เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - ล่าสังหารกลางป่า

บทที่ 40 - ล่าสังหารกลางป่า

บทที่ 40 - ล่าสังหารกลางป่า


บทที่ 40 - ล่าสังหารกลางป่า

★★★★★

เช้าวันรุ่งขึ้น หมอกบางๆ กลางภูเขายังไม่จางหาย

เกาเสี่ยวชวนยืนอยู่บนลานกว้างหน้าศาลเจ้าร้าง มองดูลูกน้องเก็บสัมภาระและดับกองไฟ สายตาของเขากวาดมองผ่านท่านผู้พันเฉียนที่พิงอยู่ตรงประตูอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าของท่านผู้พันดูดีขึ้นกว่าเมื่อคืนเล็กน้อย แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับซ่อนความลึกล้ำบางอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเอาไว้

"ท่านผู้พัน" เกาเสี่ยวชวนก้าวเข้าไปสองสามก้าว ประสานมือค้อมตัวลง น้ำเสียงเคารพนอบน้อมเช่นเคย "ผู้น้อยได้ส่งพลุสัญญาณติดต่อตามที่ตกลงกันไว้เมื่อคืนแล้วขอรับ เพิ่งได้รับสัญญาณตอบกลับมาว่า เพื่อนร่วมงานที่มารอรับได้มาถึงลานกว้างนอกป่าห่างออกไปสามลี้แล้วขอรับ"

ท่านผู้พันเฉียนพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ดูโล่งใจออกมา "ท่านผู้บังคับหมวดเกาทำงานได้รอบคอบจริงๆ ครั้งนี้หากไม่ได้พวกเจ้ามาช่วย ข้าคงต้องตายแน่ๆ"

"ใต้เท้ากล่าวหนักไปแล้ว การคุ้มกันผู้บังคับบัญชาคือหน้าที่ของผู้น้อยขอรับ" เกาเสี่ยวชวนก้มหน้าตอบ แต่ในใจกลับแค่นหัวเราะ คำใบ้เรื่องจัดฉากเมื่อคืนยังดังก้องอยู่ในหู พอมาเช้านี้กลับทำตัวแบบนี้ ช่างเป็นการแสดงที่สมบทบาทของพวกขุนนางเฒ่าจริงๆ

ขบวนเดินทางเริ่มออกเดินอีกครั้ง เกาเสี่ยวชวนจงใจให้ผู้คุมสองคนคอยพยุงท่านผู้พันเฉียนไว้ตรงกลาง ส่วนตัวเองกับหวังหู่และเสี่ยวหลี่เดินนำหน้า ทักษะสัมผัสอันตรายกลับขึงตึงราวกับสายธนู คอยจับตาดูความผันผวนของกลิ่นอายจากท่านผู้พันที่อยู่ด้านหลังทุกฝีก้าว

หมอกเริ่มจาง แสงแดดส่องทะลุใบไม้ลงมา เดินไปได้ประมาณครึ่งชั่วยาม ต้นไม้ด้านหน้าก็เริ่มบางตาลง พอมองเห็นเค้าโครงของลานกว้างนอกป่าได้ลางๆ

เกาเสี่ยวชวนหยุดเดิน หันไปค้อมตัวให้ท่านผู้พันเฉียน "ท่านผู้พัน ทะลุป่าผืนนี้ไปก็จะเป็นจุดนัดพบแล้วขอรับ ผู้น้อยยังมีงานราชการติดพัน ไม่สะดวกอยู่ต่อ ขอตัวลาตรงนี้เลยนะขอรับ"

ท่านผู้พันเฉียนมองเขา แววตาประกายแสงที่ยากจะคาดเดาวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน "ดี ท่านผู้บังคับหมวดเกาไปทำงานเถอะ บุญคุณที่ช่วยเหลือครั้งนี้ ข้าจะจดจำเอาไว้"

"ใต้เท้ารักษาสุขภาพด้วยขอรับ" เกาเสี่ยวชวนประสานมืออีกครั้ง ก่อนจะหันไปโบกมือให้ลูกน้อง "พี่น้องทั้งหลาย บอกลาท่านผู้พันซะ พวกเราต้องเดินทางต่อแล้ว"

"ท่านผู้พันรักษาสุขภาพด้วยขอรับ!"

"ขอให้ใต้เท้าหายป่วยไวๆ นะขอรับ!"

บรรดาลูกน้องต่างประสานมือทำความเคารพ สีหน้าดูภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือท่านผู้พัน เกาเสี่ยวชวนมองดูลูกน้องที่ใสซื่อพวกนี้แล้วก็แอบถอนหายใจในใจ อำนาจมันช่างน่ากลัวจริงๆ แค่ได้รับคำขอบคุณนิดหน่อยก็ทำให้คนพวกนี้ลืมกลิ่นอายอันตรายเมื่อคืนไปซะสนิท ช่างเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายเสียจริง

เขาไม่พูดอะไรต่อ หมุนตัวนำขบวนเลี้ยวไปทางเส้นทางเล็กๆ ฝั่งตะวันออก เดินไปได้สิบกว่าจั้งเขาก็หันกลับมามองแวบหนึ่ง ท่านผู้พันเฉียนยังคงยืนอยู่กับที่ มองตามพวกเขาสุดสายตา ร่างนั้นยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเงาไม้ดูน่าขนลุกแปลกๆ

"รีบเดิน" เกาเสี่ยวชวนเร่งเสียงเบา ฝีเท้าเร็วขึ้นกะทันหัน

แทบจะในจังหวะเดียวกับที่ร่างของพวกเขาผลุบหายเข้าไปในป่าทึบฝั่งตะวันออก ความรู้สึกเจ็บปวดจากทักษะสัมผัสอันตรายก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที!

มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกอันตรายลางๆ แต่เป็นจิตสังหารที่พุ่งเป้ามาอย่างโจ่งแจ้งและไม่ปิดบัง! ราวกับมีลิ่มน้ำแข็งแทงทะลุหลังคอ!

ในเวลาเดียวกัน ท่านผู้พันเฉียนที่มองตามหลังเกาเสี่ยวชวนและคนอื่นๆ จนลับสายตา แววตาก็สาดประกายอำมหิต ไม่นานนักกลุ่มคนสวมหน้ากากจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายท่านผู้พันเฉียน

"ฆ่าซะ เกาเสี่ยวชวนเก็บไว้ไม่ได้!" ท่านผู้พันเฉียนสั่งการ

"รับทราบ"

คนสวมหน้ากากรับคำก่อนจะพุ่งตัวตามเกาเสี่ยวชวนไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่ซีดเซียวของท่านผู้พันเฉียนเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา คิดในใจ 'ท่านผู้บังคับหมวดเกา ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้ารู้เรื่องแค่ไหน แต่ข้าปล่อยให้เจ้าสืบต่อไม่ได้หรอกนะ จะโทษก็ต้องโทษที่ดวงเจ้ามันซวยเอง'

เกาเสี่ยวชวนสาวเท้าไม่หยุด พร้อมกับเร่งทักษะสัมผัสดมกลิ่นสุดยอดสุนัขตำรวจจนถึงขีดสุด ชั่วพริบตาข้อมูลในสายลมก็หลั่งไหลเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น กลิ่นต้นไม้ใบหญ้า กลิ่นเหงื่อของลูกน้อง กลิ่นนกและสัตว์ป่าที่อยู่ไกลออกไป... รวมไปถึงกลิ่นคาวเลือดอันเย็นเยียบสิบสองสายที่กำลังพุ่งใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว!

เป็นพวกชุดดำกลุ่มนั้น! ไม่สิ ดูแข็งแกร่งกว่ากลุ่มที่เจอคราวก่อนซะอีก กลิ่นอายแต่ละคนหนักแน่นและทรงพลัง ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์ทั้งสิ้น!

'เวรเอ๊ย แต่เช้าก็เอาซะตื่นเต้นเลยรึ!' เกาเสี่ยวชวนสบถในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย สมองคำนวณอย่างรวดเร็ว

ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์สิบสองคน ขืนสู้ซึ่งหน้าก็มีแต่ตาย ต่อให้รวมหวังหู่กับเสี่ยวหลี่เข้าไป โอกาสชนะก็ไม่ถึงสามส่วน แถมเป้าหมายของอีกฝ่ายก็ชัดเจนมาก จิตสังหารเก้าในสิบส่วนพุ่งเป้ามาที่เขาทั้งนั้น

ชั่วพริบตาเดียว เขาก็ตัดสินใจได้

"ทุกคนหยุด!" เกาเสี่ยวชวนยกมือขึ้นกะทันหัน เสียงหนักแน่น

ขบวนเดินทางหยุดชะงัก หวังหู่ เสี่ยวหลี่ และคนอื่นๆ มองเขาด้วยความงุนงง

"เสี่ยวหู่ เสี่ยวหลี่ ฟังคำสั่ง" เกาเสี่ยวชวนพูดรัวเร็วแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสองคนนำพี่น้องทั้งหมด มุ่งหน้าไปทางตะวันออกด้วยความเร็วสูงสุดไปที่เมืองลี่เฉิง ไปรอข้าที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลสามวัน หากสามวันให้หลังข้ายังไปไม่ถึง ให้พวกเจ้ารีบเดินทางกลับกองปราบเหนือทันที แล้วนำเรื่องทั้งหมดที่พบเจอในการเดินทางลงใต้ครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องของท่านผู้พันเฉียน ไปรายงานลับต่อท่านผู้พันจางเวย"

"ลูกพี่เกา?!" หวังหู่เบิกตากว้าง

"ท่านผู้บังคับหมวด ท่าน..." สีหน้าเสี่ยวหลี่เปลี่ยนไปทันที

"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว!" เกาเสี่ยวชวนขัดจังหวะ สายตาเฉียบขาดกวาดมองทุกคน "นี่คือคำสั่งเด็ดขาด! จำไว้ ระหว่างทางหากเจอการสกัดกั้น ห้ามสู้ยืดเยื้อ ให้แยกย้ายกันหนี เอาชีวิตรอดเป็นอันดับแรก! เข้าใจหรือไม่!"

ทุกคนถูกน้ำเสียงที่ดุดันอย่างไม่เคยมีมาก่อนของเขาข่มขวัญจนต้องตอบรับพร้อมกัน "เข้าใจแล้วขอรับ!"

หวังหู่ยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่เกาเสี่ยวชวนตบไหล่เขาดังป้าบ แล้วตวาดเสียงต่ำ "หู่จื่อ พาพี่น้องรอดไปถึงเมืองลี่เฉิงให้ได้ นี่คือคำสั่ง! และเป็นภารกิจที่ข้ามอบให้เจ้า!"

ขอบตาของหวังหู่แดงก่ำ พยักหน้าอย่างแรง "ลูกพี่เกา ท่าน... ท่านต้องตามมาให้ได้นะขอรับ!"

"วางใจเถอะ" เกาเสี่ยวชวนฝืนยิ้ม "ลูกพี่เกาของเจ้าหวงชีวิตจะตายไป"

เขาหันไปมองเสี่ยวหลี่ สบตากันเพียงแวบเดียวก็เข้าใจกันทุกอย่าง เสี่ยวหลี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ประสานมือเสียงสั่น "ท่านผู้บังคับหมวดรักษากายด้วย! พวกเราจะรอท่านที่เมืองลี่เฉิง!"

"ไป!"

ขบวนเดินทางหันหลังมุ่งหน้าไปทางตะวันออกอย่างรวดเร็ว เกาเสี่ยวชวนยืนนิ่งอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังของพวกเขากลืนหายไปในแมกไม้ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ

ในทักษะสัมผัสอันตราย จิตสังหารทั้งสิบสองสายแยกทางกันจริงๆ สิบสายพุ่งตรงมาที่เขา ส่วนอีกสองสายตามพวกหวังหู่ไป

"สองคน... หู่จื่อกับเสี่ยวหลี่น่าจะรับมือไหว" เกาเสี่ยวชวนพึมพำกับตัวเอง แววตาสาดประกายเย็นเยียบ "ส่วนพวกที่เหลือ... มาเล่นสนุกกันหน่อยดีกว่า"

เขาหมุนตัว พุ่งทะยานไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งตรงข้ามกับพวกหวังหู่อย่างรวดเร็ว ช่วงแรกเขายังไม่เปิดใช้ทักษะวิชาลบกลิ่นอาย แถมยังจงใจปล่อยกลิ่นอายออกมานิดหน่อยเหมือนเป็นแสงไฟล่อแมลงเม่า ดึงดูดพวกนักฆ่าให้ตามมา

[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ตกอยู่ในวงล้อมสังหารสุดอันตราย ทริกเกอร์ภารกิจรอง: เกมปลาหมึกมรณะ]

[รายละเอียดภารกิจ: ในเกมล่าสังหารกลางป่าที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ขอให้โฮสต์งัดเอาสปิริตความมั่นคงปลอดภัยออกมาใช้อย่างเต็มที่ และมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้นะจ๊ะ!]

[รางวัลภารกิจ: แต้มทักษะ +1 ไอเทมแบบสุ่มหนึ่งชิ้น]

[บทลงโทษหากล้มเหลว: ไม่มี (ความล้มเหลวหมายถึงโฮสต์ได้ม่องเท่งไปแล้ว ระบบจะทำการปลดล็อกอัตโนมัติ และไปตามหาผู้มีวาสนาคนต่อไป)]

เกาเสี่ยวชวนสะดุดรากไม้แทบหน้าทิ่ม

"ระบบ แกตั้งชื่อภารกิจกับคำอธิบายได้... กวนโอ๊ยมากนะ!" เขาบ่นในใจขณะกระโดดข้ามพุ่มไม้ "แล้วไอ้บทลงโทษล้มเหลวนั่นน่ะ แกเขียนตรงๆ ว่าโฮสต์ตายไปเลยไม่ดีกว่ารึ!"

ระบบเงียบกริบเหมือนเคย

เกาเสี่ยวชวนกลอกตา แต่เท้ายังคงวิ่งไม่หยุด เขาเลือกมุดไปตามจุดที่ต้นไม้หนาทึบและภูมิประเทศซับซ้อนที่สุด เดี๋ยวก็กระโดดขึ้นยอดไม้ เดี๋ยวก็หมอบคลานผ่านพุ่มหนาม งัดเอาท่าเท้าเหยียบนางแอ่นซึ่งเป็นวิชาตัวเบาพื้นฐานของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรมาใช้อย่างเต็มเหนี่ยว

นักฆ่าข้างหลังตามมาติดๆ กลิ่นอายทั้งสิบสายราวกับฉลามที่ได้กลิ่นเลือด กัดไม่ปล่อย

กะระยะว่าน่าจะห่างพอสมควรแล้ว เกาเสี่ยวชวนก็หยุดฝีเท้าลงหลังกองหินใหญ่กะทันหัน ตั้งสมาธิสั่งการ

ทักษะวิชาลบกลิ่นอายระดับเชี่ยวชาญ ทำงาน!

ชั่วพริบตา กลิ่นอายรอบตัวเขาก็หดหายไปจนหมดสิ้น จังหวะหัวใจเต้นช้าลงจนแทบไม่ได้ยิน อุณหภูมิร่างกายกลืนไปกับสภาพแวดล้อม แม้แต่เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกับใบหญ้าก็ถูกพลังบางอย่างลบเลือนไปจนสิ้น

เขาราวกับกลายเป็นก้อนหิน ท่อนไม้ผุพัง หรือเงามืดสายหนึ่ง

แทบจะในเวลาเดียวกัน ร่างสวมหน้ากากชุดดำสิบคนก็พุ่งพรวดมาหยุดอยู่หน้ากองหินอย่างรวดเร็วดุจภูตผี

คนที่เป็นหัวหน้ายกมือขึ้นกำหมัด คนอีกเก้าคนที่ตามมาก็กระจายตัวออกเป็นรูปพัดเพื่อเฝ้าระวังทันที ชายคนนี้รูปร่างกำยำ สายตาที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างหน้ากากดูคมกริบดั่งเหยี่ยว กวาดมองไปรอบๆ อย่างช้าๆ

"กลิ่นอาย... หายไปแล้ว" เสียงของเขาแหบพร่า แฝงไปด้วยความรู้สึกเหมือนเหล็กเสียดสีกัน

"หัวหน้า หรือว่ามันใช้วิชาพรางตัว" คนสวมหน้ากากคนหนึ่งกระซิบ

"ค้นหา" หัวหน้ากางนิ้วออก ทำสัญลักษณ์ให้กระจายกำลัง "จับกลุ่มสามคน อย่าอยู่ห่างกันมาก เจ้านี่มันเจ้าเล่ห์ ระวังโดนลอบกัด"

สิบคนแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม เดินหน้าค้นหาเป็นรูปพัด ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง อาวุธชักออกจากฝัก สายตาว่องไว

เกาเสี่ยวชวนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของกองหิน ห่างจากกลุ่มที่ใกล้ที่สุดไม่ถึงสามจั้ง เขากลั้นหายใจ ทักษะสัมผัสอันตรายทำงานเหมือนเรดาร์คอยสแกนตำแหน่ง การเคลื่อนไหว และแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ของทุกคน ทั้งความระแวดระวัง ความสงสัย และความหงุดหงิดที่แฝงอยู่นิดๆ

เขาเหมือนแมงมุมที่ซุ่มซ่อนตัว รอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับ

กลุ่มแรกสามคนเดินอ้อมไปทางซ้ายของกองหิน กลุ่มที่สองไปทางขวา กลุ่มที่สาม... เดินตรงเข้ามาที่กองหิน

ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

สองจั้ง

หนึ่งจั้ง

คนสวมหน้ากากที่เดินนำหน้ามองเห็นลวดลายตะไคร่น้ำบนก้อนหินชัดเจนแล้ว เขาเผลอเหลือบตามองไปที่เงามืดของกองหินแวบหนึ่ง

จังหวะนี้แหละ!

ท่ามกลางเงามืด ประกายแสงเย็นเยียบก็พุ่งพรวดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

เร็ว! แม่นยำ! อำมหิต!

ดาบสลักวสันต์พุ่งวาบราวกับงูพิษฉกเหยื่อ ตวัดเฉียงขึ้นจากด้านล่าง พุ่งตรงเข้าหาคอหอย!

คนสวมหน้ากากรูม่านตาหดเล็กลงวูบ จะยกดาบขึ้นกันก็ไม่ทันแล้ว ทำได้แค่เบี่ยงหัวหลบ

"ฉัวะ!"

คมดาบกรีดผ่านลำคอ เลือดสาดกระเซ็น! คนสวมหน้ากากส่งเสียงร้องอู้อี้แล้วล้มลง อาวุธในมือร่วงหล่นเสียงดังเคร้ง

"อยู่ตรงนั้น!"

อีกสองคนคำรามลั่น ฟันดาบลงมาดั่งสายน้ำตก!

เกาเสี่ยวชวนลงมือสำเร็จก็ไม่รอช้า ร่างกายหดกลับราวกับแมวป่า มุดเข้าไปในพุ่มไม้อีกพุ่ม ทักษะวิชาลบกลิ่นอายทำงานซ้ำ ร่างของเขาผลุบหายไปในพุ่มไม้ทันที

"ตามไป!"

เก้าคนที่เหลือรีบกระโจนเข้ามาล้อมกรอบ แต่จะไปหาเงาของเกาเสี่ยวชวนเจอได้อย่างไร มีเพียงศพเพื่อนที่กำลังชักกระตุกกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศเท่านั้น

"บัดซบ!" หัวหน้าคนสวมหน้ากากคุกเข่าลงตรวจบาดแผล แววตาเคร่งเครียด "ดาบเดียวปลิดชีพ เป็นยอดฝีมือ"

"หัวหน้า เจ้านี่มันถนัดลอบสังหาร ซ่อนตัวเก่งมาก พวกเรากระจายตัวไม่ได้แล้ว" มีคนกระซิบ

หัวหน้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ "จับกลุ่มสี่คน หันหลังชนกันเดินหน้า ถ้ามันกล้าโผล่มาอีก ก็รุมฆ่ามันซะ"

เก้าคนที่เหลือจัดกระบวนทัพใหม่ คราวนี้ระวังตัวยิ่งกว่าเดิม แต่ป่าทึบแห่งนี้ภูมิประเทศซับซ้อน พุ่มไม้รกทึบ มีซอกหินอยู่เต็มไปหมด เกาเสี่ยวชวนอาศัยทักษะวิชาลบกลิ่นอายกับทักษะสัมผัสอันตราย ทำตัวเป็นดั่งภูตผี บางทีก็กระโดดลงมาจากยอดไม้เพื่อลอบโจมตี บางทีก็แทงดาบสวนออกมาจากซอกหิน

ทุกครั้งที่ลงมือจะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา และทุกครั้งต้องมีคนหลั่งเลือด

"คนที่สอง"

ตายตอนไปตักน้ำที่ลำธาร ถูกปาดคอ

"คนที่สาม"

ตายตอนกำลังก้มดูศพเพื่อน ถูกแทงทะลุหัวใจจากด้านหลัง

"คนที่ห้า"

ตายตอนกำลังปีนหน้าผา ถูกมีดสั้นซัดเข้าที่ท้ายทอย

เวลาผ่านไปแค่หนึ่งเค่อ สิบคนก็ตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว!

ห้าคนที่เหลือหันหลังชนกันอยู่กลางลานโล่งเล็กๆ แววตาที่เคยมุ่งร้ายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดผวาที่พยายามข่มเอาไว้

"ออกมา! ไอ้หนูสกปรกชอบซ่อนหัวลอบกัด!" หัวหน้าคนสวมหน้ากากตะโกนลั่น เสียงดังก้องไปทั่วป่า

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ดังกราว และเสียงนกร้องอยู่ไกลๆ

เกาเสี่ยวชวนซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้บนต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปสามจั้ง มองดูภาพเบื้องล่างผ่านช่องว่างของใบไม้ด้วยสายตาเย็นชา ลมหายใจสม่ำเสมอ มือที่จับด้ามดาบมั่นคงดั่งหินผา แต่บริเวณขมับกลับมีเหงื่อผุดขึ้นมาเป็นเม็ดๆ ท่าเท้าเหยียบนางแอ่นแม้จะเป็นวิชาตัวเบาพื้นฐาน แต่การใช้ติดต่อกันก็กินพลังลมปราณไปไม่น้อย ยิ่งต้องใช้ต่อเนื่องเกือบครึ่งชั่วยาม ต่อให้เป็นเขาก็เริ่มรู้สึกปวดหนึบๆ ตามเส้นชีพจรแล้ว

"ยืดเยื้อไม่ได้แล้ว" เขาคิดในใจ

เขาค่อยๆ ลื่นตัวลงมาจากต้นไม้ จงใจเหยียบกิ่งไม้แห้งหักตอนใกล้จะถึงพื้น

"กร๊อบ!"

"ทางนั้น!" ทั้งห้าคนหันขวับพร้อมกัน ประกายดาบพุ่งพรวดมาราวกับน้ำหลาก!

ครั้งนี้เกาเสี่ยวชวนไม่หลบ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ดาบสลักวสันต์ชักออกจากฝัก พุ่งสวนแสงดาบทั้งห้าสายเข้าไปตรงๆ!

"เคร้งๆๆๆๆ!"

เสียงอาวุธปะทะกันดังกึกก้อง! ดาบทั้งห้าเล่มฟันเข้ามาจากคนละทิศทาง เกาเสี่ยวชวนพลิ้วตัวหลบหลีกดั่งต้นหลิวลู่ลม ทักษะสัมผัสอันตรายถูกเร่งจนถึงขีดสุด การปัดป้องและการหลบหลีกทุกจังหวะทำได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!

แสงดาบสาดประสาน เขาก็เหมือนปลาที่แหวกว่ายอยู่ตรงกลาง

แต่ทั้งห้าคนก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์ ทำงานเข้าขากันดีเยี่ยม ดาบฟันต่อเนื่องไม่ขาดสาย เกาเสี่ยวชวนแม้จะรู้ล่วงหน้าและหลบได้ แต่พลังลมปราณก็ถดถอยลงอย่างรวดเร็ว เริ่มจะต้านทานไม่ไหว

"แคว่ก"

แขนเสื้อซ้ายถูกคมดาบกรีดขาด ปรากฏรอยเลือดเป็นทางยาว

"อั่ก!"

แผ่นหลังโดนด้ามดาบกระแทกเข้าอย่างจัง รสหวานตีตื้นขึ้นมาที่คอหอย เลือดลมปั่นป่วน

"รุมมันให้ตาย!" หัวหน้าคนสวมหน้ากากตะโกนลั่น ดาบฟันลงมาดุดันกว่าเดิม

เกาเสี่ยวชวนถอยร่นไม่หยุด ลมหายใจเริ่มสับสน ใบหน้าซีดเซียว เขาใช้ดาบปัดการโจมตีไปได้อีกครั้ง ก่อนจะเซถลาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้ดาบยันพื้นไว้ หอบหายใจอย่างหนัก

"หึหึ... หึหึหึ..." หัวหน้าคนสวมหน้ากากก้าวเข้ามาหา ปลายดาบชี้ตรงมาที่เขา "หมดแรงแล้วสินะ สามารถรอดจากการรุมล้อมของพวกเราห้าคนมาได้เป็นร้อยกระบวนท่า เจ้าถือว่าเป็นยอดฝีมือจริงๆ น่าเสียดายที่ต้องมาตายตรงนี้"

อีกสี่คนที่เหลือกระจายตัวออกล้อมเขาไว้ ปิดทางหนีจนหมด

เกาเสี่ยวชวนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อและฝุ่น แต่กลับเผยรอยยิ้มแปลกๆ ออกมา "ใช่... จบกันแค่นี้แหละ"

ยังไม่ทันขาดคำ คนสวมหน้ากากทั้งห้าคนก็ตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาพร้อมกัน!

"อ๊าก!"

"จุดตันเถียนของข้า...!"

"พิษ... มีพิษ!"

ทั้งห้าคนร้องโหยหวน เซถลาถอยหลัง อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้น สีหน้าของพวกเขาซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ตัวสั่นงันงกเหมือนมีมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินเส้นชีพจร!

"เจ้า... เจ้าวางยาพิษรึ!" หัวหน้าคนสวมหน้ากากคุกเข่าลงข้างหนึ่ง จ้องเกาเสี่ยวชวนตาเขม็ง "ตั้งแต่เมื่อไหร่... ในป่านี้... ชัดเจนว่า..."

เกาเสี่ยวชวนค่อยๆ ยืนขึ้น ปัดฝุ่นตามแขนเสื้อ ใบหน้ายังคงซีดเซียวเล็กน้อย แต่ลมหายใจกลับมาเป็นปกติแล้ว

"ตั้งแต่ก้าวเข้าป่าผืนนี้มา" เขาตอบเรียบๆ "ข้าก็โรยหมอกพิษเจ็ดก้าวเอาไว้ตามทางตลอด แถมยังผสมน้ำคั้นจากหญ้าพิษพื้นเมืองลงไปด้วย และเมื่อเช้าตอนที่หมอกยังไม่จาง ข้าก็แอบเติมผงสลายชีพจรลงไปอีก ของพรรค์นี้มันไม่มีสีไม่มีกลิ่น พอเจอน้ำค้างก็ระเหยกลายเป็นหมอกพิษไร้รูป สูดดมเข้าไปครึ่งชั่วยามแรกจะไม่มีอาการอะไร แต่พอเดินลมปราณเมื่อไหร่... หึ ก็จะเป็นสภาพอย่างพวกเจ้านี่แหละ"

"เป็นไปไม่ได้!" อีกคนร้องเสียงหลง "ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่ด้วย ทำไมถึงไม่โดนพิษ ต่อให้กินยาถอนพิษมาก่อน ป่านนี้ก็ต้องหมดฤทธิ์แล้วสิ!"

เกาเสี่ยวชวนมองพวกเขาเหมือนมองคนโง่ ก่อนจะส่ายหน้า "ตัวเองกากก็อย่าไปโทษว่าถนนมันขรุขระสิ ข้าจำเป็นต้องใช้ยาถอนพิษด้วยรึ ถุย"

ข้าคือชายผู้ครอบครองทักษะต้านทานร้อยพิษเชียวนะโว้ย พิษกระจอกๆ แค่นี้ จำเป็นต้องใช้ยาถอนพิษด้วยเหรอ ข้ามีระบบเป็นสูตรโกงโว้ย ยอมรับซะเถอะ

"บอกมา พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ ถึงได้ดักลอบสังหารข้าตั้งหลายครั้ง" เกาเสี่ยวชวนก้มลงหยิบดาบสลักวสันต์ขึ้นมา คมดาบสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเย็นเยียบ "คิดว่าข้าเป็นขนมหวานรึไง"

เขาถือดาบเดินเข้าไปหาคนทั้งห้าที่นอนกองอยู่กับพื้นทีละก้าว

"เดี๋ยว... พวกเราคุยกันได้..." มีคนพยายามดิ้นรนขอร้อง

เกาเสี่ยวชวนไม่ให้โอกาสเขาได้พูดจบ

แสงดาบวาบผ่าน

"คนที่หก"

หันตัว ฟันอีกครั้ง

"คนที่เจ็ด"

"คนที่แปด..."

พอเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหัวหน้าคนสวมหน้ากาก อีกสี่คนก็กลายเป็นศพไปหมดแล้ว

หัวหน้าเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ในดวงตาที่มองผ่านหน้ากากเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดง "เจ้า... เจ้าหนีไม่พ้นหรอก... คนของเรา... ไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่..."

"ฉัวะ"

คมดาบแทงทะลุลำคอ

เกาเสี่ยวชวนดึงดาบออก เลือดไหลหยดลงจากคมดาบซึมลงดิน เขาสะบัดดาบเบาๆ แล้วเก็บเข้าฝัก

ป่ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดหอบเอากลิ่นคาวเลือดและกลิ่นหวานเอียนของยาพิษโชยมา

เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ปรับลมปราณอยู่พักหนึ่ง ให้คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการต่อสู้

"ฟู่..."

เขาพ่นลมหายใจยาว เงยหน้ามองท้องฟ้า พระอาทิตย์ลอยอยู่กลางหัว แสงแดดสาดส่องผ่านรอยแยกของใบไม้ลงมาอาบศพทั้งสิบศพที่นอนตายเกลื่อนกลาด

"แปะ แปะ แปะ สมแล้วที่เป็นท่านผู้บังคับหมวดเกา ทั้งฝีมือและไหวพริบน่าประทับใจจริงๆ ข้าล่ะไม่อยากฆ่าเจ้าเลย" เสียงคุ้นเคยดังมาจากหลังต้นไม้ใหญ่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - ล่าสังหารกลางป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว