไปแล้วกัน"
วาฮัคตระหนักดีว่าตนเองรับมือเด็กสาวคนนั้นไม่ไหวหรอก แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีกำแพงสายลมที่พอจะถ่วงเวลาเธอไว้ได้บ้าง ในขณะที่อามูลนั้นไร้หนทางต่อกรโดยสิ้นเชิง
วาฮัคจึงพยักหน้า เขากัดฟันกรอด ตัดสินใจว่าจะต้องพุ่งเข้าไปประชิดตัวและเปิดศึกต่อสู้ระยะประชิดกับเด็กสาวคนนั้นให้ได้
สการ์เล็ตต์หยุดการโจมตีลงชั่วขณะ เธอหันไปมองบูลส์อาย และพบว่าไพ่ที่บูลส์อายซัดออกไปนั้นทำอะไรอามูลไม่ได้เลย อามูลพุ่งเข้าประชิดตัวบูลส์อายอย่างรวดเร็ว ยกปืนกลมือขึ้นและสาดกระสุนใส่เขาไม่ยั้ง
บูลส์อายพลิ้วหลบห่ากระสุนของอามูลอย่างรวดเร็ว เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมเต็มหน้าผาก ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินลัทธิโนเนมนี้ต่ำเกินไปเสียแล้ว!
ทว่าบูลส์อายกลับแค่นเสียงหัวเราะเยาะ เขาไม่ได้มีดีแค่วิชาซัดไพ่หรอกนะ
ทำงานในวงการนี้สมัยนี้ ใครบ้างจะไม่มีปืนพกติดตัวไว้สักกระบอกสองกระบอก!
เมื่อเห็นบูลส์อายตกอยู่ในอันตราย คิงพินก็นำลูกน้องเข้าไปสนับสนุนทันที พร้อมกันนั้น เขาก็โทรศัพท์สั่งการให้ลูกน้องอีกกลุ่มขนอาวุธหนักเข้ามาเสริมทัพโดยด่วน
ศึกในวันนี้ ถ้าไม่มีอาวุธหนักคงเอาไม่อยู่แน่!
อีกด้านหนึ่ง เมื่อวาฮัคเห็นว่าสการ์เล็ตต์ยังมีแก่ใจไปสนใจเรื่องของคนอื่น เขาก็รู้สึกโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ ตั้งแต่เขาได้รับพลังพิเศษมา ยังไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าหยามเกียรติเขาขนาดนี้มาก่อน!
"นังหนู! การต่อสู้มีข้อห้ามร้ายแรงอยู่สามประการ วันนี้ลุงจะช่วยสั่งสอนแกให้รู้สำนึกเอง"
วาฮัคพุ่งเข้ามาจนเกือบจะถึงตัวสการ์เล็ตต์แล้ว "หนึ่งคือการขาดสมาธิ สองคือการประมาทคู่ต่อสู้ และสุดท้าย... คือการไม่รู้จักใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองให้เป็นประโยชน์!"
ในมุมมองของวาฮัค หากสการ์เล็ตต์ยังคงใช้หมอกทมิฬระดมโจมตีเขาต่อไป เขาก็คงจะหมดหนทางสู้ แต่นังเด็กอวดดีนี่กลับหยุดโจมตีกลางคัน นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
วาฮัคตวัดดาบฟาดฟันเข้าใส่สการ์เล็ตต์ที่อยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อม การฟาดฟันครั้งนี้แฝงไปด้วยปราณดาบอันรุนแรง ต่อให้สการ์เล็ตต์จะหลบปราณดาบพ้น เธอก็ไม่มีทางหลบคมดาบจริงๆ ได้อย่างแน่นอน
แต่วาฮัคคิดผิดถนัด การที่สการ์เล็ตต์กระโดดหลบปราณดาบในตอนแรก ทำให้เขาหลงเข้าใจผิดคิดไปเองว่าปราณดาบนั่นสามารถทำอันตรายเธอได้ ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่มีน้ำยาพอที่จะเจาะการป้องกันของสการ์เล็ตต์ได้เลยต่างหาก
สการ์เล็ตต์ควบคุมหมอกทมิฬเข้าบดขยี้ดาบยาวของวาฮัคจนแหลกละเอียดในพริบตา ก่อนจะกลืนกินร่างของเขาเข้าไปในกลุ่มหมอกสีดำมืด ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดของวาฮัค
"มอนสเตอร์ระดับอิลิทที่โง่เง่าเต่าตุ่นจริงๆ" หลินเฉินแค่นเสียงหยัน "ถ้าฉันไม่ตั้งใจหลอกล่อให้แกเข้ามาโจมตีล่ะก็ ฉันคงไม่เสียเวลาหลบปราณดาบของแกหรอก แกคิดจริงๆ เหรอว่าฉันกลัวไอ้ปราณดาบกระจอกๆ พวกนั้นน่ะ? ถ้าแกเป็นถึงปรมาจารย์นักดาบ ฉันก็คงต้องหลบจริงๆ นั่นแหละ แต่น่าเสียดายนะ ที่แกไม่ใช่"