เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 : วิวัฒนาการหมาป่าวายุ​นรก!

บทที่ 45 : วิวัฒนาการหมาป่าวายุ​นรก!

บทที่ 45 : วิวัฒนาการหมาป่าวายุ​นรก!


บทที่ 45 : วิวัฒนาการหมาป่าวายุ​นรก!

“ท่านอธิการบดีวางใจได้เลยครับ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าในการแข่งขันซูเปอร์โนวา ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”

ก่อนหน้านี้ เซียวซิงหยูเคยได้ยินเรื่องการแข่งขันนี้มาก่อน มันคือเวทีประลองฝีมือของเหล่าอัจฉริยะจากสี่วิทยาลัยใหญ่

ภายในวิทยาลัยชิงหลง หากพูดถึงผู้ที่มีพรสวรรค์อันดับหนึ่ง ทุกคนต้องนึกถึงเย่ซวงหนิง

แต่ในการแข่งขันซูเปอร์โนวาเมื่อปีที่แล้ว เย่ซวงหนิงได้เพียงอันดับสองเท่านั้น…ส่วนผู้ที่คว้าแชมป์ไปครองคือหลี่มู่เฉิงจากวิทยาลัยไป๋หู่

ตระกูลหลี่ก็เหมือนกับตระกูลเย่ พวกเขา​คือเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลปรมาจารย์อสูรที่ยิ่งใหญ่

เเละหลี่มู่เฉิงเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์น่ากลัวยิ่งกว่าเย่ซวงหนิงเสียอีก

“คนอื่นชอบเอาผมไปเปรียบเทียบกับเย่ซวงหนิงอยู่เรื่อย ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องคว้าแชมป์ซูเปอร์โนวาในปีนี้มาให้ได้!”

เซียวซิงหยูเองก็มีความทะเยอทะยานสูง เขาต้องการที่จะทำในสิ่งที่เย่ซวงหนิงไม่สามารถทำได้

“อีกหนึ่งเดือนกว่าจะถึงการแข่งขันซูเปอร์โนวา, ภายในเดือนนี้ ฉันจะต้องทำให้เฮยเฟิงพัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสมบูรณ์ (ขั้นที่​ 1) ให้ได้”

“นอกจากนั้นก็ต้องหาทางเพิ่มพลังวิญญาณ แล้วก็ทำสัญญากับสัตว์​อสูรตัวที่สองด้วย” (ไม่นับลูลู่)​

เซียวซิงหยูได้ดูวิดีโอการแข่งขันซูเปอร์โนวาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมันทำให้เขาพอจะเข้าใจรูปแบบการแข่งขันระดับนี้อยู่บ้าง

อย่างแรกเลย คือผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียนใหม่ทั้งหมด

อย่างที่สอง ระดับของนักเรียนใหม่ทุกคนจะต้องอยู่ในระดับปรมาจารย์อสูรสองดาว

ซึ่งหมายความว่าเซียวซิงหยูต้องผ่านการทดสอบระดับปรมาจารย์อสูรสองดาวภายในหนึ่งเดือนนี้ ถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน

และอีกเรื่องที่สำคัญคือจำนวนสัตว์​อสูร ผู้เข้าแข่งขันซูเปอร์โนวาเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนต่างก็มีอสูรอย่างน้อยสองตัว

​หลี่มู่เฉิง ผู้ที่เอาชนะเย่ซวงหนิงและคว้าแชมป์ไปครองนั้น มีอสูรถึงสามตัว!

ณ ตอนนี้​ถึงแม้เซียวซิงหยูจะมีสัตว์​อสูรสองตัวเเล้ว​ แต่จิ้งจอกเก้าหางเดลลูเป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัว เขาย่อมไม่สามารถอัญเชิญเธอออกมาต่อสู้ในที่สาธารณะได้…ดังนั้น​ ตอนนี้​เซียวซิงหยูมีอสูรที่สามารถใช้ในการแข่งขันซูเปอร์โนวาได้เพียงตัวเดียว นั่นคือเฮยเฟิง

“ถ้ามีแค่เฮยเฟิงตัวเดียว คงจะรับมือกับการแข่งขันระดับนี้ได้ยาก, เราต้องหาโอกาสไปเดินดูตามร้านขายอสูรต่างๆซะหน่อยแล้ว เผื่อจะเจอของดีราคาถูกบ้าง”

เซียวซิงหยูได้เฮยเฟิงมาก็เพราะบังเอิญเจอของดีราคาถูกเช่นกัน

ใรขณะที่เซียวซิงหยูกำลังวางแผนสำหรับเดือนหน้าอยู่นั้น ซูหรูหยานก็ถามขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า

“เซียวซิงหยู เธอหมดสติไปเพราะอะไรกันแน่?”

แววตาของซูหรูหยานในตอนนั้นดูลึกลับ​อย่างมาก มันราวกับว่า​เธอต้องการมองทะลุเข้าไปในจิตวิญญาณของเซียวซิงหยู

เซียวซิงหยูพยายามควบคุมสติอารมณ์เอาไว้ แล้วกุเรื่องขึ้นมาอย่างลวกๆว่า

“สามวันที่แล้ว ผมกับเฮยเฟิงฝึกฝนหนักเกินไปจนพลังวิญญาณหมดเกลี้ยง…แล้วก็หมดสติไปครับ”

“หึๆ…น่าแปลกนะ วันที่เธอหมดสตินั้น เป็นวันเดียวกับที่รองอธิการบดีหวังตงเซิงหายตัวไป”

ทันใดนั้น​ บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยก็เริ่มอึมครึมขึ้นมาทันที

หัวใจของเซียวซิงหยูเต้นเร็วขึ้น แต่เขาก็ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ท่านอธิการบดี หมายความว่ายังไงครับ?...นี่ท่านคิดว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของรองอธิการบดีหวังรึเปล่า?”

ซูหรูหยานหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า

“เปล่านี่ ฉันแค่พูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้หมายความว่านายเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเขาเสียหน่อย​”

“ท่านอธิการบดีครับ แล้วเรื่องที่รองอธิการบดีหวังหายตัวไป ท่านจะจัดการยังไงครับ? จะรอให้เขากลับมา หรือจะเลือกรองอธิการบดีคนใหม่?”

“เรื่องในวิทยาลัยมีมากมายที่ต้องให้รองอธิการบดีจัดการ ฉันจะรีบหาตัวรองอธิการบดีคนใหม่โดยเร็วที่สุด”

ทั้งสองคนต่างก็ซ่อนความคิดเอาไว้, ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน แต่ก็คอยจับผิดกันและกันไปด้วย

หลังจากพูดคุยกันสักพัก ซูหรูหยานก็ขอตัวกลับไป

เซียวซิงหยูนอนอยู่บนเตียง ความคิดต่างๆเริ่มวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

“ดูเหมือนท่านอธิการบดีจะสงสัยว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของหวังตงเซิง แต่เธอก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ...”

“รองอธิการบดีหวังหายตัวไป ท่านอธิการบดีก็เลือกที่จะหาคนใหม่มาแทน…แสดงว่าท่านอธิการบดีคงไม่ได้ชอบหวังตงเซิงอยู่แล้ว พอเขาหายตัวไป ก็ถือโอกาสเปลี่ยนรองอธิการบดีคนใหม่ซะเลย”

เมื่อวิทยาลัยชิงหลงกำจัดหวังตงเซิงที่เป็​นเนื้องอกร้ายไปได้ บรรยากาศภายในวิทยาลัยก็คงจะดีขึ้นอย่างมาก

ส่วนหวังเยี่ยน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหวังตงเซิง…ตอนนี้เขากลายเป็นขอทานเร่ร่อนไปแล้ว

…..

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

เซียวซิงหยูกลับมาแข็งแรงเต็มที่เหมือนเดิมเเล้ว

วันนี้หลังเลิกเรียน เซียวซิงหยูเดินออกจากวิทยาลัยชิงหลงเพียงลำพัง มุ่งหน้าไปยังภูเขาหยินหนาน

ณ ใจกลางป่าลึก

ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนยอดไม้ สายลมพัดเบาๆ พร้อมเสียงจั๊กจั่นที่ร้องดังระงมไปทั่ว​

“คืนนี้ อากาศดี ฟ้าฝนเป็นใจ เหมาะแก่การให้เฮยเฟิงเลื่อนขั้นจริงๆ!”

เซียวซิงหยูเปิดตราอสูร ทันใดนั้น​แสงสองสายก็พุ่งออกมา

“อาวู้ววว~”

เฮยเฟิงปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เซียวซิงหยู, ร่างกายของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีดำอันน่า​สะพรึงกลัว…ตอนนี้เฮยเฟิงอยู่ในระดับเริ่มต้น (ขั้นที่​ 3) ซึ่งเป็นจุดที่พร้อมจะพัฒนาไปยังขั้นต่อไปเเล้ว

เเละหลังจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา, ตอนนี้เฮยเฟิงก็พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่​แล้ว

ใต้ต้นไม้อีกด้าน มีสาวงามสุดเซ็กซี่เอนกายพิงต้นไม้อยู่

หูจิ้งจอกสองข้างของเธอกระดิกไปตามแรงลม

“เดลลู การเลื่อนขั้นมันมีความเสี่ยงมาก, แถมเฮยเฟิงยังมีพลังธาตุความมืดอยู่ในร่างกายด้วย ระหว่างการเลื่อนขั้นมันอาจจะควบคุมพลังไม่อยู่ ดังนั้นเธอช่วยดูแลให้หน่อยนะ”

ที่เซียวซิงหยูเรียกเดลลูออกมา ก็เพื่อให้เธอช่วยดูแลความปลอดภัยระหว่างการเลื่อนขั้นของเฮยเฟิง

การเลื่อนขั้นของอสูรเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว มันมีโอกาสที่จะสำเร็จ​เเละล้มเหลวได้พอๆกัน

ยิ่งอสูรมีพลังธาตุหลายชนิดมากเท่าไหร่ การเลื่อนขั้นก็จะยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น, เฮยเฟิงมีพลังธาตุถึงสามชนิด ดังนั้นการเลื่อนขั้นของมันจึงยากกว่าอสูรตัวอื่นๆในระดับเดียวกันมาก

หลัง​จากนั้น, เซียวซิงหยูก็เปิดแหวนมิติ หยิบวัตถุดิบสำหรับการเลื่อนขั้นออกมาจำนวนหนึ่ง

ซึ่ง​วัตถุดิบ​เหล่านี้​ได้​เเก่ เถาวัลย์วิญญาณไฟ, หญ้าเปลวเพลิงร้อยใบ, ยาเม็ดเพลิงแดง, น้ำยาบำรุงพลังธาตุไฟคุณภาพสูงหนึ่งขวด และแกนอสูรธาตุไฟระดับเติบโต​อีกหนึ่งเม็ด

วัตถุดิบสำหรับการเลื่อนขั้นเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 5 ล้านหยวน, เเน่​นอน​ว่า​เซียวซิงหยูไม่ได้​มีเงินมากขนาดนั้นหรอก เขาได้สิ่งของเหล่านี้มาเพราะอาศัยพี่สาวคนสนิทอย่างฉินเยียนหรัน

เมื่อฉินเยี่ยนหรานรู้ว่าเซียวซิงหยูต้องการวัตถุดิบสำหรับการเลื่อนขั้น เธอก็ไม่ลังเลที่จะควักเงินซื้อให้ทันที แถมยังซื้อแต่ของที่แพงที่สุดอีกด้วย!

“เฮยเฟิง กินเข้าไปซะ!”

เซียวซิงหยูยัดวัตถุดิบทั้งหมดเข้าไปในปากของเฮยเฟิงทันที​

“อาบู๊วววว~~~”

หลังจากกินวัตถุดิบเข้าไปแล้ว ขนของหมาป่าเฮยเฟิงก็ลุกชันขึ้นมาทันที มันเอาหัวโขกต้นไม้และก้อนหินรอบๆอย่างบ้าคลั่ง

ในขณะเดียวกัน เปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชนอยู่บนร่างกายของมันก็เริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็วจนทำให้ต้นไม้ในป่าจนกลายเป็นทะเลเพลิง!

“เฮยเฟิง ตั้งสติไว้! พยายามทำลายกำแพงนั่นให้ได้!”

อสูรที่มีพลังธาตุถึงสามชนิด ทุกครั้งที่เลื่อนขั้นจะยากกว่าอสูรธาตุ​เดียวมาก…การเลื่อนขั้น​เเต่ละครั้ง​ ถึงจะไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสหนัก

ปรมาจารย์อสูรและสัตว์​อสูรสามารถเชื่อมต่อจิตวิญญาณกันได้…ดังนั้น​เซียวซิงหยูจึงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เฮยเฟิงกำลังเผชิญอยู่

เดลลูก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอปล่อยพลังปราณสีแดงออกมาสร้างเกราะป้องกันขึ้นรอบๆ หมาป่าเฮยเฟิง

เฮยเฟิงถูกขังอยู่ในเกราะป้องกัน จึงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับสภาพ​แวดล้อมได้อีก

“เฮยเฟิง อีกนิดเดียว! อดทนไว้อีกหน่อยนะ!”

เซียวซิงหยูพูดขณะใช้ดวงตาเทพ​อสูร​มองดูความคืบหน้าของการเลื่อนขั้น

[ความคืบหน้าการเลื่อนขั้น]

10%

20%

30%

99%

ความคืบหน้าหยุดอยู่ที่ 99% เเล้วไม่ขยับไปไหนจนเซียวซิงหยูเริ่มรู้สึกกังวล

ตูมมมม!!!

ทันใดนั้น มันก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นจากใจกลางทะเลเพลิง

แรงระเบิดทำให้เซียวซิงหยูล้มลงกับพื้น…เเละหลังจากลุกขึ้นมา เซียวซิงหยูก็ได้ยินเสียงคำรามที่คุ้นเคย

“อาบู๊วววว!”

“เฮยเฟิง! เเกทำสำเร็จแล้ว!”

เซียวซิงหยูดีใจจนเนื้อเต้น

……………….

จบบทที่ บทที่ 45 : วิวัฒนาการหมาป่าวายุ​นรก!

คัดลอกลิงก์แล้ว