เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: นักปรุงยา

บทที่ 2: นักปรุงยา

บทที่ 2: นักปรุงยา


บทที่ 2: นักปรุงยา

"เจ้าได้ยินมาหรือยัง? หมู่นี้ทั้งข่ากั่งและมู่เสอต่างก็ทะลวงระดับกันแล้ว ตอนนี้พวกเขาเป็นยอดฝีมือระดับคุรุยุทธ์ และกำลังก่อตั้งกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตกับกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่า"

"ระดับคุรุยุทธ์งั้นหรือ? จริงดิ?"

"จะปลอมได้อย่างไร? แค่มองดูว่าพวกเขามีชุดเกราะปราณยุทธ์หรือไม่ก็รู้แล้ว ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้พวกเขาทั้งสองกำลังเปิดรับสมัครคนอยู่ เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? สนใจจะไปไหม?"

"ไปสิ! แน่นอนอยู่แล้ว! พวกเขาเพิ่งเลื่อนระดับเป็นคุรุยุทธ์หมาดๆ ถ้าข้าเข้าร่วมตอนนี้ ข้าก็จะได้เป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกเลยไม่ใช่หรือ? ไปกันเถอะๆ พวกเขารับสมัครกันที่ไหนล่ะ?"

ซูลั่วลูบคางพลางรับฟังบทสนทนาของเหล่าทหารรับจ้างที่เดินผ่านไปมา ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ มู่เสอเป็นคุรุยุทธ์ระดับสองดาว ทว่าหากพิจารณาจากอายุของเสี่ยวอีเซียนในปัจจุบัน นั่นควรจะเป็นเหตุการณ์ในอีกหลายปีให้หลัง การที่พวกเขาทะลวงสู่ระดับคุรุยุทธ์ได้ในตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรในเมืองชิงซานและพรสวรรค์ของมู่เสอนั้นมีขีดจำกัดอย่างแท้จริง

"ดูเหมือนหลายๆ อย่างจะยังเร็วเกินไป แต่สำหรับเรื่องกลุ่มทหารรับจ้าง..."

...

ณ ลานกว้างใจกลางเมืองชิงซาน มีชายร่างกำยำสองคนนั่งอยู่ตรงกลาง ด้านหลังของแต่ละคนมีกลุ่มลูกน้องที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ยืนอยู่

สองคนนี้คือข่ากั่งและมู่เสอ ผู้เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับคุรุยุทธ์ แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับนี้ได้ไม่นาน ทว่ากลุ่มทหารรับจ้างของพวกเขากลับมีเค้าโครงคล้ายกับในเนื้อเรื่องต้นฉบับเสียแล้ว

ทั้งสองฝ่ายกำลังเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ และเห็นได้ชัดว่ากลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตกำลังตกเป็นรองในขั้นตอนการรับสมัคร

ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ความเสียเปรียบนี้ค่อยๆ ลุกลามจนถึงจุดแตกหักในอีกไม่กี่ปีต่อมา ทว่าด้วยการปรากฏตัวของเซียวเหยียน กลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตจึงสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและเอาชนะไปได้

"ที่นี่คือที่รับสมัครใช่หรือไม่?"

ซูลั่วมาถึงลานกว้างซึ่งกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตและกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่ากำลังรับคนเข้ากลุ่ม เขาเอ่ยถามขึ้นหลังจากกวาดสายตามองบุคลากรของทั้งสองฝ่าย

เนื่องจากการรับสมัครใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ผู้คนที่ตั้งใจจะมาร่วมก็เกือบจะมากันครบหมดแล้ว ส่วนคนที่ยังไม่มาก็คงไม่มาอีก ดังนั้นการปรากฏตัวของซูลั่วจึงดึงดูดความสนใจจากทั้งสองฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว

"น้องชาย เจ้าเป็นโต้วเจ่อใช่หรือไม่?" มู่ลี่ นายน้อยแห่งกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าเอ่ยถามด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม

ดูเหมือนว่าผู้คนจากทวีปโต้วหลัวจะมีพัฒนาการทางร่างกายที่เร็วกว่า ดังนั้นแม้ว่าซูลั่วจะอายุเพียงแปดขวบ แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเขากลับไม่เหมือนเด็กแปดขวบของทวีปปราณยุทธ์เลย

แต่ไม่ว่าจะเติบโตเร็วเพียงใด เด็กแปดขวบก็ยังคงเป็นเด็กแปดขวบวันยังค่ำ เด็กวัยนี้ย่อมไม่มีทางตัวสูงเทียบเท่าผู้ใหญ่ได้ ประกอบกับใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ของซูลั่ว ใครๆ ก็พอมองออกว่าเขาอายุอย่างมากก็แค่สิบสองหรือสิบสามปีเท่านั้น

ผู้มีโอกาสเป็นโต้วเจ่อในวัยเพียงสิบสองสิบสามปี ต่อให้มู่ลี่จะยังอายุน้อย เขาก็ไม่กล้าแสดงท่าทีลบหลู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มคนนี้

ท้ายที่สุดแล้ว อายุน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา

ซูลั่วส่ายหน้า "ไม่ใช่"

"ถ้าเช่นนั้น... น้องชาย เจ้าอยู่ในระดับปราณยุทธ์ขั้นเก้าหรือ?"

"นั่นก็ไม่ใช่อีก"

"ขั้นแปดหรือ?"

เมื่อพูดถึงขั้นแปด ความกรุ่นโกรธก็เริ่มฉายชัดบนใบหน้าของมู่ลี่ ยิ่งหลังจากที่เห็นซูลั่วส่ายหน้า ความโกรธบนใบหน้าของเขาก็ไม่ได้ถูกปกปิดไว้อีกต่อไป

"นี่แกตั้งใจปั่นหัวฉันเล่นใช่ไหมวะ?! ไอ้ขยะที่แม้แต่ปราณยุทธ์ขั้นแปดยังไปไม่ถึง กล้าดีหน้าด้านมาขอเกาะกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าของเรากิน! เชื่อไหมล่ะว่าฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ!"

ซูลั่วเกาหัวแกรกๆ "เอ่อ... ข้าไม่เคยพูดสักคำว่าจะต้องเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าของเจ้า"

"ระดับปราณยุทธ์ขั้นแปดเจ้าก็ยังไม่ถึง กลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตของเราก็ไม่ต้องการเจ้าเหมือนกันนั่นแหละ"

ทันทีที่ซูลั่วพูดจบ ก่อนที่ข่ากั่ง หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตจะได้เอ่ยสิ่งใด เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาทันที ตามมาด้วยสายตาดุดันของข่ากั่งที่ตวัดมองนาง

"หุบปากนะหลิงเอ๋อร์! นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาพูดสอด" ชิงเย่ดึงตัวนางกลับไป ก่อนจะส่งสายตาขอโทษมาทางซูลั่ว

"พี่ชิงเย่ ที่ข้าพูดมันเป็นเรื่องจริงนี่นา! เขายังไปไม่ถึงระดับปราณยุทธ์ขั้นแปดด้วยซ้ำ หากรับเข้ามาก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ จะให้เขาร่วมกลุ่มไปทำไมกัน?"

เด็กสาวที่ชื่อหลิงเอ๋อร์กล่าวด้วยความขุ่นเคือง เดิมทีนางคิดว่าซูลั่วจะแข็งแกร่งกว่าพี่มู่หลานของนางเสียอีก แต่พอได้ยินว่าเขายังอยู่ไม่ถึงระดับปราณยุทธ์ขั้นแปด นางก็รู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวไม่ต่างจากมู่ลี่

"น้องชาย โปรดอย่าถือสานางเลย หลิงเอ๋อร์ถูกพวกเราตามใจจนเสียคนไปหน่อย อย่าได้ลดตัวลงไปมีเรื่องกับนางเลย"

"ข้าสงสัยจริงๆ ว่าเหตุใดเจ้าถึงอยากเป็นทหารรับจ้างนัก ในวัยของเจ้า ควรจะหมั่นฝึกฝนปราณยุทธ์อยู่ที่บ้านมากกว่านะ"

"อะไรกัน ข่ากั่ง? นี่แกคิดจะให้มันเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตของแกจริงๆ งั้นเรอะ? หึ มิน่าล่ะใครๆ ถึงได้บอกว่าพวกแกมันขยะ เทียบไม่ได้แม้แต่เศษเล็บตีนของกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าของเราเลยด้วยซ้ำ"

มู่ลี่หัวเราะร่วน ในเวลานี้เขากลับรู้สึกยินดีอยู่บ้างที่ซูลั่วปรากฏตัวขึ้น

แม้เมื่อครู่เขาจะโดนปั่นหัว แต่หากเทียบกับการได้เยาะเย้ยถากถางกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตแล้ว มันก็ถือว่าคุ้มค่า

"แกพูดว่าอะไรนะ?!"

ชายฉกรรจ์หลายคนจากกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตก้าวพรวดออกมา ทำท่าราวกับพร้อมจะแลกชีวิตกับมู่ลี่

"เหอะ ข้าก็แค่พูดความจริง" มู่ลี่กล่าวพลางปรายตามองซูลั่ว "ขยะรวมตัวกัน ช่างเหมาะสมกันดีแท้ ผีเน่ากับโลงผุอย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ"

"แก..." ทหารรับจ้างอารมณ์ร้อนหลายคนชูอาวุธขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าใส่มู่ลี่ ทว่าคนของกลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าก็ก้าวออกมาขวางไว้เช่นกัน

"ทำไม คิดจะลงมือกับนายน้อยของเรางั้นรึ? คิดให้ดีล่ะ กลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าไม่ได้หวาดกลัวกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตของพวกแกหรอกนะ"

สถานการณ์เผชิญหน้าตึงเครียดก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย ทว่าหากประเมินจากกลิ่นอายพลังแล้ว กลุ่มทหารรับจ้างหัวหมาป่าดูเหมือนจะมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย

"เอาล่ะ พวกเราต่างก็ต้องเข้าป่าล่าสัตว์เวทกันทั้งนั้น อย่ามาหลั่งเลือดให้กับเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย น้องชาย เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้าเลยว่าเหตุใดอายุเพียงเท่านี้จึงอยากมาเป็นทหารรับจ้าง?"

ข่ากั่งห้ามปรามการปะทะที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาถามซูลั่ว

"เพราะท่านแม่ของข้าต้องใช้เงินรักษาตัว"

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เคราะห์ร้ายของครอบครัวงั้นหรือ? ช่างน่าสงสารเสียจริง เอ้านี่ รับเหรียญทองพวกนี้ไป แล้วล้มเลิกความคิดที่จะเป็นทหารรับจ้างเสียเถอะ"

ข่ากั่งโยนถุงเงินให้ซูลั่ว ซูลั่วเหลือบมองเหรียญทองข้างใน มีอยู่ประมาณสี่ถึงห้าร้อยเหรียญ

"ขอบคุณมากท่านลุง แต่ข้ามิอาจรับรางวัลโดยที่ไม่ได้ทำผลงานใดๆ ข้าควรจะทำบางสิ่งตอบแทนกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิตบ้าง ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี ดังนั้นข้าจึงตั้งใจจะล่าสัตว์เวทด้วยความสามารถของตนเอง ข้าเพียงแค่ต้องการให้ท่านช่วยเตรียมสมุนไพรให้ข้าสักหน่อย"

"สมุนไพรงั้นหรือ? น้องชาย หรือว่าเจ้าจะเป็นหมอ?"

ดวงตาของข่ากั่งเป็นประกายวาบเมื่อได้ยินคำว่าหมอ แม้ความแข็งแกร่งของซูลั่วอาจจะดูไม่มากนัก แต่ถ้าเขาเป็นหมอ เขาจะมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อกลุ่มทหารรับจ้างศึกโลหิต

ซูลั่วส่ายหน้า "ไม่ใช่"

"ฮ่าๆๆ! ข่ากั่ง แกก็อายุไม่ต่างจากพ่อฉันเท่าไหร่นัก ทำไมถึงได้เลอะเลือนขนาดนี้? อายุเท่านี้เนี่ยนะจะเป็นหมอ? แกคิดว่าทุกคนจะมีพรสวรรค์เหมือนเสี่ยวอีเซียนกันหมดหรือไง?"

มู่ลี่หัวเราะลั่น แม้แต่มู่เสอที่ยืนอยู่ด้านหลังยังมีรอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปาก ในฐานะกลุ่มทหารรับจ้างในเมืองชิงซาน การได้เห็นกลุ่มคู่แข่งเสียหน้า ทำให้พวกเขารู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง

ทว่า เสียงหัวเราะของพวกเขาก็คงอยู่ได้ไม่นานเมื่อซูลั่วเอ่ยปากขึ้น

"ข้าไม่ได้เป็นหมอ แต่เป็นนักปรุงยา"

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม ทันทีที่สิ้นคำพูดของซูลั่ว ลานกว้างแห่งนั้นก็เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก

ไม่กี่วินาทีต่อมา มู่ลี่ก็ถูกเตะเข้าที่กลางหลังอย่างจังจนร่างปลิวละลิ่วไปไกลถึงห้าเมตร

"ไอ้ลูกทรพี! รีบคุกเข่าลงแล้วขอโทษท่านนักปรุงยาเดี๋ยวนี้!"

จบบทที่ บทที่ 2: นักปรุงยา

คัดลอกลิงก์แล้ว