- หน้าแรก
- สัประยุทธ์ ยิ่งลูกมาก ยิ่งเทพ
- บทที่ 22: นายน้อย... ได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ
บทที่ 22: นายน้อย... ได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ
บทที่ 22: นายน้อย... ได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ
"นายน้อยเจ้าคะ ได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ"
เช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวอีเซียนเดินเข้ามาในห้องพร้อมอ่างน้ำอุ่น ใบหน้าจิ้มลิ้มมองไปยังหลินหรานที่เอนกายอยู่บนเตียงพลางเอ่ยเรียกแผ่วเบา
หลินหรานลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาฉายรอยเหนื่อยล้าลึกซึ้งทว่าเขาก็ยังฝืนลุกขึ้น ด้วยความช่วยเหลือจากมือนุ่มละมุนของเสี่ยวอีเซียน ทำให้เขาสวมใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อย
ปกติแล้วยอดฝีมือระดับโต้วจงไม่จำเป็นต้องพักผ่อนมากถึงเพียงนี้ แต่หลินหรานนั้นต่างออกไป ปราณโลหิตในกายเขาเหือดแห้งรุนแรงเกินไป แม้ความแข็งแกร่งทางร่างกายจะไม่ด้อยไปกว่าโต้วจงทั่วไป ทว่าผลจากการขาดแคลนปราณโลหิต นอกเหนือจากการต้องปรับสมดุลหยินหยางของพลังโต้วชี่หยางบริสุทธิ์อยู่บ่อยครั้ง จิตวิญญาณของเขาก็ยังอ่อนเพลียได้ง่ายและต้องการการพักผ่อนมากกว่าปกติ
"นายน้อย เสี่ยวอีเซียนไม่อยากจะรบกวนเวลาพักผ่อนของท่านเลยเจ้าค่ะ แต่ทว่าวันนี้เป็นวันงานประมูลใหญ่ประจำเดือนของเมืองเฮยเหยียน เหล่าตัวแทนจากสมาคมการค้าใหญ่ต่างๆ จะนำของสะสมล้ำค่าออกมาประชันกันในวันนี้"
เสี่ยวอีเซียนช่วยจัดแจงเสื้อผ้าให้หลินหรานอย่างอ่อนโยน ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังเพื่อให้เขาพนักพิงกับร่างของนาง มือนุ่มเรียวงามบรรจงนวดคลึงขมับให้เขาเบาๆ
"ข้าได้ยินมาว่าในงานประมูลครั้งนี้อาจมีแก่นอสูรระดับสูง ข้าจึงต้องเข้ามาปลุกท่าน..."
"อืม..."
หลินหรานครางรับในลำคอขณะเพลิดเพลินกับการปรนนิบัติ การพิงกายไปกับร่างของเสี่ยวอีเซียนทำให้เขาได้กลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะตัวอันแสนสดชื่นและสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของนาง ยามเช้าเป็นช่วงที่พลังหยางของบุรุษพลุ่งพล่านที่สุด ผนวกกับการที่เขามีกายาหยางบริสุทธิ์ แม้พลังในกายจะยังคงสมดุลจากการช่วยเหลือของอวิ๋นอวิ๋น ทว่าเสี่ยวอีเซียนที่อยู่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดใจอย่างประหลาด
หลินหรานหลับตาลง มือของเขาขยับไปลูบไล้เรือนร่างอรชรของนางโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสโดน ร่างของเสี่ยวอีเซียนก็สั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่านางไม่ได้ถอยหนี กลับยังคงนวดขมับให้เขาต่อไป ปล่อยให้มือหนาซุกซนไปตามใจชอบ ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หลินหรานจึงสูดกลิ่นหอมละมุนเฮือกใหญ่ก่อนจะหยุดมือและลืมตาขึ้น
เสี่ยวอีเซียนที่ปรนนิบัติเขาอยู่หน้าแดงก่ำไปถึงใบหูและลำคอ
หลินหรานหยิกแก้มนางที่ร้อนผ่าวพลางหัวเราะเบาๆ "การตัดสินใจไปเมืองชิงซาน ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของข้าจริงๆ"
ได้ยินดังนั้นหัวใจของเสี่ยวอีเซียนก็หวานล้ำ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางและหลินหรานเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งนี้ล่วงเลยเกินกว่าคำว่านายบ่าวไปไกลโขแล้ว!
"หากนายน้อยต้องการ เสี่ยวอีเซียน... เสี่ยวอีเซียนก็พร้อมจะปรนนิบัติเจ้าค่ะ!"
เสี่ยวอีเซียนกำแขนเสื้อแน่นพลางเอ่ยตะกุกตะกัก
ในทวีปโต้วชี่ สาวรับใช้ย่อมถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้านายทั้งกายและใจ การที่หลินหรานจะเชยชมตัวนางจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและชอบธรรม ยิ่งผ่านช่วงเวลาที่ผ่านมา เสี่ยวอีเซียนก็ไร้ซึ่งความต่อต้านใดๆ ใครเล่าจะปฏิเสธแสงอรุณที่สาดส่องเข้ามาในยามมืดมิดที่สุดของชีวิตได้? สำหรับนาง หลินหรานไม่ใช่แค่แสงอรุณ แต่เขาคือดวงตะวันอันเจิดจ้าที่มอบความสว่างไสวให้แก่โลกของนางทั้งใบ
"อยากถวายตัวให้นายน้อยขนาดนั้นเลยรึ?"
หลินหรานลูบหัวนางพลางขำ "ไว้คราวหน้าเถอะ ถึงตอนนั้นอย่าถอยหนีเสียล่ะ"
แววตาของเสี่ยวอีเซียนฉายรอยผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะรับคำแผ่วเบา "เสี่ยวอีเซียนไม่หนีแน่นอนเจ้าค่ะ!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ดีมาก! สำหรับวันนี้ เราไปดูกันก่อนเถอะว่างานประมูลนี้มีอะไรดีบ้าง"
หลินหรานยิ้มแล้วก้าวเดินออกจากห้อง เสี่ยวอีเซียนรีบเร่งฝีเท้าไปเปิดประตูให้พร้อมส่งยิ้มหวานตราตรึงใจก่อนจะเดินตามหลังเขาไป
ที่พักของหลินหรานอยู่ไม่ไกลจากโรงประมูลเมืองเฮยเหยียน เพียงไม่กี่ก้าวทั้งคู่ก็มาถึงด้านหน้าโรงประมูล
อาคารโรงประมูลแห่งนี้โอ่อ่าตระการตายิ่งนัก ตัวอาคารทั้งหมดสร้างขึ้นจากหินยักษ์สีเทาดำซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับกำแพงเมือง อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ ผู้คนจึงหลั่งไหลเข้ามายังโรงประมูลเฮยเหยียนอย่างหนาตา หลินหรานและเสี่ยวอีเซียนเดินแทรกผ่านฝูงชนเข้าไปราวกับปลาที่แหวกว่ายในกระแสน้ำ
หลินหรานเดินผ่านฝูงชนด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลังโต้วชี่บางๆ ปกคลุมไปทั่วร่าง ใครก็ตามที่เผลอมาสัมผัสโดนจะถูกพลังนี้ดีดสะท้อนออกไป ส่วนพวกที่จงใจเบียดเข้ามา พลังโต้วชี่นี้จะทิ่มแทงราวกับเข็มแหลมคม
มือดีจากฝูงชนที่พยายามจะฉกฉวยแหวนมิติจากนิ้วของเขา เมื่อสัมผัสโดนพลังนี้เข้าต่างก็ต้องหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวดลึกไปถึงกระดูก!
แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับเสี่ยวอีเซียนแล้ว หลินหรานยังถือว่าปรานีมากนัก ใครก็ตามที่กล้าคิดอกุศลต่อนาง ต่างก็ต้องมือเท้าเย็นเฉียบ พลังโต้วชี่ติดขัด และริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
หลินหรานเมินเฉยต่อพวกแมลงรำคาญเหล่านั้น เขาพาเสี่ยวอีเซียนเดินผ่านประตูทางเข้าอันวุ่นวายไปอย่างสงบ ภายใต้สายตาอันคมกริบดุจเหยี่ยวของเหล่าทหารยามที่เฝ้าอยู่ทั้งสองด้าน
เมื่อก้าวเข้ามาภายในโรงประมูล แสงสว่างนวลตาพุ่งลงมาปกคลุม เสียงอึกทึกครึกโครมจากภายนอกดูเหมือนจะถูกตัดขาดไปในทันที ราวกับว่าเพียงประตูบานเดียวได้แบ่งแยกโลกออกเป็นสองใบ
เสี่ยวอีเซียนชะโงกหน้ามองไปรอบๆ ด้วยความรู้อยากเห็น นางอ้าปากค้างเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจเมื่อได้เห็นห้องโถงอันหรูหราอลังการเบื้องหน้า
โถงแห่งนี้กว้างขวางใหญ่โต นอกจากแขกเหรื่อที่ทยอยเดินทางมาถึงไม่ขาดสายแล้ว ยังมีทหารยามติดอาวุธครบมือยืนคุมเชิงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ที่โดดเด่นที่สุดคือหน้าจอขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่กลางโถง หน้าจอนั้นแสดงรายการสิ่งของที่จะนำเข้าประมูลนับไม่ถ้วน หลินหรานกวาดสายตามองเพียงครู่เดียวก็เห็นว่าทั้งหมดเป็นเพียงของธรรมดาทั่วไป
ซึ่งก็สมเหตุสมผลอยู่ เพราะต่อให้มีของที่เขาต้องการ พวกเขาก็ย่อมต้องเก็บงำไว้เป็นไม้ตายเพื่อสร้างความลึกลับน่าค้นหา มีหรือจะเอามาป่าวประกาศไว้อย่างเปิดเผยเช่นนี้
"ช่างหรูหราเหลือเกิน..."
ที่เมืองชิงซานไม่มีงานประมูล และไม่มีอาคารที่โอ่อ่าเช่นนี้ ท่าทางของเสี่ยวอีเซียนในยามนี้ไม่ต่างจากยายสาเข้ากรุง ทว่าหลินหรานกลับยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโรงประมูลเฮยเหยียนที่ดูเหมือนจะหรูหรานี้ อันที่จริงกลับไม่มีของดีอะไรมากมายนัก เมื่อเทียบกับโรงประมูลมิทเทิลในเมืองหลวงยังเทียบไม่ได้ นับประสาอะไรกับโรงประมูลในจงโจว
แสงของหิ่งห้อยจะไปเทียบกับแสงจันทร์วันเพ็ญให้หลินหรานหวั่นไหวได้อย่างไร?
สายตาของหลินหรานกวาดมองไปทั่วโถง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ป้ายหน้าห้องประเมินสมบัติ
โดยไม่ลังเล หลินหรานก้าวเดินตรงไปทันที เมื่อก้าวเข้าไปในห้องประเมินสมบัติ สาวใช้ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยยั่วยวนก็เดินเข้ามาต้อนรับ น้ำเสียงหวานหยดแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ "ใต้เท้า ท่านต้องการมาประเมินสมบัติ หรือต้องการนำของเข้าประมูลเจ้าคะ?"
"ประมู..."
"พวกเราต้องการประมูล! พวกเราต้องการประมูลเหมือนกัน!"
ยังไม่ทันที่หลินหรานจะอ้าปาก ร่างเล็กของเด็กสาวนางหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาข้างกายเขา ในมือถือกล่องไม้จันทน์หอมพลางเอ่ยเสียงใส
"หลินเฟย เจ้าแซงคิวคนอื่นนะ!"
น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลังหลินหราน วินาทีต่อมา หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดสีเงินรัดรูปก็ปรากฏกายขึ้นข้างข้างเขาดยทันที