- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 18 พรานป่าหมู่บ้านจ้าว
ตอนที่ 18 พรานป่าหมู่บ้านจ้าว
ตอนที่ 18 พรานป่าหมู่บ้านจ้าว
ตอนที่ 18 พรานป่าหมู่บ้านจ้าว
การเข้าป่าครั้งนี้ เดิมทีหลี่มูตั้งใจมาเพื่อหาเขากวางอ่อนตามที่เฉินเฮ้อซงเคยเอ่ยถึง ไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะเข้าป่ามาก็ได้พบร่องรอยของกวางซีกาเข้าให้แล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่าดวงของตัวเองช่างดีสุดยอดจริง ๆ
ทว่า การพบร่องรอยเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น
อาณาเขตหากินของกวางซีกานั้นกว้างขวางมาก ประกอบกับช่วงหลายวันมานี้อากาศแจ่มใส ดินในป่าต้าหลงจึงเริ่มแห้งแล้ง เมื่อมองไปเบื้องหน้า พื้นดินไม่ได้เป็นโคลนเลนอีกต่อไป รอยเท้าก็ค่อย ๆ เลือนรางจนมองไม่ชัด
"ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูผสมพันธุ์ของกวางซีกา พวกมันส่วนใหญ่กำลังติดสัด" สมองของหลี่มูประมวลผลอย่างรวดเร็ว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่เปลืองแรงตามรอย แต่จะเลียนเสียงกวางตัวเมียเพื่อหลอกล่อให้กวางตัวผู้เดินเข้ามาหาเอง
เขารีบหาเปลือกไม้มาม้วนเป็นรูปกรวยเพื่อทำเป็นโทรโข่งขยายเสียง ทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับเสียงร้องของกวางในหัว บีบเสียงในลำคอแล้วเปล่งเสียงร้องที่ยาวและนุ่มนวลออกไป "โยว... อา..."
เนื่องจากก่อนที่จะทะลุมิติมา หลี่มูเคยเป็นทหารหน่วยรบพิเศษที่ต้องปฏิบัติภารกิจในป่าเขาอยู่บ่อยครั้ง การเลียนเสียงนกหรือสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับเขาเลย
เสียงร้องของเขาเมื่อผ่านกรวยขยายเสียง ก็ดังกังวานสะท้อนก้องไปทั่วทั้งผืนป่าอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า จนคอของหลี่มูแทบจะแห้งผากเป็นผุยผง ในตอนที่เขาเกือบจะถอดใจนั่นเอง จู่ ๆ ในพุ่มไม้ห่างออกไปสิบกว่าจ้าง ก็มีเสียงสวบสาบดังขึ้น ท่ามกลางใบไม้ที่สั่นไหว หัวของสัตว์ตัวหนึ่งก็ชะโงกผลุบ ๆ โผล่ ๆ ออกมา
กวาง !
เป็นกวางตัวผู้ที่เพิ่งจะโตเต็มวัยได้ไม่นาน !
หลี่มูข่มความตื่นเต้นในใจ ย่อตัวหมอบอยู่หลังโขดหินใหญ่ ลอบสังเกตเหยื่อผ่านซอกหินอย่างละเอียด
กวางตัวนี้มีความสูงช่วงไหล่ราว ๆ 90 เซนติเมตร ลำตัวยาวไม่ถึงเมตรครึ่ง รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ บนขนสีน้ำตาลมีจุดสีขาวแต้มประดับอยู่ประปราย
บนหน้าผากของมันมีเขาอ่อนโค้งงอเพิ่งงอกยาวราว ๆ สิบกว่าเซนติเมตร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการนำไปทำยา เขากวางอ่อนมีราคาแพงลิ่ว ด้านหนึ่งเป็นเพราะกวางซีกามีนิสัยขี้ขลาด การล่าพวกมันจึงยากลำบากมาก อีกด้านหนึ่งคือ การเก็บเกี่ยวเขากวางอ่อนต้องทำในจังหวะเวลาที่พอเหมาะพอดิบพอดี เมื่อกวางซีกาโตเต็มวัยและงอกเขาอ่อนขึ้นมา หากไม่รีบตัดออก ปล่อยทิ้งไว้ไม่นานเขาอ่อนนั้นก็จะแข็งตัว กลายสภาพเป็นสิ่งที่คล้ายกับกระดูก และสูญเสียสรรพคุณทางยาไปจนหมดสิ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดมีเพียงแค่สองสามเดือนสั้น ๆ เท่านั้น
"ถึงเขากวางตัวผู้จะผลัดทิ้งทุกปีและงอกเขาอ่อนขึ้นมาใหม่ แต่เขาอ่อนแรกเกิดในครั้งแรกนั้นมีสรรพคุณทางยาสูงที่สุด และมีราคาแพงที่สุด" หลี่มูจ้องมองเหยื่อที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าจ้างด้วยสายตาร้อนแรง เขาขึ้นสายธนูเตรียมพร้อมพลางส่งเสียงร้องออกไปอีกครั้ง หวังจะล่อให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกสักนิด
ฟืด ! ฟาด !
เห็นได้ชัดว่ากวางตัวผู้กำลังอยู่ในช่วงติดสัด อารมณ์จึงฉุนเฉียว หายใจฟืดฟาด พอมันได้ยินเสียงร้องของกวางตัวเมียที่หลี่มูเลียนแบบ มันก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ แหวกพุ่มไม้เดินตรงมาทางนี้
ใกล้เข้ามาแล้ว !
ห้าสิบก้าว... สามสิบก้าว... สิบห้าก้าว !
จู่ ๆ กวางตัวผู้ก็หยุดชะงัก จมูกบานออก คล้ายกับดมกลิ่นแปลกปลอมบางอย่างได้ในอากาศ
วินาทีต่อมา มันก็หันหลังวิ่งหนีทันที !
"ถูกจับได้ซะแล้ว ! " หลี่มูรู้ดีว่าประสาทสัมผัสการดมกลิ่นของกวางนั้นไวมาก มันจะต้องได้กลิ่นคาวเลือดบนตัวเขาแน่ ๆ
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ลุกพรวดขึ้นจากหลังโขดหินที่ซ่อนตัว แล้วยิงธนูออกไปทันที
ลูกศรไม้พุ่งทะยานดุจประกายแสงสีดำ ปักเข้าที่กลางหลังของกวางตัวผู้อย่างจัง
มันส่งเสียงร้องโหยหวน ความเร็วในการวิ่งหนีกลับเพิ่มขึ้นไปอีก
หลี่มูน้าวสายธนูยิงออกไปอีกครั้ง
หนึ่งดอก !
แล้วก็อีกหนึ่งดอก !
ดอกหนึ่งปักเข้าที่ขา อีกดอกปักเข้าที่ลำคอ !
โดนเข้าไปสามดอก กวางตัวผู้ก็หมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะวิ่งหนีอีกต่อไป มันเดินโซเซก่อนจะล้มคว่ำลงกับพื้น
"รวยแล้วโว้ย ! "
หลี่มูหัวเราะลั่นพลางพุ่งตัวออกไป สองแขนโอบรัดหัวกวางไว้แล้วออกแรงบิด เสียงกระดูกลั่น 'กร๊อบ' ดังขึ้น กวางตัวผู้ก็ขาดใจตายในทันที
【ขอแสดงความยินดี: ได้รับหีบสมบัติเหล็กดำ ! ต้องการเปิดเลยหรือไม่ ? 】
พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกังวาน หีบสมบัติเหล็กสีดำใบหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยปรากฏขึ้นเหนือซากกวาง
หลี่มูยังไม่รีบร้อนเปิดหีบสมบัติ แต่หันไปตัดกิ่งไม้ขนาดเท่านิ้วมือที่อยู่ข้าง ๆ มาสองสามกิ่ง ดึงลูกศรออกจากตัวกวาง แล้วใช้กิ่งไม้พันด้วยผ้าป่านอุดปากแผลเอาไว้
กวางนั้นมีค่าทั้งตัว นอกจากเขากวางอ่อนที่ล้ำค่าที่สุดแล้ว เลือดกวางก็ยังเป็นยาโด๊ปชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่ง หากปล่อยให้ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นคงจะเสียของแย่ ฮ่องเต้ในยุคโบราณบางพระองค์มักจะนำเลือดกวางมาผสมเหล้าดื่มบำรุงกำลัง อายุเจ็ดแปดสิบปีก็ยังร่วมรักได้ทุกค่ำคืน... นับว่าเป็นสุดยอดยาโด๊ปบำรุงหยินเสริมหยางขนานแท้
"ไม่นึกเลยว่าดวงจะดีขนาดนี้ ได้กวางตัวนี้มา นอกจากจะจ่ายส่วยหลวงได้แล้ว ยังเหลือเงินก้อนโตอีก จะเอาไปทำอะไรดีนะ ? " หลี่มูชักมีดพร้าออกจากเอว ครุ่นคิดในใจไปพลาง ยื่นมือออกไปเตรียมจะสัมผัสหีบสมบัติไปพลาง
ในวินาทีนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงสายลมอำมหิตที่พุ่งทะยานมาจากด้านหลัง รุนแรงและเฉียบขาดมาก
ด้วยสัญชาตญาณ หลี่มูทิ้งตัวกลิ้งไปข้างหน้า หลบฉากออกไปไกลถึงสามสี่ก้าว
เมื่อตั้งหลักยืนได้และหันกลับไปมอง ก็เห็นลูกศรขนนกเสียบปักอยู่ตรงจุดที่เขาเพิ่งจะนั่งยอง ๆ อยู่เมื่อครู่ หัวศรปักลึกลงไปในพื้นดิน หางลูกศรยังคงสั่นระริก
ลูกศรดอกนี้เห็นได้ชัดว่ากะเอาให้ถึงตาย !
หากหลบไม่ทัน เกรงว่าหน้าอกของหลี่มูคงถูกทะลวงเป็นรูไปแล้ว
ความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นปลาบมาจากสีข้าง
เขาข้มหน้ามองลงไป ก็พบว่าบริเวณใต้หน้าอกฝั่งซ้ายมีรอยถลอกเป็นแผลตื้น ๆ เลือดสด ๆ กำลังค่อยๆ ซึมออกมาจนย้อมเสื้อผ้าให้กลายเป็นสีแดง
"โฮ่ ปฏิกิริยาไวใช้ได้นี่นา ! " เสียงเย้ยหยันดังขึ้น
ชายฉกรรจ์ในชุดนายพรานสามคนเดินโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าจ้าง หนึ่งในนั้นเป็นชายร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำดำเกรียม ในมือถือธนูยาว เห็นได้ชัดว่าลูกธนูเมื่อครู่เขาเป็นคนยิง
"ที่นี่มันเป็นเขตล่าสัตว์ของหมู่บ้านจ้าวของพวกเรา เจ้าล้ำเส้นแล้ว" ชายผิวคล้ำดึงลูกศรออกจากกระบอกอีกดอก สายตาจ้องมองกวางซีกาที่ถูกยิงตายด้วยความโลภ เอ่ยเสียงเย็น "ไอ้หนู ทิ้งกวางนั่นกับของป่าที่เอวแกซะ แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ! "
หมู่บ้านจ้าว...
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาลง กวาดสายตามองตำแหน่งของอีกฝ่ายทั้งสามคน ก่อนจะตอบกลับเสียงเย็น "ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ ว่าในภูเขาต้าหลงมีการแบ่งเขตล่าสัตว์ด้วย เข้าป่าหากิน มันก็ต้องพึ่งฝีมือใครฝีมือมัน เจ้าบอกว่าพื้นที่แถบนี้เป็นของหมู่บ้านจ้าว งั้นข้าก็จะบอกว่าภูเขาต้าหลงทั้งลูกนี่เป็นของหมู่บ้านซวงซีของเราเหมือนกัน ! "
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าของนายพรานหมู่บ้านจ้าวทั้งสามคนก็เหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที
"พูดแบบนี้ แสดงว่าเจ้าจะไม่ยอมไสหัวไปดี ๆ สินะ ? " ชายผิวคล้ำแค่นหัวเราะเย็นชา
พรรคพวกที่อยู่ข้าง ๆ ทำหน้าตารำคาญใจ เอ่ยเร่งรัดว่า "พี่รอง จะไปเปลืองน้ำลายกับมันทำไม ? ในเขาต้าหลงมีสัตว์ร้ายเพ่นพ่านเต็มไปหมด ต่อให้ฆ่ามันตายก็ไม่มีใครรู้หรอก ปล่อยทิ้งไว้สักสองสามวันเดี๋ยวหมาป่าก็แทะกระดูกจนเกลี้ยง ไม่เหลือร่องรอยอะไรให้ตามสืบได้หรอก ! "
นับตั้งแต่ลูกศรดอกแรกที่ยิงออกมาเมื่อครู่ พวกเขาก็จงใจหมายเอาชีวิตหลี่มูอยู่แล้ว !
จุดนี้พวกเขารู้ดี หลี่มูเองก็รู้ดี
แม้แต่ในเมืองที่เจริญรุ่งเรือง การปล้นชิงทรัพย์ฆ่าคนก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป นับประสาอะไรกับในป่าลึกแบบนี้ล่ะ ?
"มีทางไปสวรรค์ไม่ยอมเดิน รนหาที่ตายลงนรก ไอ้หนู วันนี้ถือซะว่าดวงเจ้าซวยก็แล้วกัน ! " ชายผิวคล้ำแสยะยิ้มอำมหิต ขึ้นสายธนูอีกครั้ง เตรียมตัวจะฆ่าคนชิงทรัพย์
หลี่มูปฏิกิริยาไวเป็นเลิศ เขาทิ้งตัวกลิ้งไปข้างหน้าตามแรง ตวัดมีดพร้าในมือฟันฉับลงบนหัวกวาง เขากวางอ่อนเปื้อนเลือดสองกิ่งก็หลุดร่วงหล่นใส่มือเขาพอดี
จากนั้น เขาก็ไม่กล้าหยุดชะงักแม้แต่วินาทีเดียว หันหลังกลับแล้วพุ่งตัววิ่งหนีเข้าไปในป่าลึกอย่างบ้าคลั่ง !
เบื้องหลัง เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของชายผิวคล้ำและเสียงลูกศรแหวกอากาศดังผสมปนเปกัน แต่หลี่มูก็หายลับเข้าไปในดงไม้ทึบประดุจเสือดาวเสียแล้ว
"ตามไป ! อย่าปล่อยให้ไอ้เด็กนี่หนีรอดไปได้ ! "
จ้าวเอ้อ ชายผิวคล้ำขบกรามแน่น นัยน์ตาสาดประกายอำมหิต
พรรคพวกอีกสองคนที่อยู่ข้างกายเขาคือ จ้าวต้า และ จ้าวซาน ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันนั่นเอง ทั้งสามเบิกตากว้างมองหลี่มูชิงตัดเอาเขากวางอ่อนไปต่อหน้าต่อตา ในใจก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
จ้าวเอ้อคำรามเสียงต่ำ "ไอ้เด็กนี่ฝีมือไม่ธรรมดา พวกเราผูกความแค้นอาฆาตกับมันไปแล้ว ถ้าไม่ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก วันหน้ามันต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่แน่ ๆ ! "
"ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเห็นกับตาว่าพวกเราใช้ธนูล่าสัตว์ ถ้ามันเอาไปฟ้องทางการล่ะก็ พวกเราซวยแน่ ! "