เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: ต่อจากนี้ฉันจะดูแลเธอเอง

บทที่ 6: ต่อจากนี้ฉันจะดูแลเธอเอง

บทที่ 6: ต่อจากนี้ฉันจะดูแลเธอเอง


ซูลั่วเหลือบมองแขนของตัวเองแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ได้ แต่รอให้พวกเราหาที่พักเป็นหลักเป็นแหล่งได้ก่อนแล้วกัน"

พูดจบ ซูลั่วก็เมินเฉยต่อเมอร์ลิน เขาไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอเรียกร้องรางวัลที่อยากได้ ท้ายที่สุดแล้ว จากสายตาที่เมอร์ลินมองเขา ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่ารางวัลที่หล่อนต้องการคงไม่ใช่เรื่องดีงามอะไรนัก

หากเป็นในสถานการณ์อื่น ต่อให้เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยปากขอ เขาก็จะตกรางวัลให้แก่ข้ารับใช้ที่ทำงานหนักเพื่อเขาอย่างเหมาะสมแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ในเมื่อมาโต้ ซากุระยังอยู่ที่นี่ขืนปล่อยให้ยัยเมอร์ลินพูดจาสองแง่สองง่ามต่อหน้าเด็ก ใครจะรู้ว่าโตขึ้นมาซากุระจะมีนิสัยบิดเบี้ยวไปทางไหน

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูลั่วก็ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับมาโต้ ซากุระ มือหนาอันอบอุ่นของเขาลูบศีรษะเด็กหญิงเบาๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

"หนูน้อย เธอชื่ออะไรจ๊ะ? ตกใจรึเปล่า?"

"ไม่ค่ะ หนูชื่อโทซากะ..." มาโต้ ซากุระที่เพิ่งหายจากอาการตื่นตระหนก เมื่อมองพี่ชายผู้มีพระคุณตรงหน้า เธอก็เผลอจะพูดชื่อเดิมออกมาตามสัญชาตญาณ

ทว่าจู่ๆ เธอก็นึกถึงคำพูดของมาโต้ โซเคนก่อนหน้านี้ รวมถึงความจริงที่ว่าเธอถูกโทซากะ โทคิโอมิยกให้เป็นลูกบุญธรรมของตระกูลมาโต้ แววตาของเธอหม่นหมองลงทันที ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำพูด "ไม่ใช่ค่ะ หนูชื่อมาโต้ ซากุระ ถูกรับมาเป็นลูกบุญธรรมจากครอบครัวเดิมค่ะ"

ขั้นแรกเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการพรากจากครอบครัว และต่อมาก็ต้องมาเจอกับเจตนาร้ายของมาโต้ โซเคน รวมถึงภาพลักษณ์อันสว่างไสวและยิ่งใหญ่ของพ่อที่พังทลายลง ตอนนี้มาโต้ ซากุระกำลังตกอยู่ในความสับสน

เธอไม่อยากกลับไปที่ตระกูลโทซากะ หากกลับไป เธอคงถูกพ่อยกให้ไปเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวอื่นอีกครั้ง และต้องทนรับความเจ็บปวดจากการพลัดพรากจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอีก

และในเมื่อมาโต้ โซเคนตายไปแล้ว แถมในคฤหาสน์ก็ไม่มีใครอื่นอีก เด็กอย่างเธอคงไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้หากต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป เธอทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เท่านั้น

เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาของมาโต้ ซากุระก็จับจ้องไปที่ซูลั่ว "พี่ชายคะ ต่อจากนี้หนูขอติดตามพี่ไปได้ไหมคะ?"

"ซักผ้า ทำอาหาร ทำความสะอาด ตราบใดที่พี่ไม่ไล่หนูไป หนูยอมทำทุกอย่างเลยค่ะ"

น้ำเสียงของเธอเจือเสียงสะอื้นขณะพูด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความประหม่า เมื่อเทียบกับการกลับไปที่ตระกูลโทซากะ เธอเลือกที่จะอยู่กับพี่ชายตรงหน้าที่ช่วยเธอไว้จากขุมนรกของตระกูลมาโต้มากกว่า

"อืม ไม่ต้องห่วงนะ ต่อจากนี้ฉันจะรับผิดชอบดูแลเธอเอง"

จากนั้นเขาก็อุ้มมาโต้ ซากุระขึ้นมา แล้วกลับไปที่วิมานพร้อมกับเมอร์ลิน

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะจากไป เขาหันกลับไปมองคฤหาสน์ตระกูลมาโต้ ไม่ว่าจะมองยังไงเขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก จึงหันไปถามเมอร์ลินว่า "เมอร์ลิน บาเรียที่เธอสร้างไว้ทนการโจมตีได้ระดับไหน?"

"สบายใจได้ ตอนที่กางบาเรียฉันรีบไปหน่อย มันเลยกันได้แค่การโจมตีจากโฮกุของข้ารับใช้ทั่วไปเท่านั้นแหละ"

"นี่มาสเตอร์คงไม่ได้คิดจะใช้หัวรบนิวเคลียร์โบราณที่นี่หรอกนะ?!" ทีแรกเมอร์ลินแสร้งถ่อมตนโชว์ความสามารถของตัวเอง แต่แล้วก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงจ้องมองซูลั่วด้วยดวงตาเบิกกว้าง

เป็นเรื่องยากที่จะไม่คิดไปในทางนั้น ด้านหนึ่ง ดูจากชื่อของซูลั่วก็รู้แล้วว่าเขามาจากประเทศมหาอำนาจทางตะวันออกที่อยู่ใกล้เคียง และมีความเป็นปรปักษ์กับชาวเกาะโดยธรรมชาติ อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้ซูลั่วกำลังควบคุมวิมานอยู่ และบนวิมานก็ติดตั้งระบบโฮกุและอาวุธนานาชนิดไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหัวรบนิวเคลียร์โบราณ อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างมหาศาล

คนจากประเทศมหาอำนาจทางตะวันออก มาอยู่ในประเทศหมู่เกาะ แถมยังมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ในมือ องค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วนขนาดนี้ จะไม่ให้แจกเห็ดดอกโตให้พวกมันสักลูกได้ยังไง? ขอถามหน่อยเถอะว่า คนจากประเทศมหาอำนาจทางตะวันออกคนไหนจะทนต่อสิ่งล่อใจแบบนี้ได้!

"เสียดายที่คงทำไม่ได้ ถ้าเป็นในโลกอื่น ฉันคงกดปุ่มยิงไปตั้งนานแล้ว"

หากเป็นในโลกอื่น เขาอาจจะใช้หัวรบนิวเคลียร์โบราณไปแล้ว ทว่าเขาจำเป็นต้องผูกมัดวีรชนและมาสเตอร์คนอื่นๆ อีก และสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ในเมืองฟุยุกิก็ต้องดำเนินต่อไป ไม่เช่นนั้น หากเมืองฟุยุกิถูกทำลาย เขาคงต้องตามหาพวกนั้นทีละบ้าน ซึ่งคงจะยุ่งยากน่าดู นี่ยังไม่นับรวมถึงความจริงที่ว่า ยังมีสาวสวยอีกหลายคนในเมืองฟุยุกิที่รอให้เขาไปช่วยอยู่

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูลั่วก็ควบคุมวิมานให้ยิงปืนใหญ่แสงสีทองหลายนัดถล่มคฤหาสน์ตระกูลมาโต้

ตู้ม ตู้ม ตู้ม—!!

กลุ่มควันรูปดอกเห็ดลอยโขมงขึ้นเหนือคฤหาสน์ตระกูลมาโต้ เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องฟ้า คลื่นกระแทกอันทรงพลังกวาดล้างไปทุกทิศทางราวกับอุกกาบาตลูกย่อมๆ พุ่งชนโลก ทำลายล้างอาคารและต้นไม้โดยรอบจนพินาศย่อยยับ และพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของตระกูลมาโต้ก็กลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้งขนาดมหึมา

ตัดภาพมาอีกด้านหนึ่ง

ความวุ่นวายที่ซูลั่วก่อไว้นั้นใหญ่หลวงนัก ประชาชนเกือบครึ่งเมืองฟุยุกิต่างได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้อง

โทซากะ โทคิโอมิ ที่เพิ่งกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลโทซากะ หันขวับไปทางต้นเสียงระเบิดตามสัญชาตญาณ ทว่าเขากลับพบว่าทิศทางของระเบิดนั้นมาจากฝั่งคฤหาสน์ตระกูลมาโต้ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจะส่งตัวมาโต้ ซากุระ ไปเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลมาโต้เมื่อเช้านี้ สีหน้าของเขาก็ถอดสี ก่อนจะรีบขับรถมุ่งหน้าไปยังตระกูลมาโต้อย่างเร่งด่วน

ส่วนโทซากะ อาโออิ เมื่อเห็นสามีลุกลี้ลุกลนถึงขั้นละทิ้งความสง่างามที่ยึดถือมาตลอด เธอก็ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ในทันที สีหน้าของเธอดูเลื่อนลอย นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำตา แต่โทซากะ ริน ยังยืนอยู่ข้างๆ เธอจะปล่อยให้ลูกเห็นสภาพแบบนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยของริน เธออาจจะทำเรื่องอันตรายลงไปก็เป็นได้

...

มุมมองกลับมาที่ฝั่งของซูลั่ว

ในเวลานี้ ซูลั่วกับเมอร์ลินพามาโต้ ซากุระ ไปเดินช้อปปิ้งและหาของกินที่ห้างสรรพสินค้าด้านนอก จนกระทั่งท้องฟ้าถูกย้อมด้วยม่านสีน้ำเงินเข้ม ซูลั่วและพรรคพวกจึงหาโรงแรมเพื่อพักผ่อนชั่วคราว

ทางด้านมาโต้ ซากุระ ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราววุ่นวายมาทั้งวัน หลังจากกินอิ่มหนำสำราญ เธอก็เริ่มง่วงซึม และผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของซูลั่วในที่สุด

เดิมที ซูลั่วตั้งใจจะพามาโต้ ซากุระไปนอนอีกห้องหนึ่ง แต่กลับพบว่ามือน้อยๆ ของเธอกำลังกอดคอเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไป ด้วยความจนใจ ซูลั่วจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป

"เมอร์ลิน เธอพอจะมีวิธีให้ฉันอัญเชิญข้ารับใช้อีกตนไหม?"

ตาเฒ่าแมลงมาโต้ โซเคน ถูกเขากำจัดไปแล้ว พูดง่ายๆ คือตระกูลมาโต้จะเสียสิทธิ์ในการเป็นมาสเตอร์ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ไป และจอกศักดิ์สิทธิ์ก็จะทำการคัดเลือกมาสเตอร์คนใหม่แทน

เขาไม่รู้ว่าใครจะถูกเลือก หรือวีรชนตนใดจะถูกอัญเชิญมา สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ แม้แต่มาสเตอร์ไม่กี่คนที่เขารู้จัก ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้รับเลือกหรือไม่

ในเมื่อมีที่ว่างอยู่ตรงหน้า ถ้าเขาคว้ามันไว้ได้ เขาไม่เพียงแต่จะได้ข้ารับใช้มาเป็นกำลังรบเพิ่มอีกหนึ่งตนเท่านั้น แต่ยังสามารถสุ่มคุณลักษณะเพิ่มได้อีกสองครั้งด้วย

"มาสเตอร์ เราไม่อัญเชิญไม่ได้เหรอ?" เมอร์ลินได้ยินการตัดสินใจของซูลั่วก็ยิ้มแหยๆ ทันที สายตาของเธอล่อกแล่ก มองไปรอบๆ ไม่กล้าสบตากับซูลั่วแม้แต่น้อย ท่าทางของเธอดูมีพิรุธสุดๆ

เห็นสถานการณ์แบบนี้ มีหรือที่ซูลั่วจะไม่รู้ว่าเมอร์ลินกำลังกังวลว่าการที่เขาอัญเชิญข้ารับใช้ตนใหม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเธอกับเขา ส่วนเรื่องที่ว่าเมอร์ลินไปสร้างความขุ่นเคืองให้วีรชนหญิงกลุ่มใหญ่เพราะไปแย่งตำแหน่งข้ารับใช้ของเขามานั้น คนเจ้าชู้อย่างเมอร์ลินจะไปแคร์เรื่องพรรค์นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

จบบทที่ บทที่ 6: ต่อจากนี้ฉันจะดูแลเธอเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว