- หน้าแรก
- เปิดร้านต่างโลกกับยัยเหมียว
- บทที่ 29: แอนตาร์กติกโลจิสติกส์
บทที่ 29: แอนตาร์กติกโลจิสติกส์
บทที่ 29: แอนตาร์กติกโลจิสติกส์
ครั้งนี้ เสิ่นเฉิงไม่ได้นำอาหารติดตัวมาด้วย เพราะเขาตัดสินใจแน่วแน่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจะพาสาวน้อยแร็กดอลล์กลับไป เพียงแต่เรื่องของชูการ์ทำให้เขาต้องล่าช้าไปบ้าง
เมื่อผลักประตูคาเฟ่แมวออกไป ลมฤดูใบไม้ร่วงหลังฝนที่หนาวเหน็บก็พัดปะทะใบหน้าและแทรกซึมลงไปตามลำคอ จนเสิ่นเฉิงถึงกับสั่นสะท้าน
เขากระชับคอเสื้อด้วยมือข้างหนึ่ง มองดูแอ่งน้ำขังเล็กๆ บนถนนหน้าร้าน สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะมองหาทิศทางแล้วก้าวเดินออกไปอย่างไม่เร่งรีบนัก
เนื่องจากปากตรอกนั้นแคบ ลมหนาวที่พัดสวนออกมาจากด้านในจึงยิ่งรุนแรง เมื่อยืนอยู่ตรงปากทาง เสิ่นเฉิงถึงกับรู้สึกแสบใบหน้าเล็กน้อย
ถุงขนมเค้กที่วางทิ้งไว้ตรงปากตรอกเห็นได้ชัดว่ายังไม่ถูกแตะต้อง และเมื่อถูกสายฝนโหมกระหน่ำซัดใส่ มันก็กลายสภาพเป็นก้อนเละเทะเหนียวหนืดไปเสียแล้ว
เสิ่นเฉิงส่ายหน้าเบาๆ ค้อมตัวลงหยิบถุงขนมเละๆ นั้นไปทิ้งลงถังขยะ จากนั้นจึงตะโกนเข้าไปในตรอก "เธออยู่ไหม?"
"..."
ทว่านอกจากเสียงลมอื้ออึงที่พัดวนอยู่ภายในตรอก ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ตอบกลับมา
เธออาจจะไปหลบฝนและยังไม่ได้กลับมา หรือบางทีอาจจะจากไปแล้ว ท้ายที่สุดแล้วที่นี่ก็ไม่มีที่กำบังฝนเลย แถมตอนนี้ลมยังพัดแรงจนหนาวบาดกระดูก ด้วยชุดกระโปรงบางๆ เพียงตัวเดียว เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะทนอยู่ที่นี่ได้ทั้งคืน...
แต่ทว่า...
"ฉันมารับเธอแล้วนะ!" เสิ่นเฉิงที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นตัดสินใจตะโกนเรียกด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม
ทว่า... กลับมีความเป็นไปได้อีกอย่างที่น่าหวาดหวั่น นั่นคือเธออาจจะถูกองค์กรเผ่ามายาแห่งอื่นพาตัวไปแล้ว
ต้องไม่ลืมว่า องค์กรที่ชูการ์เคยสังกัดอยู่ก็ดูเหมือนจะซ่อนตัวอยู่ในเมืองมิโอแห่งนี้ หากสาวน้อยแร็กดอลล์ถูกองค์กรนั้นจับตัวไปล่ะก็...
แค่คิดเสิ่นเฉิงก็รู้สึกหนาวเยือกไปถึงสันหลัง
แม้โอกาสที่เด็กสาวจะยังอยู่ที่นี่จะริบหรี่เต็มที แต่เสิ่นเฉิงก็ยังกระชับเสื้อผ้าให้แน่นขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในตรอก
ตรอกเล็กๆ แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ระยะทางสั้นๆ จากปากทางไปจนถึงกำแพงเท่านั้น หากเดินไปจนสุดทาง จะพบว่ามีทางแยกย่อยออกไปอีก แม้ว่ามันจะเป็นทางตันและไม่มีอะไรอยู่เลยก็ตาม
เสิ่นเฉิงมักจะสงสัยกับโครงสร้างของตรอกนี้มาตลอด ทางตันที่แยกออกไปนั้นมีไว้เพื่อให้คนไร้บ้านมานอนงั้นหรือ?
เมื่อเดินมาจนสุดทางและเหลือบมองเข้าไปในตรอกย่อย วินาทีต่อมา เสิ่นเฉิงที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักก็พลันชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า
ในตรอกย่อยนั้นมีแอ่งน้ำขังขนาดใหญ่จากฝนที่ตกลงมา บนแอ่งน้ำนั้นมีแผ่นสำลีบุเก่าขาดๆ วางอยู่ ร่างผอมบางร่างหนึ่งนอนทอดกายอยู่บนนั้น ชุดกระโปรงสีขาวบางเฉียบเปียกชุ่มแนบเนื้อ เผยให้เห็นผิวพรรณซีดเซียวเลือนราง เส้นผมสีขาวที่ยาวสยายแผ่กระจายไปรอบตัว ราวกับดอกกุหลาบขาวที่เบ่งบานอย่างเงียบงันท่ามกลางซากปรักหักพัง
เธอนอนขดตัวกลมอยู่อย่างเงียบงัน นอกจากชุดกระโปรงบางๆ ตัวนั้น เธอก็ไม่มีอะไรให้ความอบอุ่นอีก ร่างกายบอบบางถูกปล่อยให้สัมผัสกับอากาศหนาวเหน็บโดยสมบูรณ์ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ราวกับตุ๊กตาแร็กดอลล์ที่แสนประณีตงดงามแต่กลับถูกทอดทิ้ง...
...เธอไม่ได้ไปหลบฝนที่ไหนเลย
เมื่อได้สติ เสิ่นเฉิงก็รู้สึกจุกแน่นในอก ลำคอตีบตันราวกับมีบางอย่างอุดกั้นไว้ เขาเดินโซเซเข้าไปหาสาวน้อยแร็กดอลล์ ค้อมตัวลงสัมผัสมือเรียวเล็กที่ซีดเผือดและเย็นเฉียบของเธอ ความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจ
เมื่อนึกถึงภาพเด็กสาวที่ต้องนอนขดตัวอย่างสิ้นหวังท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสิ่นเฉิงก็รู้สึกราวกับมีมีดนับพันเล่มกรีดแทงหัวใจ
หากเพียงเขามาหาเธอตั้งแต่เมื่อวาน... หากเพียงเขาพาเธอไปเสียให้เร็วกว่านี้...
——คุณจะ... พาฉันไปไหม?
เมื่อนึกถึงถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความหวังซึ่งสาวน้อยแร็กดอลล์เอ่ยขึ้นในคืนนั้น ใบหน้าของเสิ่นเฉิงก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
เสิ่นเฉิงยื่นมือขวาที่สั่นเทาออกไป ปัดปอยผมหน้าม้าที่ปรกหน้าผากของเธอออกอย่างแผ่วเบา
ขณะที่มือของเขาสัมผัสลงบนหน้าผากของสาวน้อยแร็กดอลล์ จู่ๆ เสิ่นเฉิงก็รับรู้ได้ถึงไออุ่นจางๆ ใต้ฝ่ามืออย่างชัดเจน
สมองของเขาอื้ออึง เสิ่นเฉิงรีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองออกแล้วคลุมร่างของสาวน้อยแร็กดอลล์ไว้ โดยไม่สนใจเลยว่าตัวของเธอจะเปียกชุ่มแค่ไหน เขาช้อนร่างของเธอขึ้นมาอุ้มไว้อย่างทุลักทุเล
"ขอบคุณสวรรค์ ไม่เป็นไรแล้ว เธอยังรอดอยู่! ไม่เป็นไร..." หลังจากความดีใจอย่างบ้าคลั่งผ่านไปชั่วครู่ รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นเฉิงก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แม้จะยังมีลมหายใจหลงเหลืออยู่ แต่สภาพของสาวน้อยแร็กดอลล์ในตอนนี้จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลโดยด่วน
แต่โรงพยาบาลทั่วไปจะรักษาเผ่ามายาได้หรือ? พวกเขาจะรับเผ่ามายาไหม? แล้วถ้าพวกเขารับ เขาจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี?
ภาพของชายตาหยีรอยยิ้มประดับหน้าผุดขึ้นมาในหัว เสิ่นเฉิงตบหน้าผากตัวเอง ก่อนจะรีบล้วงเอาโทรศัพท์สีดำที่เส้าซือหลินทิ้งไว้ให้เมื่อคืนออกมาจากกระเป๋า
เขาค้นหาชื่อผู้ติดต่อ 'ตาหยี' ในสมุดโทรศัพท์ แล้วกดโทรออก
สายถูกรับอย่างรวดเร็ว และเสียงของเส้าซือหลินก็ดังขึ้น "เถ้าแก่เสิ่น ผมกำลังจะโทรหาคุณพอดี คุณ..."
"ฉันเจอเผ่ามายาแมว อาการสาหัสมาก ต้องได้รับการรักษาด่วน!" เสิ่นเฉิงมองดูสาวน้อยแร็กดอลล์ที่รวยรินอยู่ในอ้อมแขน พลางพูดแทรกเส้าซือหลินด้วยความร้อนรน
"..." ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เสียงจริงจังของเส้าซือหลินจะดังขึ้น "คุณอยู่ตรงนั้นแหละ ห้ามขยับไปไหน เดี๋ยวผมจะติดต่อแอนตาร์กติกโลจิสติกส์ให้!"
พูดจบ โทรศัพท์ก็ส่งเสียงสายไม่ว่าง เส้าซือหลินชิงวางสายไปแล้ว
เสิ่นเฉิงถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย แอนตาร์กติกโลจิสติกส์... บ้าอะไรเนี่ย? บริษัทขนส่งงั้นเหรอ? ทำไมมันฟังดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย?
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฝากความหวังไว้ที่เส้าซือหลิน เสิ่นเฉิงจึงทำได้เพียงเดินกระวนกระวายไปมาในตรอก ระหว่างนั้นเขาลองโทรหาเส้าซือหลินอีกหลายครั้งแต่ก็สายไม่ว่างตลอด
เมื่อหมดหนทาง เสิ่นเฉิงได้แต่อุ้มสาวน้อยแร็กดอลล์ไว้และรอคอยอย่างร้อนรน ทุกวินาทีที่ผ่านไปช่างทรมานราวกับตกนรก
"ติ๊ง—" โทรศัพท์ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า เสิ่นเฉิงก้มลงมอง มันเป็นข้อความจากเส้าซือหลิน มีเพียงคำสั้นๆ สองคำ: เรียบร้อย
เรียบร้อย? อะไรเรียบร้อย?
วินาทีต่อมา สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำเอาเสิ่นเฉิงถึงกับอ้าปากค้าง
มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวอย่างกะทันหัน ก่อนที่หลุมดำขนาดเท่าคนจะปรากฏขึ้นกลางอากาศ สาวน้อยโลลิแสนสวยคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากหลุมดำ ร่อนลงจอดบนพื้น พร้อมกับขยิบตาขวาให้เสิ่นเฉิง "แอนตาร์กติกโลจิสติกส์ ชิบิซิ ยินดีให้บริการค่ะ!"
เด็กสาวดูสูงไม่ถึงหนึ่งเมตรครึ่ง มีผมสั้นสีดำสลวยเป็นเงางาม บนศีรษะมีขนนกสีทองประดับอยู่หนึ่งเส้น ซึ่งบ่งบอกได้ว่าเธอคือเผ่ามายา เธอมีใบหน้าแบบชาวตะวันตก ดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่แสนประณีต
ท่อนบนเธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตบุนวมพร้อมกับผ้าพันคอ แต่ท่อนล่างกลับสวมเพียงกระโปรงสั้นและถุงเท้าสีดำยาวถึงเข่า ดูพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก
การปรากฏตัวเพียงไม่กี่วินาทีนี้สร้างความตกตะลึงทางสายตาได้ยิ่งกว่าตอนที่หลินอวี่ฮุ่ยเสกเปลวไฟเสียอีก เสิ่นเฉิงช็อกไปในทันที "ชิ... ชิบิซิ?"
"แม่นแล้ว!" แม้จะมีใบหน้าแบบชาวตะวันตก แต่ชิบิซิกลับพูดภาษาจีนกลางได้ลื่นไหลผิดคาด
ชิบิซิก้าวเท้าสองก้าวอ้อมไปด้านหลังเสิ่นเฉิง จู่ๆ เธอก็กระโดดเกาะหลังและรัดคอเขาไว้ พลางหัวเราะร่าเริงอย่างเปี่ยมพลัง "โย่ว พ่อหนุ่มคนนี้ตัวหอมจังเลย! พร้อมหรือยัง?"
"หา? ไม่สิ พร้อมอะไร..." ก่อนที่เสิ่นเฉิงจะทันได้ตั้งสติ เขาก็เห็นชิบิซิชูมือขวาขึ้นมาแล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ
"เริ่มการเทเลพอร์ต!"