- หน้าแรก
- ดาบฟันวิญญาณสยบโลกนินจา
- บทที่ 7: สัญญาณขอความช่วยเหลือ
บทที่ 7: สัญญาณขอความช่วยเหลือ
บทที่ 7: สัญญาณขอความช่วยเหลือ
"พลุสัญญาณขอความช่วยเหลือ?" ยูริสะดุ้งเล็กน้อย "มังเงสึเหรอ?"
"เป็นพลุสัญญาณฉุกเฉินเฉพาะหน่วยของเราไม่ผิดแน่" ท่านโยรุขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางหันไปมองยูกิโกะ
ยูกิโกะเข้าใจความหมายทันที เธอเบิกเนตรสีแดงและมองไปยังทิศทางที่พลุสัญญาณระเบิดออก
จุดที่พลุระเบิดอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก ยังคงอยู่ในระยะการรับรู้ของเนตรสีแดงของเธอ
ทว่าเพียงแค่ปรายตามอง ใบหน้าสะสวยของยูกิโกะก็เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
"จะ... จักระน่ากลัวอะไรขนาดนี้!"
"ระดับจักระขนาดนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ..."
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยูกิโกะ "แม้แต่เจ็ดนักดาบนินจาก็ยังเทียบไม่ติด ความหนาแน่นของจักระนี้สูสีกับท่านมิซึคาเงะเลยด้วยซ้ำ!"
"อะไรนะ?!"
เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายบนหน้าผากของยูกิโกะ พลังของคนที่กำลังสู้กับมังเงสึอยู่ตอนนี้เหนือความคาดหมายของเธอไปมาก
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูระดับนี้ มังเงสึไม่มีทางรับมือไหวแน่!
"ดูเหมือนเขาจะเจอศัตรูตัวฉกาจเข้าให้แล้ว" ท่านโยรุพึมพำ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ยูริ ยูกิโกะ ยูมิ แผนเปลี่ยนแล้ว พวกเธอสามคนนำทีมของตัวเองมุ่งหน้าไปสมทบกับท่านยางุระที่เมืองสึยามะก่อน"
"แต่ท่านโยรุคะ..."
"ฟุ่บ!"
ก่อนที่ยูริและคนอื่นๆ จะทันได้พูดอะไร ร่างของท่านโยรุกก็อันตรธานหายไปด้วยวิชาก้าวพริบตาเสียแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น ยูริและคนอื่นๆ จึงได้แต่มองหน้ากัน
"โธ่เว้ย! ท่านโยรุต้องไปช่วยเจ้าโง่มังเงสึแน่ๆ!" ยูริสบถ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด "แค่ไปส่งข่าวกรองก็ยังทำพลาด ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย!"
แต่อันที่จริงยูริก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของมังเงสึ
การต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งพอๆ กับมิซึคาเงะ การหลบหนีย่อมเป็นไปไม่ได้ จุดจบเพียงอย่างเดียวคือการตายในสนามรบ
นินจาจากหมู่บ้านหมอกโลหิตไม่เคยเกรงกลัวความตาย แต่มังเงสึมีรายละเอียดการวางกำลังรบแนวหน้าของโคโนฮะที่ท่านโยรุเพิ่งสกัดมาได้อยู่กับตัว
ข้อมูลที่สามารถชี้ชะตาผลลัพธ์ของสงครามที่กำลังจะมาถึง เขาจำเป็นต้องนำมันกลับไปให้ได้ นั่นคือเหตุผลที่เขาจุดพลุสัญญาณขอความช่วยเหลือ
แต่ยูริไม่อยากใส่ใจกับเหตุผลวุ่นวายพวกนี้ ตอนนี้ท่านโยรุกำลังจะไปเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่เก่งกาจระดับมิซึคาเงะ หากมีใครต้องตกอยู่ในอันตราย คนคนนั้นก็คือท่านโยรุ!
"พวกเราควรจะไปช่วย... ไม่สิ ไม่ได้เด็ดขาด"
ยูริสูดหายใจลึก ข่มใจให้สงบลง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดพรรณนั้น ขืนพวกเธอตามไปก็รังแต่จะเกะกะเปล่าๆ ยูกิโกะเป็นนินจาสายสอดแนมและสนับสนุน ส่วนยูมิแม้จะพอมีฝีมือด้านคาถาผนึกอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดเธอก็เป็นแค่นินจาแพทย์ คนเดียวที่มีความสามารถในการต่อสู้ก็คือเธอเอง
แต่ถ้าเธอตามไป เธอจะช่วยอะไรท่านโยรุและมังเงสึได้มากแค่ไหนกัน?
เธอคงเป็นได้แค่ตัวถ่วงเท่านั้น!
ความคิดที่เยือกเย็นแล่นปะทะกันในหัวของริงโกะ อาเมะยูริ เพียงชั่วพริบตา เธอก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
"ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากเมืองสึยามะ ถ้าพวกเราเร่งความเร็วเต็มที่ สิบกว่านาทีก็ถึงแล้ว! เราจะไปที่เมืองสึยามะ สมทบกับท่านยางุระก่อน แล้วค่อยให้ท่านยางุระไปสนับสนุนท่านโยรุ!"
"ตกลง!"
ยูกิโกะและยูมิสบตากันพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างขึงขัง ทุกคนใช้วิชาชุนชินทันที ร่างของพวกเธอเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่
...ในอีกด้านหนึ่ง
ตามคำสั่งของท่านโยรุ มังเงสึที่กำลังเตรียมจะส่งมอบรายละเอียดการวางกำลังรบแนวหน้าของโคโนฮะให้แก่ยางุระ กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตขั้นร้ายแรงที่สุด
ขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองสึยามะ เสียงสวบสาบก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้ด้านหลังอย่างกะทันหัน
วินาทีต่อมา ฝูงแมลงนับไม่ถ้วนพุ่งตัวทะยานออกจากพุ่มไม้ราวกับพายุหมุน เข้าจู่โจมมังเงสึ!
"วิชาลับ: พายุแมลง!"
เสียงกระพือปีกของฝูงแมลงทำให้มังเงสึมีเวลาตอบสนองชั่วอึดใจ
ในจังหวะที่ฝูงแมลงพุ่งเข้าใส่ ร่างของมังเงสึก็แปรสภาพกลายเป็นแอ่งน้ำ หลบการโจมตีของฝูงแมลงไปได้อย่างฉิวเฉียด
ทว่าก่อนที่มังเงสึจะทันได้รวมร่างกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง น้ำเสียงเย็นชาก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้อีกระลอก พร้อมกับฝูงแมลงขนาดใหญ่ที่ทะลักทลายออกมาราวกับฝูงตั๊กแตน พุ่งตรงเข้าหามังเงสึ
"วิชาลับ: แมลงทำลายล้าง!"
"ตระกูลอาบุราเมะสินะ"
แววตาของมังเงสึฉายแววตึงเครียด
วิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำของตระกูลโฮซึกินั้นทรงพลังอย่างยิ่ง วิชาลับนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนร่างกายให้อยู่ในสถานะของเหลว และแทบจะต้านทานการโจมตีทางกายภาพได้โดยสมบูรณ์
จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของวิชานี้คือคาถาสายฟ้า ผลของความชาจากสายฟ้าจะขัดขวางไม่ให้ร่างกายกลายเป็นน้ำได้เต็มที่ แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับวิชาลับบางอย่างก็ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวไม่แพ้กัน
เห็นได้ชัดว่าคนตระกูลอาบุราเมะตรงหน้านี้คือตัวตนที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้มังเงสึอย่างถึงที่สุด
แมลงทำลายล้างของตระกูลอาบุราเมะสามารถกัดกินจักระของศัตรูได้จนหมดสิ้น
สัตว์ประหลาดดูดจักระพวกนี้ย่อมเป็นดาวข่มของวิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำอย่างแท้จริง เพราะหากไร้ซึ่งจักระ วิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำก็ย่อมหมดฤทธิ์ไปด้วย
ถึงกระนั้น มังเงสึก็ไม่ใช่เป้านิ่งที่จะยอมให้โจมตีอยู่ฝ่ายเดียว
ในจังหวะที่ฝูงแมลงทำลายล้างจำนวนมหาศาลถาโถมเข้ามา เขาก็กำหมัดแน่น ทันใดนั้นท่อนแขนทั้งหมดก็ขยายใหญ่ขึ้น พริบตาเดียวร่างของเขาก็กระโจนขึ้นสูงกลางอากาศ พร้อมกับปลดปล่อยหมัดอันทรงพลังออกไป!
"แขนวารีพิฆาต: หมัดปืนน้ำ!"
ในชั่วพริบตา มวลน้ำมหาศาลก็ปะทุพุ่งออกจากหมัดของมังเงสึราวกับกระสุนปืนใหญ่ อัดกระแทกเข้าใส่ฝูงแมลงอย่างจัง
ฝูงแมลงหลบไม่ทันและถูกหมัดปืนน้ำบดขยี้จนแหลกสลายไปในทันที
ทว่าวินาทีต่อมา มังเงสึกลับพบว่าร่างกายของตนถูกมัดไว้ด้วยพลังงานลึกลับบางอย่างจนขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
โดยไม่รู้ตัว เงาสีดำสายหนึ่งได้ทอดยาวจากปลายเท้าของมังเงสึ ตรงเข้าไปยังพุ่มไม้
และพร้อมกับการเชื่อมต่อของเงาสีดำ ร่างหลายร่างก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากดงไม้
พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้น
"วิชาเลียนแบบเงา"
"สำเร็จ!"
"นี่มัน... วิชาเลียนแบบเงาของตระกูลนาราแห่งโคโนฮะงั้นเหรอ?!"
เมื่อเงาสีดำเชื่อมต่อกัน ร่างกายของมังเงสึก็เริ่มขยับเขยื้อนไปตามการควบคุมอย่างไม่อาจขัดขืนได้ และจากพุ่มไม้เบื้องหน้า ร่างหลายร่างก็ทยอยปรากฏตัวออกมา
เมื่อมองดูบุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานตรงกับเป้าหมายในบัญชีดำของหน่วยลอบสังหารแห่งคิริแทบทุกกระเบียดนิ้ว หัวใจของมังเงสึก็ค่อยๆ ดิ่งวูบ
"อาบุราเมะ ชิบิ จากตระกูลอาบุราเมะ นารา ชิกาคุ จากตระกูลนารา ยามานากะ อิโนะอิจิ จากตระกูลยามานากะ แล้วก็รูปร่างกำยำแบบนี้... อาคิมิจิ โจซะ จากตระกูลอาคิมิจิ"
"ทีมอิโนะ-ชิกะ-โจ แห่งยุคของโคโนฮะมากันครบทีม แถมคนอื่นๆ ก็ยังเป็นยอดฝีมือระดับโจนินทั้งนั้น..."
สายตาของโฮซึกิ มังเงสึกวาดมองใบหน้าของคนเหล่านี้ทีละคน ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างผมขาวฟูฟ่องซึ่งปรากฏตัวขึ้นเป็นคนสุดท้าย
ความหวังในใจที่เคยแขวนอยู่บนเส้นด้าย บัดนี้มอดดับลงอย่างสมบูรณ์
"สามนินจาในตำนาน อสูรคลั่ง จิไรยะ..."
มังเงสึไม่เคยคาดคิดเลยว่า แค่การมาส่งข่าวกรองจะทำให้เขาต้องมาเผชิญหน้ากับโจนินแห่งโคโนฮะที่เพิ่งถอนตัวจากสมรภูมิอิวะงาคุเระเพื่อมาสนับสนุนสมรภูมิคิริงาคุเระได้
ดวงแบบนี้ เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันโชคดีเกินไปหรือโชคร้ายสุดๆ กันแน่
"การแต่งกายแบบนี้น่าจะเป็นหน่วยลอบสังหารของคิริงาคุเระ การที่กล้าล้ำเส้นแนวหน้าเข้ามาลึกขนาดนี้ ดูท่าฝั่งคิริคงมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แน่ๆ"
สายตาของจิไรยะหยุดมองโฮซึกิ มังเงสึเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองยามานากะ อิโนะอิจิที่อยู่ข้างๆ "อิโนะอิจิ เจ้านี่เป็นหน้าที่นาย"
"อืม"
ยามานากะ อิโนะอิจิพยักหน้าและก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้ามังเงสึ
"วิชานินจา! คาถาอ่านใจ!"
ทว่าแทบจะในพริบตาที่ยามานากะ อิโนะอิจิใช้วิชาอ่านใจ ร่างของมังเงสึก็พลันแปรสภาพกลายเป็นแอ่งน้ำใสแตกกระจาย สะบัดหลุดจากการพันธนาการของวิชาเลียนแบบเงาไปได้อย่างฝืนธรรมชาติ
หยดน้ำที่แตกกระจายรวมตัวกันใหม่ในพริบตา ของเหลวพุ่งทะลวงออกจากมือของมังเงสึราวกับกระสุนปืน อัดกระแทกเข้าใส่ศีรษะของยามานากะ อิโนะอิจิเต็มแรง!
"ระวัง!"
"คาถาเส้นผมสิงโตบ้าคลั่ง!"
ในจังหวะที่กระสุนน้ำกำลังจะเจาะทะลุกะโหลกของยามานากะ อิโนะอิจิ กลุ่มผมยาวสีขาวมวลมหึมาก็พุ่งเข้าจู่โจม ตวัดรัดเอวของเขาแล้วดึงกระชากกลับไปด้านหลังอย่างแรง
กระสุนของเหลวพุ่งเฉียดหนังศีรษะของอิโนะอิจิไปเพียงฉิวเฉียด ก่อนจะกระแทกเข้ากับโคนต้นไม้ด้านหลังจนแหลกละเอียดอย่างง่ายดาย
เมื่อการโจมตีพลาดเป้า มังเงสึก็เดาะลิ้นขัดใจ เตรียมจะหลบหนี แต่กลับพบว่าไม่มีทางให้หนีอีกแล้ว
ทันทีที่เขาขยับตัว พื้นที่ว่างโดยรอบก็ถูกเหล่าโจนินของโคโนฮะปิดตายไว้หมดแล้ว
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีวิชาเทพอัสนีอย่างประกายแสงสีทองแห่งโคโนฮะ หรือวิชาก้าวพริบตาอย่างท่านโยรุ เขาก็ไม่มีทางเล็ดลอดวงล้อมนี้ไปได้เลย
"เกือบไปแล้วเชียว!"
ยามานากะ อิโนะอิจิผู้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด มองดูโคนต้นไม้ที่ถูกเจาะทะลุจนแหลกเป็นผุยผงด้วยสายตาเคร่งเครียดสุดขีด
"คาถาปืนน้ำ แล้วก็วิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำ... จิไรยะ เจ้านี่มันคนของตระกูลโฮซึกิ!"
"อา ดูท่าเราจะตกได้ปลาตัวเบ้งเข้าให้แล้วสิ"
สีหน้าของจิไรยะเปลี่ยนเป็นจริงจัง
ตระกูลโฮซึกิมีฐานะพิเศษอย่างยิ่งในคิริงาคุเระ เฉกเช่นเดียวกับตระกูลเซ็นจูของโคโนฮะ พวกเขาคือแกนหลักอันแข็งแกร่งของหมู่บ้านคิริอย่างแท้จริง
แม้ว่าปัจจุบันหมู่บ้านคิริงาคุเระจะปกครองด้วยระบบหมอกโลหิตอันโหดเหี้ยม แต่ตระกูลโฮซึกิก็ยังคงเป็นผู้กุมอำนาจระดับสูงของหมู่บ้านแห่งนี้อย่างเบ็ดเสร็จ สมาชิกตระกูลโฮซึกิทุกคนล้วนดำรงตำแหน่งสำคัญหรือมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่ง
ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่คนของตระกูลโฮซึกิมาปรากฏตัวอยู่ลึกเข้ามาในแคว้นไฟ ทำให้จิไรยะต้องรับมืออย่างจริงจัง
"คาถาน้ำ..."
"ปัง!"
พริบตาที่มังเงสึรีดเร้นจักระ จิไรยะก็อันตรธานหายไปในทันที
สิ้นเสียงกัมปนาท ครึ่งท่อนบนของโฮซึกิ มังเงสึก็ถูกอัดกระแทกจนแตกกระจายเป็นสายน้ำ
ละอองน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
จิไรยะบิดตัวส่งแรง ก่อนจะสับศอกกระแทกเข้าที่ไหล่ของโฮซึกิ มังเงสึอย่างดุดัน
"กร๊อบ!"
เสียงกระดูกหักลั่น
"เป็นไปได้ยังไง?!"
เพียงแค่การปะทะครั้งเดียว โฮซึกิ มังเงสึก็รู้สึกได้ว่าซีกขวาทั้งแถบของเขาไร้ความรู้สึกไปโดยสิ้นเชิง ร่างของเขาปลิวละลิ่วกระเด็นถอยหลังราวกับถูกยิงด้วยปืนใหญ่จากแรงมหาศาล กระแทกเข้ากับตอไม้อย่างจังจนกระอักเลือดออกมา
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านจากแผ่นหลังและซีกขวา ทว่าสิ่งที่ทำให้โฮซึกิ มังเงสึตื่นตระหนกยิ่งกว่า คือวิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำของเขากลับใช้ไม่ได้ผลอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าจะเป็นแมลงพวกนั้น...
โฮซึกิ มังเงสึเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และก็เห็นจริงๆ ว่ามีชั้นบางๆ ของฝูงแมลงทำลายล้างเกาะติดอยู่บนท่อนแขนของจิไรยะ
ด้วยการดูดซับจักระพื้นผิวของแมลงทำลายล้าง มันจึงสกัดกั้นวิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำของเขาได้อย่างชะงัด...
เพียงแค่การปะทะกันครั้งเดียว วิชาเปลี่ยนร่างเป็นน้ำของเขาก็ถูกทำลาย นี่หรือคือความแข็งแกร่งของทีมโจนินโคโนฮะและสามนินจาในตำนาน?!
"ดูเหมือนนี่คงจะเป็นจุดจบแล้วสินะ..."
"ไม่สิ ข้อมูลในหัวของฉัน แล้วก็คัมภีร์ที่ท่านโยรุให้มา..."
ฉันยังตายไม่ได้ ต่อให้เอาคัมภีร์กลับไปไม่ได้ แต่ฉันจะมาตายต่อหน้าคนตระกูลยามานากะไม่ได้เด็ดขาด!
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลที่ไอ้พวกนี้โผล่มาที่สมรภูมิคิริจะต้องถูกส่งออกไปให้ได้!
โฮซึกิ มังเงสึสูดหายใจลึก ฝืนสังขารหยัดกายลุกขึ้นยืน
ขณะที่แก้มของเขาพองลม มือซ้ายก็กระชากเชือกเส้นบางบนเสื้อกั๊ก และพลุสัญญาณก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ยังคิดจะดิ้นรนอยู่อีกงั้นรึ?"
ร่างของจิไรยะปรากฏขึ้นตรงหน้ามังเงสึในชั่วพริบตา ทว่าในวินาทีนั้นเอง เกลียวคลื่นน้ำก็พลันก่อตัวขึ้นรอบกายนังเงสึ ห่อหุ้มร่างของเขาไว้จนมิด