เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 : ชายในชุดคลุมสีดำ (ตอนฟรี)​

บทที่ 86 : ชายในชุดคลุมสีดำ (ตอนฟรี)​

บทที่ 86 : ชายในชุดคลุมสีดำ (ตอนฟรี)​


บทที่ 86 : ชายในชุดคลุมสีดำ (ตอนฟรี)​

เมื่อท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มปรากฏแสงสีขาวนวลของดวงอาทิตย์​ แผ่นดินก็ค่อยๆสว่างขึ้น

ภายในห้องพักโรงแรม

เซียวซิงหยูตื่นขึ้นจากความฝัน ทันใดนั้น​เขาก็พบว่าหัวของตัวเองกำลังหนุนอยู่บนต้นขาขาวเนียนเรียวยาวคู่หนึ่ง

“อรุณสวัสดิ์ ลูลู่”

เดลลูนั่งอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน นอกจากนี้​เธอยังยอมให้ต้นขาของตัวเองเป็นหมอนให้เซียวซิงหยูหนุน

“ตื่นแล้วก็ลุกเร็วๆสิ ขาของข้าจะหมดเเรง​อยู่​แล้วเนี่ย”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เซียวซิงหยูก็ผละหัวออกจากต้นขาของเดลลูอย่างอ้อยอิ่ง

จากนั้น​ เดลลูก็เอ่ยเตือนทันที​ “พรุ่งนี้เย็น เป็นเวลาประหารชีวิตเมดูซ่าแล้วนะ”

“เข้าใจ​เเล้ว”

เซียวซิงหยูเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เเล้วมองตัวเองในกระจกอย่างตั้งใจ

“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ถึงเวลาออกเดินทางสู่เส้นทางที่ไม่รู้ว่าจะรอดหรือตาย”

ถึงแม้ว่าจะวางแผนอย่างรอบคอบ และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว

แต่ยังไงเซียวซิงหยูก็ยังเป็นแค่ปรมาจารย์อสูรระดับสองดาว เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล

เดลลูมองออกถึงความรู้สึกของเซียวซิงหยู เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเสนอทางสบายๆให้เขา

“ตอนนี้ยังถอนตัวทันนะ”

“ยังไงเสียเจ้าก็เป็นมาสเตอร์ ส่วนข้าก็เป็นแค่อสูรของนาย…ปกติแล้ว มันไม่มีมาสเตอร์คนใหรหรอกที่จะเอาชีวิตตัวเอง​ไปเสี่ยงเพื่อช่วยสัตว์​อสูร”

หลังจากผ่านคืนที่ “โรแมนติก” นั้นมา เดลลูก็เริ่มมองเซียวซิงหยูในเเบบที่ไม่ใช่แค่ในฐานะมาสเตอร์อีกต่อไปแล้ว

เเละเมื่อนึกได้ว่าการไปช่วยเมดูซ่าครั้งนี้อาจจะทำให้เซียวซิงหยูต้องตาย เดลลูก็เกิดลังเลใจขึ้นมา​อย่างมาก

เเต่ทันใดนั้นัอง, เซียวซิงหยูก็ยกมือขึ้นโอบไหล่ของเดลลู

“ลูลู่ ฉันเคยบอกแล้วว่า เธอไม่ใช่แค่อสูรของฉัน แต่เป็นครอบครัวของฉันด้วย”

“ไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้จะอันตรายแค่ไหน ฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอไปจนสุดทาง”

ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของเดลลู ตั้งเเต่ทำพันธสัญญา​โลหิต​…หัวใจที่เย็นชาของเธอก็ถูกความอบอุ่นจากเด็กหนุ่มตรงหน้าโอบกอดครั้งแล้วครั้งเล่า

“เซียวซิงหยู”

เสียงใสกังวานของเดลลูเต็มไปด้วยความจริงใจและแน่วแน่

“ขอบคุณนะที่ช่วยข้า ข้าไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี”

“แต่ข้ารับรองได้เลยว่า ถ้าการช่วยเมดูซ่าล้มเหลว…ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อคุ้มครองเจ้าให้ถอยกลับมาได้อย่างปลอดภัย”

คำพูดของเดลลูล้วนมาจากใจจริง

บางทีอาจเป็นเพราะหลังจากคืนนั้นที่ได้ใกล้ชิดกัน ในสายตาของเดลลูตอนนี้ ชีวิตของเซียวซิงหยูสำคัญกว่าชีวิตของเธอเสียอีก

เซียวซิงหยูยิ้มกว้างแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นหรอก ฉันไม่ได้ช่วยเธอเพราะความหวังดีอย่างเดียวสักหน่อย”

“ถ้าช่วยเมดูซ่าได้ เมดูซ่าก็คงจะยอมสยบเเละ กลายเป็นอสูรของฉัน, นอกจาก​นี้ เมดูซ่าก็มีความลับเกี่ยวกับสงครามสังหารมังกรและจักรพรรดินีซ่างกวนหลาน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งล้ำค่า”

“เพราะฉะนั้นพวกเราก็นับว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ดังนั้น…เธอไม่ต้องกดดันตัวเองมากขนาดนั้นหรอก”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เดลลูก็เงียบไป

เธอรู้ดีว่าเซียวซิงหยูพูดแบบนี้ก็เพื่อปลอบใจและลดความกดดันให้เธอ

กริ๊งงงงงง

ทันใดนั้น​เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ฮัลโหล~ ครับอาจารย์เฉิน”

“เซียว​ซิง​หยู, อย่านึกว่าเหลือเวลาอีกห้าวันก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศแล้วนายจะขี้เกียจได้นะ รีบมาที่สนามกีฬาเพื่อฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันซะ!” เฉินฉีเหนียนเร่งเร้า

ในตอนนี้อาจารย์เฉินฉีเหนียนและพี่น้องมู่หรงได้ไปถึงสนามกีฬากลางเมืองสี่วิญญาณเรียบร้อย​แล้ว

ก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันซูเปอร์โนวา เฉินฉีเหนียนตั้งใจจะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนได้ฝึกซ้อมร่วมกันให้มาก​ที่สุด​

อย่างแรกก็เพื่อฝึกซ้อมกลยุทธ์การทำงานเป็นทีม อย่างที่สองก็เพื่อทดสอบขีดจำกัดศักยภาพของเซียวซิงหยูในปัจจุบัน

เเน่นอนว่าเซียวซิงหยูคิดข้ออ้างไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน เขาจึงพูดออกไปทันที

“อาจารย์เฉินครับ ผมออกจากบ้านมาหลายวันแล้ว ตอนนี้พี่สาวของผมคิดถึงผมมาก…ขอผมหยุดสักวันได้ไหมครับ ผมอยากกลับไปเมืองหลงอิ๋นเพื่ออยู่เป็นเพื่อนพี่สาวผม”

ตอนแรกเฉินฉีเหนียนไม่เห็นด้วย แต่สุดท้าย​ก็ทนการอ้อนวอนของเซียวซิงหยูไม่ไหว

“ก็ได้ๆ ฉันอนุญาตให้หยุด!”

เฉินฉีเหนียนในฐานะอาจารย์ประจำชั้น ย่อมรู้เรื่องสถานการณ์ครอบครัวของเซียวซิงหยูเป็นอย่างดี

ตั้งแต่เด็ก เซียวรั่วเสวี่ยและเซียวซิงหยูก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด พวกเขา​เป็นพี่น้องที่น่าสงสารคู่หนึ่ง…เฉินฉีเหนียนจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคำขอลาของเซียวซิงหยู เเละได้แต่ตอบตกลงเท่านั้น​

“ขอบคุณครับอาจารย์เฉินที่อนุญาตครับ!”

“เซียวซิงหยู เหลือเวลาอีกห้าวันก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศ ฉันให้เวลานายหยุดได้แค่สามวันนะ อีกสามวันต่อจากนี้​นายต้องกลับมาเข้าร่วมการฝึกซ้อมก่อนการแข่งขัน!”

“วางใจได้ครับอาจารย์เฉิน ผมรับรองว่าก่อนเริ่มการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ผมจะปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอย่างแน่นอน!”

เฉินฉีเหนียนยังอยากจะบ่นอีกสองสามประโยค แต่เซียวซิงหยูก็วางสายไปแล้ว

“เจ้าเด็กนี่ กล้าตัดสายฉันแบบนี้ได้ยังไง!”

มู่หรงหยางซั่วเข้ามาถามทันที​ว่า “อาจารย์เฉิน เซียวซิงหยูจะมาเมื่อไหร่ครับ?”

“เจ้าเด็กนั่นขอลากลับไปเมืองหลงอิ๋นเพื่อไปหาพี่สาวเขา”

เมื่อมู่หรงซินซินได้ยินว่าเซียวซิงหยูขอลากลับบ้าน เธอก็หมดความสนใจที่จะฝึกซ้อมทันที

“อาจารย์เฉิน ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย วันนี้ขอไม่เข้าร่วมการฝึกซ้อมนะคะ ฉันจะกลับโรงแรม”

“ได้ๆ กลับไปพักผ่อนให้สบายเถอะ”

หลังจากที่มู่หรงซินซินจากไป สายลมเย็นๆ ก็พัดผ่านเหนือสนามกีฬากลางแจ้ง ในสนามที่ว่างเปล่าเหลือเพียงเฉินฉีเหนียนและมู่หรงหยางซั่วที่จ้องหน้ากัน

“อาจารย์เฉิน ผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายเหมือนกัน…”

“ลูกผู้ชายตัวจริง รู้สึกไม่สบายก็ต้องทน!”

“อาจารย์เฉิน ผมอยากกลับบ้านไปหาแม่…”

“ไม่อนุญาต อยู่ฝึกซ้อมซะ!”

มู่หรงหยางซั่วแทบน้ำตาไหล เเละถูกบังคับให้ฝึกซ้อมแบบ “สอนตัวต่อตัว”

“อาจารย์เฉิน คุณลำเอียงเกินไปแล้วนะครับ?”

“นายพูดว่าอะไรนะ?”

“ปะ…เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

“ฮึ่ม…บ่นเยอะเพิ่ม, การฝึกเพิ่มพลังวิญญาณ อีก 8 ชุด, เพิ่มการทดสอบปฏิกิริยาอีก 5 ชุด, เพิ่มการฝึกดึงขีดจำกัดทางร่างกายอีก 40 นาที”

มู่หรงหยางซั่วทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลคลอเบ้า

"แย่แล้ว แบบนี้ก็มีแต่ฉันคนเดียวที่ซวยสิ!"

การฝึกครั้งนี้มีชื่ออันไพเราะว่า "ค่ายฝึกซ้อมก่อนการแข่งขัน"

แต่จริงๆแล้วมันคือการที่เฉินฉีเหนียนกดดันมู่หรงหยางซั่วคนเดียวให้ฝึกดึงขีดจำกัด​ของตนออกมา…ซึ่งมันก็เหมือนกับการจับแกะมาโกนขนยังไงยังงั้น

ไม่ถึงวัน มู่หรงหยางซั่วก็เหนื่อยจนเกือบจะหมดสติไป

…..

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ

แสงสนจางๆ สีแดงเรื่อส่องลงบนชายหาดริมทะเล

เด็กหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ชายหาด พร้อมกับสาวงามรูปร่างสะอดสะอางอยู่ข้างกาย

หญิงสาวสวมชุดเดรสยาวสีแดง เผยให้เห็นขาเรียวและเท้าขาวเนียน

เท้าทั้งคู่งามราวกับหยก แม้จะเหยียบลงบนผืนทรายที่ถูกคลื่นซะล้าง แต่ก็ไม่มีเม็ดทรายติดอยู่เลยแม้แต่เม็ดเดียว

ด้านหลังของหญิงสาวมีหางปุกปุยเก้าหางแกว่งไหวไปตามสายลม

"ลูลู่ ที่นี่คือหาดปี้หลัน"

"ฉันดูแผนที่มาแล้ว ถ้าออกเดินทางจากที่นี่ จะไปถึงเกาะน้ำแข็ง​เพลิง ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือ ได้เร็วที่สุด"

เมื่อวางแผนเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ปัญหาต่อไปคือการเลือกพาหนะ

การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การท่องเที่ยวทางทะเล แต่เป็นการเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคนจากลานประหาร

การเดินทางโดยเรือนั้น จะเป็นจุดสนใจได้ง่ายเกินไป…ในสถานการณ์เช่นนี้ เซียวซิงหยูจึงต้องการอสูรบินได้หรืออสูรธาตุ​น้ำที่ไว้ใจได้สุดๆ

ถึงแม้ว่าเทพธิดา​เเสงศักดิ์สิทธิ์จะมีความสามารถในการบิน แต่เซียวซิงหยูจะไม่มีวันเรียกเธอออกมา

เพราะการออกทะเลครั้งนี้ เขาจะไม่ใช้ตัวตนของ "เซียวซิงหยู" แต่จะต้องใช้ตัวตนใหม่ จึงจะมีโอกาสรอดชีวิตกลับมาได้

เซียวซิงหยูเปิดแหวนมิติแล้วหยิบหน้ากากปีศาจออกมา

หลังจากสวมหน้ากากแล้ว เซียวซิงหยูก็เผยให้เห็นเพียงดวงตา ส่วนอื่นๆ ของใบหน้าถูกหน้ากากปิดบังไว้อย่าง​มิดชิด

จากนั้น, เซียวซิงหยูก็สวมเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ยาว ชายเสื้อของเขาปลิวไสวไปตามแรงลมทะเลราวกับราชาปีศาจ​

ในขณะนี้ ตัวตนของเขาไม่ใช่อัจฉริยะหนุ่มจากวิทยาลัยชิงหลงอีกต่อไป…แต่เป็นนักฆ่าลึกลับในชุดดำ ที่กำลังจะบุกโจมตีกองบัญชาการกองทัพเรือและช่วยคนจากลานประหารอย่างอุกฉกรรจ์​

………………….

จบบทที่ บทที่ 86 : ชายในชุดคลุมสีดำ (ตอนฟรี)​

คัดลอกลิงก์แล้ว