- หน้าแรก
- มหาอำนาจเกมเมอร์
- บทที่ 5: แม่มดเปิดฉากสังหาร
บทที่ 5: แม่มดเปิดฉากสังหาร
บทที่ 5: แม่มดเปิดฉากสังหาร
ชายพุงพลุ้ยคนหนึ่งลุกพรวดขึ้นมาตวาดลั่น "รปภ. อยู่ไหน! ปล่อยให้ยัยบ้าที่ไหนเข้ามาได้ยังไง? คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?!"
สการ์เล็ตต์ควบแน่นหมอกสีดำให้กลายเป็นหอกยาว ทะลวงร่างของชายจอมโวยวายจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในพริบตา
เสียงตะคอกหยุดชะงักลงทันที แทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องระงมก้องโถงกว้าง สการ์เล็ตต์เบี่ยงตัวหลบ ปล่อยให้ฝูงชนแตกตื่นวิ่งหนีตายออกไป
โอบาไดอาห์และโทนี่ สตาร์คเบิกตากว้างด้วยความขนลุกซู่ จังหวะนั้นเอง โทนี่สังเกตเห็นคนจากออสบอร์นอินดัสทรีส์แฝงตัวหลบหนีไปกับฝูงชน โดยที่เด็กสาวไม่ได้สนใจจะขัดขวาง
โทนี่จึงกระตุกแขนเสื้อโอบาไดอาห์เป็นสัญญาณให้หนีตามน้ำ ทว่าพอก้าวขาเพียงก้าวเดียว สายตาของสการ์เล็ตต์ก็ตวัดขวับมาจ้องพวกเขาเขม็ง
โอบาไดอาห์สบถด่าโทนี่ในใจ เพลย์บอยหนุ่มคนนี้ทำตัวเตะตาเกินไป แม้เด็กสาวตรงหน้าจะไม่รู้จักคนของออสบอร์น แต่เธอกลับจำพวกเขาสองคนได้แม่น
เมื่อหมดทางหนี พวกเขาจึงทำได้เพียงหยุดนิ่งและกลับไปนั่งลงตามเดิม
ไม่นานนัก ในห้องโถงก็เหลือคนเพียงหยิบมือ สการ์เล็ตต์มองพวกเขาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ทำไมพวกแกถึงสนับสนุนแผนการทดลองมนุษย์ของคฤหาสน์มอร์นิ่งสตาร์?"
โทนี่ทำหน้าเหลอหลา เขาไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ จึงหันไปมองโอบาไดอาห์ ทางด้านโอบาไดอาห์ก็งัดทักษะการแสดงที่สั่งสมมานานปีออกมาใช้ ตอบกลับไปแบบครึ่งจริงครึ่งเท็จ
"แม่หนู เราไม่รู้เรื่องที่คฤหาสน์มอร์นิ่งสตาร์ทำการทดลองกับมนุษย์จริงๆ ใช่ เราลงทุนมหาศาลกับที่นี่ และลงทุนกับกองทัพไปไม่น้อย แต่เราเป็นแค่บริษัท อำนาจของเราไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ"
"เลิกเสแสร้งได้แล้ว!" นอร์แมน ออสบอร์น ซีอีโอแห่งออสบอร์นอินดัสทรีส์จัดระเบียบเสื้อผ้าพลางลุกขึ้นยืน เขามองสการ์เล็ตต์แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมา
"แม่หนู ฉันต่างจากพวกจอมปลอมแห่งสตาร์คกรุ๊ป ฉันบอกเธอได้เลยว่าห้องแล็บของคฤหาสน์มอร์นิ่งสตาร์ไม่ใช่ที่เดียวในประเทศนี้หรอกนะ อันที่จริง ฉันเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าลงทุนกับห้องแล็บแบบนี้ไปกี่แห่ง การทดลองพวกนี้... ในแง่ส่วนตัวมันก็เพื่อสุขภาพของฉันเองและผลกำไรของออสบอร์น แต่ในแง่ส่วนรวม มันคือการผลักดันเทคโนโลยีเพื่อลู่ทางทางการแพทย์ที่ดีกว่า คฤหาสน์มอร์นิ่งสตาร์น่ะ ก็แค่ความเสียสละที่จำเป็นบนเส้นทางแห่งวิทยาศาสตร์เท่านั้น"
โอบาไดอาห์มองนอร์แมนจนพูดไม่ออก ได้แต่คิดในใจว่า 'จะอวดดีก็อย่าลากฉันไปเกี่ยวด้วยสิวะ'
สการ์เล็ตต์จ้องนอร์แมนด้วยสายตาเปี่ยมจิตสังหาร ทว่าตอนนี้ร่างกายไม่ได้อยู่ใต้การควบคุมของเธออย่างสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นนอร์แมนคงกลายเป็นศพไปแล้ว
จากนั้นสการ์เล็ตต์ก็หันไปมองคุณนายออสเซอร์ ฝ่ายคุณนายออสเซอร์กลับยิ้มรับ "สการ์เล็ตต์ที่รัก เธอคือเด็กที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดจริงๆ ผ่านมาตั้งหลายปี มีเด็กตั้งมากมาย มีแค่เธอเท่านั้นที่ทำสำเร็จ มาสิ มาเป็นลูกสาวของฉัน แล้วเราจะสร้างความยิ่งใหญ่ครั้งใหม่ไปด้วยกัน!"
สการ์เล็ตต์แสยะยิ้ม "ถามตัวเองดูสิ ว่าแกคู่ควรจะเป็นแม่ของฉันงั้นเหรอ?"
"อย่างน้อยก็คู่ควรยิ่งกว่าแม่ของเธอ" คุณนายออสเซอร์ตอบ "แม่ของเธอน่ะ เหอะ ก็แค่ผู้หญิงขายตัว"
หมอกดำทมิฬทะลักออกจากร่างของสการ์เล็ตต์ ทุกหนแห่งที่หมอกมรณะพัดผ่าน เก้าอี้ทุกตัวล้วนแบนราบเป็นหน้ากลอง เธอเดินคุกคามเข้าหาคุณนายออสเซอร์ทีละก้าว ภาพตรงหน้าทำเอาโทนี่ สตาร์คถึงกับตกตะลึง
"นี่มันบ้าอะไรกัน?!"
โทนี่รู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นกลุ่มก๊าซที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ เขากล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ไม่มีธาตุใดบนโลกที่รู้จักสามารถสร้างพลังทำลายล้างระดับนี้ได้แน่
คุณนายออสเซอร์มองสการ์เล็ตต์ด้วยความประหลาดใจเช่นกัน "นี่คือพลังของเธอเหรอ?"
สการ์เล็ตต์พยักหน้า "ใช่แล้ว นี่คือพลังที่ท่านแม่ประทานให้ฉัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณนายออสเซอร์ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น "สการ์เล็ตต์ นังผู้หญิงขายตัวนั่นน่ะเหรอแม่ของเธอ? เธอช่างโง่เขลาได้น่าเอ็นดูจริงๆ จะบอกความจริงให้เอาบุญนะ นังนั่นมันเก็บเธอมาจากข้างถนนต่างหาก และเหตุผลที่เธอมาลงเอยที่คฤหาสน์มอร์นิ่งสตาร์ ก็เพราะแม่ที่แสนดีของเธอติดยาจนงอมแงม หล่อนขายเธอแลกกับยาเสพติดสามสิบถุง ใช่แล้ว... ในสายตาหล่อน เธอมีค่าแค่ยาเสพติดสามสิบถุงเท่านั้นแหละ"
ถ้อยคำของคุณนายออสเซอร์ทำให้คนที่เหลืออยู่รู้สึกเวทนาเด็กสาวขึ้นมาจับใจ ชะตากรรมของเธอช่างน่าสลดนัก...
คุณนายออสเซอร์หว่านล้อมต่อ "สการ์เล็ตต์ มาเป็นลูกสาวของฉันเถอะ ฉันจะมอบความรักของแม่อย่างแท้จริงให้กับเธอ ทุกสิ่งที่เธอขาดหายไป ฉันจะชดเชยให้เอง"
นอร์แมน ออสบอร์นรีบแทรกขึ้น "แม่หนู... ไม่สิ สการ์เล็ตต์ หากเธอยินดีมาร่วมงานกับตระกูลออสบอร์น ฉันก็สามารถให้ทุกสิ่งที่เธอต้องการได้เช่นกัน"
โทนี่ สตาร์คเอ่ยปากบ้าง "แม่หนู เธอ... เอ้อ..."
โอบาไดอาห์รีบห้ามโทนี่ไว้ ด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาดูออกในปราดเดียวว่าสการ์เล็ตต์จะไม่มีวันหักหลัง 'ท่านแม่' ของเธอแน่ เขาแค่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย สการ์เล็ตต์ยังคงรักแม่ที่แสนจะเลวทรามคนนั้นอย่างสุดหัวใจได้อย่างไร?
เพียงเพราะแม่มอบพลังนี้ให้เธองั้นหรือ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งผิดปกติ หากแม่ของสการ์เล็ตต์มีพลังอำนาจล้นฟ้าขนาดนั้น จะตกต่ำจนกลายเป็นแค่ผู้หญิงขายตัวได้อย่างไร?
สการ์เล็ตต์ควบแน่นหมอกดำอีกครั้ง คราวนี้มันแปรสภาพเป็นศรแหลมคมนับไม่ถ้วน คุณนายออสเซอร์แค่นเสียงหยัน หล่อนพึมพำคาถาแผ่วเบา สภาพผิวหนังก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเช่นกัน
"สการ์เล็ตต์ โลกใบนี้ซับซ้อนกว่าที่เธอจินตนาการไว้นัก เธอไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษเพียงคนเดียวหรอกนะ"
สิ้นคำ คุณนายออสเซอร์ก็พุ่งตัวกลายเป็นภาพติดตา รวดเร็วจนไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หล่อนมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าสการ์เล็ตต์ ทว่ากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าหมัดของตนถูกลบหายไปทันทีที่สัมผัสโดนหมอกสีดำ คุณนายออสเซอร์รีบถอยฉาก ทว่าศรดำนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ากลืนกินร่างของหล่อนไปในชั่วพริบตา
จังหวะนั้นเอง กองกำลังคุ้มกันก็แห่กรูกันเข้ามา เมื่อเห็นว่าพวกเขาเล็งปืนไปที่สการ์เล็ตต์ โทนี่ก็รีบร้องห้าม
"อย่าใช้อาวุธนะ!"
โทนี่หวาดกลัวว่าพวกยามจะไปกระตุ้นโทสะสการ์เล็ตต์จนทำให้เกิดการสังหารหมู่ ทว่าพวกนั้นกลับเมินเฉยต่อคำเตือนของเขา ห่ากระสุนถูกสาดเข้าใส่สการ์เล็ตต์อย่างบ้าคลั่ง
แน่นอนว่ากระสุนเหล่านั้นไม่อาจระคายเคืองผิวสการ์เล็ตต์ได้แม้แต่น้อย โอบาไดอาห์และโทนี่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
ไอ้ยามงี่เง่าพวกนี้กำลังบีบให้สการ์เล็ตต์เปิดฉากสังหารหมู่ชัดๆ!
กลุ่มหมอกดำทะลักพุ่งเข้าใส่เหล่ากองกำลังคุ้มกัน พวกเขาพยายามวิ่งหนีแตกกระเจิง ทว่าความเร็วของมนุษย์จะไปสู้ความเร็วของหมอกมรณะได้อย่างไร ไม่นานนัก ทุกสิ่งก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ
หลังจากเป็นพยานการสังหารหมู่ของสการ์เล็ตต์ นอร์แมน ออสบอร์นแม้จะพยายามปั้นหน้าสงบนิ่ง ทว่าขาทั้งสองข้างที่สั่นเทากลับสะท้อนความตื่นตระหนกออกมาจนหมดสิ้น ส่วนโอบาไดอาห์และโทนี่ สตาร์คได้แต่อึ้งค้างเป็นหินไปแล้ว
ถึงกระนั้น สการ์เล็ตต์ก็ไม่ได้ลงมือสังหารพวกเขาทั้งสามคน เธอเพียงเดินออกไปจากห้องโถงกว้าง ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยกองกำลังสารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และหน่วยรบพิเศษที่ปิดล้อมสถานที่ไว้จนแน่นหนา
ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเปิดฉากยิง สการ์เล็ตต์เดินหน้าต่อไปราวกับมองไม่เห็นพวกเขา ทุกก้าวที่เธอเดิน สารวัตรทหารและเจ้าหน้าที่รอบนอกต่างก็พากันถอยร่นไปทีละก้าว
ไม่มีใครกล้าก้าวออกมาขวาง และไม่มีใครกล้าลั่นไก
ในที่สุด สการ์เล็ตต์ก็เดินทะลุวงล้อม และหายลับไปที่สุดปลายถนน