- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดกลางดอยหิมะ ด้วยระบบร้านชำพกพา
- บทที่ 4 - 'จิ่ง' จากทิวทัศน์งดงาม 'อัน' จากประเทศสงบร่มเย็น
บทที่ 4 - 'จิ่ง' จากทิวทัศน์งดงาม 'อัน' จากประเทศสงบร่มเย็น
บทที่ 4 - 'จิ่ง' จากทิวทัศน์งดงาม 'อัน' จากประเทศสงบร่มเย็น
บทที่ 4 - 'จิ่ง' จากทิวทัศน์งดงาม 'อัน' จากประเทศสงบร่มเย็น
"ได้ๆๆ"
เฉินหย่งกุ้ยโดนหมวกใบใหญ่ครอบหัวเข้าให้ ก็เลยรีบพยักหน้ารับทันที "มา... นายลองอ่านเนื้อหาในหนังสือพิมพ์นี่ดูสิ"
พูดจบ เขาก็ส่งหนังสือพิมพ์เก่าๆ ใบหนึ่งให้
เฉินต้าหลงและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
เฉินเหล่าลิ่วเป็นคนยังไง พวกเขารู้ดีที่สุด
เฉินจิ่งอันสะบัดหนังสือพิมพ์สองสามที แล้วคีบบุหรี่ไม่มีก้นกรองออกจากปาก พ่นควันออกมา
"หนังสือพิมพ์ชีวิตชนบท พาดหัวข่าว... ฤดูเพาะปลูกวุ่นวาย สมาชิกสหกรณ์ช่วยเหลือกันประหยัดแรง"
"ตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา กลุ่มช่วยเหลือและสหกรณ์การเกษตรในแต่ละหมู่บ้านต่างก็วุ่นอยู่กับการไถนาหว่านเมล็ด..."
ทั้งหมู่บ้านเงียบกริบ ทุกคนมองเขาเหมือนเห็นผี
เฉินเหล่าลิ่วอ่านหนังสือออกจริงๆ เหรอเนี่ย?
"เจ้าหก ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู..."
เฉินหย่งกุ้ยรีบยื่นหนังสือเย็บกี่เล่มหนึ่งให้ทันที
"ได้สิ"
เฉินจิ่งอันพ่นควันบุหรี่ออกมาก่อนจะอ่านเสียงดังฟังชัด "เหรินจือชู ซิ่งเปิ่นซ่าน ซิ่งเซียงจิ้น... หือ? คัมภีร์สามอักษรเหรอ?"
"อ้าว นายรู้จักคัมภีร์สามอักษรด้วยเหรอ?" เฉินหย่งกุ้ยถามด้วยความประหลาดใจแกมดีใจ
"ของพรรค์นี้ ผมไม่ได้แค่รู้จักนะ ผมยังท่องได้ด้วย"
เฉินจิ่งอันวางหนังสือลงแล้วหัวเราะเบาๆ "ซิ่งเซียงจิ้น สีเซียงหย่วน โก่วปู้เจี้ยว ซิ่งหน่ายเชียน เจี้ยวจือเต้า กุ้ยอี่จวน..."
...
ลมหนาวพัดโชยมา มีเพียงเสียงอันกังวานใสของเฉินจิ่งอันเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในที่ทำการหมู่บ้าน
หลังจากเขาท่องไปได้ท่อนหนึ่ง เขาก็มองเฉินหย่งกุ้ยด้วยความสนใจ
"นี่เลขาฯ คุณคงไม่ได้จะให้ผมท่องคัมภีร์สามอักษรจนจบหรอกนะ?"
"อ้อ..."
เฉินหย่งกุ้ยสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "เปล่าๆ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อนายอ่านหนังสือออกก็จัดการง่ายแล้ว นาย..."
"เดี๋ยวก่อน"
เฉินเจี้ยนกั๋วตะโกนลั่น "เลขาฯ หมู่บ้านเราไม่มีนักบัญชีนะ... เจ้าหกถึงจะอ่านหนังสือออก แต่เขาก็ไม่แน่ว่าจะคิดเลขเป็นนะ เขาจะคิดแต้มทำงานถูกเหรอ?"
"ใช่ๆ"
ชาวบ้านต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อก่อนหมู่บ้านตระกูลเฉินเคยมีนักบัญชี แต่ตกเขาตายตอนขึ้นไปเก็บสมุนไพร ตำแหน่งนี้ก็เลยว่างมาสองปีแล้ว โดยให้เสมียนเก่ารับหน้าที่ควบไปเลย
"เจ้าหก นายคิดเลขเป็นไหม?" เฉินหย่งกุ้ยถามด้วยสีหน้าคาดหวัง
"แหม บัญชีของหมู่บ้านมีแค่นี้เอง ถึงกับต้องใช้แคลคูลัสมาคำนวณเลยเหรอ?" เฉินจิ่งอันปรายตามอง
"แคลคูลัส... คืออะไรเหรอ?" เฉินหย่งกุ้ยถามด้วยความสงสัย
"คณิตศาสตร์ชั้นสูงน่ะ... พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจหรอก"
เฉินจิ่งอันหาวหวอด "มาๆ ยังมีบัญชีอะไรที่ยังไม่ได้คิดอีก เอามาให้ผมดูหน่อย"
"มีๆๆ"
เฉินหย่งกุ้ยรีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน มือซ้ายถือสมุดบัญชี มือขวาถือลูกคิด เดินตามมาด้วยชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยกโต๊ะตามออกมา
"เจ้าหก ลูกคิดนี่... นายใช้เป็นไหม?" ชายหนุ่มถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"เป็นสิ"
เฉินจิ่งอันสะบัดนิ้วคลายกล้ามเนื้อเล็กน้อย แล้วเริ่มดีดลูกคิดดังกริ๊กๆ ทันที
"ซี๊ดดด"
ทุกคนถึงกับผงะหงายหลัง
ถึงพวกเขาจะดูไม่ออกว่าเฉินเหล่าลิ่วกำลังทำอะไรอยู่ แต่พวกเขาก็รู้ว่า เมื่อก่อนเสมียนเก่ากับนักบัญชีก็เล่นลูกคิดแบบนี้เหมือนกัน
"เจ้าหก นาย... นายใช้ลูกคิดเป็นได้ยังไง?"
เฉินหย่งกุ้ยตื่นเต้นจนตัวสั่น
"เลขาฯ เฒ่า คุณเรียนหนังสือมาแบบไหนเหรอ?" เฉินจิ่งอันถามยิ้มๆ
"ฉัน... เคยเรียนโรงเรียนเอกชนมา 5 ปีน่ะ" เฉินหย่งกุ้ยตอบอย่างเขินๆ
"5 ปีสินะ? เมียผมเป็นเด็กมัธยมปลาย... ประถม 5 ปี มัธยมต้น 3 ปี มัธยมปลาย 3 ปี ยังไงก็เรียนมา 11 ปี ผมแต่งงานกับเธอมาตั้งหลายปี ต่อให้เป็นหมูเธอก็ต้องสอนให้ฉลาดได้แล้วแหละมั้ง?" เฉินจิ่งอันพูดติดตลก
"เชี่ย"
หลายคนถึงกับหลุดสบถออกมา
เมื่อก่อนพวกเขายังแอบสะใจที่เมียของเฉินเหล่าลิ่วหนีไปอยู่เลย นึกไม่ถึงว่าไอ้ลูกทรพีนี่ จะแอบเรียนวิชาความรู้จากเมียตัวเองมาตั้งเยอะตั้งแยะ
อิจฉา โคตรอิจฉาเลยโว้ย
...
"ไอ้หนูเก่งนี่ ร้ายไม่เบานะเนี่ย..."
เฉินหย่งกุ้ยลูบหน้าตัวเอง "มา... นายคิดบัญชีให้ฉันหน่อย ถ้านายคิดบัญชีได้ถูกต้อง นายก็รับหน้าที่เสมียนควบนักบัญชีไปเลย ฉันให้แต้มนายวันละ 20 แต้ม"
"ฮู้ยยย"
ฮือฮากันทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว
วันละ 20 แต้มคืออะไรน่ะเหรอ? เท่ากับว่าเฉินเหล่าลิ่วคนเดียวทำงานได้แต้มเท่ากับผู้ชายอกสามศอกสองคนทำงานรวมกันทั้งวันเลยนะ แต่ก็มีพวกป้าๆ ที่แข็งแรงหน่อย บางคนวันนึงก็ได้ 10 แต้มเหมือนกัน
"ได้สิ"
เฉินจิ่งอันหัวเราะเบาๆ แล้วเปิดสมุดบัญชีขึ้นมา
เดิมทีเขากะจะทำเป็นดีดลูกคิดให้ดูขลังๆ ซะหน่อย แต่พอมองดูแล้ว บัญชีพวกนี้มีแต่ตัวเลขกระจิดริด ไม่เห็นต้องใช้ลูกคิดให้เมื่อยเลย
เฉินจิ่งอันดึงกระดาษหนังสือพิมพ์มาแผ่นหนึ่ง หยิบพู่กันจุ่มหมึก แล้วก็เริ่มคำนวณทันที
ทุกคนจ้องเขาตาไม่กะพริบ แม้แต่พวกป้าๆ บางคนยังชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ เลย
ไม่ถึง 5 นาที เขาก็วางพู่กันลง แล้วหันไปมองเฉินหย่งกุ้ย
"อ้าว เสร็จแล้วเหรอ?" เฉินหย่งกุ้ยถามอย่างตกใจ
"อืม คุณลองตรวจสอบดูสิ"
เฉินจิ่งอันลุกขึ้นยืน เดินหลบไปด้านข้าง แล้วจุดบุหรี่สูบอีกมวน
แม่มเอ๊ย บุหรี่นี่ไม่มีก้นกรองเลย ฉุนคอชะมัด
เฉินหย่งกุ้ยนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วเริ่มดีดลูกคิดดังกริ๊กๆ ตรวจสอบทันที
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
ระหว่างที่เฉินจิ่งอันกำลังคิดอยู่ว่าจะกินอะไรเป็นมื้อเที่ยงดี จู่ๆ เฉินหย่งกุ้ยก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมาก
"หือ คิดเลขผิดเหรอ?"
"อะแฮ่ม... ทำหน้าจริงจังหน่อย" เฉินหย่งกุ้ยพูดเสียงเข้ม
"หา?"
เฉินจิ่งอันเอียงคอมองเขา
"ตอนนี้ฉันขอเป็นตัวแทนของหมู่บ้าน แต่งตั้งให้เฉินเหล่าลิ่วเป็นนักบัญชีและเสมียนของหมู่บ้านตระกูลเฉินอย่างเป็นทางการ ได้วันละ 20 แต้ม แล้วก็... เลขาฯ เฒ่าไม่มีลูกไม่มีเมีย บ้านหลังนั้นของเขา ก็ยกให้นายแล้วกัน"
เฉินหย่งกุ้ยพูดจบ เขาก็ปรบมือเป็นคนแรก
ทั้งที่ทำการหมู่บ้านเงียบกริบ ทุกคนมองเฉินเหล่าลิ่วด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
ในใจของพวกเขา เฉินเหล่าลิ่วก็แค่ไอ้ตัวโตแรงเยอะ แถบจะเป็นสัญลักษณ์ของความโง่เขลาด้วยซ้ำ คนแบบนี้... กลับได้เป็นเสมียนของหมู่บ้านเนี่ยนะ? แถมยังควบตำแหน่งนักบัญชีอีก?
ใครจะไปทำใจรับได้วะเนี่ย?
"หือ พวกเขาไม่เห็นด้วยเหรอ?" เฉินจิ่งอันหัวเราะ
"อืม?"
เฉินหย่งกุ้ยปรายตามองทุกคน
ทุกคนสะดุ้งโหยง รีบปรบมือกันเกรียวกราวทันที
ในยุคนี้ เลขาธิการหมู่บ้านก็คือตัวแทนของอำนาจ ใครกล้าหือ มีหวังโดนตบปากแตกแน่
ครอบครัวของเฉินต้าหลงรู้สึกขยะแขยงยิ่งกว่ากินอึซะอีก ถึงพวกเขาจะปรบมือ แต่สายตานั้นกลับเหมือนอยากจะฉีกเนื้อเฉินจิ่งอันเป็นชิ้นๆ
"จริงสิ เจ้าหก... นายเปลี่ยนชื่อเถอะนะ"
เฉินหย่งกุ้ยยิ้มแห้งๆ "ตอนนี้นายก็เป็นผู้บริหารหมู่บ้านแล้ว จะให้คนเรียกเจ้าหก... มันก็ไม่ค่อยเหมาะนะ"
"อ้อ เมียผมตั้งชื่อให้ผมแล้วล่ะ... แค่ยังไม่ทันได้ไปแจ้งเปลี่ยนชื่อในทะเบียนบ้าน เธอก็กลับไปซะก่อนน่ะสิ"
เฉินจิ่งอันถอนหายใจ "ผมก็รู้แหละ บ้านนอกคอกนาแบบนี้ จะรั้งเด็กมัธยมปลายไว้ได้ยังไง สองปีมานี้ผมก็เลยจมอยู่กับความเศร้าที่อกหักนี่แหละ"
พรืด!
คนทั้งหมู่บ้านถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
อกหักบ้าบออะไรของมันวะ
"อย่าหัวเราะ"
เฉินหย่งกุ้ยทำหน้าดุ "ปัญหาของนาย... เราก็ต้องหาทางแก้ไขกันหน่อย ไม่งั้นนายโตป่านนี้แล้ว จะปล่อยคาราคาซังไว้แบบนี้ก็ใช่เรื่อง"
"ก็จริงครับ รอจนพ้นปีใหม่ถ้าเธอยังไม่กลับมา ทางหมู่บ้านก็ช่วยทำเรื่องหย่าให้ผมทีก็แล้วกัน" เฉินจิ่งอันหัวเราะเบาๆ
"หย่าเหรอ?"
ทุกคนมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่าในรัศมีสิบหลี่แปดหมู่บ้านนี้ คนที่สามารถแต่งงานกับเด็กมัธยมปลายได้น่ะ มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แทบจะงมเข็มในมหาสมุทรเลยก็ว่าได้
ตอนที่เฉินจิ่งอันแต่งงานกับยุวชนหญิง ไม่รู้ว่าทำเอาหนุ่มๆ อิจฉาจนนอนไม่หลับไปกี่คน
แต่ตอนนี้ไอ้ลูกทรพีนี่ กลับบอกว่าจะหย่าเนี่ยนะ?
"เจ้าหก... นายเอาจริงเหรอ?"
เฉินหย่งกุ้ยขมวดคิ้ว "นายกับเจียงหว่านชิงมีทะเบียนสมรสกันนะ พวกเราบุกลงไปตามหาเธอที่ในเมืองเลยก็ได้ ดูสิว่าเธอจะกล้าไม่ยอมรับไหม"
"โธ่เอ๊ย เลขาฯ... พวกเราถึงจะจน แต่เราก็ไม่ใช่คนเลวนะครับ"
เฉินจิ่งอันยิ้มขื่น "คุณลองถามใจตัวเองดูสิ ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปกินข้าวหลวงในเมือง คุณจะยอมทนขุดดินอยู่ในหมู่บ้านไหมล่ะ?"
"นี่..."
ทุกคนมองหน้าเขา ต่างก็พากันเงียบไป
ผ่านไปพักใหญ่
เฉินหย่งกุ้ยก็เอื้อมมือไปตบไหล่เขาเบาๆ แล้วพูดเสียงขรึม "นายพูดถูก... พวกเราถึงจะจน แต่ก็ทำร้ายคนอื่นไม่ได้ ในเมื่อเธอไม่คิดจะกลับมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องหย่าให้พวกนายเอง"
"นายอ่านหนังสือออก มีความรู้ ถึงตอนนั้นให้ทางหมู่บ้านออกหน้า หาผู้หญิงดีๆ ให้นายสักคน"
"ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะครับ"
เฉินจิ่งอันหาวหวอด "จริงสิ เลขาฯ เฒ่าพักอยู่ที่ไหนเหรอ? พาผมไปดูหน่อยสิ"
"ตกลง"
เฉินหย่งกุ้ยรับคำ ก่อนจะหันไปเรียก "เฉินซงไป๋ มานี่... พาเสมียนไปดูบ้านเสมียนเก่าหน่อย ถ้ามีอะไรต้องซ่อมแซมก็มาแจ้งเบิกเงินกองกลางหมู่บ้านไปจัดการเลย"
แม่มเอ๊ย
หลายคนอิจฉาจนหน้าเขียวหน้าเหลือง แค่ยกบ้านให้ก็ว่าบุญโขแล้ว นี่ยังจะออกค่าซ่อมแซมให้อีก?
แต่อิจฉาไปก็ทำอะไรไม่ได้ ใครใช้ให้เขาอ่านหนังสือออก คิดเลขเป็น แถมยังรับตำแหน่งเสมียนควบนักบัญชีได้ล่ะ สวัสดิการแบบนี้... ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่
"ครับ"
ชายหนุ่มคนที่ยกโต๊ะเมื่อกี้เดินเข้ามา กระซิบเบาๆ ว่า "พี่หก ผมจะพาไปดู..."
"โอเค ขอบใจมาก"
เฉินจิ่งอันส่งบุหรี่ให้เขามวนหนึ่ง แล้วก็เดินนำเข้าไปในหมู่บ้าน
"เดี๋ยวก่อน..."
จู่ๆ เฉินหย่งกุ้ยก็ตะโกนขึ้นมา "เจ้าหก เมียนายตั้งชื่อให้ว่าอะไรนะ?"
"เฉินจิ่งอัน"
เฉินจิ่งอันหันกลับไปมองเขา แล้วตอบเสียงเรียบ "จิ่ง ที่แปลว่าทิวทัศน์งดงาม... อัน ที่แปลว่าประเทศสงบร่มเย็น"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินช้าๆ จากไป
"เฉินจิ่งอัน..."
ทุกคนต่างก็พึมพำชื่อนี้ออกมา
เวลานี้เอง
เกล็ดหิมะก็โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอย่างช้าๆ
หิมะตกหนักเป็นลางดีของปีที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ แฮะ
...