- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาร์เวล ผมคือมหาดรูอิดแห่งเฮลส์คิทเช่น
- บทที่ 19: ยอดสายลับแห่งหน่วยชิลด์
บทที่ 19: ยอดสายลับแห่งหน่วยชิลด์
บทที่ 19: ยอดสายลับแห่งหน่วยชิลด์
จางยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างคนบ้า
กองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมของโทนี่ สตาร์คเนี่ยนะ แล้วคุณโอ๊คส์ก็เป็นหุ้นส่วนด้วย?
ในเมื่อเจ้าตัวไม่เคยเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ บางทีอาจจะเป็นการตัดสินใจของมิสเตอร์สตาร์คฝ่ายเดียว แต่นั่นก็ย่อมทำให้บารมีของคุณโอ๊คส์เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลแน่ๆ
แล้วในฐานะลูกจ้างเพียงคนเดียวของเขาในตอนนี้ ฉันจะพลอยได้อานิสงส์ไปด้วยไหมล่ะ?
แน่นอนสิ นี่มันขาทองคำชัดๆ ฉันต้องเกาะเอาไว้ให้แน่น!
"กริ๊ง~"
กระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับลูกค้าที่ผลักประตูเข้ามา จางรีบฉีกยิ้มกว้างแล้วเดินเข้าไปต้อนรับทันที
ย้อนกลับไปเมื่อสิบห้านาทีก่อนหน้านั้น
รถคลาสสิกเปิดประทุนสีแดงคันหนึ่งหักหลบกะทันหัน เพื่อเลี่ยงรถแท็กซี่ที่บีบแตรไล่หลังมาอย่างเอาเป็นเอาตาย
ถัดจากนั้นไม่นานก็ต้องหักเลี้ยวอย่างแรงเพื่อหลบมอเตอร์ไซค์ที่ขี่สวนเลนมา และท้ายที่สุด เมื่อถึงสี่แยกที่ค่อนข้างทรุดโทรม ก็ยังต้องจอดให้กลุ่มวัยรุ่นฮิปฮอปเล่นสเกตบอร์ดข้ามไปก่อน ถึงจะได้เลี้ยวเข้าสู่ถนนที่ดูปกติขึ้นมาหน่อย
"กลับไปเมื่อไหร่นะ ฉันจะเอาคลิปที่ไอ้เด็กเวรพวกนี้ทำผิดกฎหมายส่งให้กรมตำรวจแน่ ถ้าพวกนั้นไม่ยอมจับ ฉันนี่แหละจะไปจับพวกมันเอง!"
ชายผิวขาวหลังพวงมาลัยหันไปมองเพื่อนร่วมงานสาวชาวเอเชียที่กำลังเดือดจัดด้วยรอยยิ้มเจื่อน
"เมลินด้า คุณเพิ่งจะห่างหายจากการลงพื้นที่ไปได้แค่ไม่กี่เดือนเองนะ ระดับคุณน่ะถือเป็นมือเก๋าในหมู่มือเก๋าด้วยซ้ำ จะมาเสียศูนย์กับอีแค่สถานการณ์เล็กๆ น้อยๆ แค่นี้เชียวหรือ?"
"สิ่งที่ฉันถนัดคือขับเครื่องบินย่ะ!"
หญิงสาวชาวเอเชียในที่นั่งข้างคนขับพ่นลมหายใจออกจมูกแล้วมองบน
"โคลสัน คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าสภาพการจราจรในบรุกลินนี่มันเข้าขั้นวิกฤตแล้ว? ถ้าไอ้พวกเวรในกรมตำรวจคิดว่าแผนกจัดการจราจรไม่จำเป็นต้องมี ก็อย่ามาผลาญเงินภาษีที่ประชาชนหามาอย่างยากลำบากเลยจะดีกว่า!"
"ผมก็นึกว่านิสัยคุณจะซอฟต์ลงบ้าง หลังจากนั่งทำงานเอกสารมาหลายเดือนซะอีก"
โคลสันเผยอริมฝีปาก แต่ท้ายที่สุดก็กลืนคำว่า 'ทหารม้าเหล็กก็ยังเป็นทหารม้าเหล็กอยู่วันยังค่ำ' ลงคอไป
เพราะถ้าขืนพูดออกไป วันนี้เขาคงไม่ได้ขับรถต่อ และดีไม่ดีอาจจะต้องยื่นใบลาป่วยไปตลอดทั้งเดือนหน้าเลยก็เป็นได้
"เอาล่ะ ถนนเส้นนี้ค่อนข้างโล่งแล้ว อีกประมาณสิบนาทีเราน่าจะถึง"
โคลสันทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องสนทนา ดูเหมือนยอดเพื่อนร่วมงานสาวของเขาจะยังไม่หายจากอาการซึมเศร้าจากความล้มเหลวในภารกิจครั้งก่อน ปล่อยให้เธอได้ระบายออกมาบ้างก็คงดีเหมือนกัน
"โคลสัน ในเมื่อตอนนี้คุณไม่ต้องเพ่งสมาธิกับการขับรถมากแล้ว เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย"
เมลินด้ากวาดสายตามองซ้ายขวา สภาพถนนตอนนี้ราวกับอยู่คนละโลกกับเมื่อครู่ แทบจะไม่มีรถสัญจรไปมาเลย
เธอจึงกอดอก เอียงคอเล็กน้อย แล้วปรายตามองโคลสันที่ยังคงรักษารอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไว้ได้เสมอ
"ฉันย้ายมาทำงานเอกสารเต็มตัวแล้วนะ ผู้อำนวยการก็เป็นคนเซ็นอนุมัติด้วยตัวเอง แล้วทำไมฉันถึงยังต้องโดนลากมาลงพื้นที่ในภารกิจนี้อีก?"
พอเห็นโคลสันขยับปากจะพูด เมลินดาก็ดักคอขึ้นทันที
"เราต้องคุยกันแบบเปิดอก ไม่เอาประโยคปัดความรับผิดชอบอย่าง 'มันเป็นคำสั่ง' นะ ฉันฟังคำนี้มาจนเบื่อตลอดกว่ายี่สิบปีแล้ว"
"...ก็ได้ เมลินด้า"
ฟิล โคลสัน เจ้าหน้าที่ระดับ 6 แห่งกองกำลังแทรกแซง บังคับใช้กฎหมาย และส่งกำลังบำรุงเชิงกลยุทธ์แห่งมาตุภูมิ ขอละเว้นการแนะนำประวัติส่วนตัวไว้ ณ ที่นี้
เมลินด้า เมย์ แม้ระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของเธอจะสูงกว่าโคลสันอยู่หนึ่งระดับ แต่เธอก็ขอย้ายตัวเองจากงานภาคสนามมาลุยงานเอกสารแทน สาเหตุมาจากภารกิจที่สร้างบาดแผลในใจเมื่อหลายเดือนก่อน
ดังนั้น ในความเป็นจริง เธอไม่ควรมาปรากฏตัวในภารกิจลงพื้นที่ครั้งนี้ด้วยซ้ำ
แต่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สนิทสนมกันมาก เมลินด้าจึงเพียงแค่ 'สอบสวน' โคลสันหลังจากที่ได้บ่นระบายอารมณ์ไปแล้ว เพราะถ้าจะว่ากันตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดแล้ว นี่ก็ถือเป็นการละเมิดวินัยเช่นกัน
"ถ้าจะว่ากันตามกฎ นี่ถือเป็นการละเมิดวินัยนะ"
โคลสันเองก็คิดเช่นนั้น แต่พอเห็นเมลินด้าเริ่มกำหมัดแน่น เขาก็รีบพูดต่อทันที
"เอาล่ะ ตอนนี้เราก็ใกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว ผมจะอธิบายรายละเอียดภารกิจให้ฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากบอกคุณตั้งแต่แรกหรอกนะ แต่ชั้นความลับของภารกิจนี้คือระดับ 7"
"ระดับ 7?!"
คราวนี้เมลินด้าถึงกับเบิกตากว้าง ต้องเข้าใจก่อนว่า แม้ระดับ 6 และระดับ 7 จะถือเป็นขั้นความลับสุดยอดเหมือนกัน แต่ภารกิจระดับ 7 นั้นคือเส้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน
ภารกิจที่ต่ำกว่าระดับ 7 มักจะเป็นความลับทั่วไป ในขณะที่ระดับ 7 ขึ้นไปถึงจะเรียกได้ว่าเป็น 'ความลับสุดยอด' อย่างแท้จริง
ตัวอย่างเช่น ภารกิจที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การต่อต้านการก่อการร้าย ข่าวกรองลับสุดยอด และภารกิจลับที่มีความอ่อนไหวสูงมากๆ หรือแม้กระทั่งภารกิจที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยระดับสูง ก็ถูกจัดอยู่ในระดับนี้เช่นกัน
"มิน่าล่ะ ถึงต้องใช้เราสองคนพร้อมกัน"
แม้แต่ในหน่วยงานที่เต็มไปด้วยหัวกะทิอย่างหน่วยชิลด์ เจ้าหน้าที่ระดับ 7 ก็ยังถือเป็นของแรร์ ลำพังแค่การขออนุมัติสิทธิ์ระดับ 7 ก็ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือนเข้าไปแล้ว และส่วนใหญ่ก็มักจะปาเข้าไป 6 ถึง 18 เดือนกว่าจะได้รับการอนุมัติ
เจ้าหน้าที่ระดับ 6 ที่มากประสบการณ์อย่างโคลสัน จึงมีโอกาสได้รับมอบหมายให้จัดการกับภารกิจระดับ 7 บ้างเป็นครั้งคราว และตัวเธอเองที่เพิ่งจะย้ายมาทำงานฝ่ายนโยบายภายใน ก็ดูเหมือนจะเป็นคู่หูที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้
"เอาล่ะโคลสัน ดูทรงแล้วปฏิบัติการครั้งนี้คงจะสำคัญน่าดู ตอนนี้คุณพอจะบอกรายละเอียดให้ฉันฟังได้หรือยัง?"
สีหน้าของเมลินด้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
ในฐานะสุดยอดสายลับที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ โดยหนึ่งในผู้ก่อตั้งหน่วยชิลด์อย่างเจ้าหน้าที่เพ็กกี้ คาร์เตอร์ เธอตระหนักดีว่าภารกิจที่ต้องเรียกใช้บุคลากรระดับพวกเขาทั้งสองคนพร้อมกันนั้น จะต้องมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน
พูดง่ายๆ ก็คือ นี่ต้องเป็นภารกิจที่อันตรายสุดๆ
สายลับต่างชาติงั้นเหรอ? หรือองค์กรก่อการร้าย? ลักพาตัวบุคคลสำคัญระดับวีไอพี? เดี๋ยวก่อนนะ... ถ้าถึงขั้นต้องลากตัวฉันมาด้วยเนี่ย คงไม่ได้เป็นเพราะประสบการณ์การต่อสู้กับพวกยอดมนุษย์ของฉันหรอกใช่ไหม?
"อืม อันที่จริง... ครั้งนี้เรากำลังจะไปเยี่ยมนักชีววิทยาหนุ่มคนหนึ่งน่ะ"
โคลสันเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดช่องเก็บของลับ แล้วหยิบแฟ้มเอกสารออกมา
"นี่คือข้อมูลภารกิจทั้งหมด"
"เอกสารภารกิจระดับ 7 เขาอนุญาตให้ก๊อปปี้ออกมาได้ด้วยเหรอ?"
มุมปากของเมลินด้ายกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เธอชักจะอยากรู้ซะแล้วสิ ภารกิจระดับ 7 ครั้งนี้ดูจะไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
"อืม..."
เมลินด้าเปิดแฟ้มเอกสาร กวาดสายตาอ่านเนื้อหาด้านในแล้วพยักหน้าเบาๆ
"นักวิทยาศาสตร์หนุ่มอัจฉริยะ แถมยังเป็นคนเอเชียซะด้วย จุ๊ๆ หน้าตาหล่อเหลาเอาการเลยนะเนี่ย"
"สรุปว่า ภารกิจระดับ 7 คราวนี้เกี่ยวข้องกับนักวิจัยระดับสูงสินะ? แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ไปก่อเรื่องอะไรไว้ล่ะ? คงไม่ได้สร้างฮัลค์ขึ้นมาอีกตัวหรอกนะ?"
แม้ตอนแรกจะแอบโล่งใจอยู่บ้างเมื่อรู้ว่าเป้าหมายคือนักวิทยาศาสตร์ แต่เมลินด้าก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นักวิทยาศาสตร์สมัยนี้ไม่ใช่นักวิชาการแว่นหนาเตอะที่ดูไร้พิษสงอีกต่อไปแล้ว
ถ้าพวกนี้เกิดสติแตกสร้างเรื่องวุ่นวายขึ้นมาล่ะก็ หายนะของแท้เลยล่ะ—
อย่างบรูซ แบนเนอร์ ที่ดูเป็นคนอ่อนโยน อารมณ์ดีขนาดนั้น แต่พอเกิดเรื่องฮัลค์ขึ้นมา กองทัพอเมริกาก็แทบจะปั่นป่วนจนแทบบ้า
ว่ากันว่านายพลรอสส์ยอมทุ่มงบมหาศาลเพื่อขอร้องให้หน่วยชิลด์ช่วยตามหาเบาะแสของฮัลค์ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมืดแปดด้าน
"ไม่หรอก รายงานการประเมินผลของดอกเตอร์โอ๊คส์ หลิน ออกมาในแง่บวกทั้งหมดเลย"
โคลสันหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด
"แต่ถึงอย่างนั้น ศักยภาพด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าดอกเตอร์บรูซ แบนเนอร์เลยนะ คุณลองดูผลงานการประดิษฐ์ของเขาดูสิ"
"โพชั่นฟื้นฟูงั้นเหรอ?"
เมลินด้าพลิกแฟ้มไปหน้าที่มีรูปถ่าย ซึ่งเนื้อหาหลักเน้นไปที่การอธิบายสรรพคุณของสิ่งนี้
"สมานแผลอย่างรวดเร็ว ลบรอยแผลเป็น..." เมลินด้าเบิกตากว้าง "สรรพคุณมันจะเวอร์วังเกินไปหน่อยไหม! เขาแค่โม้ไปงั้นหรือเปล่า? นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็ชอบเล่นมุกนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจ แล้วก็หลอกเงินนักลงทุนกันทั้งนั้นแหละ!"
"ไม่ใช่หรอก มีคนเอาไปทดสอบมาแล้วต่างหาก"
"ใครล่ะ?"
"เพื่อนร่วมงานของเราไง... นาตาชา โรมานอฟ"