- หน้าแรก
- ข้ามมิติมาผูกดวงกับเทพเจ้าถังซาน
- บทที่ 5: ศิลปะคือแพทริคสตาร์!
บทที่ 5: ศิลปะคือแพทริคสตาร์!
บทที่ 5: ศิลปะคือแพทริคสตาร์!
หลังจากเหยียนอวี่ฮวาพูดจบ เธอกับเติ้งมู่ก็รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
เมื่อทานอาหารเสร็จ เจียงหนานหนานและเติ้งมู่ก็พากันไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย
"น้องชาย คืนนี้เรามานอนด้วยกันเถอะ"
"ได้สิๆ"
เมื่อเห็นว่าพี่สาวอยากนอนด้วย เติ้งมู่จึงตอบตกลงเจียงหนานหนานไปอย่างเสียไม่ได้
เมื่อก่อนเขามักจะนอนกับพี่สาวบ่อยๆ แต่ตั้งแต่เธอเข้าโรงเรียน พวกเขาก็แทบไม่ได้นอนด้วยกันอีกเลย พี่สาวของเขามีงานอดิเรกคือชอบหยิกแก้มเขาเป็นระยะๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยอยากจะนอนกับเธอสักเท่าไหร่นัก
เหยียนอวี่ฮวาเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่ยิ้มบางๆ ท้ายที่สุดแล้ว เด็กตัวเล็กๆ สองคนจะทำเรื่องอะไรกันได้ล่ะ?
"หนานหนาน เสี่ยวมู่ รีบเข้านอนแต่หัวค่ำล่ะ อย่ามัวแต่เล่นกันจนดึกดื่นนักนะ"
"อืม พวกเราเข้าใจแล้ว"
เจียงหนานหนานและเติ้งมู่ขานรับเหยียนอวี่ฮวาพร้อมกัน
หลังพูดจบ ทั้งสองก็บอกราตรีสวัสดิ์เหยียนอวี่ฮวาแล้วกลับเข้าห้องไปพักผ่อน
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เติ้งมู่ตื่นแต่เช้าตรู่ รีบทานอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว และจัดเตรียมเสบียงแห้งไว้สำหรับมื้อเที่ยง ก่อนจะรีบออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังฐานทัพลับ
วันนี้เขาต้องกลับมาก่อนฟ้ามืด จึงต้องรีบออกไปล่าสัตว์วิญญาณตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้กลับบ้านเร็วขึ้น
เมื่อมาถึงฐานทัพลับ เติ้งมู่ก็หยิบระเบิดที่เขาซ่อนไว้เมื่อวานออกมา แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังป่าล่าวิญญาณ
ระหว่างทางไปยังป่าล่าวิญญาณ เติ้งมู่ครุ่นคิดว่าสัตว์วิญญาณพันปีชนิดใดถึงจะเหมาะที่จะมาเป็นวงแหวนวิญญาณวงแรกของเขามากที่สุด
สัตว์วิญญาณสายพืชระดับพันปีก็นับว่าไม่เลว และถ้าเป็นไปได้ สัตว์วิญญาณสายเลือดมังกรระดับพันปีก็อยู่ในตัวเลือกเช่นกัน
ทว่า สัตว์วิญญาณสายเลือดมังกรระดับพันปีนั้นหายากยิ่งนัก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบังเอิญเดินไปเจอ
หากเป็นคนอื่นบังเอิญไปเจอสัตว์วิญญาณสายเลือดมังกรระดับพันปีเข้าล่ะก็ พวกเขาคงต้องวิ่งหนีสุดชีวิตเพราะสู้ไม่ไหวเป็นแน่ แต่เขาไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลย
เพราะเขามีระเบิดติดตัวอยู่ แถมความเสียหายใดๆ ที่เขาได้รับก็จะถูกโอนไปให้ถังซานรับเคราะห์แทน ต่อให้เขาไปเจอสัตว์วิญญาณระดับหมื่นปีหรือแสนปี เขาก็ย่อมปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
ต่อให้ตี้เทียนมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าตอนนี้ เขาก็ยังกล้าชี้หน้าด่ากราดตี้เทียนสักสามวันสามคืนเลยด้วยซ้ำ
ในอนาคต หากเขาไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นเทพได้ เขาก็จะไปหากู่เยว่น่า ตบหน้าเธอฉาดใหญ่สักสองสามที แล้วปล่อยให้เธออัดเขาให้ตายคามือไปเลย
ด้วยความแข็งแกร่งของกู่เยว่น่า หากเธอจัดหนักจัดเต็มใส่เขา ถังซานก็คงทนรับบาดแผลได้ไม่นานก่อนจะสิ้นใจตาย และเมื่อถึงตอนนั้น เขาก็จะได้รับสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของถังซานมาครอบครอง
"ระบบ ข้าจะผูกมัดเป้าหมายคนที่สองได้เมื่อไหร่?"
เติ้งมู่เอ่ยถามระบบในใจ ตอนนี้เขาอยากจะผูกมัดฮั่วอวี่ถงจะแย่อยู่แล้ว
หากเขาผูกมัดฮั่วอวี่ถงสำเร็จ ในภายภาคหน้าที่ฮั่วอวี่ถงได้วงแหวนวิญญาณล้านปีมา เขาก็จะได้รับวงแหวนวิญญาณล้านปีมาด้วยเช่นกัน
การมีวงแหวนวิญญาณระดับล้านปีไว้ในครอบครอง ช่างเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
"ติง! เมื่อโฮสต์มีระดับพลังวิญญาณถึงเลเวล 20 ท่านจะสามารถผูกมัดเป้าหมายคนที่สองได้ และทุกๆ 10 เลเวลที่เพิ่มขึ้น โฮสต์จะได้รับโอกาสในการผูกมัดเป้าหมายเพิ่มอีกหนึ่งคน หากโฮสต์เป็นต้นเหตุให้ถังซานเสียชีวิต ท่านสามารถเลือกผูกมัดเป้าหมายคนใหม่แทนได้ทันที"
"เข้าใจแล้ว"
เติ้งมู่ฟังคำอธิบายของระบบพลางตอบรับในใจ
เป้าหมายคนที่สองที่จะผูกมัดต้องเป็นฮั่วอวี่ถงอย่างแน่นอน และเมื่อเริ่มจากฮั่วอวี่ถงเป็นต้นไป เขาจะผูกมัดศัตรูของเขา แล้วค่อยๆ กลั่นแกล้งทรมานพวกมันให้ตายไปทีละคนๆ
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เติ้งมู่ก็เดินทางมาถึงบริเวณรอบนอกของป่าล่าวิญญาณ
มองดูป่าล่าวิญญาณที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เติ้งมู่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้จะรู้ดีว่าตนเองไม่มีทางถูกฆ่าตาย แต่ลึกๆ ในใจเขาก็ยังอดประหม่าไม่ได้อยู่ดี
เมื่อก้าวเข้าสู่ป่าล่าวิญญาณ เติ้งมู่ก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึก
พื้นที่รอบนอกของป่าล่าวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยสัตว์วิญญาณระดับสิบปี และส่วนใหญ่ก็เป็นพวกสิบปีที่อ่อนแอเป็นพิเศษ เขาขี้เกียจไปเสียเวลากับสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนโปเกมอนพวกนั้นจริงๆ
หลังจากเดินเข้าไปได้สักพัก เติ้งมู่ก็มองเห็นซากศพของมนุษย์อยู่ลิบๆ เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็ยืนยันได้ว่ามันคือศพของผู้หญิง
หญิงสาวผู้ไร้ลมหายใจดูอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปีและมีหน้าตาที่สะสวยทีเดียว ทว่าบนร่างของเธอกลับเต็มไปด้วยบาดแผลและมีเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
"หืม? เดี๋ยวนะ คนคนนี้ดูเหมือนจะเพิ่งตายได้ไม่นานนี่นา?!"
หลังจากตรวจสอบบาดแผลบนศพหญิงสาว เติ้งมู่ก็พบว่าเธอเพิ่งจะสิ้นใจไปสดๆ ร้อนๆ
นั่นหมายความว่า สัตว์วิญญาณที่ฆ่าผู้หญิงคนนี้จะต้องวนเวียนอยู่แถวนี้เป็นแน่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เติ้งมู่ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบ เขาไม่แน่ใจเลยว่าสัตว์วิญญาณตัวนั้นซุ่มซ่อนอยู่ที่ใด
มันจะเป็นสัตว์วิญญาณประเภทไหนกันนะ...
เติ้งมู่ระแวดระวังสิ่งรอบตัวพลางครุ่นคิดในใจ
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมา โจมตีเข้าใส่เติ้งมู่อย่างรวดเร็ว
"บ้าเอ๊ย สัตว์วิญญาณสายพืชนี่นา"
กว่าเติ้งมู่จะตั้งตัวได้ เขาก็พบว่าขาของตนถูกเถาวัลย์รัดเอาไว้แน่นเสียแล้ว
เมื่อมองตามทิศทางของเถาวัลย์ไป เติ้งมู่ก็เห็นเถาวัลย์หยกขาวที่ไม่ทราบอายุตบะต้นหนึ่ง
เถาวัลย์หยกขาวนั้นคล้ายคลึงกับเถาวัลย์หยกเขียว มีความเหนียวและทนทานเป็นเลิศ แต่มีความแตกต่างกันประการหนึ่งคือ เถาวัลย์หยกเขียวแทบจะไม่มีความดุร้ายเลย ในขณะที่เถาวัลย์หยกขาวนั้นดุร้ายและก้าวร้าวเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำมันยังชอบกลืนกินซากศพของสิ่งมีชีวิตต่างๆ อีกด้วย
"ดีล่ะ เอาเป็นแกนี่แหละ"
เติ้งมู่มองเถาวัลย์หยกขาวที่อยู่ไม่ไกลนักแล้วพึมพำกับตัวเอง
เขาสัมผัสได้ว่าเถาวัลย์หยกขาวต้นนี้มีอายุตบะไม่น้อยเลย น่าจะอยู่ที่ราวๆ สี่พันปี เขาไม่รู้วิธีดูอายุของสัตว์วิญญาณอย่างแน่ชัดหรอก อาจารย์จะสอนเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อเขาเข้าโรงเรียนแล้ว ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงคาดเดาเอาเอง
เดี๋ยวเขาจะเข้าไปใกล้ๆ เถาวัลย์หยกขาว แล้วจุดชนวนระเบิดเพื่อเป่ามันให้กระจุยไปเลย
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่ตนเองมีระบบคอยคุ้มกะลาหัว ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว
เมื่อเหลือระยะห่างเพียงแค่หนึ่งเมตรระหว่างเขากับเถาวัลย์หยกขาว เติ้งมู่ก็จุดไฟที่ระเบิดในมืออย่างไม่ลังเล
"ศิลปะคือแพทริคสตาร์!"
หลังจากจุดชนวนระเบิดในมือ เติ้งมู่ก็กลิ้งหลบเข้าไปแนบชิดกับเถาวัลย์หยกขาวโดยที่ยังกอดระเบิดเอาไว้แน่น
เดิมทีเขาตั้งใจจะยืนขึ้นแล้วโผเข้ากอดเถาวัลย์หยกขาวเอาไว้ แต่ก็พบว่าตัวเองขยับลุกขึ้นยืนไม่ได้เลย จึงต้องยอมเปลี่ยนแผนเป็นกลิ้งเข้าไปแนบมันแทน
"ตู้ม—"
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท ทำให้สัตว์วิญญาณจำนวนมากตกใจจนวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง
เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เห็นฝูงสัตว์วิญญาณวิ่งหนีแตกตื่น ทนความหวาดกลัวไม่ไหวจนทรุดฮวบลงกับพื้นและสลบเหมือดไป
"แค่กๆๆ ไอ้ระเบิดเวรนี่ใช้งานไม่เห็นจะลื่นมือเลย"
เติ้งมู่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น พลางไอสำลักควันขโมงขณะที่บ่นอุบ
เสื้อผ้าของเขายังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ แค่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อย ทว่าทั่วทั้งตัวของเขากลับดำเมี่ยมราวกับเพิ่งมุดออกมาจากเหมืองถ่านหินก็ไม่ปาน
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมตัวเองถึงได้ดำปิ๊ดปี๋ขนาดนี้หลังจากโดนระเบิด สภาพตอนนี้เขาสามารถเอาตัวเองไปเทียบกับคนผิวสีได้เลยด้วยซ้ำ เดี๋ยวเขาคงต้องหาที่อาบน้ำล้างตัวซะหน่อยแล้ว
ขืนกลับไปสภาพนี้ มีหวังท่านแม่ได้จับเขาแขวนคอแล้วตีปางตายแน่ๆ แม้ท่านแม่จะใจดีกับเขามาก แต่ถ้าเขาทำผิด เธอก็ไม่ละเว้นที่จะลงโทษเขาอยู่ดี
เมื่อมองดูซากเถาวัลย์หยกขาวที่ถูกระเบิดเละเทะจนตายสนิทอยู่ตรงหน้า เติ้งมู่ก็คิดว่าอานุภาพของระเบิดนี่มันรุนแรงใช้ได้เลยทีเดียว
วงแหวนวิญญาณสีม่วงวงหนึ่งลอยออกมาจากซากของเถาวัลย์หยกขาว ส่องแสงสว่างวาบอยู่เหนือร่างของมัน
เติ้งมู่มองวงแหวนวิญญาณระดับพันปีตรงหน้า ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงแล้วเริ่มทำการดูดซับมัน
หลังจากวงแหวนวิญญาณระดับพันปีถูกดึงเข้าสู่ร่างกาย เติ้งมู่ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากวงแหวน ทว่าในวินาทีต่อมา แรงกดดันเหล่านั้นกลับมลายหายไปจนสิ้น
เขารู้อยู่เต็มอกว่าแรงกดดันเหล่านั้นถูกโยนไปให้ถังซานรับเคราะห์แทนเรียบร้อยแล้ว และการดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปีวงนี้จนสำเร็จก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น