- หน้าแรก
- ค่ำคืนร้อนฉ่า ประธานสาวเย็นชาลากผมไปจดทะเบียน
- ตอนที่ 41 สัตว์ป่าจนตรอก ความเย่อหยิ่งแห่งอำนาจ
ตอนที่ 41 สัตว์ป่าจนตรอก ความเย่อหยิ่งแห่งอำนาจ
ตอนที่ 41 สัตว์ป่าจนตรอก ความเย่อหยิ่งแห่งอำนาจ
ตอนที่ 41 สัตว์ป่าจนตรอก ความเย่อหยิ่งแห่งอำนาจ
งานเปิดตัว ‘ครีมปิงจีเสวี่ยฝูเกา’ กลายเป็นศึกสร้างชื่อระดับตำนานของซูกรุ๊ป
ทุกคนต่างคิดว่า แผ่นฟ้าแห่งเมืองเจียงไห่กำลังจะเปลี่ยนสี
ทว่างานเฉลิมฉลองนี้กลับคงอยู่ได้ไม่ถึงสิบสองชั่วโมง
ช่วงบ่ายวันนั้น
รถของเจ้าหน้าที่ที่ประทับตัวอักษร ‘อย.’ (NMPA) กว่าสิบคัน ปิดตายทางเข้าโรงงานผลิตของซูกรุ๊ป
เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งถือเอกสารคำสั่ง บุกเข้าไป ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของผู้จัดการโรงงาน
“ได้รับแจ้งเบาะแสว่า ซูกรุ๊ปต้องสงสัยว่าผลิตยาเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และมีการดำเนินกิจการอย่างผิดกฎหมาย!”
“ตอนนี้ขอสั่งปิดล้อมเพื่อตรวจสอบตามกฎหมาย!”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สายการผลิตทั้งหมดถูกบังคับตัดไฟ พนักงานทุกคนถูกไล่ออกมา
แปะ!
ป้ายคำสั่งปิดตายที่ประทับตราทางการสีแดงสด ถูกแปะทับลงบนประตูใหญ่ของโรงงานอย่างแน่นหนา
“ระงับการผลิตไม่มีกำหนด เพื่อรอการสืบสวนต่อไป”
ตอนที่ ซู ชิงเสวี่ย มาถึง สิ่งที่เธอเห็นก็คือภาพนี้
ร่างกายของเธอสั่นเทา
ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นความโกรธจัดที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
เธอสามารถรับมือกับเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจได้ทุกรูปแบบ แต่การใช้อำนาจที่เหนือกว่าลงมาบดขยี้กันแบบนี้ ทำให้วิธีการทั้งหมดของเธอกลายเป็นเรื่องตลก
นี่ไม่ใช่การแข่งขันอีกต่อไป
แต่มันคือการรังแกกันซึ่งๆ หน้า
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลก
ซู ชิงเสวี่ย กดรับสายและเปิดลำโพง เสียงแหบพร่าของคนแก่ที่แฝงไปด้วยความได้ใจของผู้ชนะดังออกมาจากปลายสาย
“แม่หนูตระกูลซูใช่ไหม”
ซู ชิงเสวี่ย นิ่งเงียบ แต่หลังมือที่กำโทรศัพท์กลับปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด
“ฉันคือ จ้าว เซี่ยวเทียน”
อีกฝ่ายบอกชื่อตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและการให้ทานจากผู้ที่อยู่สูงกว่ามองลงมายังผู้ที่อยู่ต่ำกว่า
“ในเมืองเจียงไห่นี้ มีแค่สินค้าดีมันไม่มีประโยชน์หรอก”
“แค่เจ้าหน้าที่อย. เล็กๆ ไม่กี่คน ก็สามารถเปลี่ยนหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดของเธอ ให้กลายเป็นขยะไร้ค่าได้ในพริบตา”
“ลูกชายฉันมันไม่ได้เรื่อง พลาดท่าไป ฉันยอมรับ แต่หน้าตาของตระกูลจ้าว จะมาทิ้งขว้างกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้”
น้ำเสียงของ จ้าว เซี่ยวเทียน เปลี่ยนเป็นดุดัน
“คืนนี้ เอาสูตรเต็มของ ‘ครีมปิงจีเสวี่ยฝูเกา’ มาที่คฤหาสน์ของฉัน คุกเข่าต่อหน้าฉัน แล้วโขกศีรษะขอโทษเทียนอวี่ซะ”
“บางที ฉันอาจจะเหลือทางรอดให้บริษัทซอมซ่อของเธอสักทาง”
“มิฉะนั้น ก็รอถูกฟ้องล้มละลายได้เลย”
นี่คือคำขาด และเป็นการหยามเกียรติกันอย่างรุนแรง
ซู ชิงเสวี่ย โกรธจัดจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง กัดริมฝีปากจนห้อเลือด ขณะกำลังจะเอ่ยปากโต้ตอบ
มือใหญ่ที่อบอุ่นข้างหนึ่งก็เอื้อมมา หยิบโทรศัพท์ออกไปจากมือที่สั่นเทาของเธอ
หลินเฟิง นั่นเอง
เขายืนอยู่ด้านหลัง ซู ชิงเสวี่ย มาตลอด ตอนนี้รอยยิ้มกวนโอ๊ยบนใบหน้าของเขาหายไปแล้ว
สิ่งที่เข้ามาแทนที่ คือความสงบนิ่งที่ทำเอาคนมองใจสั่น
“ฮัลโหล ผีเฝ้าโลงตระกูลจ้าวใช่ไหม”
หลินเฟิง เอาโทรศัพท์มาจ่อที่ปาก น้ำเสียงยังคงความเกียจคร้านเหมือนเดิม แต่กลับแฝงไปด้วยความชั่วร้ายที่แทรกซึมเข้าลึกถึงแก่นกระดูก
จ้าว เซี่ยวเทียน ที่อยู่ปลายสายชะงักไป
“แกเป็นตัวอะไร ให้ซู ชิงเสวี่ย นังผู้หญิงแพศยานั่นมารับสายเดี๋ยวนี้!”
“ฉันเป็นผัวเธอ”
หลินเฟิง ฉีกยิ้ม รอยยิ้มนั้นทำเอา ซู ชิงเสวี่ย ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหนาวสะท้าน
“ตาแก่ ลอบกัดคนอื่นลับหลัง รู้สึกว่าหน้ามันยุกยิกๆ ไม่ค่อยสบายรึเปล่า”
“ไอ้สวะที่แกจ้างมา มันทำคุณไสยใส่เมียฉัน ฉันก็เลยเพิ่งจะทำลายทิ้งไปหมาดๆ ดูเหมือนว่าจะมีพลังสะท้อนกลับไปโดนแกนิดหน่อยนะ”
“หน้าเริ่มคันยุบยิบแล้วใช่ไหมล่ะ เหมือนมีมดเป็นพันๆ ตัวไต่ยั้วเยี้ยอยู่เลยสิ”
ปลายสาย จ้าว เซี่ยวเทียน ที่กำลังนั่งหยิ่งผยองอยู่บนโซฟา รอยยิ้มแข็งค้างไปทันที
เขาลูบหน้าตัวเองตามสัญชาตญาณ
ไม่ผิดแน่!
ตั้งแต่เมื่อครู่นี้ เขาก็รู้สึกคันหน้ายิบๆ เหมือนโดนมดนับไม่ถ้วนกัดกิน ยิ่งเกาก็ยิ่งไม่หาย แต่พอส่องกระจกกลับมองไม่เห็นอะไรผิดปกติ
เขากำลังหงุดหงิดกับเรื่องนี้อยู่พอดี
ไอ้เด็กนี่... รู้ดีขนาดนี้ได้ยังไงกัน
“ไม่ต้องเกาหรอก เปล่าประโยชน์”
น้ำเสียงของ หลินเฟิง ฟังดูสบายอารมณ์สุดๆ
“นั่นแค่ออเดิร์ฟที่ฉันแถมให้ ตอนนี้ ฉันจะดูดวงให้แกฟรีๆ อีกสักรอบก็แล้วกัน”
“ฉันเห็นว่าฮวงซุ้ยตระกูลจ้าวของแกกำลังมีควันดำลอยพวยพุ่ง หน้าผากแกดำคล้ำ บนหัวก็เขียวปัดจนหญ้าจะขึ้นอยู่แล้ว นี่มันลางร้ายระดับบ้านแตกสาแหรกขาดเลยนะเนี่ย”
“เลิกหวังเรื่องสูตรยาบ้าบอนั่นได้แล้ว รีบไปหาซื้อที่ดินทำฮวงซุ้ยทำเลดีๆ ซะตอนที่ยังพอขยับตัวไหว”
“ถ้าช้ากว่านี้ ฉันเกรงว่าคนตระกูลจ้าวของแกทั้งหมด จะไม่มีแม้แต่เสื่อขาดๆ เอาไว้ห่อศพเสียด้วยซ้ำ”
พูดจบ หลินเฟิง ก็ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบโต้ กดตัดสายทิ้งทันที
“คุณ...” ซู ชิงเสวี่ย มองเขา ทั้งโกรธทั้งร้อนรน ทว่าสิ่งที่เหนือกว่านั้นคือความตื่นตะลึงและไร้เรี่ยวแรง “คุณไปต่อปากต่อคำกับเขาแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา พวกนั้นมันไม่สนกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้นนะ”
“ไม่ต้องกลัว”
หลินเฟิง ยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอ แล้วใช้สองนิ้วคีบป้ายคำสั่งปิดตายใบนั้น
แควก—
เขาฉีกป้ายคำสั่งนั้นทิ้ง ขยำเป็นก้อน แล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแส
“ที่รัก บนโลกใบนี้ มีกฎเกณฑ์อยู่ประเภทหนึ่ง ที่อยู่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งปวง”
หลินเฟิง หันไปมอง ซู ชิงเสวี่ย ในดวงตาของเขาส่องประกายความเผด็จการในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“นั่นก็คือกฎของผม”
“พวกมันใช้อำนาจเอาป้ายมาปิด ผมก็จะใช้หมัด ทำให้พวกมันต้องคลานกลับมา ร้องห่มร้องไห้ อ้อนวอนขอให้เราเปิดประตูเอง”
…………………………………………
ขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าว
“อ๊ากกก—”
จ้าว เซี่ยวเทียน แผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง ทุ่มป้านชาจื่อซาราคาหลักล้านลงพื้นอย่างแรง เมื่อได้ยินเสียงสายถูกตัดจากโทรศัพท์ เขาก็โกรธจนตัวสั่นเทา
“พ่อ เป็นอะไรไปครับ” จ้าว เทียนอวี่ ที่อยู่ข้างๆ ถามด้วยความร้อนใจ
“คัน! คันโว้ย!”
จ้าว เซี่ยวเทียน อาการเหมือนคนคลุ้มคลั่ง ใช้เล็บขีดข่วนใบหน้าตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย จนเกิดเป็นรอยแผลเลือดซิบหลายรอย
“พ่อ! พ่อต้องฆ่าพวกมันให้ตายนะ! โดยเฉพาะไอ้รปภ. ที่ชื่อหลินเฟิงนั่น!” จ้าว เทียนอวี่ ยังคงสุมไฟอยู่ข้างๆ
จ้าว เซี่ยวเทียน นัยน์ตาแดงก่ำ หันไปมองชายชราท่าทางน่าขนลุกที่เอาแต่เงียบอยู่ตรงมุมห้อง... สือ พั่วเทียน!
“อาจารย์สือ! นี่น่ะเหรอที่ท่านบอกว่าไม่มีพลาดแน่ๆ!”
ใบหน้าเหี่ยวย่นของ สือ พั่วเทียน ที่เคยนิ่งสนิทดุจบ่อน้ำลึก ในที่สุดก็ปรากฏความเคร่งเครียดขึ้นมา
เขาสัมผัสได้ว่า คำสาปที่ตัวเองร่ายไป ถูกทำลายด้วยพลังหยางอันแข็งแกร่ง หนำซ้ำอีกฝ่ายยังอาศัยกระแสพลัง สะท้อนกลับมาเล่นงานผู้จ้างวานอย่าง จ้าว เซี่ยวเทียน ได้อีกต่างหาก
นี่เป็นหลักฐานว่าตบะวิชาของอีกฝ่ายเหนือกว่าเขามาก
ขณะเดียวกัน บนรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับเข้าเมือง หลินเฟิง ที่กำลังหลับตาพักผ่อน จู่ๆ ก็รู้สึกว่า ‘ป้ายหยกมังกรสยบมาร’ ในกระเป๋ากำลังร้อนขึ้นมานิดๆ
หลินเฟิง ลืมตาโพลงขึ้น
“ที่แท้ก็เป็นแกนี่เอง...”
เขาพึมพำเสียงเย็นเยียบเบาจนมีเพียงตัวเองได้ยิน
ราตรีค่อยๆ โรยตัวลงมา
หลังจากกลับมาถึงคฤหาสน์ หลินเฟิง ก็ปลอบโยน ซู ชิงเสวี่ย ที่ทั้งเหนื่อยล้าและหวาดกลัวให้ไปพักผ่อนก่อน
ส่วนตัวเองก็กลับมาที่ห้อง หยิบชุดวอร์มออกมาจากส่วนลึกของตู้เสื้อผ้า
พอเปลี่ยนชุดเสร็จ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
หลินเฟิง เดินไปที่หน้าต่าง ทอดสายตามองไปยังทิศทางของคฤหาสน์ตระกูลจ้าวในระยะไกล
คืนนี้ ไม่ใช่สงครามธุรกิจ
ไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว
แต่เป็นการล้างบางพวกทรยศสำนัก