- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 16 หน้าหนาไร้ยางอาย
ตอนที่ 16 หน้าหนาไร้ยางอาย
ตอนที่ 16 หน้าหนาไร้ยางอาย
ตอนที่ 16 หน้าหนาไร้ยางอาย
หลี่มูยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงยังคงราบเรียบ "ท่านป้า ความหวังดีของท่านข้าขอรับไว้ด้วยใจ แต่ของป่า ข้าก็มีไม่มาก ต้องเก็บไว้กินเองในครอบครัว ข้าคงช่วยอะไรท่านไม่ได้จริง ๆ "
ป้าสะใภ้รองสกุลหวังเห็นหลี่มูแข็งขืนดั่งหินผา รอยยิ้มบนใบหน้าก็เริ่มฝืนไว้ไม่อยู่ น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและแข็งกร้าว "เจ้าเด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงไม่รู้ความเอาเสียเลย ? พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ เจ้าล่าสัตว์มาได้ แบ่งให้คนนอกได้แต่กลับไม่แบ่งให้คนกันเอง เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชาวบ้านจะมองเจ้ายังไง ? อีกอย่าง ปกติลุงรองกับป้าสะใภ้อย่างข้าก็คอยดูแลเจ้าอยู่ไม่น้อย ทำไมเจ้าถึงได้เป็นคนไม่เห็นแก่สายเลือดแบบนี้ ? "
เขาขยับปากจะพูด จู่ ๆ ก็หัวเราะพรืดออกมา "ท่านป้า... ท่านยังจำได้ด้วยหรือว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ? "
"พูดอะไรของเจ้าน่ะ ? " ป้าสะใภ้รองได้ยินดังนั้นก็น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแง่งอนตำหนิ "ลุงรองของเจ้ากับเจ้าก็แซ่หลี่เหมือนกัน นับย้อนขึ้นไปไม่กี่รุ่น พวกเราก็เป็นญาติสายตรงที่สนิทที่สุด ทุบกระดูกแตกเส้นเอ็นเลือดก็ยังข้นกว่าน้ำนะ ! "
"ยุคสมัยนี้มันยากลำบาก ญาติพี่น้องกันก็ควรจะต้องดูแลช่วยเหลือกันสิถึงจะถูก ! "
นางพูดไปพลาง สายตาก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเข้าไปในกรงกระต่าย ความนัยนั้นชัดเจนจนไม่ต้องเอ่ยปาก
"ท่านป้า พูดไม่ถูกมั้ง ? " หลี่มูขยี้ปลายจมูก รอยยิ้มดูพิลึกพิลั่นขึ้นมา "ข้าจำได้ว่าตอนที่ท่านพ่อข้าตายแล้วไม่มีเงินทำศพ ท่านเคยบอกว่าพวกเราพ้นเครือญาติห้าชั่วโคตรไปแล้ว ไม่นับว่าเป็นญาติกันอีก แล้วไล่ให้พวกเราไปหาทางเอาเองไม่ใช่หรือ ? "
สิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของนางก็พลันปรากฏแววกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
เมื่อสิบปีก่อน พ่อของสองพี่น้องสกุลหลี่ล้มป่วยจนเสียชีวิต สองพี่น้องไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อโลงศพไม้บาง ๆ หลี่ไฉ่เวยไปหาบ้านลุงรองเพื่อขอยืมเงินมาทำศพ แต่กลับถูกปิดประตูใส่หน้า แถมยังโดนป้าสะใภ้ยืนด่ากราดลอดข้ามกำแพงมาอีกฉาดใหญ่
สุดท้าย ทั้งสองคนจึงทำได้เพียงใช้เสื่อกกม้วนศพผู้เป็นพ่อ แล้วฝังกลบไปอย่างลวก ๆ
"โธ่... ที่ตอนนั้นป้าพูดจาแบบนั้นออกไป ก็เพื่อจะกระตุ้นให้พวกเจ้ามุมานะพยายามสู้ชีวิตหรอกน่า ไม่นึกเลยว่าเจ้าเด็กคนนี้จะเก็บมาผูกใจเจ็บป้าได้" สีหน้าของป้าสะใภ้รองเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นางถอนหายใจพลางกล่าว "ป้าน่ะเอ็นดูและหวังดีกับเจ้ามาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้เจ้าเข้าใจป้าผิดไปจริง ๆ "
"เจ้าไม่รู้อะไร ตอนที่พ่อเจ้าฝังไปแล้ว ป้ากับลุงรองของเจ้ายังแอบไปเซ่นไหว้ตั้งหลายครั้งเลยนะ ! "
เมื่อได้ฟังคำพ่นปดหน้าตายนี้ ในที่สุดหลี่มูก็ได้ประจักษ์ถึงความหนาของหนังหน้าผู้หญิงคนนี้ใหม่เสียแล้ว
เขาหัวเราะ ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย จึงเอ่ยปากไล่แขกตรง ๆ "ท่านป้า ส่วยหลวงของข้ากับไฉ่เวยยังไม่ครบจำนวน อาหารประเภทเนื้อในบ้านข้าต้องนำเข้าเมืองเพื่อแลกเป็นข้าวสาร"
"ถ้าท่านกับท่านลุงรองอยากกินเนื้อ ก็ควักเงินซื้อเองสิ ! "
"รอคราวหน้าถ้าข้าล่าสัตว์ได้ ข้าจะยอมขายให้ท่านในราคาที่ถูกที่สุดในตลาดเลยก็แล้วกัน..."
พอได้ยินว่าต้องจ่ายเงิน ใบหน้าของป้าสะใภ้รองก็ทะมึนตึงขึ้นมาทันที
"หลี่มู ! "
นางขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเผยความเกรี้ยวกราดเอาแต่ใจ "ลูกสาวของยายแก่ตาบอดนั่นไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกับเจ้าเลย เจ้ายันให้ไก่ไปตั้งครึ่งตัว ข้ากับลุงรองของเจ้ายังไงก็เป็นญาติ ต่อให้ความสัมพันธ์จะห่างเหินไปบ้าง แต่ก็ถือว่ามีสายเลือดเดียวกันไม่ใช่รึ ? "
"ขนาดญาติพี่น้องตัวเองเจ้ายังไม่ยอมช่วยเหลือ กลับไปประเคนให้คนอื่น สมองเจ้ามันมีน้ำขังอยู่หรือไง ? "
พูดจบ นางก็ไม่สนว่าหลี่มูจะยอมหรือไม่ ยื่นมือทำท่าจะไปคว้าลูกกระต่ายในกรงดื้อ ๆ "ป้าไม่เอาเยอะหรอก แค่สามตัว... สามตัวก็พอแล้ว ! "
พลั่ก !
หลี่มูเห็นดังนั้น ก็ยื่นมือผลักนางออกไปทันที พลางเอ่ยเสียงเย็น "ของของข้า ข้าพอใจจะให้ใครก็ให้คนนั้น ถ้าท่านกล้ามาแย่ง ข้าจะส่งท่านเข้าคุก"
เมื่อเห็นว่าฉกฉวยผลประโยชน์อะไรไม่ได้ ป้าสะใภ้รองก็ถือโอกาสทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น ร้องโอดครวญเสียงหลง "ตีคนแล้ว! ตีคนแล้วโว้ย ! "
"พี่น้องชาวบ้านรีบมาดูเร็วเข้า ! หลานชายตีป้าสะใภ้ตัวเอง... ฟ้าไม่มีตาแล้ว ! "
นางนอนแหมะอยู่บนพื้น ร้องห่มร้องไห้ไปพลาง ทึ้งผมเผ้าเสื้อผ้าตัวเองไปพลาง เสียงเอะอะโวยวายดึงดูดชาวบ้านละแวกนั้นให้แห่กันมามุงดูอย่างรวดเร็ว
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? "
"ไม่ได้ยินที่แกร้องเหรอ สงสัยหลี่มูคงซัดป้าแกเข้าให้แล้วมั้ง ! "
"ช่วงนี้บ้านสกุลหลี่ทำไมเรื่องเยอะจัง..."
"หึ ๆ ผู้เยาว์ทำร้ายผู้อาวุโส แบบนี้ต้องโดนฟ้าผ่า ! "
ชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
และเมื่อเห็นคนมารุมล้อมมากมายขนาดนี้ ป้าสะใภ้รองก็ราวกับได้คนหนุนหลัง นางถลึงตาตะโกนกร้าว "หลี่มู วันนี้เรื่องไม่จบง่าย ๆ แน่ ! ข้าจะลากตัวเจ้าไปหาศาลาว่าการ ให้พวกมือปราบมาจัดการเจ้า"
"ไม่ก็... เจ้าต้องเอาข้าวสารมาให้ข้าร้อยจิน พร้อมกับกระต่ายครอกนี้ด้วย ! "
แผ่นดินต้าฉีมีกฎหมาย สิ่งที่เรียกว่า ฮ่องเต้คือบรรทัดฐานของขุนนาง บิดาคือบรรทัดฐานของบุตร หากผู้เยาว์ล่วงเกินผู้อาวุโส ขุนนางล่วงเกินฮ่องเต้ เช่นนั้นไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็ต้องถูกลงทัณฑ์ แม้ในนามจะกล่าวอ้างว่าเป็นการปกครองใต้หล้าด้วย 'ความกตัญญู' แต่แท้จริงแล้ว กฎหมายข้อนี้มีไว้เพื่อตอกย้ำให้ผู้น้อยต้องเชื่อฟังผู้ที่มีสถานะสูงกว่าแต่เพียงฝ่ายเดียว เป็นสิ่งที่ราชวงศ์บัญญัติขึ้นเพื่อทำให้รากฐานการปกครองของตนมั่นคง
จุดประสงค์ก็เพื่อให้ราษฎรซึมซับและยอมรับแนวคิดนี้ไปโดยปริยาย
ผู้อาวุโสทำผิดแค่ไหน ผู้เยาว์ก็ห้ามล่วงเกิน ! ราชวงศ์จะเน่าเฟะปานใด ราษฎรก็ห้ามก่อกบฏ !
หากป้าสะใภ้รองไปฟ้องร้องหลี่มูเข้าจริง ๆ และโดนยัดข้อหานี้ให้ คงหนีไม่พ้นต้องโดนโบยชุดใหญ่
"ท่านก็ไปฟ้องเลยสิ"
หลี่มูยืนตระหง่านมองกดลงมา มุมปากกระตุกยิ้ม "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าลำพังแค่คำพูดเลื่อนลอยของท่านฝั่งเดียว ทางการจะตัดสินความผิดข้าได้ยังไง"
ไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน ต่อให้เป็นศาลาว่าการก็ไม่รับทำคดีนี้หรอก
"ใครบอกว่าข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียว ? คนพวกนี้ก็เป็นพยานให้ข้าได้ พวกเขาเห็นกับตาว่าเจ้าทำร้ายข้า ! " ป้าสะใภ้รองชี้มือไปยังบรรดาชาวบ้านที่มุงดูอยู่นอกรั้วบ้าน เอ่ยอย่างมาดมั่น
หลี่มูหันขวับไปมองตามทิศทางที่นางชี้
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักงัน พอเห็นสายตาเหี้ยมเกรียมของหลี่มูตวัดมองมา ในหัวของทุกคนก็ดังวิ้งขึ้นมาทันที
แม่ร่วงเถอะ ! ก็แค่มารอดูเรื่องสนุก แล้วไหงมันลามมาเข้าตัวข้าได้ล่ะเนี่ย ?
"ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ"
"นังป้าสกุลหลี่ แกอย่ามาใส่ร้ายคนดีนะ ! "
"ไปดีกว่า ไป ๆ ! แม่มันเถอะ มาดูเรื่องสนุกแท้ ๆ เกือบจะโดนหลอกใช้เป็นเครื่องมือซะแล้ว ! "
ชาวบ้านเหล่านี้เพิ่งจะประจักษ์กับตาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน แก๊งซุนตาบอดโดนหลี่มูอัดจนหมอบราบคาบ ยามนี้มีหรือจะกล้าไปกระตุกหนวดเสือ
ยุคสมัยแบบนี้ ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ แล้วใครจะยอมแกว่งเท้าหาเสี้ยน ? หากพวกเขายอมเป็นพยานให้ แล้วหลี่มูกลับมาคิดบัญชีทีหลัง พวกเขาจะรับมือไหวหรือ ? ฝูงชนแตกฮือ สลายตัวหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเห็นภาพนี้ ป้าสะใภ้รองก็ขบกรามแน่น สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา "ได้ หลี่มู แกรอไว้เลยนะ เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ ! "
คำขู่ของนาง หลี่มูย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ
"เชิญ... ไม่ไปส่งนะ"
ป้าสะใภ้รองเต้นผางด้วยความโกรธ กัดฟันกรอดสะบัดหน้าเดินจากไป
เจียงหู่มองตามแผ่นหลังของนาง จากนั้นก็เดินเข้ามาใกล้พลางเอ่ยถาม "ให้ข้าหาคนไปดักสั่งสอนนางหน่อยไหม ? วางใจเถอะ ไม่สาวมาถึงตัวพี่แน่นอน"
เขาเป็นคนกว้างขวางในกองคาราวานอาชาเหล็ก มีพรรคพวกไม่น้อย การจะเรียกพวกนักเลงหัวไม้มาดักซ้อมป้าสะใภ้รองสักยกนั้นง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
"ไม่จำเป็นหรอก"
หลี่มูยักไหล่ "วันข้างหน้ายังมีเรื่องพรรค์นี้อีกเยอะ นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง"
คนจนที่จู่ ๆ ก็ลืมตาอ้าปากได้ ย่อมดึงดูดความอิจฉาริษยาจากผู้คนมากมายเป็นธรรมดา ขอทานจะไม่ไปอิจฉาเศรษฐีร้อยล้าน แต่เขาจะอิจฉาขอทานด้วยกันที่หาเงินได้มากกว่าตนเอง
ในหมู่บ้านซวงซี แต่ก่อนบ้านสกุลหลี่ถือเป็นบ้านที่ยากจนค่นแค้นเป็นอันดับต้น ๆ แต่ตอนนี้จู่ ๆ กลับมีทั้งเนื้อทั้งข้าวสารกิน สิ่งนี้ทำให้ชาวบ้านหลายคนรู้สึกริษยาและไม่สบอารมณ์
ทุกคนก็ต่างจน ๆ เหมือนกันอยู่นี่ แล้วจู่ ๆ แกจะมารวยขึ้นมาได้ยังไง ? เห็นแบบนี้ มันทรมานใจยิ่งกว่าฆ่าฉันซะอีก !