เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 141 ว่าจ้างท่านหมอหญิง

ตอนที่ 141 ว่าจ้างท่านหมอหญิง

ตอนที่ 141 ว่าจ้างท่านหมอหญิง


สุราชั้นดีทำให้คนหน้าแดง ทรัพย์สินเงินทองล้วนทำให้คนใจสั่น!

ก่อนหน้านี้ตอนที่กิจการยังขาดทุนก็แล้วไปเถิด ทว่ายามนี้ร้านขายยาตระกูลหยางเริ่มกลับมาทำกำไรได้แล้ว ผู้คนตระกูลหยางทั้งบนล่างจึงเอาแต่ครุ่นคิดหมายจะไถ่ถอนหุ้นของร้านขายยากลับคืนไป

หากฮุ่ยเหนียงยังคงรั้งอยู่ในอำเภอหนิงฮว่า อีกทั้งตนเองก็ไม่มีฐานะทางสังคมอันใด ตระกูลหยางก็คงจะทำเรื่องให้เด็ดขาด โดยส่งคนนำเงินมามอบให้โดยตรง แล้วถือว่าเรื่องราวสิ้นสุดลงไปแล้วเป็นแน่

ทว่าสถานการณ์ในยามนี้กลับแตกต่างออกไป

ฮุ่ยเหนียงไม่เพียงแต่อยู่ในเมืองถิงโจว ทว่านางยังเป็นหลงจู๊ใหญ่แห่งสมาคมการค้า ส่วนหยางหลิงเหอผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของร้านขายยาตระกูลหยาง แม้จะอยู่ในสมาคม ทว่ากลับไม่ได้เป็นแม้แต่ผู้อาวุโสของสมาคมด้วยซ้ำ

คนตระกูลหยางย่อมรู้ดีว่าหากล่วงเกินฮุ่ยเหนียงย่อมไม่มีจุดจบที่ดี จึงไม่กล้าผลีผลาม หยางหลิงเหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงส่งภรรยาของตนมา หมายจะใช้ความสัมพันธ์ฉันเครือญาติมาต่อรอง

ทว่าผลกำไรในอนาคตของร้านขายยาตระกูลหยางก็วางกองอยู่ตรงหน้า ในเมื่อมันเป็นการค้าที่ทำกำไรได้อย่างมั่นคง ฮุ่ยเหนียงจะยอมให้ตระกูลหยางไถ่ถอนหุ้นกลับคืนไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร?

โจวซื่อเอ่ยถาม "น้องสาว เจ้าตระเตรียมจะทำเช่นไรต่อไป?"

ฮุ่ยเหนียงแย้มยิ้มพลางปรายตามองเสิ่นซีแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ก็เหมือนกับที่เสี่ยวหลางเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ในเมื่อพวกเราเลือกที่จะร่วมหุ้นในร้านขายยาตระกูลหยางแล้ว ย่อมต้องทำกันไปยาว ๆ ยามนี้พวกเรากุมตำรับยาสำเร็จรูปเอาไว้ พวกเขายังไม่กล้าแตกหักกับพวกเราในตอนนี้หรอก รอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปค่อยดูสถานการณ์กันอีกทีเถิด..."

เสิ่นซีรู้สึกโล่งใจกับคำกล่าวประโยคแรก ๆ ของฮุ่ยเหนียงยิ่งนัก ทว่าเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ในใจพลันร้องเตือนว่าแย่แล้ว ดูเหมือนฮุ่ยเหนียงเองก็จะเริ่มหวั่นไหวแล้วเช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้คนในยุคสมัยนี้ล้วนมีค่านิยมเรื่องตระกูลฝังรากลึก แม้แต่ตัวฮุ่ยเหนียงเองก็ยังรู้สึกว่า การกุมชะตากิจการของตระกูลผู้อื่นไว้ในมือตลอดเวลานั้นดูไม่ค่อยมีคุณธรรมนัก วันหน้าจึงอยากหาโอกาสคืนหุ้นให้ ฟังดูคล้ายการตอบแทนน้ำใจไปมา ทว่าความคิดเช่นนี้กลับขัดแย้งกับหลักการค้าของเสิ่นซีอย่างสิ้นเชิง

"ท่านน้าซุน ท่านคงไม่ได้คิดจะคืนหุ้นให้ตระกูลหยางใช่หรือไม่ขอรับ?" เสิ่นซีเอ่ยถามด้วยใบหน้าปั้นยาก

โจวซื่อถลึงตาใส่ "ไอ้เด็กไร้มโนธรรมอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร? จะอย่างไรนั่นก็เป็นบ้านท่านอาหญิงและท่านอาเขยของเจ้า เป็นเครือญาติที่สนิทชิดเชื้อกับพวกเราจนไม่รู้จะสนิทอย่างไรแล้วนะ"

"ท่านแม่ ความสัมพันธ์ก็ส่วนความสัมพันธ์ การค้าก็ส่วนการค้า แม้แต่พี่น้องคลานตามกันมาก็ยังต้องคิดบัญชีกันให้ชัดเจน... มีแต่ท่านแม่นี่แหละ ป้าสะใภ้ใหญ่ยืมเงินท่านไปในตอนนั้นแล้วไม่ต้องคืน สุดท้ายเขาก็ยังไม่เห็นบุญคุณ แม้แต่ตอนที่ข้าจะเข้าเรียนในสถานศึกษาก็ยังไม่ยอมลงคะแนนให้ข้าเลยสักเสียง... ท่านลองไปถามผู้อื่นดูเถิด ต่อให้เป็นพี่น้องแท้ ๆ ยืมเงินไปแล้วต้องคืนหรือไม่?"

เสิ่นซีรู้สึกอึดอัดคับข้องใจอยู่บ้าง จึงตัดสินใจรื้อฟื้น 'เรื่องน่าอาย' ในอดีตของโจวซื่อขึ้นมาพูดเสียเลย

โจวซื่อพลันรู้สึกเสียหน้าต่อหน้าฮุ่ยเหนียงและบรรดาสาวใช้ จึงคิดจะคว้าข้าวของมาทุบตีเสิ่นซีทันที ฮุ่ยเหนียงรีบห้ามปราม "พี่สาว ท่านอย่าได้ตำหนิเสี่ยวหลางเลย สิ่งที่เขากล่าวล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น หลายต่อหลายคราเรามิอาจคำนึงถึงแต่สายใยครอบครัว การค้าก็คือการค้า จะปล่อยให้ขาดทุนแล้วพวกเราแบกรับไว้ฝ่ายเดียว พอได้กำไรก็มาขับไล่พวกเราไปเช่นนี้ไม่ได้ คนเราต่อให้ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันเครือญาติ ก็ควรจะพูดจาให้มีมโนธรรมกันบ้างมิใช่หรือ?"

ต้องรู้ก่อนว่ายามนี้ร้านขายยาตระกูลหยางพลิกวิกฤตกลับมาทำกำไรได้แล้ว ต่อให้พวกเขาจะถือหุ้นเพียงสี่ส่วน ทว่าผลกำไรที่ได้รับกลับมากกว่าปีที่กิจการรุ่งเรืองที่สุดเสียอีก นี่คือสาเหตุหลักที่ร้านขายยาตระกูลหยางอยากจะไถ่ถอนหุ้นคืน ทว่าหากปราศจากผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างฮุ่ยเหนียง ขาดการสนับสนุนด้านการตัดสินใจจากนาง กิจการของร้านขายยาตระกูลหยางย่อมต้องตกต่ำลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แท้จริงแล้วความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในยามนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบทั้งสองทาง หาใช่มีผู้ใดเอารัดเอาเปรียบผู้ใดไม่

(เชิงอรรถผู้แปล: สมบูรณ์แบบทั้งสองทาง (两全其美) ได้ประโยชน์หรือเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายอย่างลงตัว)

รอจนกว่าคนตระกูลหยางและโจวซื่อค่อย ๆ เข้าใจเหตุผลข้อนี้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่พูดถึงเรื่องไถ่ถอนหุ้นคืนอีก

ข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกิจการแบบร่วมหุ้น คือการเอื้อประโยชน์และตรวจสอบซึ่งกันและกัน ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงการแก่งแย่งชิงดี การแย่งชิงอำนาจ และการบ่อนทำลายกันเองภายในตระกูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยามนี้ฮุ่ยเหนียงยังเป็นหลงจู๊ใหญ่แห่งสมาคมการค้าเมืองถิงโจว ขอเพียงร้านขายยาตระกูลหยางยังคงพึ่งพาบารมีใต้ร่มธงของฮุ่ยเหนียง ร้านขายยาแห่งอื่นก็ต้องเกรงใจอยู่สามส่วน ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากสมาคมได้อย่างรอบด้าน

หลังมื้อค่ำ โจวซื่อและเสิ่นหมิงจวินก็รีบกลับเข้าห้องพักไปตั้งแต่หัวค่ำ อีกทั้งยังไม่อนุญาตให้เด็กน้อยทั้งสองคนอยู่แอบฟังในบ้าน ไม่เพียงไล่คนออกมา แต่ยังลงกลอนประตูเรือนจากด้านในเสียแน่นหนา

เมื่อเป็นเช่นนี้ เสิ่นซีและหลินไต้จึงทำได้เพียงไปฆ่าเวลาที่ร้านขายยา

ฮุ่ยเหนียงจัดการบัญชีของร้านขายยาตระกูลหยางก่อนหน้านี้จนเสร็จเรียบร้อย บนใบหน้าเจือไปด้วยความปีติยินดีเล็กน้อย

ร่วมหุ้นในร้านขายยาตระกูลหยางไม่ถึงสี่เดือนก็คว้าเงินกลับมาได้ถึงหกสิบกว่าตำลึง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก็สามารถถอนทุนสามร้อยตำลึงที่เคยร่วมหุ้นไปก่อนหน้านี้กลับมาได้หมด ถึงเวลานั้นก็เท่ากับได้หุ้นหกส่วนของร้านขายยาตระกูลหยางมาเปล่า ๆ

ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของฮุ่ยเหนียงกลับค่อย ๆ จืดจางลง เพราะนางมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่า หลังจากได้เงินทุนคืนครบถ้วนแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือคืนหยกสมบูรณ์สู่แคว้นจ้าว มอบหุ้นของร้านขายยาตระกูลหยางกลับคืนสู่เจ้าของเดิม

(เชิงอรรถผู้แปล: คืนหยกสมบูรณ์สู่แคว้นจ้าว (完璧归赵) สำนวนจีน มีที่มาจากยุคจ้านกั๋ว เล่าถึงการนำหยกเหอซื่อปี้ส่งคืนสู่แคว้นจ้าวโดยไม่บุบสลาย เปรียบเปรยถึงการนำสิ่งของส่งคืนสู่เจ้าของเดิมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์)

"เสี่ยวหลาง เจ้าว่าหากทางตระกูลหยางตระเตรียมจะทุ่มเงินเพิ่มอีกสักหน่อยเพื่อขอซื้อหุ้นของพวกเรากลับคืนไป พวกเราจะขายหรือไม่?" ฮุ่ยเหนียงมองเสิ่นซี ใบหน้าเจือแววลังเลตัดสินใจไม่ถูก

เสิ่นซียิ้มขื่นพลางเอ่ย "ท่านน้าซุน ก่อนหน้านี้ข้าเคยพูดไปแล้วมิใช่หรือขอรับ พี่น้องคลานตามกันมาก็ยังต้องคิดบัญชีกันให้ชัดเจน ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จมาเองก็ไม่มีประโยชน์อันใด"

"แต่ข้ามักจะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ต่อหน้าแม่ของเจ้าข้าก็ไม่อาจยืนกรานจนเกินไปนัก..." ใบหน้าของฮุ่ยเหนียงเต็มไปด้วยความจนใจ "อย่างไรเสียนั่นก็เป็นท่านอาหญิงแท้ ๆ ของเจ้า ข้าเกรงว่าในใจแม่ของเจ้าจะเกิดปมในใจขึ้นมา"

เสิ่นซีหัวเราะร่วน "แม่ของข้านั้นเป็นคนปากร้ายใจดี นางใจอ่อนเพียงใดท่านน้าย่อมรู้ดีกว่าข้าเสียอีก ดังนั้นพอท่านอาหญิงมาพูดจาขอร้อง นางถึงได้เป็นคนแรกที่หวั่นไหว..."

(เชิงอรรถผู้แปล: ปากร้ายใจดี (刀子嘴豆腐心) สำนวนจีน แปลตรงตัวว่า ปากเป็นมีดใจเป็นเต้าหู้ หมายถึงคนที่พูดจารุนแรงหรือขวานผ่าซาก แต่แท้จริงแล้วลึก ๆ เป็นคนจิตใจดีและขี้สงสาร)

"แท้จริงแล้ว ท่านแม่เองก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่เช่นกัน มิเช่นนั้น เหตุใดนางถึงไม่ปริปากบอกเรื่องที่นางมีหุ้นในโรงพิมพ์ให้ท่านพ่อรู้เล่า? แม้แต่เงินส่วนแบ่งก็ยังไม่ยอมเอากลับบ้าน ทว่ากลับฝากไว้ที่ท่านน้า? ข้าคิดว่านางก็คงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่หากจะต้องคืนให้จริง ๆ นางก็ใช่ว่าจะตัดใจยอมคืนให้หรอกขอรับ..."

ฮุ่ยเหนียงครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เม้มปากยิ้ม ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าผากเสิ่นซีเบา ๆ "ช่างเป็นเด็กเจ้าเล่ห์แสนกลเสียจริง... อ้อ จริงสิ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ร้านขายยาในสมาคมการค้าพอได้ยินว่ายาสำเร็จรูปของพวกเราซื้อง่ายขายคล่อง ก็เลยอยากจะลองนำไปขายบ้าง พวกเขาเสนอว่าอยากจะขอแบ่งปันตำรับยาของพวกเรา จะให้พวกเขาดีหรือไม่?"

"หา! ท่านน้า ท่านอย่าได้คิดสั้นเป็นอันขาดเชียวนะ สมาคมการค้าย่อมต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่ายก็จริง ทว่าก็ใช่ว่าจะมีสิ่งใดก็นำออกมาแบ่งปันกันไปเสียหมด ตำรับยาสำเร็จรูปถือเป็นเคล็ดลับทำเงินของร้านขายยาพวกเราและร้านขายยาตระกูลหยางเชียวนะ หากท่านมอบตำรับยาให้พวกเขาไป แล้วพวกเราจะเอาอันใดมาหากินเล่า? หากพวกเขาอยากจะขายยาสำเร็จรูป ก็ให้พวกเขาผสมกันเองสิ หรือว่าต่อไปหากยาที่ขายไปมีผู้ใดกินแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา พวกเขาก็คิดจะโยนความผิดมาให้ตำรับยาของพวกเรากระนั้นหรือ?"

ฮุ่ยเหนียงครุ่นคิดตาม การที่ร้านขายยาเหล่านั้นเสนอคำขอนี้ขึ้นมา แท้จริงแล้วก็แฝงเจตนาเช่นนี้อยู่จริง ๆ ยาสำเร็จรูปที่ร้านขายยาตระกูลลู่และร้านขายยาตระกูลหยางทำขาย แม้ตำรับยาส่วนใหญ่จะมาจากเสิ่นซีและถือเป็น 'เคล็ดลับ' ก็ตาม ทว่าก็ยังมีอีกหลายขนานที่เป็นเพียงยาแก้ปวดหัวตัวร้อนธรรมดา ร้านขายยาทั่วไปย่อมสามารถผสมขึ้นมาเองได้ ทว่าการที่พวกเขาไม่เลือกที่จะผสมยาเอง แท้จริงแล้วก็เหมือนกับเหตุผลที่ฮุ่ยเหนียงไม่กล้าผสมยาสำเร็จรูปขายในคราแรก นั่นก็คือกลัวว่าหากยาตกถึงท้องผู้คนแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา จะกลายเป็นเรื่องที่หาทางลงไม่ได้

เสิ่นซีเห็นฮุ่ยเหนียงขมวดคิ้วจมอยู่ในห้วงความคิดและเงียบงันไปเนิ่นนาน ก็รีบตีเหล็กเมื่อยังร้อน "ท่านน้าซุน มีเรื่องหนึ่งที่ท่านต้องเร่งลงมือจัดการเสียแล้วล่ะขอรับ เหมือนที่พวกเราเคยคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ร้านขายยาของพวกเราจำเป็นต้องมีหมอประจำร้าน เช่นนี้ถึงจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

(เชิงอรรถผู้แปล: ตีเหล็กเมื่อยังร้อน (趁热打铁) สำนวนจีน หมายถึง ฉวยโอกาสในขณะที่สถานการณ์กำลังเอื้ออำนวยเพื่อลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งทันที)

ฮุ่ยเหนียงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ "หลีกเลี่ยงความเสี่ยงคืออันใดหรือ?"

เสิ่นซีอธิบาย "เรื่องราวทั้งหลายไม่กลัวหมื่นเรื่อง กลัวเพียงเรื่องเดียว หากมีคนกินยาของพวกเราเข้าไป แล้วอาการป่วยไม่เพียงไม่ทุเลา แต่กลับเป็นอะไรไปขึ้นมา แล้วมีคนมาหาเรื่องถึงหน้าประตูจะทำเช่นไรเล่า? ความเสี่ยงย่อมมีอยู่ พวกเราจึงจำเป็นต้องมีหมอประจำร้านเพื่อมาหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ หรือไม่อย่างนั้น ท่านน้าก็มานั่งเป็นหมอประจำร้านเองเสียเลยดีหรือไม่?"

(เชิงอรรถผู้แปล: ไม่กลัวหมื่นเรื่อง กลัวเพียงเรื่องเดียว (不怕一万,就怕万一) สำนวนจีน หมายถึง ต่อให้มั่นใจในสรรพสิ่งก็ไม่อาจละเลยความผิดพลาดเพียงหนึ่งส่วนได้ เป็นการเตือนให้เตรียมพร้อมระมัดระวังเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เทียบได้กับสำนวนไทยว่า กันไว้ดีกว่าแก้)

"ข้าหรือ? ข้าทำไม่ได้หรอก... ข้าจะไปรู้วิธีตรวจรักษาคนไข้ได้อย่างไรกัน?"

ฮุ่ยเหนียงรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน แม้นางจะพอรู้หลักการแพทย์อยู่บ้าง ทว่าก็เป็นเพียงการอ่านจากตำราแพทย์ และเคยเรียนรู้มาจากสามีผู้ล่วงลับที่เคยเป็นหมอมาก่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หามีความรู้ทางการแพทย์ที่เป็นระบบไม่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงประสบการณ์การรักษาคนไข้ การจะให้นางมาตรวจรักษาประจำร้านนั้นนับว่าฝืนใจนางเกินไปนัก ส่วนเรื่องที่โลกภายนอกเล่าลือกันว่านางเป็น 'หมอเทวดาหญิง' นั้น ก็เป็นเพียงเพราะเรื่องการปลูกฝีเพื่อป้องกันไข้ทรพิษระบาดเท่านั้น หาได้เกี่ยวอันใดกับวิชาแพทย์ของนางไม่

เสิ่นซีพยักหน้ารับ “หากท่านน้าไม่ยินยอม เช่นนั้นก็คงต้องจ้างคนมาเป็นหมอประจำร้านแล้วล่ะขอรับ เพียงแต่หากจ้างหมอชายมาเกรงว่าจะไม่สะดวกนัก หากได้หมอหญิงทั้งยังเป็นผู้มีฝีมือดี ก็คงประเสริฐที่สุดเลยขอรับ”

บนใบหน้าของเสิ่นซีปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงอยู่ เมื่อฮุ่ยเหนียงเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสัยขึ้นมา ก่อนจะแค่นยิ้มขื่น "หมอในใต้หล้านี้ ไม่เคยได้ยินว่ามีสตรีด้วย... หมอทุกคนล้วนเป็นบุรุษทั้งสิ้นมิใช่หรือ?"

เสิ่นซีตอบกลับ "ท่านน้า ท่านยังไม่ได้ติดประกาศออกไปเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ารับสมัครไม่ได้เล่าขอรับ?"

จบบทที่ ตอนที่ 141 ว่าจ้างท่านหมอหญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว