- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาร์เวล ผมคือมหาดรูอิดแห่งเฮลส์คิทเช่น
- บทที่ 13: เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่
บทที่ 13: เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่
บทที่ 13: เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่
โอ๊คส์ก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ
พืชสีเขียวเวทมนตร์เหล่านี้ไม่มีความสามารถในการขยายพันธุ์ด้วยตัวเอง ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงขั้นสุดยอดของพวกมันเป็นเพียงการรักษากายเจริญเติบโตตามปกติไปพร้อมๆ กับการทำหน้าที่ฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงปรี้ดเท่านั้น
ดังนั้น ต้นไม้ทุกกระถางล้วนถูกเพาะขึ้นมาด้วยน้ำมือของโอ๊คส์ผ่านการใช้เวทมนตร์แห่งธรรมชาติ หากเขาต้องเป็นผู้จัดหาสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของโรงงานสตาร์คอินดัสตรี้ส์ถึงสองแห่งล่ะก็...
ต่อให้เป็นแค่พืชสำหรับวางในสำนักงาน มันก็คงสูบพลังเขาจนหมดหลอดอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการระดับอุตสาหกรรมขนาดนี้ไม่ใช่เป้าหมายในปัจจุบันของเขา ของพวกนี้เป็นแค่ผลงานยุคบุกเบิกที่ทำขึ้นเพื่อสร้างชื่อให้ตัวเองเท่านั้น
ช่วงเวลาที่จะเริ่มกอบโกยเงินได้อย่างแท้จริง คือตอนที่เขาสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวนมหาศาลได้ต่างหาก
ถึงตอนนั้น... หึ สตาร์คอินดัสตรี้ส์จะเอาอะไรมาเทียบกับเขา ผู้ซึ่งปลูกธนบัตรดอลลาร์ลงในดินได้กันล่ะ?
ไม่มีทางเทียบติดอยู่แล้ว!
ใครหน้าไหนมันบอกกันล่ะว่าดรูอิดขายเป็นแต่เกราะอกเกล็ดเงิน?
เมื่อวาดฝันอันสวยหรูไว้ในหัว โอ๊คส์ก็โยนหนังสือพิมพ์ทิ้งไป แล้วหันไปช่วยจางแพ็คต้นไม้ที่เหลืออีกสี่กระถาง
"เดี๋ยวผมช่วยยกไปส่งที่รถนะครับ!"
หลังจากที่สาวสวยผมบลอนด์รูดบัตรปรื๊ดอย่างใจป้ำ ความกระตือรือร้นของจางก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด โอ๊คส์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ดูท่าพ่อหนุ่มคนนี้จะเริ่มมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของร้านแล้วสิ
"อ่า แต่ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มาน่ะสิคะ"
สาวผมบลอนด์กะพริบตาปริบๆ ดูมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
"ทางร้านไม่มีบริการส่งเหรอคะ?"
"เอ่อ มีแน่นอนครับ คุณลูกค้าล่วงหน้าไปก่อนได้เลยครับ น่าจะใช้เวลาไม่นาน... ใช่ไหม?"
จางกระแอมในลำคอสองครั้งแล้วหันไปหาโอ๊คส์
"เอ่อ เถ้าแก่ ร้านเรามีบริการส่งใช่ไหมครับ?"
"นายมีใบขับขี่หรือเปล่าล่ะ?"
โอ๊คส์หยิบพวงกุญแจรถออกมา
"ฉันมีรถนะ แต่ต้องเตรียมของเข้าร้าน เลยไม่มีเวลาไปส่งให้"
"มีครับ ผมเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ของนิวยอร์กเรียบร้อยแล้ว"
จางตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ
"ผมมันรุ่นเก๋า ประสบการณ์ขับรถตั้งหนึ่งปีเต็มเชียวนะ!"
"...นั่นมันเพิ่งจะพ้นโปรไม่ใช่หรือไง! แต่ก็คงต้องรบกวนนายแล้วล่ะ เอ้า รับไป"
"แต่หลายวันมานี้ผมไม่เห็นรถเลยนะ? คุณโอ๊คส์จอดรถไว้ตรงไหนเหรอครับ?"
สองนาทีต่อมา ทั้งสามคนก็มายืนอยู่หน้ารถยนต์คันจิ๋ว
"นี่มันรถอะไรกันเนี่ย?!"
จางสูดลมหายใจเข้าลึก ขยับแว่นตาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!"
"ฉันรู้จักค่ะ"
สาวผมบลอนด์ยกมือป้องปากหัวเราะเบาๆ
"มันคือสมาร์ท รถรุ่นใหม่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมนี้เอง ถึงแม้จะวางขายในยุโรปมาหลายปีแล้วก็เถอะ เป็นรถแบบสองที่นั่งค่ะ ถึงจะดูเหมือนของเล่น แต่มันเป็นรถยนต์จริงๆ นะคะ แล้วราคาก็ไม่ได้ถูกไปกว่ารถรุ่นธรรมดาทั่วไปเลยด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ..."
เธอชี้ไปที่ช่องจอดรถ ซึ่งเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ถูกขนาบด้วยแปลงดอกไม้สองฝั่ง รถคันจิ๋วถูกบดบังด้วยพุ่มไม้ มิน่าล่ะ จางถึงไม่ทันสังเกตเห็น
"มันหาที่จอดได้ง่ายมากๆ เลยล่ะค่ะ"
"ถูกต้องเลย บ้านหลังนี้ไม่มีโรงรถด้วยซ้ำ"
สีหน้าของโอ๊คส์ไม่ได้แสดงความขัดเขินออกมาแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าไปเปิดกระโปรงหลัง
"อ่า... ดูเหมือนว่าท้ายรถจะยัดเข้าไปได้แค่สองกระถางนะ พวกนี้มันใหญ่เกินไปหน่อย"
"ผมว่าผมนั่งแท็กซี่ไปส่งดีกว่า"
จางขยับแว่นตา รู้สึกใจฝ่อไปนิดๆ หลังจากเพิ่งคุยโวไปหมาดๆ
"ผมคิดว่าผมคงต้องใช้เวลาปรับตัวให้คุ้นชินกับ... เจ้าตัวเล็กนี่สักหน่อย"
รถคันเล็กที่สุดที่เขาเคยเห็นก็คงจะเป็นเฌอรี่คิวคิวที่ยาวประมาณสามเมตรครึ่ง แต่เจ้าคันนี้มันยาวแค่สองเมตรครึ่งเองนะ!
"ค่าแท็กซี่เบิกไม่ได้นะ"
"...ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกครับ เถ้าแก่ก็แค่ขี้งก"
"จางเพื่อนรัก เรามาคุยเรื่องเบิกเงินเดือนล่วงหน้าของนายกันหน่อยดีไหม?"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณโอ๊คส์ก็พูดเป็นทางการไปได้! แค่ค่าแท็กซี่เองไม่ใช่เหรอครับ? เดี๋ยวผมรีบเอาของไปส่งให้ รับรองว่าลูกค้าต้องประทับใจแน่นอน!"
...
บรุกลิน ณ อาคารสองชั้นอันเก่าแก่
แตกต่างจากย่านสุดฮิตที่มักจะพลุกพล่านและส่งเสียงดังรบกวน พื้นที่แถบนี้ค่อนข้างเงียบสงบ อาจเป็นเพราะผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
รัฐบาลดูจะให้ความสำคัญกับย่านเก่าแก่แห่งนี้อยู่ไม่น้อย สภาพแวดล้อมจึงดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย งบประมาณด้านสาธารณสุขของที่นี่น่าจะมากพอๆ กับสิบเขตอื่นรวมกันเลยทีเดียว
ก็แน่ล่ะ ที่นี่เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานกัปตันอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กนี่นา
"เอี๊ยดดด—!"
เสียงเบรกดังลั่น มอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์สุดเท่คันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบข้างอาคารหลังเล็ก
หญิงสาวผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ถอดหมวกกันน็อกออก สะบัดเรือนผมสีบลอนด์สลวยของเธอ ก่อนจะเม้มริมฝีปากเมื่อมองไปเห็นรถสปอร์ตเปิดประทุนอาวดี้อาร์แปดรุ่นล่าสุดที่จอดอยู่ใกล้ๆ
เป็นเพราะสภาพการจราจรในนิวยอร์กมันแย่สุดๆ เธอถึงได้เลือกขี่มอเตอร์ไซค์ไงล่ะ
เธอดับเครื่องยนต์ หยิบกุญแจออกมา และทันทีที่เดินไปถึงหน้าประตู เธอก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง
ขนาดยังไม่ได้เปิดประตู เธอก็ได้ยินเสียงคนพูดจาเจื้อยแจ้วดังลอดออกมาจากข้างในแล้ว
"หลงตัวเองชะมัด"
เธอบ่นพึมพำอย่างระอาใจ ก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไปในบ้าน เสียงนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"ป้าเพ็กกี้ครับ ผมบอกป้าแล้วไงว่าบ้านเก่าๆ หลังนี้น่าจะติดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากบริษัทเราซะหน่อย อย่างพวกเครื่องฉายภาพโฮโลแกรม หน้าจออัจฉริยะ ระบบโฮมเธียเตอร์แบบสมจริง หรือแม้แต่แขนกลคอยหยิบขวดยาให้ป้า... รับรองว่าพวกมันต้องล้ำสมัยกว่าเจ้าทึ่มของผมแน่นอน"
"แล้วก็ ถึงแม้ระบบฟอกอากาศรุ่นใหม่ล่าสุดที่เราเพิ่งพัฒนาขึ้นจะทำมาเพื่อใช้งานในระดับอุตสาหกรรมก็เถอะ แต่เวอร์ชันสำหรับใช้ในบ้านที่กำลังจะออกตามมาก็มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลยนะ ถึงที่นี่จะไม่มีฟอร์มาลดีไฮด์อะไรมากมาย แต่ป้าก็รู้ดีนี่ครับว่าคุณภาพอากาศทั่วทั้งนิวยอร์กมันเป็นยังไง"
"หึ หึ... โทนี่น้อย ป้าขอบใจสำหรับความหวังดีนะ แต่ป้าชอบให้ทุกอย่างมันเป็นแบบเดิมมากกว่า"
เพ็กกี้ คาร์เตอร์ หญิงชราผมขาวโพลนเอนหลังพิงพนักโซฟา ในมือถือไม้เท้า เธอแย้มยิ้มพลางมองดูชายผิวขาวที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามซึ่งกำลังพูดจ้อไม่หยุด
เขามีผมหยักศก ไว้หนวดเคราสุดเฟี้ยวฟ้าว และมีสีหน้าหยิ่งยโสโอหัง
"เอาเถอะ น่าเสียดายจังเลยป้าเพ็กกี้ รสนิยมของป้าดันตรงข้ามกับผมซะสนิท ข้อดีที่สุดอย่างหนึ่งของผมก็คือ การรักของใหม่และเกลียดของเก่านี่แหละ"
"อ้าว? ชารอน กลับมาแล้วเหรอลูก?"
เมื่อเห็นสาวสวยผมบลอนด์เดินเข้ามาในบ้าน เพ็กกี้ คาร์เตอร์ ก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"โทนี่น้อยมาช่วยป้าจัดกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้วล่ะ"
"โอ้ ดูสิว่าใครกลับมา สาวสวยหยาดเยิ้มของเรานี่เอง"
โทนี่ลูบคางตัวเอง ลุกขึ้นยืน แล้วเอียงคอพินิจมอง ชารอน คาร์เตอร์ ที่เพิ่งเดินเข้ามา
"รีบร้อนออกไปข้างนอกขนาดนั้น มีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่เหรอ?"
"แน่นอนสิ เซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่เลยล่ะ"
ชารอน คาร์เตอร์ ผายมือออก
"แต่ฉันก็ต้องขอบคุณคุณนะที่ช่วยดูแลคุณป้าให้ชั่วคราว... พูดตามตรง ฉันนึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าคุณจะขับรถไปรับท่านมาจากวอชิงตันด้วยตัวเอง ยังไงซะ มหาเศรษฐีอย่าง โทนี่ สตาร์ค ก็เป็นคนยุ่งมหาศาล ประเภทที่มีหน้าโผล่อยู่บนข่าวตลอดเวลานี่นา"
"ผมชอบให้คุณพูดว่า คุณเห็นผมแต่ในข่าวซุบซิบมากกว่านะ"
โทนี่ไหวไหล่ โพสท่าสุดหล่อเหลา แล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตดังเปรี๊ยะๆ อยู่ในอากาศ
"คุณไม่สังเกตเหรอว่า ปีนี้ผมยอมขับรถด้วยตัวเอง ก็หลังจากที่คุณเรียนจบแล้วกลับมานี่แหละ?"
"โอ้ โทนี่น้อย เธอพูดแบบนี้ทำเอาป้าสะเทือนใจเลยนะ"
เพ็กกี้ คาร์เตอร์ หัวเราะเบาๆ ทำเอาโทนี่ถึงกับสะดุ้ง
"อย่างน้อย ฮาวเวิร์ด ก็ไม่กล้าจีบลูกน้องสาวต่อหน้าป้าหรอกนะ ชารอนเป็นหลานสาวป้า"
"อ่า ผมหมายความว่า ผมแค่นึกถึงตอนที่คุณป้าเคยอัดพ่อจอมกะล่อนของผมซะน่วม ผมก็เลยตั้งใจมานั่งคุยรำลึกความหลังกับป้าไงครับ"
โทนี่จัดปกเสื้อตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตามเดิม แล้วเลิกคิ้วขึ้น
"ว่าแต่คนสวย เซอร์ไพรส์ที่ว่ามันคืออะไรล่ะ?"
"เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละ"
ชารอนเดินตรงเข้าไปรินชาให้ป้าเพ็กกี้ของเธอ โดยไม่สนใจโทนี่แม้แต่น้อย
"คุณป้าคะ คุณนายบราวน์ข้างบ้านพูดถูกจริงๆ ด้วย ต้นไม้จากร้านนั้นมันมหัศจรรย์มากเลยล่ะค่ะ รับรองว่าคุณป้าต้องถูกใจแน่นอน"
เธอปรายตามองโทนี่ที่มีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วส่งยิ้มท้าทายให้เขา
"มันไว้ใจได้มากกว่าระบบฟอกอากาศที่อัจฉริยะคนเก่งของเราเพิ่งพัฒนาขึ้นมาตั้งเยอะเลยล่ะ"
โทนี่: "หา?"