- หน้าแรก
- เมื่อโลกเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอด ผมได้เครื่องจำลองบุคลากรแรงก์ ดี
- บทที่ 6: หีบไม้สีแดง
บทที่ 6: หีบไม้สีแดง
บทที่ 6: หีบไม้สีแดง
หีบสมบัติสลายหายไปทันทีหลังถูกเปิดออก
ภายในเหลือสิ่งของอยู่สามอย่าง—
แบบแปลนอัปเกรดที่พักพิง การ์ดแข็งหนึ่งใบ และขวดของเหลวสีแดงอีกหนึ่งขวด
【ใช้แบบแปลนอัปเกรดที่พักพิง?】
“ใช้”
ทันทีที่หลินเย่ตอบ ระบบก็แสดงข้อความใหม่ขึ้นตรงหน้า
【โปรดรวบรวม “อวัยวะกลายพันธุ์” จำนวน 10 ชิ้น จากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับไร้ยศ เพื่อใช้เป็นวัสดุอัปเกรด】
【0/10】
หลินเย่ขมวดคิ้วทันที
‘ระดับไร้ยศ?’
‘สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์?’
‘อวัยวะกลายพันธุ์?’
เขารีบหันกลับและวิ่งไปยังจุดที่จัดการศพโลหิต(ต่อจากนี้จะขอเปลี่ยนจากศพเปื้อนเลือดเป็น ศพโลหิต นะครับ)ก่อนหน้านี้ทันที
จากนั้นจึงชักมีดสั้นออกมา แล้วเริ่มตัดเอาส่วนที่ “ผิดปกติ” มากที่สุดออกจากร่างของมัน
【ส่งมอบอวัยวะกลายพันธุ์?】
“ใช่”
ทันทีที่ตอบ ระบบก็กลืนชิ้นเนื้อส่วนนั้นหายไปในพริบตา
หลินเย่เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าค่าความคืบหน้าของภารกิจเปลี่ยนเป็น—
【1/10】
“งั้นก็หมายความว่า…ฆ่าศพโลหิตสิบตัว ก็เพียงพอสำหรับอัปเกรดที่พักพิงสินะ”
แม้ศพโลหิตจะจัดการได้ยาก
แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกมันก็เป็นเพียง “ศพกลายพันธุ์”
ก่อนหน้านี้หลินเย่ไม่รู้จักพวกมัน จึงเสียกระสุนไปจำนวนมากอย่างเปล่าประโยชน์
แต่ครั้งหน้า—
เขาคงไม่ใช้วิธีสิ้นเปลืองแบบเดิมอีกแล้ว
ถึงอย่างนั้น การใช้เพียงมีดสั้นต่อสู้กับศพโลหิตก็ยังอันตรายเกินไป
หลินเย่จึงตัดสินใจว่า พรุ่งนี้เขาจะต้องใช้พรสวรรค์ของตัวเองเพื่อหากระสุนเพิ่มเติม ก่อนจะเริ่มล่าพวกศพโลหิตอีกครั้ง
หลังจากจัดการเรื่องอวัยวะกลายพันธุ์เสร็จแล้ว หลินเย่ก็ออกเดินค้นหาห้องที่ถูกล็อกต่อ
เวลาผ่านไปกว่าสิบนาที เขาจึงพบประตูสีแดงอีกบานหนึ่งในที่สุด
หลังใช้กุญแจไขเข้าไป—
ภายในห้องก็มีหีบไม้สีแดงตั้งอยู่เหมือนเดิม
แต่ของด้านในกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
คราวนี้ ภายในหีบเต็มไปด้วยขนมปังและน้ำดื่มบรรจุขวดที่วางซ้อนกันอยู่
หลินเย่มองหีบทั้งสองใบที่เพิ่งเปิดผ่านมาด้วยสายตาครุ่นคิด
สิ่งของด้านในแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
นั่นหมายความว่า—
“หีบสมบัติ” ในเขาวงกตแห่งนี้ น่าจะมีหลายประเภท
และแต่ละประเภทก็บรรจุทรัพยากรที่แตกต่างกันออกไป…
หลินเย่แยกสิ่งของที่เพิ่งได้มาใส่ลงในกระเป๋าเป้อีกใบ
แม้ในที่พักพิงจะยังมีเสบียงเหลืออยู่บ้าง
แต่ในโลกแบบนี้—
ไม่มีใครคิดว่า “อาหารมากเกินไป”
หลังจากเดินสำรวจต่ออีกพักหนึ่ง หลินเย่ก็พบ “ทางแยก” ที่แตกต่างจากจุดอื่นอย่างชัดเจน
มันเป็นทางเดินตรงยาวสุดสายตา
ไม่มีประตู
ไม่มีห้อง
ไม่มีทางแยกอื่นใด
มีเพียงทางเดินสีแดงเข้มที่ทอดยาวไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน
หลินเย่ชักมีดสั้นออกมา ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
หลังจากเดินต่อเนื่องเกือบหนึ่งกิโลเมตร—
ในที่สุดเขาก็มาถึงปลายทาง
ที่นั่นมี “ประตู” อยู่สองบาน
หลินเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย
‘หรือว่าจะเป็นห้องบอส?’
เมื่อผลักประตูเข้าไป—
ด้านในกลับเป็นห้องโถงทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่
ด้านหนึ่งของห้องมีประตูคู่บานมหึมาตั้งอยู่
ตรงข้ามกันคือประตูคู่สีแดงอีกชุดหนึ่ง
ส่วนด้านซ้ายเป็นประตูไม้สีแดงธรรมดา
ขณะที่ด้านขวา—
เป็นประตูโลหะสีแดงเข้ม พร้อมแม่กุญแจขนาดใหญ่ที่ดูหนักผิดปกติ
ทันทีที่หลินเย่เดินเข้าใกล้ประตูไม้
ข้อความของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
【ต้องการออกจากเขาวงกตสีแดงก่อนเวลาหรือไม่?】
“ไม่”
หลินเย่ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด
ในเมื่อยังไม่มีอันตรายเร่งด่วนตรงหน้า—
เขาก็ยังไม่คิดจะออกจากที่นี่ง่าย ๆ…
เมื่อเดินเข้าใกล้ประตูโลหะสีแดงเข้ม ข้อความของระบบอีกบรรทัดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
【ตรวจพบการสัมผัสกับ “ห้องพิเศษ” เป็นครั้งแรก】
【กำลังปลดล็อกประตูอัตโนมัติ】
เสียงโลหะหนักดังขึ้นช้า ๆ
จากนั้นแม่กุญแจก็สลายหายไปเอง ก่อนที่ประตูเหล็กจะค่อย ๆ เปิดออก
ภายในเป็นห้องสีแดงธรรมดา
ไม่มีศพ
ไม่มีสัตว์ประหลาด
ไม่มีหีบสมบัติ
มีเพียงแท่นสีแดงเข้มตั้งอยู่ตรงกลางห้อง
และบนแท่นนั้น—
มีขวดแก้วใบหนึ่งวางอยู่
ภายในขวดบรรจุของเหลวสีแดงเข้มขุ่นคล้ายเลือด
ส่วนตรงกลางของของเหลวนั้น—
มี “ลูกตา” ข้างหนึ่งลอยนิ่งอยู่ภายใน
หลินเย่จ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขวดใส่กระเป๋าเป้อย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้น เขาก็ตรวจสอบทั่วทั้งห้องอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น
เมื่อไม่พบอะไรเพิ่มเติม หลินเย่จึงเดินกลับออกมา แล้วเปิดประตูคู่ฝั่งตรงข้ามแทน
ด้านหลังประตูนั้น—
ยังคงเป็นทางเดินสีแดงยาวเหยียดเหมือนเดิม
เมื่อเปิดดูเวลา เขาก็พบว่าเหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ หลินเย่พยายามประหยัดแรงและกระสุนไว้เผื่อรับมือสัตว์ประหลาด
แต่ตอนนี้—
เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเร่งความเร็ว
หลินเย่วิ่งไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งเหลือเวลาอีกเพียงห้านาที เขาจึงพบห้องล็อกอีกบานหนึ่ง
หลังเปิดเข้าไป—
ด้านในมีหีบไม้สีแดงวางอยู่เช่นเดิม
แต่ของที่อยู่ภายในกลับแตกต่างออกไปอีกครั้ง
คราวนี้ ภายในเต็มไปด้วยขวดของเหลวสีแดงหลายขวด การ์ดแข็งอีกจำนวนหนึ่ง และ “กุญแจโลหะสีแดง” หนึ่งดอก
กุญแจดอกนี้แตกต่างจากกุญแจสีแดงธรรมดาอย่างชัดเจน
ทั้งวัสดุ น้ำหนัก และลวดลายบนตัวกุญแจ
ดูเหมือนว่ามันจะถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้กับ “ห้องพิเศษ” บางประเภทโดยเฉพาะ
หลินเย่เก็บของทั้งหมดลงกระเป๋า ก่อนจะรีบออกสำรวจห้องใกล้เคียงต่อ
แต่เพราะเวลาใกล้หมดแล้ว เขาจึงไม่มีโอกาสหาห้องล็อกเพิ่มเติมได้อีก
ก่อนการนับถอยหลังจะสิ้นสุดลงไม่นาน หลินเย่พบเหรียญสีแดงอีกหลายเหรียญอยู่ท่ามกลางกองขยะในห้องหนึ่ง
และในจังหวะนั้นเอง—
เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากนอกทางเดินอีกครั้ง
แต่ก่อนที่อะไรจะปรากฏตัวออกมา—
เวลาสองชั่วโมงของกิจกรรมกลางคืนก็สิ้นสุดลง
ภาพตรงหน้าพลันพร่าเลือน
และในวินาทีถัดมา—
หลินเย่ก็กลับมายังที่พักพิงของตัวเองอีกครั้ง…
…………………
【994,759 / 1,000,000】
เพียงกิจกรรมสำรวจคืนแรก—
ก็มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่าสองพันคนแล้ว
ภายใน “เขาวงกตสีแดง” ฟังก์ชันการสื่อสารถูกปิดใช้งานทั้งหมด
ดังนั้นทันทีที่กิจกรรมสิ้นสุดลง กลุ่มแชทของภูมิภาคก็ระเบิดขึ้นด้วยข้อความจำนวนมหาศาล
“โอ้โห! ในที่สุดก็กลับมาได้สักที! ฉันโดนซอมบี้ไล่ต้อนจนต้องขังตัวเองอยู่ในห้องตั้งสองชั่วโมง!”
“เกือบไม่ทันแล้ว! ถ้าวิ่งช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงตายแน่!”
“มีใครเจอหีบสมบัติบ้างไหม? ฉันหาเจอแต่เหรียญสีแดงเต็มไปหมด!”
“ฉันเปิดหีบได้ใบหนึ่ง แต่ข้างในมีแค่ของเหลวประหลาดสองขวด นอกจากแบบแปลนอัปเกรดที่พักพิง”
“เดี๋ยวนะ…การอัปเกรดที่พักพิงต้องทำยังไง? มีใครแชร์ข้อมูลได้บ้าง?”
“แบบแปลนเป็นแค่วัสดุปลดล็อก ทุกคนต้องหาแบบของตัวเอง ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้”
“คนตายเยอะเกินไปแล้ว…โชคดีจริง ๆ ที่ฉันไม่ได้เข้าไป”
“ฮ่า ๆ ๆ ระบบบอกไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? แค่สามวันแรกเท่านั้นที่หีบสมบัติจะการันตีแบบแปลน หลังจากนั้นอัตราดรอปจะลดลงทันที”
“อะไรนะ?!”
“มีใครรู้ไหมว่า ‘อวัยวะกลายพันธุ์’ หาได้จากที่ไหน?”
…
หลินเย่เลื่อนอ่านข้อความเงียบ ๆ
ดูเหมือนว่าหลายคนจะยังไม่เข้าใจว่า “อวัยวะกลายพันธุ์” ต้องได้มาจากการฆ่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์โดยตรง
และจากจำนวนผู้เสียชีวิต—
เห็นได้ชัดว่าหลายคนยังไม่ทันได้ปรับตัวเข้ากับโลกแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ…
เมื่อข้อความในกลุ่มเริ่มช้าลง หลินเย่จึงโพสต์รูปภาพหนึ่งออกไป
มันคือภาพที่เขาแอบถ่ายเอาไว้ตอนกำลังเก็บ “อวัยวะกลายพันธุ์” จากศพโลหิต
ทันทีที่ภาพถูกส่งออกไป—
กลุ่มแชทก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้ยังเป็นรูปข้าวขาห่านอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้กลายเป็นรูปเนื้อสดไปแล้ว?!”
“เดี๋ยวก่อน! นั่นมันซอมบี้ไม่ใช่เหรอ?! นายฆ่ามันได้แล้วงั้นเหรอ?!”
“บ้าไปแล้ว! ฉันไม่กล้าออกจากห้องด้วยซ้ำ แต่นายเริ่มล่าซอมบี้แล้ว?!”
“ซอมบี้ไม่น่ายากนะ ขอแค่มีอาวุธ ยิงหัวก็น่าจะตายแล้ว”
“พูดให้เหมือนคนปกติหน่อยเถอะ!! นี่มันไม่ใช่ซอมบี้ในหนังห่วย ๆ นะเว้ย!”
“ผมออกกำลังกายมาตลอด แข็งแรงกว่าคนทั่วไปแน่นอน แต่พวกนั้นเร็วกว่า แรงกว่า แถมโดนยิงหัวแล้วยังลุกขึ้นมาได้อีก!”
“พวกมันเปลี่ยนรูปร่างได้ด้วยนะ! คนตายไปเป็นพันเพราะไอ้ตัวพวกนี้!”
“ที่ผมรอดมาได้ก็เพราะความสามารถพิเศษของผมดีพอเท่านั้นเอง!”
“จริงครับ ผมยังไม่ทันเจออะไรเลย แต่แค่ดูจากจำนวนคนตาย…กิจกรรมคืนนี้มันโหดเกินไปจริง ๆ”
หลินเย่มองข้อความที่ไหลผ่านหน้าจอ ก่อนจะพิมพ์ตอบสั้น ๆ
หลินเย่: รอสักครู่ครับ ผมกำลังสรุปข้อมูลที่สำคัญอยู่
หลังข้อความนั้นถูกส่งออกไป—
กลุ่มแชทที่มีคนอยู่เกือบล้านกลับค่อย ๆ เงียบลงอย่างน่าประหลาด
ไม่ใช่เพราะหลินเย่มีอำนาจอะไร
แต่เพราะ “ข้อมูล” ในตอนนี้—
อาจเป็นสิ่งที่ตัดสินความเป็นความตายของพวกเขาได้
จากนั้น หลินเย่ก็เริ่มรวบรวมทุกอย่างที่ตัวเองค้นพบจากเขาวงกตสีแดง
ทั้งโครงสร้างห้อง วิธีหาหีบสมบัติ การใช้กุญแจสีแดง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับศพโลหิต
เขาเรียบเรียงทุกอย่างออกมาให้เข้าใจง่ายที่สุด
ง่ายจนแม้แต่คนที่ไม่เคยเอาตัวรอดมาก่อนก็ยังพอทำตามได้
หลินเย่: ผมคิดว่า “อวัยวะกลายพันธุ์” น่าจะเป็นจุดสำคัญของพวกมัน ผมตรวจสอบร่างหลังฆ่าแล้วถึงสรุปแบบนี้
หลินเย่: แต่ตอนนั้นผมใช้กระสุนไปสิบลูก เพราะงั้นก็เป็นไปได้เหมือนกันว่ามันอาจตายจากความเสียหายสะสมในจุดอื่น ไม่ใช่เพราะอวัยวะกลายพันธุ์โดยตรง
หลินเย่: ดังนั้น ถ้าจะลองด้วยตัวเอง โปรดระวังด้วยครับ
หลังข้อความนั้น—
ในกลุ่มก็มีคนพิมพ์ขึ้นมาทันที
“พี่ชายคนนี้…โคตรสุดยอดเลย…”
“ขอบคุณที่แบ่งปันข้อมูลนะครับ! คนดีแบบนี้ต้องอายุยืนแน่ ๆ!”
“อืม…แต่การต้องฆ่าศพโลหิตตั้งสิบตัวเพื่ออัปเกรดที่พักพิง ฟังดูแทบเป็นไปไม่ได้เลย…”
“เดี๋ยวนะ—นายไปเอาปืนมาจากไหน?”
หลินเย่มองคำถามนั้น ก่อนจะพิมพ์ตอบอย่างสบาย ๆ
หลินเย่: ถ้าพรสวรรค์ของฉันสามารถเสกข้าวขาห่านได้ แล้วทำไมมันจะเสกปืนไม่ได้ล่ะ?
ทันทีที่ข้อความนั้นถูกส่งออกไป—
กลุ่มแชทก็เงียบไปชั่วขณะ
ก่อนจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง
“นี่มันพรสวรรค์ระดับเทพชัด ๆ!”
“ข้าวขาห่านก็ว่าโกงแล้ว นี่ยังเสกปืนได้อีกเหรอ?!”
“ฉันเริ่มอยากได้พรสวรรค์เสกขาห่านขึ้นมาจริง ๆ แล้วนะ…”
“ใครจะไปคิดว่าคนที่ดูเหมือนมีสกิลทำอาหาร จะกลายเป็นตัวโหดสุดในกลุ่ม…”
หลินเย่ยิ้มบาง ๆ ขณะปิดหน้าต่างแชทลง
ยิ่งคนอื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเขามากเท่าไร—
ก็ยิ่งปลอดภัยสำหรับตัวเขาเองมากขึ้นเท่านั้น…