- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 24 เผยคมมีด
ตอนที่ 24 เผยคมมีด
ตอนที่ 24 เผยคมมีด
ตอนที่ 24 เผยคมมีด
ท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันสีเหลืองหม่น มีดทำครัวในมือของป้าสะใภ้รองร่วงลงพื้นดัง "เคร้ง"
นางแข้งขาอ่อนแรง แผ่นหลังพิงแนบไปกับกำแพงดินแล้วค่อย ๆ ทรุดฮวบลงไป
ส่วนลุงรองยิ่งแล้วใหญ่ เขามุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มสั่นเทาราวกับลูกนก เหงื่อเย็นชุ่มโชกไปทั้งเสื้อตัวใน
ก๊อก— ก๊อก—
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงนั้นราวกับเสียงจากภูตผี ทุกจังหวะที่เคาะเปรียบเสมือนการทุบลงบนหัวใจของเขา
"ขะ... ข้างนอกนั่น ผู้กล้าจากสำนักไหนกัน ? " ลุงรองเค้นเสียงถามออกไปอย่างลำบาก น้ำเสียงสั่นเครือจนเสียโทน
เสียงเคาะประตูหยุดลงทันที
เนิ่นนานผ่านไป ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
"มัน... มันไปแล้วรึ ? " ลุงรองมองเมียตัวเองพลางหอบหายใจถี่ "เจ้าลองไปแอบดูที่รอยแตกของประตูหน่อยสิ"
ภายนอกประตูเงียบสงัดจนน่ากลัว
ป้าสะใภ้รองรวบรวมความกล้าคลานไปที่ประตู หรี่ตามองผ่านรอยแยกออกไป
แสงจันทร์สีขาวโพลนอาบไปทั่วลานบ้าน กลับไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งใดแม้แต่เงา
"เฮ้อ... ดูท่ามันจะไปแล้วจริง ๆ "
นางเพิ่งจะโล่งใจ ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียง "แคร่ก ! " บานหน้าต่างถูกพังออก !
"อ๊าก ! " ลุงรองร้องลั่น เห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาประดุจแมวป่า คมมีดเย็นเยียบจ่อเข้าที่ลำคอของเขาในทันที
"ถ้ากล้าส่งเสียง ข้าจะส่งไปพบยมบาลเดี๋ยวนี้" เสียงของเงาดำนั้นเย็นยะเยือกราวกับแช่ในน้ำแข็ง ชวนให้ใจสั่นสะท้าน
พอได้ยินว่าเป็นเสียงคน ลุงรองกลับรู้สึกโล่งใจและรีบหุบปากสนิท
ขอเพียงไม่ใช่หมาป่า หมี หรือเสือที่บุกเข้ามาก็พอ
คน... ยังไงก็ยังดีกว่าพวกสัตว์เดรัจฉาน !
"ท่าน... ท่านคือผู้กล้าจากเขาหูโถวใช่หรือไม่ ? " ลุงรองกลืนน้ำลายเอ่ยถาม "บ้านที่ซอมซ่อของข้าไม่มีของมีค่าอะไรเลย เหลือเพียงเนื้อแห้งกับเหล้าขุ่น หากท่านไม่รังเกียจก็เชิญ..."
ที่เขาหูโถวซึ่งห่างออกไปสามสิบลี้มีกลุ่มโจรซ่องสุมอยู่ มักจะลงจากเขามาปล้นสะดมและกรรโชกทรัพย์ชาวบ้านเป็นครั้งคราว
"เปิดประตู" เงาดำสั่งเสียงสั้น
ป้าสะใภ้รองตัวสั่นงันงกคลายสลักประตู ทันใดนั้นชายร่างกำยำอีกคนก็ก้าวเข้ามา
"มีแค่เหล้ากับเนื้อรึ ? " ชายร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาถามเสียงเข้มดั่งกลองรัว
"หากทั้งสองท่านไม่พอใจ ห้องข้าง ๆ ยังมีข้าวสารอีกไม่กี่กระสอบที่เตรียมไว้ส่งส่วยหลวง ท่านเชิญขนไปได้เลย แต่อย่าได้ฆ่าแกงพวกเราเลยนะ" ลุงรองอ้อนวอนอย่างต่ำต้อย "พวกเราสองสามีภรรยาเป็นเพียงชาวนาผู้ซื่อสัตย์ ไม่เคยทำเรื่องชั่วช้าสามานย์เลยจริง ๆ "
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว ! " ป้าสะใภ้รองพยักหน้าสำทับ "พวกเราเป็นคนดีนะ ! "
โจรทั้งสองนิ่งเฉย มีเพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้น
ชายร่างสูงใหญ่เดินไปจุดตะเกียงให้สว่างขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าของทั้งสองอย่างชัดเจน
"เจ้า... เจียงหู่ ? " ลุงรองเบิกตาโพลงจ้องมอง 'โจร' ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เขารู้อยู่แล้วว่าเจียงหู่ทำงานให้ กองคาราวานอาชาเหล็ก ในเมือง แต่ไม่คิดว่าจะผันตัวมาทำอาชีพโจรปล้นบ้านแบบนี้ด้วย !
ทันใดนั้น ลุงรองก็ฉุกใจคิดอะไรบางอย่างได้จนเลือดในกายแทบจะแข็งตัว เขาค่อย ๆ หันไปสบตากับดวงตาดำมืดของคนที่อยู่ด้านหลัง
"ท่านลุงรอง" เสียงของหลี่มูเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจ "ข้ายังไม่ตาย ท่านคงผิดหวังมากสินะ ? "
คมมีดถูกกดลึกเข้าไปอีกครึ่งนิ้ว เลือดสายหนึ่งไหลซึมลงมาตามลำคอของลุงรอง
"หลี่... หลี่มู เป็นเจ้าเองรึ ? ! เจ้าทำเอาลุงตกใจแทบแย่ นึกว่าเจอพวกโจรป่าเข้าให้แล้ว ! " ลุงรองเปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว เขายิ้มประจบพลางยื่นมือหมายจะผลักมีดพร้าที่จ่อคอออก "จะเล่นกันก็ไม่ควรเล่นรุนแรงแบบนี้ รีบเอาออกเถอะ มันน่ากลัวนะ"
ลุงรองออกแรงผลัก แต่กลับพบว่าท่อนแขนของหลี่มูแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า ต่อให้เขาออกแรงแค่ไหนก็ไม่อาจขยับมันได้แม้แต่นิดเดียว
คมมีดกลับยิ่งกดลงแน่นกว่าเดิม บาดลึกจนเลือดไหลรินออกมา
"ท่านลุงรอง มาถึงป่านนี้แล้วยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ ข้านับถือความหน้าหนาของท่านจริง ๆ " หลี่มูเอ่ยเสียงเข้ม "ข้าไม่ตายในป่าต้าหลง ท่านคงประหลาดใจและผิดหวังมากสินะ ? "
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันที
ป้าสะใภ้รองหน้าเสียด้วยความหวาดกลัว นางเริ่มเดาได้แล้วว่าหลี่มูมาที่นี่ทำไม นางเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะร้องเรียกคนให้ช่วย แต่เจียงหู่มือไวคว้าเศษผ้าอุดปากนางไว้แล้วกดนางลงกับโต๊ะทันที
นางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ไร้ผล
"หลี่มู ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดเรื่องอะไร ระหว่างพวกเราต้องมีความเข้าใจผิดแน่ ๆ " ลุงรองเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก พยายามแก้ตัว "ตอนหัวค่ำไฉ่เวยมาหาข้าจริง ๆ ให้ข้าไปช่วยตามหาเจ้า แต่ข้าไม่ได้อยากจะปฏิเสธนะ ข้าแค่เดินเหินลำบาก..."
พลั่ก !
หลี่มูซัดหมัดหนัก ๆ เข้าที่ปากของลุงรองจนเลือดกบปาก
ฟันกรามสองซี่กระเด็นออกมาพร้อมกับเลือดปนน้ำลายร่วงลงบนฟูกนอน
"พี่น้องสกุลจ้าวสารภาพหมดแล้ว" เสียงของหลี่มูเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ฆ่าข้าตายแล้วแบ่งที่นาสามหมู่กันคนละครึ่ง ! ท่านลุงรองนี่ช่างวางแผนได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ "
ลุงรองรูม่านตาหดเกร็ง
เขาเคยมีความหวังว่าหลี่มูอาจจะไม่รู้เรื่อง แต่ทันทีที่ชื่อ "พี่น้องสกุลจ้าว" หลุดออกมา เขาก็รู้ทันทีว่าคำแก้ตัวทั้งหลายนั้นไร้ประโยชน์แล้ว
"หลี่มู ข้าไม่รู้จักพี่น้องสกุลจ้าวอะไรนั่น ไม่เคยเจอหน้าพวกมันเลย" เขาหอบหายใจถี่ด้วยความกลัวจนตัวสั่นสะท้าน "พวกเราเป็นญาติกันนะ เจ้าจะเชื่อคำพูดคนนอกมากกว่าญาติพี่น้องตัวเองเชียวรึ ? "
"อีกอย่าง เจ้ามีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าข้าเป็นคนสั่ง ? ต่อให้ไปถึงที่ศาลาว่าการก็ตัดสินความข้าไม่ได้หรอก ! "
ลุงรองพยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปนออกมา ราวกับว่าเขาถูกใส่ร้ายป้ายสีอย่างไม่เป็นธรรม
หลี่มูยังคงนิ่งเฉย จ้องมองคำโกหกนั้นด้วยสายตาเย็นชา
"ข้าไม่มีหลักฐานหรอก" เขาเอ่ยช้า ๆ "แต่ใครบอกท่านว่าข้าจะส่งท่านไปให้ทางการตัดสินกันล่ะ ? "
การตัดสินโทษอาจต้องใช้พยานหลักฐาน แต่การล้างแค้น... ใช้เพียงแค่มีดเล่มเดียวก็พอแล้ว !
เมื่อได้ยินความหมายในคำพูดของหลี่มู กำแพงใจของลุงรองก็พังทลายลงทันที เขาเบิกตาโพลงถามอย่างไม่อยากเชื่อ "หลี่มู... เจ้าคงไม่ได้คิดจะฆ่าข้าจริง ๆ ใช่ไหม ? "
"ข้าเป็นผู้ใหญ่ของเจ้านะ หากเจ้าฆ่าข้า เจ้าต้องโดนฟ้าผ่า ! หากทางการสืบรู้ เจ้าก็ต้องโทษประหาร ! "
หลี่มูแสยะยิ้มอำมหิต "ใครบอกว่าข้าฆ่าคนล่ะ ? "
"คืนนี้ข้าอยู่ในป่าต้าหลงทั้งคืน ไม่ได้กลับหมู่บ้านซวงซีเลยสักนิด... ชาวบ้านกว่าครึ่งหมู่บ้านเป็นพยานให้ข้าได้"
ตะเกียงน้ำมันปะทุส่งเสียง "เปรี๊ยะ" แสงไฟวูบวาบทำให้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของหลี่มูดูมืดมิด
จู่ ๆ ลุงรองก็เข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้น จนปัสสาวะราดกางเกงเปียกชุ่มไปหมด
เขาเพิ่งจะเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ตอนหัวค่ำที่หลี่ไฉ่เวยเที่ยวไปอ้อนวอนคนให้ช่วยตามหาพี่ชายในป่า ความจริงแล้วนั่นคือการสร้าง "หลักฐานที่อยู่" เพื่อยืนยันว่าหลี่มูไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนั่นเอง !
ตอนนั้นเขายังขำที่เห็นหลี่ไฉ่เวยโดนชาวบ้านดูแคลนอย่างสนุกปาก
ตอนนี้คิดดูแล้ว... ตัวเขาเองต่างหากที่เป็นเรื่องตลกที่ใหญ่ที่สุด !