เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 สูบเป่าลม

ตอนที่ 14 สูบเป่าลม

ตอนที่ 14 สูบเป่าลม


ได้ยินหลินไต้เรียกเสิ่นซีว่าพี่ชาย เสิ่นหมิงจวินก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แม่หนูน้อยคนนี้แม้มองดูไร้เดียงสา ทว่ากลับสูงกว่าเสิ่นซีถึงหนึ่งกำปั้นกว่าๆ แต่ว่าเด็กผู้หญิงมักจะเจริญเติบโตเร็วกว่าเด็กผู้ชาย เขาจึงไม่ได้ใส่ใจจะซักไซ้ว่าเป็นมาอย่างไร พอดีกับที่ประตูข้างของลานบ้านถูกผลักเปิดจากด้านนอก ชายวัยกลางคนค่อนไปทางชรา รูปร่างผอมบาง ไว้หนวดเคราแพะปรากฏตัวขึ้น

ชายชราผู้นั้นเดินเข้ามาก็หรี่ตามองประเมินเสิ่นซีและหลินไต้แวบหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยกับเสิ่นหมิงจวินว่า "หลังคาโรงครัวที่ลานหลังบ้านกำลังปูมุงกระเบื้อง คนงานไม่พอ เจ้าไปช่วยลงแรงหน่อยสิ"

เสิ่นหมิงจวินเอ่ยอย่างนอบน้อม "พ่อบ้านหลิว ข้าจัดแจงทางนี้เรียบร้อยแล้วจะรีบตามไปขอรับ"

ชายชราพยักหน้ารับ กวาดตามองเสิ่นซีและหลินโต้อย่างพินิจพิเคราะห์อีกหนจึงหันหลังเดินจากไป

รอจนเงาของชายชราหายลับไปหลังประตูข้างที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้านของจวนนายท่าน เสิ่นหมิงจวินก็ลูบศีรษะเสิ่นซีพลางกำชับ "ไปบอกแม่เจ้าที่ห้องครัวนะ ว่าทางจวนใหญ่มีธุระ พ่อไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ หากพวกเจ้าหิวก็กินกันก่อนเลย ไม่ต้องรอ"

เสิ่นซีพยักหน้า "ท่านพ่อไปเถอะขอรับ"

เสิ่นหมิงจวินกลับเข้าไปในห้องหลัก จัดข้าวของเล็กน้อย ยัดห่อผ้าห่อหนึ่งเข้าไปในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ตั้งชิดกำแพงด้วยท่าทีระมัดระวังและจริงจังเป็นพิเศษ ภายในนั้นคงมีของมีค่าอันใดอยู่เป็นแน่

เสิ่นหมิงจวินเพิ่งคล้อยหลังไป เสิ่นซีที่แอบดูทุกการกระทำของท่านพ่อหมาดๆ อยู่ที่หน้าประตูก็คิดจะเข้าไปดูว่าเป็นสิ่งใด ทว่ากลับถูกหลินไต้ดึงตัวไว้

หลินไต้เอ่ยอย่างไม่พอใจว่า "พี่ชาย เจ้าจะรื้อดูส่งเดชไม่ได้นะ นั่นเป็นของท่านพ่อนะ"

เสิ่นซีมองเด็กหญิงตัวน้อยจอมร้ายลึก แล้วย้อนถาม "ในเมื่อเป็นของท่านพ่อ ก็คือของบ้านเรา ข้าแค่ดูไม่ได้จะเอาไปเสียหน่อย มีอันใดไม่เหมาะสมล่ะ?"

พูดจบเสิ่นซีก็ไม่สนใจนาง เปิดตู้ ดึงลิ้นชักหยิบห่อผ้าออกมาวางบนโต๊ะแล้วเปิดออก สิ่งแรกที่ประจักษ์แก่สายตาคือเสื้อผ้าเก่าๆ สองชุด แม้เนื้อผ้าจะหยาบและซักจนสีซีดจาง ทว่าก็สะอาดสะอ้านและไม่มีรอยปะชุน ภายในมีถุงหอมใบเล็กบรรจุเศษเงินก้อนอยู่จำนวนหนึ่ง

เสิ่นซีมาอยู่บนโลกใบนี้ได้ค่อนปี แทบไม่เคยเห็นหน้าตาของเงินก้อนเลย ปกติโจวซื่อใช้แต่เหรียญทองแดง (เหวิน) เขาคาดเดาว่าเศษเงินพวกนี้คงเป็นเงินที่ท่านพ่อประหยัดอดออมไว้

แม้เสิ่นหมิงจวินจะเป็นคนซื่อตรงหนักแน่น ทว่าก็ใช่ว่าจะหัวทึบคร่ำครึ เขารู้ดีว่านอกจากต้องนำค่าจ้างรายเดือนส่งมอบให้ฮูหยินเฒ่าแล้ว เศษเงินที่เจ้านายตบรางวัลให้ยามปกติก็ควรจะแอบซ่อนไว้ให้ลูกเมีย นี่แหละคือที่มาหลักของคลังสมบัติลับ ในมือของโจวซื่อ

เดิมทีเสิ่นซีคิดว่าการที่ตนเองและโจวซื่อจะรั้งอยู่ในตัวอำเภอนั้นไร้ซึ่งหลักแหล่งพึ่งพิง ทว่ายามนี้มีที่พักอาศัยแล้ว ประกอบกับมีเศษเงินก้อนเหล่านี้ คาดว่าคงไม่มีปัญหาใหญ่อันใดนัก

เสิ่นซีเก็บของกลับเข้าที่ทีละชิ้น ห่อผ้ากลับคืนอย่างระมัดระวัง นำไปเก็บไว้ในตู้ใหญ่แล้วดันลิ้นชักปิดกลับเข้าไป จากนั้นจึงหันมาเอ่ยกับหลินไต้ที่คอยจับตาดูเขาอยู่ด้านหลังตลอดเวลา "เห็นไหม ข้าเก็บของเข้าที่แล้ว แบบนี้คงไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกกระมัง?"

"อ้อ" หลินไต้ทำปากยื่นตอบรับคำหนึ่ง ท่าทางไม่ค่อยเห็นด้วยนัก

เสิ่นซีไม่กลัวว่านางจะนำเรื่องไปฟ้องร้องใส่ไฟ เด็กๆ ล้วนมีความอยากรู้อยากเห็น ต่อให้เขาเปิดดูของในห่อผ้า ขอเพียงไม่ได้หยิบฉวยสิ่งใดไป บิดามารดารู้เข้าก็คงไม่เอาความกับเขาหรอก

เมื่อเห็นท่าทางหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์ของหลินไต้ เสิ่นซีก็เอ่ยว่า "ไปกันเถอะ พวกเราไปที่ห้องครัวเพื่อบอกท่านแม่เรื่องที่ท่านพ่อไปทำงานที่จวนใหญ่ จากนั้นค่อยออกไปดูข้างนอกว่ามีอะไรสนุกๆ ให้เล่นบ้าง"

พอมาถึงห้องครัว โจวซื่อกำลังก่อไฟอยู่ เนื่องจากไม่มีเครื่องเป่าลม บนหน้าผากของนางจึงเปรอะเปื้อนเขม่าควันสีดำไปบ้าง เมื่อเห็นบุตรชายพาสะใภ้ตัวน้อยเข้ามา โจวซื่อก็ลุกขึ้นเช็ดเหงื่อบนใบหน้า พอสอบถามเรื่องราวได้ความกระจ่างแล้วจึงเอ่ยว่า "พวกเจ้าไปเล่นในลานบ้านเถอะ อย่าออกไปข้างนอกล่ะ แม่ทำกับข้าวอีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"

เสิ่นซีเอ่ยด้วยความปวดใจ "ท่านแม่ อย่าหักโหมนักสิขอรับ ให้ข้าช่วยก่อไฟดีหรือไม่ขอรับ?"

โจวซื่อปั้นหน้าขรึม "เจ้าเด็กโง่ อย่ามากวนเลย รีบออกไปเร็วเข้า"

เสิ่นซียังคิดจะดึงดันต่อ ทว่าหลินไต้กลับวิ่งเข้ามาดึงมือเขาไว้ "เชื่อฟังท่านแม่เถอะนะ พวกเราออกไปเล่นข้างนอกกันเถอะ"

เสิ่นซีขัดใจแม่สามีลูกสะใภ้คู่นี้ที่มีนิสัยถอดแบบกันมาเป็นสายเดียวกันไม่ได้ จึงทำได้เพียงเดินตามหลินไต้ออกมาที่ลานบ้านด้านนอก

ลานบ้านไม่ใหญ่นัก นอกจากเรือนหลักหนึ่งหลัง เรือนปีกสองหลัง และห้องครัวหนึ่งห้องแล้ว ก็ยังมีห้องเก็บของจุกจิกอีกห้องหนึ่ง ภายในมีแผ่นไม้และเครื่องมือช่างไม้จัดวางอยู่ ทว่าของเหล่านี้ล้วนปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ไม่รู้ว่าถูกทิ้งร้างมานานเท่าใดแล้ว

เสิ่นซีเห็นว่ามีของครบครันพร้อมสรรพ ในหัวก็พลันมีประกายความคิดสว่างวาบ "ไต้เอ๋อร์ เจ้าดูสิ ท่านแม่ทำกับข้าวเหนื่อยยากปานนั้น เจ้ายังจะร้องออกไปเล่นอีก นี่แสดงว่าเจ้ายังไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น... หากตอนนี้เจ้ามาช่วยลงแรงสักหน่อย ก็จะช่วยแบ่งเบาความเหนื่อยล้าของท่านแม่ได้ เจ้าจะยอมหรือไม่?"

แม้หลินไต้จะไม่เข้าใจว่าเสิ่นซีต้องการจะสื่อถึงสิ่งใด ทว่านางก็ยังพยักหน้ารับคำ "อื้มๆ ขอเพียงเป็นเรื่องดีต่อท่านแม่ ข้าจะฟังเจ้า"

เสิ่นซีเคยพลิกอ่านตำรางานช่างไม้มาไม่น้อย เขารู้ดีว่าประเทศของเขามีถุงหนังปั๊มลมสำหรับใช้ในการถลุงโลหะมาตั้งแต่ยุครณรัฐแล้ว และในช่วงต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ตู้ซือผู้ว่าการเมืองหนานหยางก็ได้ออกแบบและประดิษฐ์เครื่องเป่าลมพลังน้ำสำหรับงานหลอมโลหะ ทว่าสูบเป่าลมที่ใช้คู่กับเตาไฟในห้องครัวนั้น กลับเพิ่งปรากฏขึ้นในยุคกลางราชวงศ์ชิง และในยุคศตวรรษใหม่ก็ยังมีหมู่บ้านชนบทหลายแห่งที่ยังคงใช้งานมันอยู่

(เชิงอรรถผู้แปล ยุครณรัฐ / จ้านกั๋ว (战国): ยุคสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน (ประมาณ 475–221 ปีก่อนคริสตกาล) ที่แว่นแคว้นต่างๆ ทำสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ - สูบเป่าลม (风箱): หรือเตาพุก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้มือดึงชักเพื่อเป่าลมเร่งไฟในเตาให้ลุกโชน มักทำจากกล่องไม้และลูกสูบ)

เสิ่นซีค่อนข้างคุ้นเคยกับโครงสร้างของสูบเป่าลม ยามนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือวางอยู่ตรงหน้า เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะลองดูว่าจะสามารถประดิษฐ์มันขึ้นมาได้หรือไม่

ทว่าอย่างไรเสียเสิ่นซีก็เป็นเพียงเด็กน้อยอายุไม่ถึงเจ็ดขวบ เรี่ยวแรงยังมีน้อย การจะใช้เครื่องมือช่างไม้เหล่านั้นให้ถนัดมือจึงค่อนข้างยากลำบาก อีกทั้งเขาก็ไม่มีกระดาษและพู่กันสำหรับวาดแบบแปลน จึงทำได้เพียงอาศัยความทรงจำในหัวมาต่อยอดสร้างโครงร่างขึ้นมา

น่าเสียดายที่เวลานั้นกระชั้นชิดเกินไป รอจนเสิ่นซีหาแผ่นไม้มาได้สองสามแผ่นและกำลังขบคิดว่าจะลงมือทำอย่างไร โจวซื่อก็ออกมาที่ลานบ้านเพื่อเรียกเขากับหลินไต้ไปกินข้าวเสียแล้ว

เสิ่นซีส่ายหน้าด้วยความเสียดาย รวบรวมเครื่องมือที่พอจะจับถนัดมือมาเก็บไว้รวมกันด้านหนึ่ง การจะประดิษฐ์สูบเป่าลมให้เสร็จภายในเวลาอันสั้นคงเป็นไปไม่ได้ ทว่าตอนนี้เขามีเวลาถมเถไป สามารถค่อยๆ ทำไปได้

พอเข้าไปในห้อง เสิ่นซีเห็นข้าวสวยที่หุงสุกใหม่ๆ ประกอบกับผักกาดเขียวต้มที่เหยาะน้ำมันสกัดจากเมล็ดผักกาดลงไปเล็กน้อย ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเอื๊อก อาหารที่เรียบง่ายและหยาบกระด้างเช่นนี้ ในอีกหลายร้อยปีให้หลังแม้แต่นักบวชก็คงไม่ฉัน ทว่าสำหรับเขาในยามนี้ มันคืออาหารอันโอชะ

โจวซื่อยกกับข้าวขึ้นโต๊ะ เมื่อเห็นเสิ่นซีทำท่าจะจับตะเกียบ ก็เอ่ยดุว่า "พอเข้าเมืองมาก็ไร้กฎระเบียบเลยหรือ? พ่อเจ้ายังไม่กลับมา พวกเราต้องรอเขา... ครอบครัวต้องอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาถึงจะกินข้าวได้"

เสิ่นซีหดมือกลับ ปั้นหน้ามุ่ยพลางกล่าวว่า "ท่านแม่ เช่นนั้นข้ากับไต้เอ๋อร์ขอออกไปเล่นข้างนอกอีกประเดี๋ยวนะขอรับ"

โจวซื่อขมวดคิ้ว เอ่ยดุว่า "ล้างมือแล้วยังจะออกไปอีก ช่างทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจเอาเสียเลย ช่างเถอะ ไปเถอะ แต่อย่าเล่นจนเลอะเทอะล่ะ ประเดี๋ยวพ่อของเจ้ากลับมาพวกเราก็จะได้กินข้าวกัน"

กล่าวจบโจวซื่อก็กลับเข้าไปเก็บกวาดในห้องครัวต่อ แผนการเดิมคือนางตั้งใจจะอยู่ในเมืองเพียงสองสามวันแล้วค่อยกลับหมู่บ้านเถาฮวา ทว่าตอนนี้เมื่อมีที่พักพิงแล้ว ความคิดของนางก็เริ่มยืดหยุ่นและกว้างไกลขึ้น ลานบ้านที่เจ้านายของสามียกให้พักอาศัยนี้จะอยู่ได้กี่วันก็สุดรู้ ทว่าขอเพียงได้ย้ายเข้ามา โจวซื่อก็ถือเอาที่แห่งนี้ประดุจบ้านของตนเอง ว่างเมื่อใดเป็นต้องหยิบจับเก็บกวาดให้สะอาดสะอ้าน

เสิ่นซีมองดูแผ่นหลังของมารดา พลางทอดถอนใจแผ่วเบา "ท่านแม่ช่างเป็นภรรยาที่เพียบพร้อมเสียจริง!"

เดิมทีคิดว่าเสิ่นหมิงจวินไปช่วยมุงหลังคาคงใช้เวลาไม่นานนัก ทว่ากับข้าวบนโต๊ะจนเย็นชืดหมดแล้ว ก็ยังไร้วี่แววของเขา เสิ่นซีขลุกอยู่ในห้องเก็บของใช้เลื่อยตัดไม้ หยิบค้อนและตะปูมาตอกก๊อกแก๊กๆ ไม่นานเค้าโครงของสูบเป่าลมก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

นับว่าโชคดีไม่น้อย ภายในห้องเก็บของมีหีบไม้เก่าคร่ำคร่าใบหนึ่งที่มีรูปทรงคล้ายคลึงกับสูบเป่าลม เขาเพียงแค่ต้องปรับปรุงโครงสร้างภายในให้สมบูรณ์ แม้ตัวลูกสูบและลิ้นเปิดปิดจะยึดติดได้ยาก ทว่าอย่างไรเสียเขาก็มีกระบวนการความคิดและสติปัญญาของผู้ใหญ่ ซ้ำยังเคยประกอบสูบเป่าลมแบบราชวงศ์ชิงด้วยมือตนเองมาแล้ว จึงนับว่ามีความชำนาญอยู่พอตัว

กว่าเสิ่นซีจะประกอบสูบเป่าลมจนเสร็จ เวลาล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว เสิ่นหมิงจวินก็ยังไม่กลับมา

เสิ่นซีหอบหิ้วผลงานจากหยาดเหงื่อแรงงานของตนออกมาที่ลานบ้าน มือหนึ่งทดลองดึงคันชักของสูบเป่าลม อีกมือก็อังที่ช่องระบายเพื่อทดสอบดูว่ามีลมเป่าออกมาหรือไม่ เนื่องจากความแนบสนิทของรอยต่อยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก ลมจึงพอมีอยู่บ้างทว่าไม่แรงนัก แต่หากนำไปใช้กับเตาไฟ ก็ถือว่าดีกว่าการใช้ปากเป่าธรรมดาๆ อยู่มากโข

ในตอนแรกหลินไต้ยังคอยช่วยเป็นลูกมือให้เสิ่นซี ทว่าในตอนหลังนางรู้สึกว่าสิ่งที่เสิ่นซีกำลังทำดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเตาไฟเลย จึงได้แต่ยืนดูอยู่เฉยๆ

ครั้นถึงเวลาที่เสิ่นซีกำลังทดสอบประสิทธิภาพของสูบเป่าลม หลินไต้ก็ดึงตัวโจวซื่อออกมาที่ลานบ้านเสียแล้ว

"ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ พี่ชายกำลังทำสิ่งใดอยู่ก็ไม่รู้ ทำของหน้าตาประหลาดๆ ออกมาด้วย"

เสิ่นซีได้ยินเสียงหลินไต้ฟ้องจิ้วๆ มาแต่ไกล

โจวซื่อเอ่ยกำชับ "เขาอายุน้อยกว่าเจ้านะ ต้องเรียกเขาว่าน้องชายสิ" ทีแรกโจวซื่อก็ไม่ได้ใส่ใจอันใดนัก ทว่าพอออกมาถึงลานบ้าน เห็นบุตรชายกำลังถือค้อนเคาะๆ ตอกๆ ลงบนหีบไม้ ก็พานคิดไปว่าบุตรชายกำลังเล่นซุกซนทำข้าวของเสียหาย นางบันดาลโทสะขึ้นมาทันที คว้าไม้กวาดที่อยู่ข้างๆ หมายจะพุ่งเข้าไปฟาด ตัวยังไม่ทันถึง เสียงก็ลอยมาก่อนแล้ว:

"ไอ้เด็กทึ่มเอ๊ย ที่นี่เป็นเรือนที่เจ้านายให้ครอบครัวเรายืมพักอาศัยชั่วคราว ข้าวของในเรือนใช่สิ่งที่เจ้าจะไปจับต้องเล่นส่งเดชได้หรือ? คอยดูเถอะว่าแม่จะตีเจ้าให้ตายหรือไม่!"

เสิ่นซีรีบหยัดกายลุกขึ้น สับตีนแตกวิ่งหนีไปสองสามก้าว ถึงได้หันขวับกลับมาอธิบายว่า "ท่านแม่ ที่ลูกกำลังทำอยู่นี้คือสูบเป่าลมนะขอรับ ท่านแม่อย่าเพิ่งตีลูกโดยไม่ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุก่อนสิขอรับ"

โจวซื่อถือไม้กวาด ชี้ไปที่หีบไม้พลางหอบหายใจแฮกๆ เอ่ยถาม "เจ้าบอกว่าไอ้ของสิ่งนี้คืออันใดนะ?"

เสิ่นซีเดินกลับไปอุ้มสูบเป่าลมขึ้นมาจากพื้น ยื่นเข้าไปใกล้หน้าโจวซื่อพลางเอ่ยเอาความดีความชอบ "ข้าเห็นท่านแม่เป่าไฟที่หน้าเตาจนเขม่าควันเปรอะเปื้อนเต็มหน้าไปหมด ข้าก็เลยคิดว่าพอจะทำสูบเป่าลมมาช่วยเป่าลมแทนท่านแม่ได้หรือไม่ เช่นนี้เวลาท่านแม่ก่อไฟก็ไม่ต้องใช้ปากเป่าให้เหนื่อย ไฟก็ลุกโชนได้ ช่วยเบาแรงไปได้ตั้งเยอะเลยนะขอรับ"

แม้โจวซื่อจะยังคงอยากฟาดเสิ่นซีอยู่ ทว่าเมื่อคิดว่าบุตรชายมีความกตัญญูรู้คุณก็นับเป็นเรื่องดี ไม้กวาดที่ง้างขึ้นสูงจึงฟาดลงไปไม่ลง

"ไอ้เด็กทึ่ม ของที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังทำไม่เป็น เจ้าจะมามั่วสุ่มสี่สุ่มห้าทำอันใด? ยังไม่รีบนำของไปเก็บไว้ที่เดิมอีก... หากคนของจวนใหญ่มาเห็นเข้า จะเป็นเรื่องเอาได้นะ?"

เมื่อเสิ่นซีเห็นว่ามารดาหายโกรธแล้ว เขาก็วางสูบเป่าลมลง ยิ้มแฉ่งพลางกล่าว "ท่านแม่ยังไม่เคยลองใช้ จะรู้ได้อย่างไรเล่าว่ามันใช้ไม่ได้ผล? ลูกจะสาธิตให้ท่านแม่ดูนะขอรับ ท่านแม่ ท่านดูนะ เพียงแค่ดึงตรงนี้ ดึงเข้าดึงออกแบบนี้... ท่านดูตรงนี้สิ มีลมเป่าออกมาแล้วขอรับ"

เดิมทีโจวซื่อไม่เชื่อว่าบุตรชายตัวกะเปี๊ยกของตนจะทำเรื่องเป็นชิ้นเป็นอันอันใดได้ ทว่าเมื่อมองตามการสาธิตของเสิ่นซี ก็เห็นว่าพอเสิ่นซีดึงคันชัก รูที่เจาะไว้ด้านข้างก็มีลมเป่าออกมาจริงๆ เป่าเอาฝุ่นดินบนพื้นปลิวคลุ้งขึ้นมาไม่น้อยเลย

ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงพูดคุยดังมาจากทางประตูข้างของลานบ้าน ที่แท้ก็คือเสิ่นหมิงจวินที่ทำงานเสร็จและกลับมาแล้ว ผู้ที่กลับมาพร้อมกับเขาก็คือพ่อบ้านหลิวที่เพิ่งจะแวะมาเมื่อก่อนหน้านี้นั่นเอง ทั้งสองคนคุยกันไปพลางเดินเข้ามาในประตูไปพลาง ประจวบเหมาะกับที่เห็นเสิ่นซีกำลังง่วนอยู่กับสูบเป่าลมของเขาพอดี

เมื่อเสิ่นหมิงจวินเห็นลูกเมียล้วนอยู่กันพร้อมหน้าในลานบ้าน จึงรีบเอ่ยแนะนำ "พ่อบ้านหลิว นี่คือภรรยาของข้าขอรับ ส่วนนี่คือบุตรชายและสะใภ้เลี้ยงของเขา... วันข้างหน้าพวกเราคงต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่ คงต้องรบกวนให้ท่านช่วยดูแลด้วยนะขอรับ!"

พอโจวซื่อได้ยินคำว่า "พ่อบ้าน" ก็ตระหนักได้ทันทีว่าชายชราหน้าตาธรรมดาสามัญตรงหน้าผู้นี้ ก็คือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสามีนั่นเอง นางจึงรีบก้าวเข้าไปย่อกายคารวะทักทายอย่างนอบน้อม

พ่อบ้านหลิวเพียงส่งเสียง "อืม" ในลำคอและพยักหน้ารับถือเป็นการทักทายตอบ ทว่าสายตากลับตกลงบนสูบเป่าลมที่วางอยู่กลางลานบ้าน เขายืนจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยังไม่เข้าใจการทำงานของมัน จึงเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ "นี่คือสิ่งใดรึ?"

โจวซื่อตอบกลับด้วยความประหม่าตึงเครียด "เรียนพ่อบ้านหลิว บุตรชายของข้าน้อยยังเด็กไม่รู้ความ ประดิษฐ์ของสุ่มสี่สุ่มห้าออกมาน่ะเจ้าค่ะ เขาเรียกมันว่าสูบเป่าลม บอกว่าสามารถเป่าลมเข้าเตาไฟได้ ข้าน้อยจะให้เขารื้อทิ้งเดี๋ยวนี้เลย แล้วจะนำกลับไปเก็บในห้องนะเจ้าคะ"

สายตาของพ่อบ้านหลิวยังคงไม่ละไปจากสูบเป่าลม เขาโบกมือปฏิเสธ ย่อตัวลงนั่งยองๆ พิจารณาดูอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ถึงได้หันไปมองเสิ่นซี "ของสิ่งนี้ ใช้งานอย่างไรหรือ?"

เสิ่นซีรีบก้าวเข้าไปสาธิตให้ดู เมื่อเขาดึงคันชักไปมา บริเวณช่องระบายก็มีลมเป่าออกมาทันที

จบบทที่ ตอนที่ 14 สูบเป่าลม

คัดลอกลิงก์แล้ว