- หน้าแรก
- สัประยุทธ์ ยิ่งลูกมาก ยิ่งเทพ
- บทที่ 21: งดงามจริงๆ
บทที่ 21: งดงามจริงๆ
บทที่ 21: งดงามจริงๆ
ทั้งสองไม่ได้สงวนท่าทีต่อกันเหมือนเจ้านายและข้ารับใช้ทั่วไป ขณะอยู่บนหลังของอินทรีวายุฟ้า พวกเขาก็พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลินหรานจึงให้เสี่ยวอีเซียนเรียกเขาว่า 'นายน้อย' แทนคำว่า 'นายท่าน'
เขาไม่ได้ขาดแคลนสตรีที่คอยเชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่ายประหนึ่งทาสรับใช้ ในสำนักเมฆาวรุณมีสตรีเช่นนั้นอยู่ถมเถไป
สิ่งที่หลินหรานต้องการ คือใครสักคนที่นอกเหนือจากการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรแล้ว ยังสามารถสื่อสารและเชื่อมโยงกับเขาได้ทั้งร่างกายและจิตใจ
เขาหวังว่าเสี่ยวอีเซียนจะเป็นคนคนนั้น และถึงแม้นางจะยังไม่เป็น เขาก็หวังว่านางจะกลายเป็นคนแบบนั้นได้ในสักวัน
ความเร็วของอินทรีวายุฟ้านั้นไม่ได้รวดเร็วนัก ทว่าหลังจากบินรอนแรมมาหลายวัน ในที่สุดมันก็เดินทางมาถึงเขตอิทธิพลของเมืองมนุษย์จนได้
"นายน้อย ถึงเมืองเฮยเหยียนแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวอีเซียนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หลินหรานพยักหน้ารับเล็กน้อย จิตสัมผัสวิญญาณของเขาแผ่ขยายออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะได้พบเจอกับสัตว์เวทระดับ 6 หรือระดับ 7 สักตัวสองตัวระหว่างทาง แต่โชคร้ายที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่หวัง
บินมาตลอดทางจากเทือกเขาสัตว์เวท อย่าว่าแต่สัตว์เวทระดับ 6 หรือ 7 เลย แม้แต่สัตว์เวทระดับ 5 ก็ยังแทบจะไม่เห็นร่องรอย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เวทที่อยู่ภายในอาณาเขตของจักรวรรดิเจียหม่านั้นอ่อนแอเพียงใด
แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะเทียบไม่ได้กับบรรดาเมืองใหญ่ในเขตจงโจว แต่มันก็ถือเป็นเมืองขนาดใหญ่ของจักรวรรดิเจียหม่า ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน
เมื่อมองลงมาจากหลังอินทรีวายุฟ้า เมืองเฮยเหยียนเบื้องล่างสะท้อนแสงสีแดงจางๆ ภายใต้แสงระเรื่อของยามเย็น
จุดที่สะดุดตาที่สุดคือกำแพงเมืองขนาดมหึมา ซึ่งสร้างขึ้นจากก้อนหินสีดำทมิฬที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ มันดูหนาเตอะ แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามและทรงพลัง
"นายน้อย เมืองเฮยเหยียนแห่งนี้คือหนึ่งในเมืองสำคัญของจักรวรรดิเจียหม่าของเราเจ้าค่ะ แม้ระดับความเจริญจะไม่อาจเทียบเคียงกับเมืองหลวงได้ แต่มันก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในจักรวรรดิ"
เสี่ยวอีเซียนซึ่งกำลังสั่งให้อินทรีวายุฟ้าบินออกไปซ่อนตัวชั่วคราว เดินตามหลังหลินหรานพลางอธิบายให้เขาฟัง
"โครงสร้างพื้นฐานของเมืองเฮยเหยียนนี้ถือว่าครบครันมากเลยนะเจ้าคะ มีทั้งโรงประมูลและสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ ซ้ำยังมีกองคาราวานพาหนะบินได้ขนาดใหญ่อีกด้วย!"
"นายน้อย ลองดูกำแพงเมืองพวกนั้นสิเจ้าคะ มันหนามากๆ เลย! มีข่าวลือว่ากำแพงเหล่านี้เคยต้านทานการโจมตีประสานของยอดฝีมือระดับโต้วหวางถึงสองคนได้โดยไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย!"
เสี่ยวอีเซียนเจื้อยแจ้วไม่หยุด ราวกับเป็นมัคคุเทศก์สาว นางถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรู้เกี่ยวกับเมืองเฮยเหยียนออกมาจนหมดเปลือก พร้อมกับกวาดสายตามองสิ่งรอบตัวด้วยความใคร่รู้
ท่าทีที่ร่าเริงสดใสของนางเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเด็กสาววัยแรกรุ่น ช่างแตกต่างกับตอนที่นางอยู่ในเมืองชิงซานอย่างลิบลับ
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด แม้เสี่ยวอีเซียนจะเพิ่งติดตามหลินหรานมาได้เพียงไม่กี่เดือน แต่สถานะของนางก็ได้เปลี่ยนจากคนอิสระกลายมาเป็นสาวใช้ไปแล้ว
ทว่าความเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของนางนั้นกลับยิ่งใหญ่กว่ามากนัก!
ตอนที่อยู่เมืองชิงซาน แม้นางจะเป็นหมอหญิงเสี่ยวอีเซียนผู้เป็นที่รักของบรรดาทหารรับจ้างมากมาย ทว่าความรักเหล่านั้นล้วนจอมปลอม นางไม่เพียงต้องเผชิญกับสายตาที่หิวกระหายจากขุมกำลังต่างๆ แต่นางยังต้องคอยกดข่มพลังของกายาพิษหายนะเอาไว้ ภายในใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวังกับอนาคตที่มืดมน
ทว่าหลังจากติดตามหลินหราน นางไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้วิธีการฝึกปรือจากเขา แต่ยังได้รับเคล็ดวิชาและวิชาโต้วชี่ระดับปฐพีอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ ความกังวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาง อย่างเรื่องกายาพิษหายนะ ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว!
เมื่อปราศจากข้อจำกัดของกายาพิษหายนะ เสี่ยวอีเซียนก็เปรียบเสมือนนกน้อยที่ถูกปล่อยออกจากกรง ปราศจากพันธนาการและความกดดันใดๆ ประกอบกับวัยที่กำลังเบ่งบาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาที่สุด แล้วนางจะไม่มีความสุขได้อย่างไร?
"พวกเราไปซื้อของใช้ส่วนตัวกันก่อนเถอะ"
หลินหรานมองเด็กสาวที่กำลังเดินเต้นระบำอย่างมีความสุข พลางยิ้มบางๆ "เดี๋ยวพวกเราค่อยแวะไปที่โรงประมูล เพื่อดูว่าที่นี่มีแก่นเวทระดับสูงบ้างหรือไม่"
"เจ้าค่ะ นายน้อย!"
ทั้งสองไม่ได้รีบร้อนนัก พวกเขาเดินทอดน่องไปรอบๆ เมืองเฮยเหยียน แต่แล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง สายตาของเสี่ยวอีเซียนก็ไปสะดุดเข้ากับแผงลอยสะอาดตาร้านหนึ่ง นางจึงหยุดเดินอย่างสง่างาม
มันเป็นเพียงแผงลอยเล็กๆ ธรรมดาๆ ที่มีเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางโชว์อยู่บนแผง ทว่าเครื่องประดับเหล่านั้นล้วนเป็นของดาดๆ ที่ทำจากวัสดุทั่วไป ประดับด้วยเศษคริสตัลแตกๆ
เสี่ยวอีเซียนยื่นข้อมือขาวเนียนและบอบบางออกไป หยิบสร้อยข้อมือสีขาวสลับม่วงเส้นหนึ่งขึ้นมาจากแผงลอย
วัสดุของสร้อยข้อมือเส้นนั้นเป็นของธรรมดาสามัญ เพียงแต่มีการเติมแต่งด้วยเงินเหมันต์เข้าไปเล็กน้อย ทำให้รู้สึกเย็นสบายเมื่อสัมผัส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสวมใส่ในฤดูร้อน คริสตัลสีม่วงที่ประดับอยู่นั้นเป็นของเทียม ที่ทำขึ้นเลียนแบบผลึกวิญญาณม่วง ซึ่งเป็นคริสตัลประดับที่พบได้ในถ้ำของพญาราชสีห์ปีกผลึกม่วง
"แม่นางท่านนี้ช่างตาถึงจริงๆ สร้อยข้อมือคริสตัลสีม่วงเส้นนี้ฝังด้วยคริสตัลสีม่วงชั้นยอด แม้ว่าคริสตัลสีม่วงนี่จะไม่ใช่แก่นเวทของสัตว์เวท แต่มันก็หาได้ยากยิ่งนัก เพราะมันจะเกิดเฉพาะในถ้ำที่เป็นที่อยู่อาศัยของพญาราชสีห์ปีกผลึกม่วง สัตว์เวทในตำนานเท่านั้น"
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวอีเซียนให้ความสนใจ พ่อค้าก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที และรีบแนะนำสินค้าอย่างออกรส "แม่นางมีรูปโฉมงดงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สร้อยข้อมือคริสตัลสีม่วงเส้นนี้ช่างเหมาะสมกับท่านราวกับเกิดมาคู่กัน หากแม่นางถูกใจ ข้าคิดราคาเพียงสามร้อย... ไม่สิ สองร้อยแปดสิบเหรียญทองเท่านั้น!"
เมื่อได้ยินราคา เสี่ยวอีเซียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ผลึกวิญญาณม่วงธรรมดาขายกันไม่ถึงสิบเหรียญทองด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับของปลอมของท่าน ยี่สิบเหรียญทอง แล้วข้าจะซื้อมัน"
"อะไรนะ ยี่สิบ?!"
ดวงตาของพ่อค้าเบิกกว้าง เดิมทีเขาคิดว่าได้เจอหมูตู้เข้าให้แล้ว แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะเจอกับนักต่อราคาตัวยง ที่รู้ราคาตลาดดีเสียด้วย เขาจึงรีบปฏิเสธทันควัน "แม่นาง โปรดอย่าล้อเล่นสิ สร้อยข้อมือคริสตัลสีม่วงของข้าเส้นนี้ต้นทุนสูงมากเลยนะ หนึ่งร้อย... แปดสิบ แปดสิบเหรียญทอง! ข้าลดให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ข้าก็แค่พ่อค้าเร่ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ข้าเองก็ต้องกินต้องใช้นะ!"
"แค่ยี่สิบเหรียญเท่านั้น ไม่เพิ่มแล้ว"
เสี่ยวอีเซียนแค่นเสียงเบาๆ ทิ้งให้พ่อค้าอึกอักพูดไม่ออก จนกระทั่งสายตาของเขาเหลือบไปเห็นหลินหรานที่ยืนอยู่ข้างๆ เสี่ยวอีเซียน เขาจึงรีบพูดขึ้นว่า "นายน้อย นายน้อยท่านนี้ ท่านดูสิ..."
"เอามันมา"
หลินหรานโยนถุงใส่เหรียญทองจำนวนราวหนึ่งร้อยเหรียญลงบนแผงลอยอย่างไม่ใส่ใจ ในขณะเดียวกัน ฝ่ามือของเขาก็ขยับเล็กน้อย ดึงสร้อยข้อมือเส้นนั้นเข้ามาไว้ในมือ ก่อนจะหันไปเรียกเสี่ยวอีเซียน "ไปกันเถอะ"
"นะ... นายน้อย"
ใบหน้างดงามของเสี่ยวอีเซียนซับสีเลือดฝาด นางรีบจ้ำอ้าวตามหลังหลินหรานไปติดๆ
เมื่อทั้งสองเดินห่างจากแผงลอยมาได้ระยะหนึ่ง เสี่ยวอีเซียนจึงมองสร้อยข้อมือคริสตัลสีม่วงในมือของหลินหราน แล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "นายน้อย สร้อยข้อมือเส้นนี้มันแตกต่างจากของทั่วไปนิดหน่อย ข้าก็เลยอยากจะซื้อไว้ แต่พ่อค้าคนนั้นหน้าเลือดเกินไปหน่อย..."
"ไม่มีพ่อค้าคนไหนไม่เจ้าเล่ห์หรอก มันเป็นเรื่องปกติ"
มือขวาของหลินหรานกำลังหยอกล้อกับสร้อยข้อมือคริสตัลสีม่วงเส้นนั้น เพียงแค่เขาใช้นิ้วหัวแม่มือสะกิดเบาๆ คริสตัลสีม่วงที่ฝังอยู่ก็ร่วงหลุดออกมา
เขาใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบมันเบาๆ คริสตัลสีม่วงชิ้นนั้นก็คล้ายกับถูกย่อยสลาย มันแตกสลายหายไปในมือของหลินหรานอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วอึดใจ ก็เหลือเพียงเศษคริสตัลสีม่วงชิ้นเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่
"มันคือผลึกวิญญาณม่วงจริงๆ ด้วย!"
เมื่อมองดูเศษคริสตัลสีม่วงในมือของหลินหราน เสี่ยวอีเซียนก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ หัวใจของนางพองโต
ผลึกวิญญาณม่วงไม่เพียงแต่เป็นวัตถุดิบทางยาสมุนไพรที่หายากสำหรับการหลอมโอสถ แต่มันยังเป็นสมบัติล้ำค่าจากสวรรค์และโลกที่สามารถช่วยในการฝึกปรือพลังได้อีกด้วย มันจึงมีมูลค่าสูงลิบลิ่ว
ว่ากันว่าคริสตัลชนิดนี้จะถูกผลิตขึ้นโดยเผ่าพันธุ์พญาราชสีห์ปีกผลึกม่วงเท่านั้น และจะผลิตได้เพียงชิ้นเล็กๆ ทุกๆ ยี่สิบปี แม้เศษคริสตัลสีม่วงเหล่านี้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของผลึกวิญญาณม่วง แต่มูลค่าของมันก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันเหรียญทอง!
เด็กสาวที่เพิ่งเคยสัมผัสกับความสำเร็จในการ 'ตาดีได้ของดี' เป็นครั้งแรก รู้สึกมีความสุขเป็นล้นพ้น แม้เศษผลึกวิญญาณม่วงเหล่านี้จะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับนางมากนักก็ตาม
แต่ความรู้สึกนั้น มันเป็นสิ่งที่ต่อให้มีเงินเป็นพันๆ เหรียญทองก็หาซื้อไม่ได้
"งดงามจริงๆ" จู่ๆ หลินหรานก็เอ่ยขึ้นมา
ทำเอาเสี่ยวอีเซียนที่กำลังดีอกดีใจชะงักไปเล็กน้อย ราวกับนางฟังไม่ถนัด "มีอะไรหรือเจ้าคะ นายน้อย"
"เปล่า ไม่มีอะไร"
หลินหรานส่ายหน้า โยนเศษผลึกวิญญาณม่วงที่แตกละเอียดเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่แยแส พร้อมกันนั้น เขาก็หยิบอัญมณีสีฟ้าใสเย็นยะเยือกออกมาจากแหวนมิติ แล้วนำไปวางตรงช่องว่างสำหรับฝังอัญมณีบนสร้อยข้อมือ
พลังโต้วชี่พลุ่งพล่านขึ้นมาวูบหนึ่ง อัญมณีสีฟ้าใสเม็ดนั้นก็ถูกฝังลงไปอย่างแนบเนียน
"รับไปสิ มันคือแก่นเวทของจระเข้น้ำแข็งระดับ 5 ซึ่งจะช่วยเสริมพลังโต้วชี่เยือกแข็งของเจ้าได้พอดี"
"เอ๊ะ?"
"ทำไม หรือว่าเจ้าไม่เอางั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ"
"เอาเจ้าค่ะ เอา!" เสี่ยวอีเซียนรีบรับสร้อยข้อมือมาจากมือของหลินหราน เมื่อมองดูใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา พวงแก้มขาวเนียนของนางก็มีริ้วรอยสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นมาอีกครา
ทว่าเสี่ยวอีเซียนก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน หลังจากที่เขินอายอยู่ครู่หนึ่ง นางก็สวมสร้อยข้อมือเข้ากับข้อมือขาวเนียนของนางอย่างสง่างาม แก่นเวทสีฟ้าใสที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ยิ่งขับเน้นให้เด็กสาวดูงดงามและกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น
นางเงยหน้ามองหลินหรานที่กำลังเดินทอดน่องไปข้างหน้าอย่างใจเย็น พลางแย้มยิ้มอย่างงดงามและเปี่ยมสุข
"ขอบคุณนะเจ้าคะ นายน้อย"