เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 118 ธุรกิจยาสมุนไพรสำเร็จรูป

ตอนที่ 118 ธุรกิจยาสมุนไพรสำเร็จรูป

ตอนที่ 118 ธุรกิจยาสมุนไพรสำเร็จรูป


จากคำบอกเล่าของฮุ่ยเหนียง เสิ่นซีก็พอจะจับใจความสำคัญได้บ้าง... ด้วยหนี้สินของร้านขายยาตระกูลหยางในปัจจุบัน คงต้องใช้เงินทุนอัดฉีดประมาณสองถึงสามร้อยตำลึง จึงจะสามารถพลิกฟื้นกลับมาได้

ความจริงแล้ว ด้วยทรัพย์สมบัติเดิมของตระกูลหยาง หากยอมขายที่ดินมรดกประจำตระกูลไป ก็พอจะประคับประคองให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ทว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่หยางหลิงเหอมีพี่น้องหลายคน เรื่องราวมากมายเขาจึงไม่อาจตัดสินใจได้เพียงลำพัง อย่างเช่นทรัพย์สินของตระกูล เขาก็ไม่อาจขายได้ตามอำเภอใจ

การเดินทางมาของสองสามีภรรยาตระกูลหยางในคราวนี้ จุดประสงค์หลักก็คือมาขอกู้ยืมเงิน หวังใช้ข้ออ้างที่ง่ายดายและได้ผลที่สุดนี้ เพื่อช่วยเหลือร้านขายยาของตระกูลหยางให้รอดพ้นจากวิกฤต ทว่านี่กลับไม่ใช่สิ่งที่ฮุ่ยเหนียงคาดหวังไว้ในใจ

"ให้ครอบครัวท่านอาเขยกู้ยืมเงินไม่ได้นะขอรับ หากพวกเขาผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ อย่างมากก็คงแค่คืนเงินต้นให้เรา ส่วนดอกเบี้ยพวกเราก็คงละอายใจเกินกว่าจะรับไว้ แต่หากพวกเขาข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปไม่ได้ เงินที่พวกเราให้ยืมไปก็ต้องสูญเปล่า... นั่นมันเงินตั้งสองสามร้อยตำลึงเชียวนะขอรับ ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย!" เสิ่นซีเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

สีหน้าของโจวซื่อดูไม่สู้ดีนัก "อย่างไรเสียก็เป็นครอบครัวเดียวกัน จะนิ่งดูดายเห็นคนตายแล้วไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร?"

เสิ่นซีลูบคาง แสร้งทำเป็นคาดเดาความลึกซึ้งได้ยาก "ในเมื่อร้านขายยาของท่านอาเขยกำลังประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทัน ซ้ำตลาดในตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก ต่อให้พวกเราให้เงินกู้ไป ก็เป็นเพียงถ้วยน้ำดับเกวียนฟืน ก็เหมือนกับเพิงน้ำชาที่บ้านไงขอรับ ครึ่งเป็นครึ่งตาย ต่อให้ถมเงินลงไปเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ สู้ให้พวกเราเป็นคนไปรับช่วงบริหารร้านขายยาเองเสียยังดีกว่า"

(เชิงอรรถผู้แปล: ถ้วยน้ำดับเกวียนฟืน (杯水车薪) ใช้น้ำถ้วยเดียวไปดับไฟที่ไหม้เกวียนฟืนทั้งคัน หมายถึงความช่วยเหลือเพียงน้อยนิด ไม่อาจแก้ไขปัญหาใหญ่โตได้)

"เสี่ยวหลาง มีอะไรก็รีบพูดมา อย่ามัวแต่อมพะนำ... ต่อให้พวกเรารับช่วงกิจการร้านขายยาของตระกูลหยางมา ทางฝั่งเมืองถิงโจวพวกเราก็ไม่มีเส้นสายอันใด คงจะบริหารให้ออกมาดีได้ยาก"

ฮุ่ยเหนียงปั้นหน้าขรึม ทว่ากลับใจแข็งกับเสิ่นซีไม่ลง ทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยสายตาแง่งอน ท่าทางกระเง้ากระงอดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ ทำให้เสิ่นซีรู้สึกเหมือนฮุ่ยเหนียงกำลังออดอ้อน ซึ่งเขาก็พึงพอใจยิ่งนัก

เสิ่นซีหัวเราะร่วน "หากยังคงบริหารร้านขายยาด้วยรูปแบบเดิมๆ ย่อมไปไม่รอดแน่ขอรับ คนไข้เจ็บป่วยก็ไปหาหมอ หมอสั่งยาแล้วคนไข้ก็มาจัดยาที่ร้าน หมอแค่ขยับปาก ก็กวาดเงินค่ารักษาของคนไข้ไปเสียกว่าครึ่ง ร้านขายยาย่อมไม่อาจทำกำไรได้มากนัก"

"แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า?"

ต่อให้ฮุ่ยเหนียงจะฉลาดหลักแหลมเพียงใด ยามนี้ก็ยังคิดตามไม่ทัน

"พวกเราก็ควรจะขายยาสมุนไพรสำเร็จรูปสิขอรับ ปรุงยาเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ แล้วก็ไปเสาะหาตำรับยาโบราณที่มีสรรพคุณโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อใช้รักษาโรคที่คนไข้กำลังเป็นอยู่โดยเฉพาะ เช่นนี้เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วย ขอเพียงไม่ใช่โรคประหลาดที่รักษายาก ก็แค่มาซื้อยาที่ร้านพวกเราก็พอแล้ว พวกเราไม่เพียงแต่ได้กำไรเพิ่มขึ้น ยังช่วยคนไข้ประหยัดค่ารักษาพยาบาลได้อีกด้วย"

เสิ่นซีเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารร้านขายยาของตนออกมา

เมื่อฮุ่ยเหนียงได้ฟังดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก "ปรุงยาสมุนไพรสำเร็จรูป... ตำรับยาที่หมอแต่ละคนสั่งล้วนไม่เหมือนกัน สภาพร่างกายและสาเหตุของโรคก็แตกต่างกันไป สมุนไพรที่เป็นตัวนำพายาก็ยิ่งแตกต่างกันไปไกล พวกเราจะไปสุ่มสี่สุ่มห้าปรุงยาส่งเดชจนทำให้คนไข้อาการทรุดลงได้อย่างไร?"

เสิ่นซียิ้มบางๆ อย่างไม่ใส่ใจ

ความจริงแล้วจุดเด่นที่สุดของการแพทย์แผนจีนในสมัยโบราณ ก็คือการใช้เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติบางอย่างมาช่วยในการบำบัดทางจิตใจของคนไข้ ทำให้คนไข้รู้สึกว่าได้ผลชะงัดนัก ทว่าความเป็นจริงแล้ว หลายครั้งหลายครา ตำรับยารักษาโรคหวัดธรรมดาๆ ก็สามารถแยกย่อยออกไปได้ถึงหลายสิบชนิด ตัวยาที่มีสรรพคุณในการรักษาจริงๆ มีเพียงหนึ่งหรือสองขนานเท่านั้น ส่วนที่เหลือล้วนเอามาตบตาผู้คน เพื่อแสดงให้เห็นถึง "วิชาแพทย์อันล้ำเลิศ" และวิธีการอันโดดเด่นไม่เหมือนใครของท่านหมอ หาใช่เป็นการรักษาเพื่อมุ่งเน้นการรักษาแต่อย่างใด

สำหรับเรื่องที่สภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกันนั้น บางครั้งก็เป็นเรื่องจริง ทว่าส่วนใหญ่แล้ว ขอเพียงจ่ายยาให้ตรงกับโรค ตราบใดที่คนไข้ไม่มีอาการแพ้หรือต่อต้านยา ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องไปเพิ่มหรือลดสมุนไพรชนิดใดเป็นพิเศษ เพียงแค่ปรับปริมาณยาตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น เป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก เป็นบุรุษหรือสตรี เป็นโรคเรื้อรังที่ดื้อยาหรือไม่ เป็นต้น

สาเหตุที่การแพทย์แผนตะวันตกในยุคหลังสามารถเข้ามาแทนที่การแพทย์แผนจีนได้ทีละน้อย ก็เป็นเพราะการ "จ่ายยาให้ตรงกับโรค" ที่มีความแม่นยำสูง ไม่มีสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้อย่าง "ตัวนำพายา" เข้ามาเกี่ยวข้อง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของคนไข้ได้มาก

อันที่จริงแล้ว ยาหลายชนิดที่แพทย์แผนตะวันตกใช้ โดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากยาสมุนไพรจีนมากนัก ส่วนประกอบหลักในการรักษาโรคก็แทบจะเหมือนกัน ขอเพียงเสิ่นซีนำมาจัดสรรให้ดี นำตำรับยามารวมเข้าด้วยกัน ก็สามารถทำให้ยาสมุนไพรจีนมีลักษณะใกล้เคียงกับยาตะวันตกได้ ทำให้คนไข้ที่มีอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นไข้หวัดหรือมีไข้ สามารถซื้อยาไปทานเองได้ ยกเว้นแต่จะเป็นโรคฉุกเฉิน โรคแทรกซ้อนรุนแรง หรือโรคประหลาดที่รักษายาก ถึงจะค่อยไปพบหมอ

เพียงแต่ว่าผู้คนยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ มาเป็นเวลานาน มักจะคิดไปเองว่าคนต่างกันต่อให้ป่วยเป็นโรคเดียวกัน ก็ต้องใช้ตำรับยาและตัวนำพายาที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อเจ็บป่วยจึงต้องไปหาหมอก่อนเสมอ ทำให้ขั้นตอนการตรวจรักษาและการจ่ายยาแยกออกจากกัน ชาวบ้านจึงต้องเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์มากมายนัก

สิ่งที่เสิ่นซีต้องการจะทำในยามนี้ก็คือ การทลายกรอบความคิดเดิมๆ เหล่านั้น ขอเพียงเขานำตำรับยาโบราณบางส่วนที่เขารู้ รวมถึงตำรับยาแผนตะวันตกสมัยใหม่ นำมาผ่านการผสมผสานและปรับปรุง ก็จะสามารถทำให้ร้านขายยาเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการไปได้

ในท้ายที่สุด เสิ่นซีจึงกล่าวอย่างหนักแน่นและจริงใจว่า "ท่านน้าซุน หากพวกเราอยากจะทำธุรกิจใหญ่ ก็ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กล้าปฏิรูปเปลี่ยนแปลง ข้าเชื่อมาตลอดว่าท่านน้าซุนคือคนที่ทำธุรกิจเก่งที่สุด... หากท่านน้าซุนยังคงลังเลใจ เช่นนั้นพวกเราก็อาจจะลองเริ่มต้นทำในอำเภอหนิงฮว่าดูก่อน เพื่อดูว่าปฏิกิริยาตอบรับจากตลาดเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ขอรับ?"

ต่อให้ฮุ่ยเหนียงจะมีความสามารถและความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทว่านางก็ยังคงมีความกังวลอยู่มากเกี่ยวกับการทำธุรกิจยาสมุนไพรสำเร็จรูป อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของคนไข้ การที่นางจะระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เสิ่นซีก็ย่อมเข้าใจได้

"ท่านน้าซุนไม่ต้องกังวลจนเกินไปหรอกขอรับ พวกเราลองทำยาสมุนไพรสำเร็จรูปสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ดูก่อน อย่างเช่นพวกยาแก้หวัดแก้ไอ คงไม่เกิดเรื่องราวใหญ่โตอันใดหรอกกระมัง?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮุ่ยเหนียงจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง

สำหรับชาวบ้านทั่วไป อาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่างไข้หวัดก็ไม่จำเป็นต้องไปหาหมออยู่แล้ว อันที่จริงยาสมุนไพรสำเร็จรูปก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีแบบอย่างในหมู่ชาวบ้านมาก่อน มีคนจำนวนไม่น้อยที่มาจัดยาโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคภัยไข้เจ็บเล็กๆ น้อยๆ หรือผู้ป่วยเรื้อรัง ปรากฏการณ์เช่นนี้พบเห็นได้ดาษดื่นจนชินตา

เดิมทีกำลังคุยเรื่องความร่วมมือกับตระกูลหยางเพื่อเปิดร้านขายยาในเมืองถิงโจว จู่ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องยาสมุนไพรสำเร็จรูป ชั่วขณะนั้นฮุ่ยเหนียงจึงยิ่งรู้สึกว้าวุ่นใจมากขึ้นไปอีก

เสิ่นซีไม่ได้บังคับให้ฮุ่ยเหนียงต้องตกลงในทันที อย่างไรเสียเดี๋ยวสองสามีภรรยาหยางหลิงเหอก็ต้องมาเจรจาเรื่องขอกู้เงินอีก ถึงตอนนั้นค่อยๆ ปรึกษาหารือรายละเอียดกันอีกทีก็ยังไม่สาย

ทว่าเมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนกลางคืน โจวซื่อกลับดุเสิ่นซีด้วยความไม่สบอารมณ์ "ไอ้เด็กทึ่ม ปกติท่านน้าซุนของเจ้าก็ดีกับเจ้ามาก หากเจ้ามีแผนการดีๆ ก็พูดออกมาได้ แต่หลายๆ เรื่องก็ต้องคิดให้รอบคอบด้วย รู้หรือไม่? ตั้งแต่ที่เจ้าพูดเรื่องยาสมุนไพรสำเร็จรูปในวันนี้ สีหน้าของท่านน้าซุนของเจ้าก็ดูไม่ดีไปเลย"

เสิ่นซีเอ่ยถามด้วยความงุนงง "หรือว่าท่านน้าซุนเคยมีเรื่องฝังใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนหรือขอรับ?"

โจวซื่อครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "ลืมไปว่าไอ้เด็กอย่างเจ้าคงจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง... เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ สาเหตุที่ท่านลุงเขยผู้ล่วงลับของเจ้ามาเปิดร้านขายยา ก็เป็นเพราะทางครอบครัวเขามีตำรับยาโบราณที่ตกทอดกันมาสำหรับรักษาโรคไข้จับสั่นโดยเฉพาะ ส่วนโรคไข้จับสั่นคืออะไรก็ยากจะอธิบายให้เจ้าฟังได้ เอาเป็นว่าตอนหลังยานั่นทำคนตายเข้า ก็เลยถูกฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน นับตั้งแต่นั้นมาท่านน้าซุนและท่านลุงเขยของเจ้าก็ต้องระหกระเหินไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างไร้ที่พึ่ง เจ้าคิดดูสิว่ามันน่าสงสารเพียงใด?"

รู้จักกับฮุ่ยเหนียงมาก็ตั้งนาน เสิ่นซีเพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เสิ่นซีมักจะคิดมาตลอดว่า สามีของฮุ่ยเหนียงทะเลาะกับคนในครอบครัว จึงดั้นด้นเดินทางมาทำการค้าถึงอำเภอหนิงฮว่า คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีอดีตเช่นนี้ซ่อนอยู่

เสิ่นซีส่ายหน้า "ต่อให้ตำรับยาจะดีเลิศเพียงใด ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกโรคประหลาดที่รักษายาก ยิ่งไม่อาจเหมารวมได้ ดังนั้นกับพวกโรคฉุกเฉินและโรคแทรกซ้อนรุนแรง พวกเราย่อมไม่ทำยาสมุนไพรสำเร็จรูปออกมารักษาแน่ขอรับ"

"ในเมื่อเจ้ารู้ว่าเรื่องราวมันร้ายแรงเพียงใด ก็อย่าไปเสนอความคิดสุ่มสี่สุ่มห้า ต่อไปห้ามเจ้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก รู้หรือไม่?"

เสิ่นซีแลบลิ้น ทว่าในใจกลับกำลังครุ่นคิดว่า ตำรับยาที่สืบทอดกันมาของตระกูลลู่นั้นเป็นตำรับยาเช่นไรกันแน่ หากพูดถึงยารักษาโรคไข้จับสั่นที่ได้ผลชะงัด เสิ่นซีรู้ดีว่าต้องเป็น "จินจีหน่าซวง" หรือก็คือยาควินินที่สกัดจากเปลือกต้นซิงโคนาในยุคหลัง ทว่าเนื่องจากสิ่งนี้ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในแผ่นดินจีน การจะหามาไว้ในครอบครองจึงมิใช่เรื่องง่าย ส่วนตำรับยาพื้นบ้านขนานอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป

(เชิงอรรถผู้แปล: ต้นซิงโคนา (Cinchona) เป็นไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ เปลือกของต้นไม้ชนิดนี้สามารถนำมาสกัดเป็นยา "ควินิน" (Quinine) หรือในภาษาจีนเรียกว่า จินจีหน่าซวง (金鸡纳霜) ซึ่งเป็นยารักษาโรคไข้จับสั่น (มาลาเรีย) ที่มีประสิทธิภาพสูง ทว่าในยุคโบราณถือเป็นของหายากและยังไม่มีในแผ่นดินจีน)

ทว่าเพื่อทำตามคำสั่งของโจวซื่อ เสิ่นซีจึงยังไม่เอ่ยถึงเรื่องการผลิตยาสมุนไพรสำเร็จรูปกับฮุ่ยเหนียงอีกเป็นการชั่วคราว

จบบทที่ ตอนที่ 118 ธุรกิจยาสมุนไพรสำเร็จรูป

คัดลอกลิงก์แล้ว