- หน้าแรก
- เมื่อโลกเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอด ผมได้เครื่องจำลองบุคลากรแรงก์ ดี
- บทที่ 2: ความตายดุจสายลม
บทที่ 2: ความตายดุจสายลม
บทที่ 2: ความตายดุจสายลม
บุคลากรแรงก์ D อีกคนก้าวออกไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ท่าทางของเขาดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ขาก็ยังสั่นเล็กน้อย
หมายเลข 2 สวมหมวกกันน็อก ก่อนจะถูกส่งเข้าไปในวิลล่าเพียงลำพัง
ผ่านไปไม่กี่นาที—
กัปตันก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“หมายเลข 3”
ชายสูงวัยที่นั่งอยู่ข้างหลินเย่ค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินออกไป
และนั่นทำให้หลินเย่รู้ตัวว่า…
เขาคือหมายเลข 4
หลังจากชายชราสวมหมวกกันน็อกและเดินเข้าไปในวิลล่า หลินเย่ก็เหลือบมองผู้คุมติดอาวุธครบมือที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกล ก่อนจะล้มเลิกความคิดเรื่องหลบหนีทันที
เพราะไม่ว่าเขาจะวิ่งเร็วแค่ไหน ก็คงหนีกระสุนไม่พ้น
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอีกหลายนาที
ขณะที่ความคิดของหลินเย่เริ่มเลื่อนลอย สายตาของเขาก็พร่ามัวลงอย่างกะทันหัน โดยไม่มีสัญญาณเตือนแม้แต่น้อย
……………
zzz……
หลินเย่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
และพบว่าตัวเองกลับมานั่งอยู่บนรถขนส่งนักโทษที่กำลังเคลื่อนตัวเหมือนเดิม
ชายสูงวัยที่เพิ่งเข้าไปในวิลล่าเมื่อครู่ กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
【จำนวนการจำลองคงเหลือ : 9】
หลินเย่: “……”
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นขยุ้มผมตัวเองอย่างแรง
ดูเหมือนว่า…เขาจะตายไปแล้วหนึ่งครั้ง
แต่สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดก็คือ เขาไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
‘แย่แล้ว…’
‘สองคนแรกนั่นน่าจะตายไปแล้วแน่ ๆ’
‘แต่ต่อให้อยู่ข้างนอก ก็ไม่ได้ปลอดภัยเหมือนกัน…’
หลินเย่เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะสรุปในใจอย่างรวดเร็ว
‘ถ้างั้น ทางเดียวก็คือต้องเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน’
เช่นเดียวกับการจำลองครั้งก่อน หมายเลข 1 และ 2 เข้าไปในวิลล่าตามลำดับ แต่เมื่อกัปตันเรียกหมายเลข 3 ในครั้งนี้ หลินเย่ก็ก้าวออกมา
“ผมทนรอไม่ไหวแล้ว ให้ผมเข้าไปก่อนเถอะ”
กัปตันเหลือบมองหลินเย่แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมช่วยสวมหมวกกันน็อคให้เขา
“ผมขออาวุธไว้ป้องกันตัวได้ไหม?” หลินเย่พูดต่อทันที “พวกคุณก็น่าจะอยากให้ผมมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นไม่ใช่เหรอ?”
หลินเย่หวังว่าจะหาปืนพกสักกระบอก แม้จะไม่มีการฝึกฝนมาก่อน แต่การเหนี่ยวไกคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
อย่างไรก็ตาม สมาชิกทีมคนหนึ่งกลับยื่นเพียง “มีดสั้น” มาให้เขาเงียบ ๆ
หลินเย่รับมันมาอย่างจนใจ
ถึงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่มีทางให้ปืน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ลอง
ทางเข้าของวิลล่าสองชั้นเปิดออกสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีเพดานโค้งสูง ด้านหนึ่งมีบันไดทอดยาวขึ้นไปยังชั้นสอง ขณะที่ทางเดินหลายสายแยกออกไปยังห้องอื่น ๆ ภายในตัวบ้าน
หลินเย่ค่อย ๆ เดินเลียบกำแพงอย่างระมัดระวัง พลางใช้แสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว
หมวกกันน็อกของเขามีไฟฉายในตัว
แต่หลินเย่ไม่คิดจะเปิดมัน
เพราะในความมืดแบบนี้ หากเปิดไฟขึ้นมา เขาจะกลายเป็นเป้าเด่นทันที
ทันใดนั้นเอง—
เสียงของกัปตันก็ดังแทรกผ่านหูฟังเข้ามาเบา ๆ
“ตรวจสอบทางเดินที่สองทางด้านขวา หลีกเลี่ยงทางเดินแรก”
‘ก่อนหน้านี้…เขาเคยให้คำแนะนำแบบนี้กับบุคลากรแรงก์ D คนอื่นด้วยหรือเปล่า?’
ความลังเลเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในใจของหลินเย่ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกทำตาม เพราะในสถานการณ์ที่ไม่รู้แม้แต่แผนผังของสถานที่ ทุกเส้นทางก็ดูไร้ความหมายพอ ๆ กันหมด
หลินเย่เดินชิดกำแพงพลางเหลือบมองไปตามทางเดินแรกโดยสัญชาตญาณ
วัตถุสีส้มชิ้นหนึ่งแขวนอยู่ที่ปลายสุด ม่านตาของเขาหดลง—เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกเสียใจที่ตัวเองมีสายตาที่คมชัด
ร่างของเพื่อนร่วมทีมแรงก์ D ของเขาถูกแขวนอยู่ตรงนั้น ในสภาพที่ถูกแยกชิ้นส่วนแล้วนำมาประกอบกลับขึ้นใหม่ราวกับตัวต่อ แม้ยังคงมีโครงร่างคล้ายมนุษย์ แต่เมื่อมองใกล้ ๆ กลับไม่เหลือเค้าใบหน้าของมนุษย์ให้เห็นอย่างชัดเจนอีกต่อไป
มันถูกแขวนอยู่ราวกับงานศิลปะแนววิปริต มีเพียงเศษผ้าสีส้มจากชุดนักโทษอันเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น ที่ยังพอทำให้ระบุตัวตนได้
‘เหี้ยเอ๊ย…!’
หลินเย่ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
แต่ในจังหวะนั้นเอง แผ่นหลังของเขากลับไปชนเข้ากับ “บางสิ่ง” ตรงบริเวณที่ควรจะเป็นโถงว่างเปล่า
ขนลุกวาบไปทั้งร่าง
เขาพุ่งตัวหลบออกด้านข้างแทบจะทันที รวดเร็วราวกับถูกน้ำเดือดลวก
แต่สายเกินไปแล้ว
เรี่ยวแรงในร่างกายของเขาค่อย ๆ หายไปอย่างรวดเร็ว แขนขาเริ่มอ่อนแรง สติพร่าเลือนลงทีละนิด
และในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนทุกอย่างจะดับวูบ—
หลินเย่เห็นร่างของตัวเองกำลัง “สลาย” หายไป
……………
zzz……
หัวใจของหลินเย่เต้นรัวเสียยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด แม้จะรู้ว่าการย้อนกลับของมิติเวลาทำให้ “การไล่ล่า” เมื่อครู่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป แต่เขาก็ยังไม่สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้เลย
ร่างกายของเขากลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง แขนขาสามารถขยับได้ตามปกติ ราวกับความตายเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
แต่หลินเย่รู้ดี—
ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที เขาจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตตัวนั้นอีกครั้ง
สิ่งมีชีวิตที่สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย…ราวกับบดขยี้แมลงตัวหนึ่ง
【จำนวนการจำลองคงเหลือ : 8】
‘บ้าชิบ… นี่มันอะไรกันวะ…’
หลินเย่กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ
เหงื่อเย็นไหลลงมาตามข้างแก้มโดยไม่รู้ตัว
‘ต้องทำยังไงต่อ…’
‘คิดสิ… รีบคิดเข้า…’
สมองของเขาเริ่มทำงานอย่างหนัก พยายามทบทวนรายละเอียดทุกอย่างจากการตายครั้งก่อน
ทางเดินแรก
ศพที่ถูกแขวน
บางสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
และการ “สลาย” ของร่างกายเขา
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีลมหายใจ
ไม่มีแม้แต่เงา
ราวกับสิ่งนั้น…ไม่เคยอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
‘เหลืออีกแปดครั้ง…’
‘แล้วไงต่อ? ฉันควรกลับเข้าไปอีก… หรือจะหาทางอื่น?’
ความหวาดกลัวอันรุนแรงกัดกินหัวใจของหลินเย่ จนความคิดในสมองเริ่มกระจัดกระจาย เขาจึงยกมือขึ้นตบหัวตัวเองซ้ำ ๆ เพื่อบังคับให้มีสติ
‘หายใจลึก ๆ…’
‘ชั้นหนึ่งอันตรายมาก มีสัตว์ประหลาดอะไรสักอย่างที่สามารถถอดชิ้นส่วนคนได้…’
‘สองคนแรกโดนจัดการแทบจะทันที…’
‘ถ้างั้นควรพุ่งขึ้นชั้นสองเลยไหม…?’
‘ไม่… ถ้าเข้าไปผิดจังหวะ ก็อาจชนกับมันตรง ๆ ได้เหมือนกัน…’
หลินเย่เม้มริมฝีปากแน่น พลางพยายามเรียบเรียงความคิดอย่างรวดเร็ว
‘การจำลองเหลืออีกแปดครั้ง…’
‘งั้นลองขึ้นชั้นสองก่อน ถ้าไม่ได้ผล ค่อยเปลี่ยนแผน’
ไม่นาน รถขนส่งนักโทษก็มาหยุดอยู่หน้าวิลล่าหลังเดิมอีกครั้ง
ในการเข้าสู่สนามรบเป็นครั้งที่สาม หลินเย่เตรียมใจยอมรับความตายไว้เรียบร้อยแล้ว
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
หมายเลข 1 เข้าไป
หมายเลข 2 เข้าไป
จากนั้นก็ถึงตาของเขา
และเหมือนเดิม—
เสียงของกัปตันดังขึ้นผ่านหูฟัง
“ตรวจสอบทางเดินที่สองทางด้านขวา”
แต่ครั้งนี้ หลินเย่ไม่คิดจะเชื่อฟังอีกต่อไป
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องโถง เขาก็พุ่งตัวไปยังบันไดชั้นสองโดยไม่ลังเล
ตึก ตึก ตึก!
เสียงฝีเท้าดังสะท้อนก้องไปทั่ววิลล่า
หลินเย่กำมีดสั้นแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เขาพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อหากเงาประหลาดนั่นโผล่ออกมา
แต่—
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาวิ่งขึ้นไปถึงชั้นสองได้อย่างปลอดภัย
ดวงตาของหลินเย่หดเล็กลงทันที
สมมติฐานของเขาถูกต้อง
“ผู้ถอดชิ้นส่วน” ตัวนั้น…ทำงานอยู่แค่ชั้นหนึ่งเท่านั้น เขาขึ้นไปถึงชั้นสองได้อย่างปลอดภัย
บันไดพาเขาขึ้นมาสู่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ หน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานตั้งขนาบอยู่ทั้งสองด้าน ขณะที่ทางเดินอีกหลายสายแยกออกไปยังห้องต่าง ๆ ภายในชั้นสอง
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุด—
คือ “กล่องสีดำ” ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกาแฟตรงกลางห้อง
มันเป็นสีดำที่ผิดธรรมชาติ ดำยิ่งกว่าความมืดรอบตัว ราวกับกำลังดูดกลืนแสงทั้งหมดเข้าไป แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยากเกินกว่าจะละสายตาได้
ฝาของมันถูกเปิดออกแล้วประมาณสามในสี่ เหลือเพียงส่วนสุดท้ายที่ยังปิดค้างอยู่
หลินเย่เดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว
ภายในกล่องนั้นเต็มไปด้วยความมืดลึกไร้ก้นบึ้ง แม้ระยะห่างจะใกล้เพียงช่วงแขน แต่กลับไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้เลย
ทันใดนั้น—
เสียงของกัปตันก็ดังแผ่วเข้ามาข้างหู
“เปิดกล่องให้สมบูรณ์ แล้วภารกิจจะเสร็จสิ้น”
“นายจะถูกปลดจากสถานะแรงก์ D และมีอิสระในการเลือกว่าจะออกไป… หรือเข้าร่วมองค์กรของพวกเรา”
หลินเย่ายกมือขึ้นโดยสัญชาตญาณ
แต่ในวินาทีสุดท้าย ความรู้สึก “ผิดปกติ” บางอย่างกลับทำให้การเคลื่อนไหวของเขาหยุดชะงัก
‘เปิดกล่อง…’
เสียงบางอย่างดังสะท้อนอยู่ในหัว
‘ครั้งแรกที่ฉันตาย… ฉันตายกลางโถงอย่างกะทันหัน…’
‘เปิดมันสิ…’
‘ตอนหมายเลข 1 กับหมายเลข 2 เข้าไป… กัปตันไม่เคยพูดอะไรเลย…’
‘จงเปิดมันออก… แล้วความทุกข์ทั้งหมดจะสิ้นสุด…’
‘นายจะได้รับรางวัลที่สมควรได้รับ…’
หลินเย่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
‘มัน…จะจบลงจริง ๆ งั้นเหรอ?’
มือขวาของเขาค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ
จากนั้นหลินเย่ก็หันกลับไปมองนอกหน้าต่าง
แล้วรูม่านตาของเขาก็หดตัวอย่างรุนแรง
ด้านนอกนั้น—
มีดวงตาสี่คู่กำลังจ้องมองเขาอยู่โดยไม่กะพริบ
กัปตันและสมาชิกทีมอีกสามคนยืนอยู่ตรงนั้น
แต่ร่างของพวกเขาถูก “เสียบ” ทะลุด้วยเสาสีดำขนาดมหึมา ร่างทั้งร่างถูกตรึงค้างอยู่กลางอากาศ พร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้า
และด้านหลังของพวกมัน—
เสาสีดำอีกนับไม่ถ้วนกำลังผุดขึ้นมาจากพื้นดิน
แต่ละต้น…ล้วนมี “รูปร่างมนุษย์” ถูกเสียบคาอยู่บนนั้นทั้งหมด
“หมายเลข 4 เปิดกล่อง”
เสียงของกัปตันดังขึ้นผ่านหูฟังอีกครั้ง เย็นชา ไร้อารมณ์ และแฝงแรงกดดันที่ไม่อาจปฏิเสธได้
หลินเย่หันกลับไปทางกล่องสีดำแทบจะทันที
แต่ครั้งนี้—
เขาเลือก “ปิด” มัน
มือทั้งสองกดลงบนฝาของกล่องโดยไม่ลังเล
สัมผัสแรกเย็นจัดราวกับโลหะที่ถูกแช่อยู่ในน้ำแข็งมาทั้งคืน ความหนาวนั้นกัดลึกเข้าไปถึงกระดูก
หลินเย่ออกแรงผลักช้า ๆ
ครืด…
ฝาของกล่องขยับกลับเข้าไปเล็กน้อย
แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เขากลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังถูกดูดออกจากร่างกาย
“ความอบอุ่น”
ไม่ใช่อุณหภูมิ
แต่เป็นบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
ราวกับ “ชีวิต” ของเขากำลังถูกกลืนกินไปพร้อมกับการปิดกล่อง
ก่อนที่ฝาจะเลื่อนกลับไปได้ถึงครึ่ง—
ความรู้สึกทั่วทั้งร่างของหลินเย่ก็ค่อย ๆ หายไป
เริ่มจากปลายนิ้ว
จากนั้นแขน
แล้วก็ทั้งร่าง
เขาไม่สามารถรับรู้ถึงน้ำหนักตัว หรือแม้แต่ลมหายใจของตัวเองได้อีกต่อไป
และเมื่อส่วนประกอบสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงชีวิตถูกดึงออกไป—
สติสัมปชัญญะของเขาก็ดับวูบลงในทันที
………………
zzz……
หลินเย่สะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายอีกครั้ง
ภาพตรงหน้ากลับมาเป็นสภาพแวดล้อมเดิมอย่างน่าหดหู่
รถขนส่งนักโทษ
ผู้คุมติดอาวุธ
และชายสูงวัยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
【จำนวนการจำลองคงเหลือ : 7】